"ข้าจะเป็นคู่ต่อสู้ให้กับพวกเจ้าเอง!"
เทียนฉินเอ่ยออกมาโดยไม่รอฟังคำตอบของพวกมัน ก่อนวาดดาบออกไปเป็นมังกรเพลิงทั้งสี่ตัวเข้าใส่พวกมันทั้งสอง ชายร่างผอมเร่งขับเคลื่อนพลังสีดำกลายร่างเป็นหมาป่ายักษ์เข้าต้านทาน ส่วนชายผิวดำก็เรียกงูยักษ์ออกมาต่อสู้เหมือนกัน
ตู้ม!
ตู้ม!
แต่ด้วยพลังระดับผันแปรขั้นสูงของพวกมันทั้งสอง ก็ไม่อาจต้านทานคลื่นดาบของเทียนฉินได้ เพียงไม่นานชายร่างผอมก็ถูกดาบเขี้ยวพยัคฆ์ตัดสะบั้นจนศรีษะขาดกระเด็น ส่วนชายผิวดำเห็นท่าไม่ดีหันหลังเหาะหนีก็ถูกเทียนฉินใช้ความว่องไวที่มีมากกว่า เหาะตามไปทันก่อนวาดดาบตัดผ่าลำตัวของมันจนขาดออกเป็นสองท่อน
และเพียงใช้เวลาไม่นานนัก เมื่อไม่มีคนที่ระดับพลังสูงอยู่แล้ว คนของลัทธิอีกาดำที่อยู่ในฐานลับแห่งนี้ ก็ถูกพวกเขาทั้งสองคนตามไล่สังหาร จนไม่เหลือผู้รอดชีวิตสักราย
"ไม่คิดเลยว่าแค่ฐานลับเล็กๆแค่นี้กลับมีคนอยู่เป็นจำนวนมาก!"ตาเฒ่าหม่าบ่นพึมพำทั้งที่ตนเองยังหายใจหอบแฮ่ก
"ยังโชคดีที่ครั้งนี้เราไม่ได้เจอพวกระดับก่อกำเนิดหลายคน และคนที่มีระดับพลังสูงๆก็ถูกข้าสังหารไปก่อนหน้านี้แล้วบ้าง ไม่อย่างนั้นพวกเราคงต้องเหนื่อยกันมากกว่านี้แน่!"เทียนฉินกล่าวออกมาราวกลับเป็นเรื่องที่ธรรมดานัก
"เจ้าหมายความว่าอย่างไร? ที่ว่าเจ้าได้สังหารไปก่อนหน้านี้แล้ว!"ตาเฒ่าหม่าหันมาถามด้วยความสงสัย
้เทียนฉินหันมายิ้มให้ก่อนจะเล่าเรื่องที่ชายวัยกลางคนที่ถูกเขาสังหารไปก่อนหน้านั้น ว่าที่จริงแล้วมันมีความเกี่ยวข้องกับคนที่เขาสังหารไปในสุสานตอนนั้น จึงทำให้ที่นี่ไม่ได้มีพวกระดับผันแปรขั้นสูงสุดอยู่เลย
"อ่อ! ที่แท้พวกมันก็มีความเกี่ยวข้องกันจริงๆ!"ตาเฒ่าหม่าพยักหน้าบ่งบอกว่าเข้าใจแล้ว ก่อนที่จะหันมองดูซากศพที่ถูกพวกเขาสองคนสังหาร จากนั้นจึงช่วยกันกวาดทรัพย์สินที่อยู่ภายในนี้อย่างมีความสุข
แต่ในขณะที่พวกเขากำลังเพลิดเพลินกับการเก็บทรัพย์สมบัติจากศพพวกนั้นอยู่ ก็ได้มีชายสองคนเข้ามาในถ้ำนี้ตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้
"พวกเจ้าเป็นใครกัน?"
ชายหนึ่งในสองมองเห็นซากศพที่นอนเกลื่อนกลาด สีหน้าก็แปรเปลี่ยนเป็นถมึงทึงขึ้นมาทันที สาเหตุที่พวกมันทั้งสองได้มายังฐานลับแห่งนี้ ก็เนื่องจากถูกอาจารย์ของมันสั่งให้มาตรวจสอบเรื่องของฟงหลิงเผิง ว่าทำไมถึงไม่ได้ติดต่อกับไปที่ลัทธิอีกาดำ แต่พอเข้ามาถึงกลับได้เห็นคนของลัทธิตนเองถูกสังหารจนหมดสิ้น จึงตะโกนถามเทียนฉินกับตาเฒ่าหม่าด้วยน้ำเสียงโกรธแค้น
เทียนฉินกับตาเฒ่าหม่าที่กำลังเก็บแหวนมิติจากศพพวกนั้นอยู่ก็สะดุ้งตกใจ หันมามองทางต้นเสียงนั้นอย่างพร้อมเพรียง
"หืม! ยังมีพวกที่เหลือรอดอยู่อีกหรือนี่?"
เทียนฉินหรี่ตามองทั้งสองพร้อมกระชับดาบในมือแน่น พร้อมกับส่งกระแสจิตบอกตาเฒ่าหม่าให้ไปเก็บทรัพย์สินต่อ เขาจะเป็นคนสู้กับพวกมันเอง เพราะพลังของทั้งสองคนสูงถึงระดับผันแปรขั้นสูงสุด ซึ่งตาเฒ่าหม่าไม่อาจจะรับมือได้ไหวแน่
"ข้าถามว่าพวกเจ้าเป็นใคร?"ชายคนนั้นเห็นว่าทั้งสองไม่ได้สนใจพวกมันเลยจึงตะโกนถามออกมาอย่างหงุดหงิด
"คนของลัทธิอีกาดำนี่ชอบแหกปากโวยวายเหมือนกันหมดทุกคนเลยหรือ?"
"แต่เอาเถอะ! ข้าจะบอกให้พวกเจ้าได้รู้ก่อนตายแล้วกัน!"
"ข้าก็คือคนที่จะมาทำลายลัทธิอีกาดำของพวกเจ้า!!"
เทียนฉินเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวก่อนจะกระโดดเข้าหาพร้อมกับวาดดาบออกไปทันที
"หึ! ไอ้คนไม่รู้จักเจียมตัว!"ชายคนเดิมกล่าวออกมาพร้อมกับขับคลื่นพลังสีดำออกมา
ทันใดนั้นเองซากศพสองตัวก็โผล่ออกมาจากคลื่นพลังสีดำนั้น ก่อนจะกระโจนเข้าใส่เทียนฉินอย่างรวดเร็ว เขาจ้องมองซากศพนั้นสองตัวที่ไม่ต่างจากที่ชายวัยกลางคนนั้นใช้ออกมาเลย จากนั้นจึงระเบิดพลังออกมาเป็นมังกรเพลิงสองตัวเข้าจู่โจมพวกมันอย่างไม่หวั่นเกรง เพราะเขารู้ว่าเปลวเพลิงทั้งสองของเขาสามารถเผาทำลายซากศพพวกนี้ได้
และหลังจากต่อสู้กับซากศพมาแล้วครั้งหนึ่ง เทียนฉินก็รู้สึกชัดเจนว่าความแข็งแกร่งและพลังป้องกันของซากศพเงินนั้นไม่ต่างจากเกราะเพชรเกล็ดมังกรของเขาเลย แต่เทียนฉินก็ไม่ได้หวาดกลัวเพราะเขามีเคล็ดวิชาแก่นแท้เบญจธาตุที่คอยฟื้นฟูพลังให้เขาอยู่ตลอดเวลานั่นเอง และซากศพพวกนั้นก็เป็นเพียงแค่ซากศพที่มีสัญชาตญาณการต่อสู้เท่านั้น
ตู้ม!
ซากศพทั้งสองถูกมังกรเพลิงเข้ากระแทกใส่อย่างรุนแรง และร่างของซากศพตัวหนึ่งถูกเปลวเพลิงอัคนีเผาไหม้อย่างรวดเร็ว ส่วนซากศพอีกตัวก็ถูกแช่แข็งด้วยเพลิงโลกันตร์จนไม่อาจจะขยับเขยื้อนไปไหนได้
"มันเป็นไปได้อย่างไรกัน?"
ชายทั้งสองมองซากศพที่พวกมันใช้ถูกเปลวเพลิงเผาผลาญและแช่แข็งอย่างตกตะลึง เพราะพวกมันล้วนต่างรู้ดีว่าซากศพที่พวกมันทั้งสองใช้ ถูกอาจารย์ของพวกมันหล่อหลอมมาจนแข็งแกร่งขนาดไหน แต่กลายเป็นว่าความแข็งแกร่งนั้นไม่อาจจะต้านทานเปลวเพลิงนี้ได้
ด้วยเปลวเพลิงทั้งสองที่มีพลังทำลายล้างที่สูง หน้าอกของซากศพที่ถูกเพลิงอัคนีเผาไหม้ดูเหมือนจะละลายเป็นรูขนาดใหญ่ก่อนลุกลามไปทั่ว จนคลื่นพลังงานสีดำจำนวนมากกระจายออกมาจากรูที่หน้าอกของซากศพ ก่อนจะไหลกลับไปหาชายทั้งสองคนนั้น ส่วนซากศพอีกตัวก็เริ่มแตกร้าวก่อนระเบิดออกมาเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยกระจายเกลื่อนไปทั่ว
เทียนฉินมองดูซากศพถูกเปลวเพลิงเผาทำลายในการโจมตีครั้งเดียว ก็ยิ้มเยาะออกมาก่อนรีบพุ่งไปข้างหน้าวาดดาบเข้าใส่ชายทั้งสองคนที่กำลังตกตะลึงอยู่อย่างรวดเร็ว
แต่ในขณะที่เทียนฉินพุ่งเข้าใกล้ชายคนที่อยู่ด้านหน้า ก็ปรากฏเสียงคำรามชวนน่าขนลุกก่อนจะมีมือที่ย้อมไปด้วยเลือดยื่นออกมารับคลื่นดาบของเขา
ตู้ม!
เสียงปะทะกันดังสนั่นไปทั่วถ้ำ เทียนฉินที่สัมผัสได้ถึงความผิดปกติรีบพริ้วตัวถอยออกมาตั้งหลักทันที แม้ว่าเขาจะรู้ว่าการป้องกันของเกราะเพชรเกล็ดมังกรนั้นแข็งแกร่ง แต่มือที่ยื่นออกมานั้นทำให้เขาสัมผัสได้ถึงอันตรายบางอย่าง จึงไม่คิดที่จะประมาทเลยแม้แต่น้อย
ในม่านหมอกสีดำได้มีร่างของซากศพค่อยๆก้าวออกมา แต่ซากศพตัวนี้กลับแตกต่างจากที่เขาเคยเห็นโดยสิ้นเชิง ร่างของมันล้วนย้อมไปด้วยเลือดสีแดงส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่ว บนหัวมันมีเขาแหลมยาวออกมาสองข้าง กลิ่นอายที่แผ่กระจายออกพาให้ความรู้สึกกดดันอย่างมาก
"ระดับก่อกำเนิด!"
เทียนฉินที่สัมผัสกลิ่นอายของมันได้ก็รู้สึกตื่นตะลึงกับซากศพตัวนี้ยิ่งนัก เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนที่มีแค่พลังระดับผันแปรแต่กลับสามารถควบคุมซากศพที่มีพลังสูงกว่าตนเองได้
แต่ไม่ทันที่เทียนฉินจะหายตกตะลึง ก็มีซากศพย้อมไปด้วยเลือดอีกตัวหนึ่ง โผล่ออกมาจากม่านสีดำของชายด้านหลัง แต่หากสังเกตุดูดีๆจะพบว่ามันไม่เหมือนซากศพของคน แต่กลับเป็นวานรยักษ์ร่างสูงใหญ่ ที่แผ่กลิ่นอายออกมาไม่ต่างจากซากศพตัวแรกเลย
"ข้าจะทำให้เจ้าได้รู้ว่า.. คนที่กล้าเป็นศัตรูกับลัทธิอีกาดำจะพบกับจุดจบแบบไหน!!"
เพียงสิ้นเสียงพวกมันทั้งสองก็สับมือลงไปด้านหน้า ร่างของซากศพสีเลือดกับวานรตัวนั้นก็พุ่งทะยานเข้าใส่เทียนฉินทันที เขาหลี่ตามองซากศพทั้งสองก่อนปลดปล่อยมังกรเพลิงทั้งสี่ตัวออกมาต้านทาน
ตู้ม!
เสียงของการปะทะกันดังสนั่นหวั่นไหวอีกครั้ง แต่ครั้งนี้กลับเป็นมังกรเพลิงทั้งสี่ที่ถูกทำลายลงอย่างง่ายดาย เทียนฉินเห็นดังนั้นไม่รอช้าวาดดาบออกอีกครั้งอย่างรวดเร็ว
"พิรุณโปรยปราย!"
ฝนดาบที่ผสานไปด้วยแก่นแท้ธาตุน้ำและธาตุลมจำนวนมากพุ่งเข้าหาซากศพทั้งสองอย่างต่อเนื่อง ซากศพสีเลือดตัวนั้นใช้มือของมันเข้าต้านทานอย่างไม่รู้สึกเจ็บปวด ส่วนวานรยักษ์ตัวนั้นก็กระโจนเข้าหาเทียนฉินอย่างว่องไว
เทียนฉินเห็นวานรยักษ์พุ่งเข้ามาหาเขาพร้อมกับเสียงคำรามที่ดุดัน เทียนฉินก็วาดดาบเพื่อยับยั้งมันทันที วานรยักษ์ตัวนั้นราวกลับมองไม่เห็นคลื่นพลังที่เขาปลดปล่อยออกไป ก่อนตะปปมืออันหยาบกร้านของมันเข้าหาเทียนฉินโดยตรง
ตู้ม!
เทียนฉินเห็นว่าคลื่นดาบของเขาไม่อาจจะสร้างบาดแผลให้วานรตัวนี้ได้เลย ก็พริ้งหลบฝ่ามือนั้นออกมาอย่างรวดเร็ว เมื่อมองย้อนกลับไปก็เห็นเพียงรอยฝ่ามือที่ยุบลงไปที่พื้นจนเป็นหลุมลึก
และเมื่อมันพลาดเป้าต่างก็ร้องคำรามออกมาอย่างโมโห ก่อนจะพุ่งเข้าใส่เทียนฉินอีกครั้งทันที ส่วนซากศพสีเลือดที่ทำลายฝนดาบพวกนั้นได้แล้ว ก็พุ่งทะยานตามหลังวานรยักษ์ตัวนั้นมาติดๆ
เทียนฉินมองพวกมันด้วยความกังวลเล็กน้อย ถึงแม้เขาจะมีความมั่นใจว่าสู้กับพลังระดับก่อกำเนิดได้ แต่นั้นมีไว้สำหรับคนปกติ ทว่าซากศพพวกนี้นอกจากจะมีร่างกายที่แข็ง
แกร่งกว่าคนปกติแล้ว แต่มันยังมีด้วยกันถึงสองตัวทำให้เขาต้านทานได้ลำบากไม่ใช่น้อย
จบตอนที่ 121