ข้าแค่อยากเป็นปลาเค็มทำไมมันยากจัง ทะลุมิติมาป่วนไทย

    บทที่ 104: ลางสังหรณ์ต่อแม่พิม

    บทที่ 104: ลางสังหรณ์ต่อแม่พิม

     

    สิ้นประโยคอันไร้ซึ่งความเกรงกลัวต่ออาญาหลวงของขุนนิน “นี่จะไม่กินข้าวกันก่อนหรือคือแบบว่า…ผมหิวแล้วน่ะสิ”

    ทั่วลานประลองหลวงพลันตกอยู่ในความเงียบงัน ลมตะวันตกเฉียงใต้พัดโชยหอบเอาเศษใบไม้ปลิวผ่านหน้าเหล่าข้าราชบริพารที่พากันอ้าปากค้าง ตาโตเท่าไข่ห่าน ราวกับเพิ่งได้ยินเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ที่สุดในชีวิต

    หมื่นแผนที่กำลังจะแยกเขี้ยวขู่ถึงกับสำลักน้ำลายคอไอค่อกแค่ก หลุดมาดสง่างามทันที ส่วนหมื่นไวยที่เตรียมจะพ่นคำด่าสบถก็อ้าปากค้าง คำพูดติดอยู่ที่ลำคอจนหน้าเขียวหน้าเหลือง

    บนพลับพลาประทับสูง ขุนหลวงทรงนิ่งอึดใจหนึ่ง สายพระเนตรทอดมองลงไปยังขุนโสภานารายณะที่ยามนี้ยืนลูบพุงหน้าตาเฉย ไม่มีแววสะทกสะท้าน ขุนหลวงทรงยกสีคางไปมาด้วยความอ่อนใจ ทว่ามุมพระโอษฐ์กลับยกขึ้นสูง เมื่อทรงเหลือบไปเห็นคณะทูตพิเศษจากรัฐจ้าว ทั้งท่านอ๋องและแม่ทัพหลี่มู่ต่างพากันอมยิ้ม มือยังคงหยิบข้าวโพดคั่วเข้าปากตุ้ย ๆ จนคอเริ่มแห้งอยากได้น้ำชาร้อนและอาหารคาวมาแนม

    ขุนหลวงทรงสรวลออกมาเสียงดังกลั้วสุรเสียงทรงพลัง 

    “เออ! เอาอย่างที่ขุนโสภาว่าดั่นเถอะ! กองทัพมันต้องเดินด้วยท้อง... ประลองกันมาครึ่งค่อนวัน คนดูก็เหนื่อย คนแข่งก็ล้า ข้าให้พักครึ่งเวลา! ไปหาข้าวปลากินกันให้สำราญอุราเถิด!”

    คำอนุมัติทำเอาอัฒจันทร์ฝั่งขุนนางตื่นตัวทันที มหาดเล็กเทียมคนสนิทที่ยืนอารักขาอยู่ด้านหลังถอยไปครึ่งก้าวพลันยกมือกุมขมับ แอบบ่นพึมพำในใจยาวเป็นหางว่าว

    ‘ปัดโธ่เอ๋ย... ลานประลองหลวงอันศักดิ์สิทธิ์แท้ ๆ แต่ฝ่าบาทกลับยอมสั่งหยุดดื้อ ๆ เพียงเพราะไอ้ขุนเหลือขอนั่นบ่นหิวข้าว! ลำเอียงจนคนเขาจะดูออกกันหมดแล้ว!’

    มหาดเล็กเทียมส่ายหัวน้อย ๆ ทว่าหากใครสังเกตให้ดีจะเห็นมุมปากของเขายกยิ้มจาง ๆ อย่างนึกขำในความบ้าบิ่นกวนประสาทที่หาใครเลียนแบบไม่ได้

    ตรงกันข้ามกับ หมื่นแผน หมื่นไวย และหมื่นเทพ ต่างสะบัดหน้าหนีไปคนละทางด้วยความหงุดหงิด อารมณ์โกรธที่กำลังเดือดพล่านหมายจะสะสางในรอบที่ 3 กลับถูกนินตัดจังหวะฉับด้วยเรื่องปากท้องเสียอย่างนั้น

    บนอัฒจันทร์ฝั่งขุนนางผู้ใหญ่ พระยาพิเชษฐ์ถึงกับหน้าถอดสี มือที่จับถ้วยชาสั่นระริกจนน้ำชาเกือบหก ส่วนคุณหญิงม่านแก้วแสร้งคลี่พัดขนนกขึ้นมาโบกพัดรัว ๆ กลบเกลื่อนความหน้าแตก แอบจิบน้ำชาแก้เก้อพลันเปรยลอดไรฟัน 

    “หึ! ป่าเถื่อนสิ้นดี กิริยาวาจาหาความสำรวมไม่ได้ คนอะไรหิวข้าวกลางลานประลองหลวง น่าขายหน้านัก!”

    พระยาพิเชษฐ์วางถ้วยชาดังกึก พยายามปรับสีหน้าให้เรียบเฉยพลันเค้นยิ้มบาง ๆ ส่งไปทางท่านเจ้าคุณที่นั่งหัวเราะหึ ๆ อยู่ไม่ไกล 

    “หึ ๆ... ท่านเจ้าคุณเรืองฤทธิ์ ลูกเขยท่านนี่ช่าง... มีอารมณ์ขันและรักความสำราญเสียจริงนะขอรับ ขนาดอยู่ต่อหน้าพระพักตร์ยังกล้าทูลเรื่องปากเรื่องท้องได้ นับว่าแปลกคนแท้ ๆ” พระยาพิเชษฐ์จิกกัดกลาย ๆ

    ท่านเจ้าคุณไม่ได้ทุกข์ร้อน แทนที่จะโกรธกลับเลิกคิ้วพร้อมยกยิ้มกว้างอย่างผู้ชนะ แววตาคมดุจพยัคฆ์เหยียดมองกลับไปอย่างเหนือกว่า 

    “แปลกคนแล้วอย่างไรเล่าไอ้เชษฐ์? อย่างน้อยมันก็ชนะใสสะอาด คะแนนนำลิ่วเป็นที่ 1 บนกระดาน ยามหิวก็บอกว่าหิว ตรงไปตรงมาดีแท้ ดีกว่าพวกที่ยืนหน้าตึงคำนวณก้าวพลาดจนโดนหักคะแนนหน้าแหก... จริงไหม? หึ ๆ ๆ”

    คำตอกกลับทำเอาพระยาพิเชษฐ์และคุณหญิงม่านแก้วหน้าเขียวสลับม่วง ได้แต่ก้มหน้าจิบชาเงียบ ๆ ไม่กล้าต่อปากต่อคำอีก อย่างไรก็ตามนี่ทำให้พระยาพิเชษฐ์ได้รู้ว่าในใจขุนหลวงไอ้นินถือว่าสำคัญต่อขุนหลวงมากดังนั้นจะทำอะไรมันจะต่องรอบคอบกว่านี้

    ในจังหวะนั้นเอง นินที่กำลังจะเดินออกจากลานประลองหันไปยักคิ้วให้หมื่นแผนและหมื่นไวย แกล้งเอามือลูบท้องพลันส่งยิ้มกวน ๆ ให้หนึ่งที “พี่ชายทั้งสอง... หน้าตึงเครียดเชียว กินข้าวให้อิ่มท้องนะขอรับ เผื่อรอบ 3 แต้มมันจะงอกขึ้นมาบ้าง หึ ๆ ไปละ... ผมไปกินข้าวละนะจ๊ะ!”

    พูดจบ ขุนนินก็หมุนตัวเดินนวยนาดนำพวกลูกน้องอย่างเป็ดและวาสตรงดิ่งกลับเข้าไปยังเรือนพัก ทิ้งให้เหล่าวายร้ายยืนกำหมัดแน่นด้วยความอาฆาตแค้นอยู่เบื้องหลัง

     

    เสียงกลองทัดและกลองตะโพนรัวกระหึ่มขานรับกันหนักแน่น เจ้าหน้าที่จากกรมมหรสพรีบจัดแถวนักแสดงนับร้อยชีวิตลงสู่กลางลานประลอง แสงแดดสะท้อนกับคมดาบใบคู่ในมือของเหล่านักร่ายรำที่ท่วงท่าดุดันเฉียบคม สลับกับการแปรขบวนอักษรโบราณอย่างพร้อมเพรียงเพื่อสะกดสายตาผู้คนไม่ให้เบื่อหน่ายในช่วงพักครึ่ง

    ทว่าสิ่งที่ดึงความสนใจของฝูงชนได้ไม่แพ้กัน คือกลิ่นหอมกรุ่นของเนยและน้ำตาลเคี่ยวที่ลอยตลบอบอวล “ข้าวโพดคั่วร้อน ๆ จ้า! น้ำเก๊กฮวย น้ำกระเจี๊ยบสูตรเย็นชื่นใจก็มีนะเจ้าคะ!”

    เสียงตะโกนของเหล่าบ่าวจากเรือนเจ้าพระยาเรืองฤทธิ์ดังประสานกันไปทั่ว ยามนี้พวกบ่าวไพร่ทำหน้าที่กันอย่างคล่องแคล่ว มือหนึ่งตักข้าวโพดคั่วใส่กระทงใบตอง อีกมือก็ส่งน้ำสมุนไพรแช่เย็นให้ลูกค้า คนดูบนอัฒจันทร์ที่ลุ้นจนคอแห้งผากพากันกวักมือเรียกซื้อหนึบหนับ เงินเหรียญไหลมาเทมาดังกริ๊งกร๊างลงสู่กระบอกไม้ไผ่เป็นกอบเป็นกำ

    บนอัฒจันทร์ฝั่งขุนนางสูงศักดิ์ ภาและลินนั่งเบียดกันลุ้นอยู่ข้าง ๆ ท่านพ่อ ทั้งสองคอยชะเง้อคอมองยอดขายตาเป็นประกาย ยามเห็นคนรุมซื้อจนแถวยาว ภาก็แอบทุบขาตัวเองด้วยความสะใจพลันกระซิบกระซาบบอกน้องสาว 

    "ดูโน่นสิแม่ลิน คนรุมซื้อจนตักแทบไม่ทัน เงินไหลมาเทมาแท้ ๆ พี่นินนี่ช่างคิดค้นของแปลก ๆ มาโกยเงินได้ตลอดเวลาจริง ๆ" ลินพยักหน้ายิ้มแก้มปริด้วยความตื่นเต้น

    ท่านเจ้าคุณที่นั่งกอดอกอยู่ แอบเหลือบสายตามองกลุ่มบ่าวไพร่ของตนที่กำลังกวาดเงินเข้ากระเป๋าตระกูลจินดาไพรศาลอย่างเป็นล่ำเป็นสัน มุมปากของชายวัย 53 พลันยกยิ้มจาง ๆ ด้วยความพึงพอใจและภูมิใจในหัวการค้าของไอ้ลูกเขยตัวดีที่วางระบบสับขาหลอกโกยเงินไว้ให้ ก่อนจะแสร้งกระแอมไอแก้เขินเมื่อเห็นพระยาเดชหันมามองขำ ๆ

    “เออ... ปล่อยให้พวกมันทำไปเถิดพระยาเดช หึ ๆ เงินทองไม่เข้าใครออกใคร มีช่องทางทำกินก็ต้องรีบคว้าไว้” ท่านเจ้าคุณเปรยยิ้ม ๆ อย่างผู้เหนือกว่า ท่านเจ้าคุณกล่าวอีกว่า

    “แทนที่เอ็งจะพักให้หายก่อนแท้้ๆยังจะมาร่วมสนุกกับเขาอีกนะเอ็ง”พระยาเดชยิ้มออกมา

    “กระผมเบื่อนี่ขอรับนี่ก็เป็นโอกาสดีแล้วไม่ใช่หรือที่จะได้พักเป็นเพราะกระผมไม่อยู่สามขุนโจรนั้นถึงโดนตัดตอนน่าเสียดายนัก”ท่านเจ้าคุณส่ายหน้า

    “อย่างน้อยก็สามารถกวาดล้างขุนนางชั่วไปได้หลายคนและก็ได้ตัดมือตัดเท้าคนพวกนั้นไปได้ไม่น้อยเลยเราจะได้หายใจหายคอขึ้นมาบ้าง”พระยาเดชอาการดีขึ้นแล้วจึงมาร่วมงานทว่าเขาก็ยังขยับร่างกายไม่สะดวก ขณะที่เสียงตะโพนยังคงบรรเลงขับกล่อมความครึกครื้นไปทั่วลานหลวง

    บรรยากาศภายในห้องโถงใหญ่ของเรือนพักนักแข่งมาคุตึงเครียดขึ้นมาทันตา ผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนทยอยกลับเข้ามาทรุดนั่งตามมุมของตนเพื่อจัดการกับเสบียงหลวง ทว่าแทบไม่มีใครกลืนข้าวลงคอได้สะดวก ยกเว้นอยู่มุมเดียว...

    ที่มุมห้องฝั่งหนึ่ง หมื่นแผนและหมื่นไวยนั่งหน้าบูดบึ้ง หมื่นไวยกระแทกกระบอกไม้ไผ่ลงกับโต๊ะดังกึกกัก เคี้ยวข้าวเสบียงเสียงดังแจ๊บ ๆ ประชดประชัน ปากก็บ่นไม่หยุดเรื่องแต้ม 11 คะแนนอันต่ำเตี้ยของตน 

    “ชิ! 11 แต้ม... อาคมนั่นมันเฮงซวยมันตาถั่วชัด ๆ!” หมื่นไวยสบถเบา ๆ ก่อนจะตวัดสายตาขุ่นเคืองไปทางนิน

    ข้าง ๆ กันนั้น หมื่นแผนไม่ได้เอ่ยปากบ่น ทว่านัยน์ตาคู่คมกลับฉายแววอาฆาตแค้น จ้องเขม็งไปยังแผ่นหลังของนินราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ สมองขบคิดหาวิธีบดขยี้นินในรอบที่ 3 อย่างบ้าคลั่ง

    ถัดไปที่มุมมืดสลัว หมื่นเทพนั่งพิงผนังห้องอยู่เพียงลำพัง ใบหน้านิ่งสนิท ทว่าดวงตาเรียวรีดุจงูพิษกลับจับจ้องมาที่นินไม่วางตา ในใจวางแผนการร้ายบางอย่างที่พ่วงเอาความริษยาเรื่องแม่หญิงพิมเข้ามาเกี่ยวด้วยเงียบ ๆ ทว่าเขาต้องรีบเปลี่ยนสีหน้าเพราะภรรยาของเขาเดินเข้ามาให้กำลังใจพร้อมนำน้ำหวานเย็นชื่นใจมาให้และแม่หญิงเกดก็นั่งลงด้านข้างของหมื่นเทพแล้วเอ่ยถาม

    “เหนื่อยไหมเจ้าคะ”หมื่นเทพส่ายหน้า

    “ไม่เลยเจ้ามาได้อย่างไร”นางยิ้ม

    “ก็มาให้กำลังใจสิเจ้าคะ”ทุกคนมองฉากนี้ด้วยความอิจฉาไม่คิดว่าจะมีคนมาป้อนอาหารหมาต่อหน้าพวกเขาแบบนี้

    ในขณะที่รอบข้างตึงเครียดจนแทบจะระเบิด แต่มุมของขุนนินกลับสวนทางอย่างสิ้นเชิง! นินนั่งล้อมวงอยู่กับเป็ด วาส และโทโมเอะ ทั้ง 4 คนแชร์อาหารและแย่งกับข้าวกันกินอย่างสนุกสนาน นินเคี้ยวข้าวตุ้ย ๆ พลันส่งเสียงหัวเราะออกมา แก้มสองข้างตุ่ยไปด้วยเสบียงหลวงอย่างคนเจริญอาหารสุดขีด

    “ทำเป็นระรื่นใจไปเถอะไอ้นิน” หมื่นไวยประชดเสียงดังข้ามฝั่งมา “รอบ 3 ที่เป็นการประลองฝีมือและอาคมจริง ๆ... แกไม่ได้ลงไปเดินเล่นแคะเล็บแน่!”

    นินละสายตาจากน่องไก่ในมือ แสยะยิ้มกวนประสาทพลันยักคิ้วให้หนึ่งที 

    “โถ่... พี่ชายไวย เอาเวลาขู่ไปเคี้ยวข้าวให้ละเอียดเถอะขอรับ เดี๋ยวเศษข้าวจะติดคอหอยตายก่อนได้ลงแข่งรอบ 3... อีกอย่าง 50,000 บาทเตรียมควักไว้ให้ดีนะจ๊ะ หึ ๆ”

    “ไอ้...!” หมื่นไวยหน้ากระตุกแทบพุ่งเข้าใส่ แต่หมื่นแผนคว้าแขนรั้งไว้ก่อนพลันเค้นเสียงต่ำ 

    “ปล่อยมันปากดีไปก่อนเถอะ... เดี๋ยวก็รู้ว่าใครจะอยู่ใครจะไป”

    นินหัวเราะหึ ๆ ไม่สนใจ ชายหนุ่มขยับกึ่งนั่งกึ่งนอนพลันลดเสียงลงต่ำหันไปกระซิบกับพวกลูกน้อง 

    “กินให้อิ่มเถอะพวกนาย... รอบ 3 นี้พวกมันกะใส่สุดตัวเพื่อฝังฉันลงดินแน่ โดยเฉพาะไอ้หมื่นแผนกับหมื่นเทพ สายตาพวกมันไม่น่าไว้วางใจเลยสักนิด”วาสถามขึ้น

     

    “จริงด้วย... ป่านนี้แม่หญิงพิมน่าจะกำลังเดินทางกลับมาจากสามโคกแล้วไม่รู้เป็นอย่างไรบ้างครั้งที่แล้วที่ข้ากับเป็ดไปเหมือนมีอะไรแปลกๆอยู่บนเส้นทางที่ใช้เดินทาง” นินหันไปมองหน้าวาสและเป็ดแล้วขมวดคิ้ว

    “หลังจากกินข้าวอิ่มแล้ว วาส... เธอกับเป็ดแอบปลีกตัวออกไปดูต้นทางหน่อย ไปเช็กเส้นทางเดินรถม้าของแม่หญิงพิมว่าเกิดเรื่องผิดปกติหรือไม่ ฉันสังหรณ์ใจว่าไอ้พวกนี้มันอาจจะเล่นสกปรกนอกสนามเพื่อเบี่ยงเบนสมาธิฉัน”

    “รับทราบไว้ใจพวกเราได้เลยท่าน!” วาสและเป็ดพยักหน้ารับคำอย่างรวดเร็ว

    โทโมเอะ ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ กล่าวถามออกมา 

    “แล้วข้าเล่าไม่ต้องทำอะไรรึ?”นินหลุดขำน้อย ๆ 

    “ถ้าเธออยากไปก็ได้เลยมีเธอช่วยหากเกิดอะไรขึ้นย่อมดีกว่าในใจข้ารู้สึกว่าทางพิมอาจจะเกิดเรื่องได้”บอกตามตรงนินยังมีความเกรงใจเธออยู่บ้างเพราะเมื่อก่อนเธอคือแม่ทัพเลื่องชื่อเชียวนะแม้จะยอมรับเขาเป็นเจ้านายแล้วก็ตาม

    ทั้ง 4 คนลอบยิ้มและส่งซิกสลับกันเงียบ ๆ ท่ามกลางสายตาเคียดแค้นของเหล่าศัตรูที่ยังคงจ้องมองมาดั่งไฟลน โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่าเกมพลิกผันนอกสนามกำลังจะเริ่มขึ้นพร้อม ๆ กับการประลองรอบสุดท้ายที่กำลังจะมาถึง

    เมื่อเสียงกลองสัญญาณจากหอกลางดังขึ้น บรรยากาศมาคุเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความตึงเครียด นินลุกขึ้นบิดขี้เกียจ ก่อนจะพยักหน้าส่งสัญญาณให้วาสและเป็ดแยกย้ายไปทำตามแผนเงียบ ๆ ส่วนตัวเขาและโทโมเอะ โกเซ็น ก็ก้าวเดินนำออกไปยังลานประลองหลวงพร้อมผู้เข้าแข่งขันคนอื่น

    ทว่า ทันทีที่ก้าวพ้นประตูเรือนพัก ทุกคนต่างก็ต้องตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง “ประเดี๋ยวก่อน... สนามมันเปลี่ยนไปอีกแล้วรึ!” หมื่นไวยอุทานลั่น

    ลานประลองดินทรายเมื่อช่วงเช้า บัดนี้ถูกเนรมิตใหม่จนแทบไม่เหลือเค้าเดิม เจ้าหน้าที่กรมโยธาและเหล่านักเวทสายควบคุมได้ตั้งค่ายกลกระดานกลขนาดมหึมาขึ้นแทนที่ ใจกลางสนามมีเสาไม้กลไกและหุ่นศิลาขนาดกะทัดรัดนับร้อยตัว ตั้งตระหง่านสลับซับซ้อนราวกับเขาวงกตขนาดย่อม และบนยอดเสาเหล่านั้นมี 'เป้ากลม' ขนาดเท่าฝ่ามือที่กำลังเคลื่อนที่ วิ่งพล่านไปมาด้วยความเร็วสูงจนเห็นเป็นเพียงเงาวูบวาบ

    “รอบที่ 3... ประลองความเร็วในการใช้สายตา” เสียงกึกก้องของขุนนางผู้คุมการประลองประกาศก้อง “เป้ากลไกเบื้องหน้าพวกท่านจะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงสุดยอด ยามที่พวกท่านยืนอยู่ ณ จุดยิง ระยะห่าง 100 ก้าว! ทุกคนจะมีสิทธิ์ถือลูกศรเพียงคนละ 3 ดอกเท่านั้น!”

    ขุนนางเว้นจังหวะ เล็งสายตาเข้มงวดไปยังเหล่านักรบ “ในตัวเป้าแต่ละอัน จะมีตัวเลขสลักอยู่ไม่เหมือนกัน แบ่งเป็นเลข 1, 3 และ 5 แต้ม ซึ่งตัวเลขจะปรากฏเด่นชัดเพียงเสี้ยววินาทียามกลไกขยับ ใครตาดี... ย่อมได้แต้มสูง ใครตาถั่ว... ย่อมได้แต้มต่ำ หรืออาจจะยิงไม่ถูกเลยสักดอก! โดยเราจะให้ผู้เข้าแข่งขันขึ้นมายิงทีละคน!”

    สิ้นคำอธิบาย บรรยากาศรอบข้างก็เริ่มมีการกระทบกระทั่งกันทางวาจาทันที หมื่นแผนที่ยืนกำคันศรแน่นตวัดสายตามาทางนิน พลันแค้นหัวเราะในลำคอ 

    “หึ... ระยะ 100 ก้าว แถมเป้ายังวิ่งไวปานวอก เช่นนี้คงไม่ใช่แค่ใช้ดวงสุ่มสี่สุ่มห้าแล้วจะได้แต้มหรอกนะไอ้นิน รอบนี้ต้องใช้สายตาที่เฉียบคมและสมาธิขั้นสูง... คนที่เอาแต่กะล่อนไปวัน ๆ ระวังเถอะ ลูกศร 3 ดอกจะปลิวหายไปกับลมจนหน้าแตกยับเยิน”

    นินยกมือขึ้นแคะหูทำท่าทางกวนประสาท ก่อนจะหันไปยิ้มตาหยีให้หมื่นแผน 

    “แหม พี่หมื่นแผนก็ขู่ซะกระผมกลัวจนเยี่ยวเหนียว... แต่เอ๊ะ เมื่อครู่ท่านขุนนางบอกว่ามีเลข 1 3 5 ใช่ไหมขอรับ? กระผมว่าพี่หมื่นแผนกับพี่หมื่นไวยคงตาดีจัด เล็งแต่เลข 1 แน่ ๆ ยิงแม่นราวกับจับวาง แต่แต้มรวมออกมา 3 ดอกได้ 3 คะแนน... อุ๊ย! แค่คิดก็เสียวไส้แทนตระกูลธาดาวรวงศ์แล้วล่ะขอรับ หึ ๆ”

    “ไอ้นิน! มึง!” หมื่นไวยหน้าเขียวหน้าแดง ชี้หน้าด่านินด้วยความเดือดดาล ทว่าหมื่นเทพกลับยื่นมือมาขวางไว้ สายตาเรียวรีดุจงูพิษจับจ้องนินนิ่ง พลันเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก “ปล่อยมันปากดีไปเถอะหมื่นไวย... พอเริ่มแข่งจริง เดี๋ยวเราก็จะได้เห็นเองว่า ระหว่างสายตาของหมาวัด กับสายตาของพญาเหยี่ยว... ใครมันจะมองเห็นเลข 5 แต้มได้คมกว่ากัน”

    “อ๋อออ พญาเหยี่ยวเหรอครับ?” นินลากเสียงยาวแสร้งทำท่าตกใจ “ระวังพญาเหยี่ยวจะตาพร่าเพราะแดดเมืองไทยนะพี่หมื่นเทพ... เอาล่ะ ยืนโม้ไปก็เสียเวลา ขยับไปสิขอรับ กระผมอยากจะเห็นเต็มแก่แล้วว่า 'พญาเหยี่ยว' หรือ 'พญานก' กันแน่ที่จะได้ลงไปนอนดิ้น”จ้าวเซียนอิ่งที่เมื่อครู่นางไปทานอาหารกับบิดาและมารดามาจึงไม่รู้ว่าพวกเขากัดกันอีกแล้ว

    “ทำไมข้ารู้สึกถึงกลิ่นควันปืนเล่า”นางมองไปที่ทั้งสองฝ่ายแต่ก็ไม่สนใจ

    เสียงกลองรัวกระหน่ำขึ้นอีกครั้งเป็นสัญญาณเริ่มการประลองรอบสุดท้ายอย่างเป็นทางการ ทุกสายตาจับจ้องไปยังจุดยิงระยะ 100 ก้าวที่อยู่เบื้องหน้า ผู้เข้าแข่งขันคนแรกก้าวเท้าออกไปเผชิญหน้ากับเป้ากลไกความเร็วสูงที่วิ่งวุ่นจนเกิดเสียงลมหวีดหวิว... การประลองชี้ชะตากำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว!

    คล้ายกับเรื่องข้าแค่อยากเป็นปลาเค็มทำไมมันยากจัง ทะลุมิติมาป่วนไทย ที่คุณอ่าน

    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    นิยาย แฟนตาซี
    103K 226
    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    401K 613
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    337K 1011
    มหาพิภพ เทพมังกรสยบราชัน

    มหาพิภพ เทพมังกรสยบราชัน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.40M 2022
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

    จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.60M 3244
    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    3.82M 1844
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185