จักรพรรดิอักขระสยบฟ้า

ตอนที่ 220 พลังของหวงหลง

ตอนที่ 220

พลังของหวงหลง 

ดวงอาทิตย์อัศดงยามเย็นเปล่งประกายทอแสงสีส้มอมแดง ภูเขาอันเขียวขจีขนาดใหญ่สองลูกเรียงต่อกันอย่างดงามสายลมเย็นๆพัดผ่านทำให้ต้นหญ้าน้อยใหญ่ที่เรียงตัวอยู่บนภูเขาเอนเอียงไปมาตามสายลมที่กำลังเย้าหยอก บนยอดของภูเขาขนาดใหญ่มีศาลาสีแดงตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ใจกลางภูเขากว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา 

หนึ่งดวงจิตของมนุษย์ถูกพามุ่งตรงมาที่สถานที่แห่งนี้ด้วยพลังการชักนำของเฟิ่งหวง 

ร่างของบุรุษที่สวมใส่อาภรณ์สีดำทมิฬนั่งอยู่บนเก้าอี้หินหนึ่งตัวภายในศาลาสีแดงที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางภูเขาลูกใหญ่ ดวงตาทั้งสองข้างที่ประดับอยู่บนใบหน้าอันหล่อเหลาของหลิงเฉินที่กำลังพับปิดอยู่ก็ค่อยๆเปิดขึ้นมา 

ทัศนียภาพรอบกายเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วอีกครั้งตอนนี้ดวงจิตของหลิงเฉินถูกนำพาเข้ามาภายในแก่นพลังวิญญาณ 5 ธาตุสยบสวรรค์ของตนเองด้วยพลังของเฟิ่งหวง 

เขากำลังนั่งอยู่ภายในโต๊ะหินที่ตั้งอยู่บนศาลาขนาดใหญ่และผู้ที่นั่งอยู่เบื้องหน้าก็คือร่างจำแลงของเฟิ่งหวงในร่างของสตรีชุดแดงเพลิงที่งดงาม เมื่อปรายตาไปมองทางด้านขวาของนางก็มีหลงหลงในร่างของเด็กน้อยนั่งอยู่ข้างกาย 

“ เจ้าเรียกหาข้าด้วยเหตุผลอันใด ” หลิงเฉินเป็นฝ่ายเอ่ยถามก่อนด้วยความสงสัย โดยทั่วไปแล้วเฟิ่งหวงไม่ค่อยจะเป็นฝ่ายเรียกหาเขาก่อนถ้าไม่มีเรื่องอันใดสำคัญจริงๆ 

แล้วเมื่อมองจากใบหน้าของนางก็เห็นว่าตอนนี้นางกำลังแสดงใบหน้าที่จริงจังไร้ซึ่งรอยยิ้ม ใบหน้าของหลิงเฉินเริ่มฉายความจริงจังมากขึ้นหลายส่วน

“ ดูเหมือนว่าจะมีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้นสินะ ”

“ ใช่แล้วเจ้าค่ะนายท่าน... ”

“ เรื่องอันใดกัน ”

“ ตอนนี้หวงหลงได้ทำพันธะสัญญากับคนผู้หนึ่งไปแล้ว ” เฟิ่งหวงตอบออกมาด้วยใบหน้าที่จริงจัง

เมื่อได้ยินคำนั้นตัวของหลิงเฉินที่นั่งอยู่อีกฝั่งถึงกับกระโดดขึ้นมาด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าของเขามันแสดงราวกับว่าไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองในสิ่งที่เพิ่งได้ยินไป

เมื่อครู่เฟิ่งหวงบอกกับเขาว่าหวงหลงได้ทำพันธสัญญากับคนบางผู้ไปแล้วมันคือเรื่องอันใดกัน 

“ ว่าเยี่ยงไรนะ!!!! ”

“ มันจะเป็นไปได้เยี่ยงไร!!! ” หลิงเฉินถามออกไปด้วยความตื่นตระหนก 

เฟิ่งหวงที่นั่งอยู่ด้านหน้าด้วยท่าทางสงบนิ่งก็ส่ายหน้าไปมาก่อนที่นางจะตอบออกมาตามที่ตนเองนั้นรู้

“ ข้าเองก็ไม่ทราบเหมือนกันเจ้าค่ะ ตัวตนของพวกเราทั้ง 5 เคยถูกเชื่อมโยงกันด้วยพลังของนายท่านมานับร้อยปี พวกเราเลยสามารถรับรู้ถึงการมีอยู่ของอีกฝ่ายได้ ”

“ และเมื่อก่อนหน้านี้เพียงไม่นานเท่านั้นข้าก็สัมผัสได้ว่าตัวตนของหวงหลงถูกตัดขาดไปจากพวกเรา โดยทั่วไปแล้วในขณะที่พวกเรายังไม่ได้มีนายคนใหม่พลังของเราหรือความนึกคิดก็ยังสามารถเชื่อมโยงกันอยู่ด้วยพลังของท่านในชีวิตก่อน ”

“ แต่ครั้งนี้เมื่อสัมผัสได้ว่าตัวตนของหวงหลงตัดขาดออกไปอย่างสิ้นเชิงมันเท่ากับว่า หวงหลงได้ทำพันธะสัญญากับผู้ใดสักคนไปแล้ว ” เฟิ่งหวงอธิบายออกมาเท่าที่ตนเองนั้นพอจะรับรู้ได้

ก่อนหน้านี้เพียงแค่ครู่เดียวเท่านั้นนางสัมผัสได้ว่าตัวตนของหนึ่งในผู้พิทักษ์ทั้ง 5 ได้ถูกลบหายออกไปจากจิตสำนึกก็เลยรู้ได้ทันทีว่าตัวตนของอีก 1 ผู้พิทักษ์คงจะเลือกนายคนใหม่ได้แล้ว

ตอนนี้ใบหน้าของหลิงเฉินกำลังสับสนเขาพยายามตรองดูถึงเหตุผลมากมาย โดยทั่วไปแล้วการที่ผู้พิทักษ์ของทั้งห้าแคว้นจะยอมรับผู้ใดเป็นนายนั่นย่อมแสดงว่าคนผู้นั้นมีคุณสมบัติที่จะก้าวขึ้นสู่ระดับจักรพรรดิ์สวรรค์ 

การที่หวงหลงที่เป็นผู้พิทักษ์ของแคว้นหลี่ได้ทำพันธสัญญากับผู้ใดสักคนไปย่อมแปลว่าคนผู้นั้นต้องมีคุณสมบัติจะก้าวขึ้นสู่ระดับจักรพรรดิ์สวรรค์ ถ้าคนผู้นั้นมีคุณสมบัติจะก้าวขึ้นสู่ระดับจักรพรรดิ์สวรรค์จริงๆต้องแปลว่ามันต้องมีทั้งพรสวรรค์และพลัง 

หลิงเฉินพยายามสงบใจแล้วครุ่นคิดต่อไปอีกว่า มันมีความเป็นไปได้สูงที่จะเกี่ยวข้องกับสงครามที่กำลังจะเกิดขึ้นของทั้งสองแคว้น แต่ถ้าเป็นคนของราชวงศ์หลี่จริงๆผู้ใดล่ะที่จะมีความสามารถมากพอที่จะก้าวขึ้นสู่ระดับจักรพรรดิ์สวรรค์  เขาเคยพบเจอกับไท่จื่อแห่งแคว้นหลี่มาแล้วแล้วมันก็ไม่ได้มีความสามารถมากพอที่จะก้าวขึ้นสู่ระดับจักรพรรดิ์สวรรค์ 

หลิงเฉินยังคิดไม่ตกถึงตัวตนที่มีความสามารถมากพอที่จะก้าวขึ้นสู่ระดับจักรพรรดิ ซึ่งตัวตนนั้นเขามั่นใจอย่างแน่นอนว่ามันไม่ใช่แปดราชันย์ห้าขุนเขาสี่สมุทรอย่างแน่นอน 

ทั้ง 8 แน่นอนว่าเป็นผู้ฝึกตนที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของผู้ฝึกตนทั่วทั้ง 5 แคว้นในยามนี้แต่ว่าพวกมันมีเพียงแค่คุณสมบัติจะก้าวขึ้นสู่แค่ระดับเซียนเท่านั้นไม่เช่นนั้นคงไม่ติดค้างอยู่ที่ระดับเซียนมาหลายร้อยปีเช่นนี้หรอกคงจะก้าวขึ้นไปสู่ระดับจักรพรรดิ์สวรรค์ตั้งนานแล้ว 

เพราะฉะนั้นผู้ที่ทำสัญญายอมแปลว่าไม่มีทางจะเป็น 8 ราชันย์อย่างแน่นอน แม้ว่าผู้ฝึกตนผู้นั้นจะไม่ใช่ 8ราชันย์ที่มีพลังวิญญาณอยู่ในระดับเซียนแต่มันก็มีคุณสมบัติที่จะก้าวขึ้นไปสู่ระดับจักรพรรดิ์สวรรค์เช่นเดียวกับเขาย่อมแปลว่าจะประมาทไม่ได้ 

ยามแรกหลิงเฉินคิดเอาไว้ว่าเมื่อชนะสงครามของแคว้นหลี่และจะเดินทางไปที่ยอดเขาของหวงหลงเพื่อทำพันธสัญญาเป็นสัตว์อสูรวิญญาณตัวถัดไปแต่ดูเหมือนว่าครั้งนี้มันจะต้องผิดแผนไปทั้งหมดแล้ว 

มีคนปริศนาปรากฏกายออกมาแล้วได้รับพลังของหลงหลงไปครอบครองเช่นนี้ เขาต้องวางแผนทั้งหมดใหม่เพราะถ้าคนผู้นั้นได้เข้าร่วมสงครามแล้วสงครามครั้งนี้ก็คงจะมีทิศทางที่เปลี่ยนไป  

หลิงเฉินที่อยู่ในท่ายืนก็หย่อนก้นกลับลงไปนั่งที่เก้าอี้หินอีกครั้ง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความสุขุมและพยายามครุ่นคิดหาทางแก้ไขในสิ่งที่เกิดขึ้น 

“ นายท่านเช่นนี้ท่านจะทำเช่นไรต่อ ” เฟิ่งหวงที่นั่งอยู่ด้านหน้าเอ่ยถาม แม้ว่านางจะเป็นสัตว์อสูรวิญญาณแต่นางเองก็ล่วงรู้ถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้เป็นนายของนาง 

“ ข้าต้องการพลังมากกว่านี้ยามเดือนแปดข้าต้องเดินทางไปที่แคว้นมู่พอดีเพื่อไปเข้าร่วมงานประมูลทักษะจิตมังกรเทวะ ข้าจะใช้เวลานั้นเดินทางไปหาไป๋หู่ที่เป็นผู้พิทักษ์ของแคว้นมู่เพื่อทำพันธสัญญาไปด้วยเลย ” หลิงเฉินเริ่มคิดแผนการใหม่ขึ้นมาทันที

ในตอนเดือน 8 เขาจะต้องเดินทางไปที่แคว้นมู่เพื่อเข้าร่วมงานประมูลครั้งใหญ่ที่จะเกิดขึ้นจากนั้นเขาก็จะถือโอกาสในครั้งนั้นเดินทางไปที่ยอดเขาราชาราชสีห์ที่เป็นที่สถิตของไป๋หู่ที่เป็นผู้พิทักษ์ของแคว้นมู่เพื่อทำพันธสัญญาไปด้วยเลย

หลิงเฉินคิดได้ว่าตอนนี้ตนเองต้องการพลังมากกว่านี้ ในเมื่ออีกฝ่ายได้รับพลังของหวงหลงไปแล้วและมันก็เป็นผู้ที่มีคุณสมบัติที่จะก้าวขึ้นไปสู่ระดับจักรพรรดิ์สวรรค์เช่นเขาหลิงเฉินเองก็ประมาทไม่ได้นอกจากว่าเขานั้นจะต้องได้รับพลังของผู้พิทักษ์อีกสัก 1 ตัวมาเพิ่มพูนพลังของตนเอง

ตอนนี้พลังวิญญาณของเขามันอยู่เพียงแค่ระดับรากฐานเซียนขั้นที่ 3 เท่านั้นถึงแม้จะมีเฟิ่งหวงอยู่ก็ไม่อาจจะประมาทได้ เขาไม่รู้ว่าคนผู้นั้นมีพลังวิญญาณอยู่ในระดับใด ถ้าตัวของมันมีพลังวิญญาณมากกว่าเขาสักประมาณ 20 ขั้นและยังมีพลังของหวงหลงอีก ถึงแม้จะเป็นจักรพรรดิอักขระเช่นเขาก็มีโอกาสจะพ่ายแพ้สูงเป็นอย่างมาก 

ตอนนี้สิ่งที่ทำได้อย่างเดียวนั่นก็คือการที่เขาต้องได้รับพลังของผู้พิทักษ์ของแคว้นมาอีกสัก 1 ตัวเพื่อเพิ่มพูนความสามารถของตนเองให้สูงขึ้นไปมากกว่านี้ 

นับจากนี้เหลือเวลาอีกประมาณ1 เดือนครึ่งเขาจะต้องขัดเกลาพลังวิญญาณให้ขึ้นไปอยู่ในระดับสูงกว่านี้ให้พร้อมกับการเดินทางไปที่แคว้นมู่

เมื่อเห็นความมุ่งมั่นของผู้เป็นนายของตนเองที่ไม่เคยเห็นเฟิ่งหวงที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามก็เอ่ยเสนอตัวขึ้นมา “ ครั้งนี้ให้ข้าช่วยเอาหรือไม่ ”

“ หื้ม...ช่วยงั้นรึ ช่วยอันใดของเจ้า ” หลิงเฉินทำใบหน้างุนงง 

“ ก็ช่วยท่านขัดเกลาพลังวิญญาณอย่างไรล่ะ ”

หลิงเฉินที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามของเฟิ่งหวงได้แต่กระพริบตามองปริบๆเขายังไม่เข้าใจในคำพูดของนาง อันใดที่บอกว่าช่วยเขาขัดเกลาพลังวิญญาณครั้งในชีวิตก่อนเขาไม่เคยเห็นว่าเฟิ่งหวงจะมีความสามารถเช่นนี้เลยนิ 

“ ช่วยข้าขัดเกลาพลังวิญญาณเจ้าทำได้ด้วยงั้นรึ ” หลิงเฉินถามออกไปด้วยความสงสัย

บนใบหน้าสงบนิ่งของเฟิ่งหวงเริ่มแสดงรอยยิ้มที่มุมปากทั้งสองข้างออกมาก่อนที่นางจะเริ่มอธิบาย “ ครั้งในชีวิตก่อนที่ข้าไม่เคยช่วยเหลือท่านมันก็เพราะว่าท่านมีระดับพลังวิญญาณที่สูงอยู่แล้วไม่จำเป็นให้พวกข้าที่เป็นสัตว์อสูรวิญญาณช่วยเหลือในการขัดเกลา ”

“ แต่โดยทั่วไปแล้วความสามารถอีกอย่างนึงของสัตว์อสูรวิญญาณที่เป็นระดับผู้พิทักษ์อย่างพวกเรานั่นคือการช่วยเหลือผู้เป็นนายขัดเกลาพลังวิญญาณ ”

“ ข้ายื่นมือเข้าไปช่วยโดยการใช้พลังวิญญาณของข้าช่วยนายท่านในการขัดเกลาพลังวิญญาณความรวดเร็วในการขัดเกลามันจะลุกหน้าขึ้นถึง 2 เท่า ” 

“ เอ๊ะ!!!! ขนาดนั้นเลยงั้นรึ ” หลิงเฉินอุทานออกมาอย่างตื่นตระหนก ตั้งแต่ครั้งอดีตเขาไม่เคยรู้เลยว่าพวกสัตว์อสูรวิญญาณผู้พิทักษ์แห่งแคว้นจะมีความสามารถเช่นนี้ด้วย 

ถ้ามันเป็นจริงอย่างที่ตัวของเฟิ่งหวงกล่าวออกมาเขาจะสามารถขัดเกลาพลังวิญญาณขึ้นไปได้จนอาจจะอยู่ในระดับเซียนอักขระก่อนที่จะเดินทางไปแคว้นมู่เลยก็ได้ 

“ หลักการมันก็เหมือนกับที่ข้าเคยใช้พลังของข้าในการปลดผนึกอักขระน้ำแข็งนิรันดร์ ”

“ แต่เพียงแค่ว่าครั้งนี้ข้าจะใช้พลังวิญญาณของข้าในการช่วยท่านขัดเกลาพลังวิญญาณ ” 

“ งั้นมาเริ่มเลยดีกว่าเจ้าค่ะนายท่าน ” เฟิ่งหวงในร่างของสตรีที่สวมใส่อาภรณ์สีแดงเพลิงอันงดงามลุกขึ้นจากเก้าอี้หินที่นางกำลังนั่งอยู่ ก่อนที่ทั่วทั้งกายของนางจะมีเปลวเพลิงพลังวิญญาณลุกท่วมขึ้นมาปกคลุมทั่วทั้งกายของนาง 

หลิงเฉินมองภาพตรงหน้าของตนเองอย่างตาไม่กระพริบ ก่อนที่เขาจะรู้สิ่งที่ตนเองนั้นควรกระทำดวงตาทั้งสองของเขาปิดลงอีกครั้งเพื่อกลับสู่การขัดเกลาพลังวิญญาณ

ณ ดินแดนแคว้นหลี่ 

ตอนนี้ข่าวของผู้ที่สามารถทำพันธะสัญญากับสัตว์อสูรวิญญาณระดับสีทองที่เป็นผู้พิทักษ์ของแคว้นได้สำเร็จเลื่องลือกระจายต่อไปทั่วทั้งแคว้นสร้างความปิติยินดีเป็นอย่างมากให้กับเหล่าราษฎร เพราะผู้ที่สามารถสยบอสูรวิญญาณผู้พิทักษ์ของแคว้นลงได้นั่นคือองค์ชายรองของแคว้นหลี่ 

จบตอน 

 

คล้ายกับเรื่องจักรพรรดิอักขระสยบฟ้า ที่คุณอ่าน