ดร.ฟอร์ดได้ยินเสียงเรียกก็ตกใจ รีบหันมามองเทียนว่าเอาอย่างไรดี
“ พวกมันทักทายมาก็ตอบมันไป หากพวกมันใช้กำลังผมจะจัดการเอง” เทียนเอ่ยเสียงเรียบ ดร.ฟอร์ดมั่นใจทันที
“ ผู้พันจอส คุณนำคนมาขนาดนี้หมายความว่าอย่างไร”
“ ดร. ฟอร์ดผมเตือนคุณแล้ว ว่าที่แห่งนี้บริษัทนิวโฮป ได้ยึดไว้หมดแล้ว ยังไม่เชื่อฟัง
ยังมาสร้างอาคารเหล่านี้อีก ออกไปจากที่แห่งนี้ซะ ไม่เช่นนั้นผมจะจัดการขั้นเด็ดขาด”
“ ถ้าผมบอกว่า ดินแดนแห่งนี้เป็นของโรงพยาบาลคิงส์ตันแล้ว พวกคุณต้องออกไปในทันที คุณจะไปไหม” ดร.ฟอร์ดส่งเสียงออกไปแบบไม่กลัว
“ มากไปแล้ว พวกเราจัดการ” ผู้พันจอสสั่งลูกน้อง ยิงขีปนาวุธเข้าใส่อาคารที่เพิ่งสร้างเสร็จทันที ตูม ! ขีปนาวุธยิงเข้าไป แต่ว่ากำแพงมีม่านพลังป้องกัน และทำให้ขีปนาวุธระเบิดทันที ทหารรับจ้างระดมยิงอาวุธหนักใส่อย่างต่อเนื่อง แต่ไม่ว่าจะยังไง ก็ไม่สามารถทำลายเกราะป้องกันที่เทียนใช้เวทย์เขียนขึ้นมาได้
นักรบรับจ้างแปลงร่างเป็นเงาดำ เข้ามาในด้านในได้ เทียนเห็นเช่นนั้นก็ปล่อยฝ่ามือยูไล เข้าทำลายเงาดำทั้ง สามสิบเงาทันที ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ เงาดำหายไปกลับสู่โลกแท้จริง กระอักเลือดบาดเจ็บสาหัสทันที
ผู้พันจอสเห็นดังนั้นกลายร่างเป็นอสุรกายยักษ์ใหญ่ ร่างสูงเทียมฟ้า เข้ามาทุบม่านพลังดังโครม เทียนลอยตัวออกไปแล้วใช้ฝ่ามือยูไล ตบใส่หน้าอกผู้พันจอสทันที ตูม ! ร่างผู้พันจอส ก็ค่อย ๆ ทรุดมากับพื้น เทียนทุบด้วยกระบองปราบมารเข้าใส่อีกที ร่างวิญญาณผู้พันจอส สลายหายไปในทันที
เทียนสร้างค่ายกลป้องกันวิญญาณเพิ่มอีกระดับ จากนั้นก็ทำทางเข้าออกของวิญญาณโคม่า มาที่แห่งนี้ได้เลย
“ ขอบคุณมาก ถ้าหากไม่ได้คุณหลี่เทียน พวกเราคงแย่แน่เลย”
“ ไม่เป็นไร หากว่ามีปัญหา อะไรก็แจ้งผมมาได้” เทียนเอ่ยจบก็จากไป แต่ขณะจะจากไปก็มีเด็กชายวัย 6 ปี แต่งชุดแบบจอมยุทธ์แบบโบราณ มาปรากฏตัวต่อหน้าเทียน ถือกระบี่สีขาววาววับ ชี้กระบี่มาใส่เทียน แล้วเอ่ยว่า
“ ข้าเห็นฝีมือของท่านนับว่าไม่เลว ข้าเทพกระบี่น้อยขอรับทราบเพลงกระบี่ของท่านสักสองสามท่า” เทียนอมยิ้ม นี่คงเป็นเด็กน้อยที่อยู่ในอาการโคม่าอีกคนที่
มีความฝันอยากเป็นยอดนักกระบี่ สงสัยดูหนังมากไปหน่อย เทียนไม่อยากเสียน้ำใจ เลยลองเล่นด้วยสักหน่อย
“ ถ้าเช่นนั้น ราชันดาบมารอย่างข้า ขอรับทราบความร้ายกาจของเทพกระบี่น้อยดูสักหน่อย” เทียนเรียกดาบมารออกมา เทพกระบี่น้อยวาดกระบี่กระจายแสงออกไปรอบๆ แล้วหายตัววับไปพร้อมเงากระบี่พุ่งเข้าหาเทียนนับร้อยสาย เทียนยืนนิ่งไม่ถอย ยกดาบขึ้นปัดป้อง จนเงากระบี่ แตกสลายหายไป เทพกระบี่น้อยไม่หยุดเท่านี้ ตวัดกระบี่ฟ้นขึ้นลงจากระยะไกล รัศมีกระบี่สีขาวพุ่งเข้าตัดลำตัวของเทียน เทียนปัดออกไปอย่างง่ายดาย
แล้วเทพกระบี่น้อยก็เข้ามาถึงตัวเทียนแล้วใช้กระบี้ฟาดฟันเข้าลำตัวของเทียนราวจักรผัน เทียนปัดป้องออกไปได้จนครบทุกกระบวนท่า จนเทพกระบี่น้อย ต้องกระเด็นถอยหลังกลับไปตั้งหลัก แล้วคราวนี้แยกร่างโจมตีเทียน ทั้ง 360 องศาทุกมุม เทียนไม่ขยับปล่อยเคล็ดพลังดาบออกมากลายเป็นดาบนับร้อยออกมารับ ได้จนหมดทุกมุม จนกระทั้งดาบสุดท้ายมาพาดคอ ของเทพกระบี่
“ เป็นไปไม่ได้ ในโลกนี้ข้าเป็นมือกระบี่อันดับ 1 ไฉนถึงสู้ท่านไม่ได้เลย ทำไม ทำไม” เด็กน้อยทำหน้าตกใจเทียนสัมผัสไปที่หัวของเด็กน้อยเทพกระบี่
แล้วดึงมืออกมาแล้วถอนหายใจ
“ เทพกระบี่น้อย เจ้าไม่คิดถึงแม่ของเจ้าบ้างหรือ”
“ ท่านแม่หรือ ก็คิดถึงนะ แต่ข้าเป็นเทพกระบี่น้อย สวรรค์ลิขิตให้ข้าต้องอยู่อย่างเดียวดาย” เทพกระบี่น้อยพูดสำนวนหนังจีนเป๊ะ เทียนเห็นว่าไม่ได้การแล้ว รีบหิ้วร่างเทพกระบี่น้อย ออกไปจากที่โลกวิญญญาณโคม่าทันที มาปรากฏที่บ้านหลังหนึ่ง
เทียนเห็น หญิงสาววัยสามสิบปี คงเป็นแม่ของเทพกระบี่น้อยผู้นี้ พอเทียนปล่อยตัวเทพกระบี่น้อย ก็วิ่งเข้าไปกอดแม่ที่กำลังคอยเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้ เทพกระบี่น้อย ที่นอนหลับสนิทอยู่บนเตียง โดยที่ข้างเตียงมีกระบี่พลาสติกวางอยู่
“ ท่านแม่ ลูกกลับมาแล้ว” ร่างวิญญาณดีใจโผเข้ากอดแม่แน่นโดยที่แม่ได้รู้สึกแปลกๆ แต่ไม่รู้ว่าคืออะไร จนเทียนปรากฏร่างออกมา แม่เริ่มตกใจ อ้าปากจะถามว่าเทียนเป็นใคร
“ ผมหลี่เทียน เป็นหมอ อยู่ที่โรงพยาบาลโลตัส พอดีผมทราบข่าวว่า มีเด็กป่วยนอนติดเตียง เลยมาดูว่าพอจะรักษาได้บ้างไหม”
เทียนเดินเข้ามาดูหน้าเด็กน้อย แล้วจับชีพจรดูทันที ไม่รอให้แม่เด็กน้อยได้ถามใดใด ส่วนวิญญาณเทพกระบี่น้อยก็กอดแม่แน่นไม่ยอมปล่อย กลัวว่าจะจากแม่ไปอีก
สภาพสมองถูกทำลายจากอุบัติเหตุ ทำให้ไม่สามารถฟื้นคืนมาเป็นปกติ ดูจากอาการแล้วนอนแบบนี้มาเกือบเดือน ดีที่แม่ดูแลดีมาก ไม่มีแผลกดทับ ขาแขนยังเป็นปกติ หัวใจ ปอด ระบบหายใจเป็นปกติ เทียนเลยใช้พลังเทพบริสุทธิ์รักษาสมอง แล้วปล่อยปราณบริสุทธิ์ กระตุ้นเลือดลมไหลเข้าสู่สมองที่เพิ่งจะฟื้นฟู พอเลือดเข้าไปหล่อเลี้ยงสมอง วิญญาณเทพกระบี่น้อยก็ถูกดูดเข้าร่างตัวเอง เด็กน้อยลืมตาขึ้นมา เห็นหน้าแม่ แล้วเอ่ยออกมาทันที
“ แม่”
“ ลูกแม่” เสียงสะอื้นร้องไห้ดีใจทั้งแม่และลูกไม่สนเทียนที่ได้ยืนมองด้วยรอยยิ้ม
“ ลาก่อน เทพกระบี่น้อย” เทียนเอ่ยออกมาเบาๆ แล้วก็หายวับจากมา
เทียนรีบกลับมาดูที่สำนักอักษรสวรรค์ เพราะให้ สี่คนนั่งเฝ้าดูภาพเซียน ทั้งเก้าภาพ พอเทียนมาถึง ทั้งสี่คนยังดูภาพเซียน ไม่ขยับไปไหน สงสัยจะเป็นอย่างที่อาจารย์บอกว่า ต้องใช้เวลาหลายปีถึงจะตีความได้หมด เทียนกำลังจะเข้าไปในเจดีย์แต่มีสัญญาณของอาจารย์เจียงมู่ฉินเรียกหา เทียนจึงเข้าไปในสำนักเซียนทันที
“ อาจารย์”
“ เจ้ามาแล้ว เจ้ามีพลังเซียนระดับฟ้าแล้ว ได้เวลาที่จะไปอยู่แดนสวรรค์เสียที”
“ แดนสวรรค์หรือ”
“ หลายพันปีที่ผ่านมา แดนสวรรค์ แบ่งเป็น 6 เขต มีเทียนจุน 6 คนคอยช่วยดูแล เพราะแดนสวรรค์มีบุตรหลาน ชาวสวรรค์กำเนิดแต่ละปีเป็นจำนวนมาก ปัจจุบันมีชาวสวรรค์มากกว่า แสนคน แต่ก็ยังมีสภาสวรรค์บริหารงาน มีเง็กเซียนฮ่องเต้องค์ที่ 18 เป็นประมุขจ้าวสวรรค์ ข้าจะพาเจ้าไปศึกษาที่เขตของ ท่านหลี่ตงปิน เทียนจุน”
“ แล้วข้าต้องไปเรียนวิชาอะไรที่บนแดนสวรรค์”
“ ที่บนแดนสวรรค์ เจ้ามีโอกาสได้เป็นเทียนจุน มากว่าที่อื่น”
เทียนขอเวลาสร้างร่างแปลงทิ้งไว้ที่ สำนักอักษรสวรรค์ เพื่ออบรมสั่งสอนลูกศิษย์หนิงซวน และอีกสามคน ส่วนที่สำนักเซียนไม่ต้องแล้ว จากนั้นก็เดินทางมุ่งสู่แดนสวรรค์
“ บนแดนสวรรค์อีก ห้าเขต เป็นเขตของ จ้าวกวง เทียนจุน อูเม่ย เทียนจุน หงอู่ เทียนจุน เกาจู่เที่ยนจุน และ ฉินซื่อ เทียนจุน ที่ผ่านมาทั้งห้าเขตไม่ค่อยยุ่งเกี่ยวกัน แต่หาวมีเรื่องสำคัญที่ เง็กเซียนเรียก พวกเขาจะมาให้คำปรึกษาทันที
เจ้าจำไว้ บนแดนสวรรค์ แต่ละเขตล้วนมีของวิเศษแต่ละที่ไม่เหมือนกัน สามารถช่วยทำให้เจ้าบำเพ็ญตบะได้สูงเร็วขึ้น แต่พอเจ้า ผ่านไประดับจ้าวสวรรค์จะขึ้นเทียนจุน จะหาของวิเศษหรือ ตัวช่วยนั้นยาก มีแต่ต้องได้รับคำชี้แนะ จากท่านเทียนจุนเอาไว้ถึงเวลาเจ้าก็จะรู้เอง”
เทียนกับอาจารย์มาถึงเขตแดนสวรรค์ เทียนมองบ้านเรือนผู้คนล้วนสวยงามอาจเป็นเพราะสร้างด้วยเวทย์มนต์ ถึงได้ดูอลังการงานสร้างนัก ผู้คนก็เหมือนมนุษย์ทุกปกติทุกอย่าง แต่ละคนก็ขี่เมฆลอยไปลอยมา เทียนมาถึงภูเขาแห่งหนึ่งมีเจดีย์สูงเสียดฟ้า มีอารามใหญ่เล็กมากมาย แต่ละที่สร้างได้เป็นระเบียบสวยงาม
เทียนมาถึงหน้าอารามแห่งนี้ มีป้ายชื่อ ว่าอารามเมฆามรกต มีนักพรตแต่งชุดเขียวเดินกันเต็มไปหมด พอเทียนมาถึง ก็มีนักพรตคนหนึ่งรอต้อนรับอยู่
“ ท่านเจียงมู่ฉิน ไม่ได้เจอกันนาน”
“ ท่านนักพรตเฟิงเสียน ท่านก็ยังดูไม่เปลี่ยน อาเทียน มาคำนับท่านนักพรตเฟิงเสียน ผู้ดูแลที่อารามเมฆามรกตแห่งนี้”เทียนคำนับตามมารยาททันที
“ อืม ไม่เลวเด็กหนุ่มจากมนุษย์สามารถฝึกตนได้ถึงระดับเซียนฟ้าแล้ว หายากจริงๆ เวลานี้ท่านเจ้าอารามนั่งเข้าญาณยังไม่ออกจากสมาธิ ท่านเจ้าอารามบอกข้าแล้ว ท่านไม่ต้องห่วง ปล่อยเขาไว้ที่นี่ ข้าจะเป็นคนดูแลเขาเอง”
“ ขอบคุณ ข้าฝากเขาด้วย อาเทียนเชื่อฟังคำสั่งของท่านนักพรตให้ดี อย่าเหลวไหลนะ” อาจารย์กล่าวเสร็จก็หายวับไป
“ หลี่เทียน ที่นี่คือารามเมฆามรกต มีเหล่าเซียนมาฝึกตนที่นี่ตั้งแต่ระดับจักรพรรดิถึงระดับจ้าวสวรรค์ เกือบ 700 คนดังนั้นเมื่อมาอยู่ร่วมกันก็ต้องมีกฏ มีระเบียบไว้ เพื่อให้อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข สามารถบำเพ็ญเพียรบรรลุการเป็นเซียนขั้นสูงต่อไป เฉินคุณ เจ้าพาศิษย์ใหม่หลี่เทียนไปหาที่พัก บอกกฏของอารามของเราให้รู้ด้วย ไปได้” นักพรตเฟิงเสียนสั่งเฉินคุณ ที่เป็นเซียนฟ้า ระดับ 70 แล้ว เป็นคนแนะนำเทียน
“ ศิษย์ใหม่ของที่นี่จะพักอยู่รวมกันใน เจดีย์ 88 ชั้นแห่งนี้ เจ้าเด็กใหม่อยู่ที่ชั้นสอง ที่แห่งนี้มีการฝึกบำเพ็ญต่างกัน บางคนฝึกนั่งสมาธิเพื่อฝึกตน บางคนใช้ฝึกยุทธเป็นการฝึกตน บางคนใช้กระบี่ แต่ทั้งหมด ล้วนแต่เพื่อฝึกตนให้บรรลุขั้นเซียนที่สูงขึ้น โดยแต่ละที่เจ้าสามารถเลือกเรียนได้ แต่ว่าสามเดือนแรก เจ้าต้องไปฝึกกระบี่ นั่งสมาธิ และ ฝึกฝ่ามือ ก่อนเพื่อปรับสภาพว่าเจ้าหมาะที่จะบำเพ็ญแบบไหน ส่วนมีสถานที่ต้องห้ามของสำนัก อยู่หลังเขา ห้ามเข้าไป เพราะที่นั่น
เจ้าอารามใช้เป็นที่บำเพ็ญตบะส่วนตัว และ ยังอีกที่หนึ่งคือ บ่อเซียนมรกตที่นั่น ก่อนจะเข้าต้องได้รับอนุญาตจากท่านผู้ดูแลเสียก่อน ทุกเดือนศิษย์ทุกคนจะสามารถเข้าไปแช่บ่อเซียนมรกต ได้แค่วันเดียวเท่านั้น นี่คือหยกมีรายละเอียดของกฏของอารามทั้งหมด เจ้าไปศึกษาดู ในนั้นมีแผนที่อาราม แล้วยังเป็นป้ายประจำตัวของเจ้า ต่อไปเจ้าก็สวมใส่ชุดที่อยู่ในหยกอันนี้ด้วย พรุ่งนี้เช้า เจ้ามาฝึกกระบี่ที่ลานฝึกก่อนเป็นอันดับแรก พรุ่งนี้เจอกัน” เฉินคุณส่งเทียนแค่เจดียที่พักไม่ได้ขึ้นไปส่งที่ชั้นสอง
“ ขอบคุณศิษย์พี่” เทียนขึ้นไปชั้นสองของเจดีย์ที่พัก พบว่า มีห้องโถงใหญ่
เป็นห้องนอนรวมกัน สามสิบเตียง พบเดินเข้าไปก็พบว่ามีคนนั่งประจำเตียงกันเกือบหมด มีเตียงว่างอยู่ไม่กี่เตียง เทียนไปกำลังจะไปนั่งก็มีเสียงดังขึ้นมาว่า
“ ศิษย์น้องใหม่ที่นี่มีธรรมเนียมปฏิบัติ ศิษย์คนใหม่เข้ามา ต้องแจกคะแนนความดีของเจ้าให้กับ หัวหน้าที่นี่ สองพัน แล้วเจ้าก็อยู่ได้อย่างสบายใจ” มีเซียนระดับจักรพรรดิ กับ ระดับฟ้าชั้นต้น เดินมาล้อมเทียนเอาไว้ สิบคน
“ คะแนนความดี อยู่ที่ไหนล่ะ”
“ อยู่ในหยกนั่นไง เจ้าเป็นศิษย์ใหม่จะได้มา สองพันคะแนน เอาออกมามอบให้พวกเราเสียดีดี”
“ คะแนนความดี เอาไปทำอะไรได้”
“ ก็เอาไปสะสมเพื่อขึ้นไปอยู่เจดีย์ชั้นบน แล้วใช้เข้าบ่อเซียนมรกตด้วยยังไง”
คนที่มารุมล้อมบอกกับเทียน
“ อ้อ แล้วถ้าข้าให้ไป ข้าก็เข้าบ่อมรกตไม่ได้น่ะซิ”
“ เดือนแรกเจ้าเข้าใช้ไดฟรี เดือนต่อไปเจ้าถึงต้องใช้คะแนนเพื่อเข้าไป ส่วนคะแนนความดี เจ้าก็ไปลงทะเบียนทำงานในอาราม แล้วเดือนหน้าก็จะได้คะแนนขึ้นมาใหม่เอง”
“ ถ้าเช่นนั้น ข้าว่าพวกเจ้าทั้งสิบ ก็ทำตามที่พวกเจ้าพูด เอาคะแนนของพวกเจ้าทั้งสิบคนมาให้ข้าเดี๋ยวนี้เลย” เทียนสั่งออกไป ทั้งสิบคนมองหน้ากันหัวเราะดังลั่น ตูม ๆ ๆ สามคนที่หัวเราะ ถูกหมัดของเทียนต่อยพร้อมกันทีเดียว ไม่ได้ทันตั้งตัวลงไปนอนกับพื้น ที่เหลืออีก 7 คนตั้งหลักได้ ก็รุมเข้าโจมตีเทียน เทียนเตะตวัดกลับหลังฟาดเข้าใบหน้าพร้อมกันทีเดียว 7 คน ล้มไปกับพื้น เทียนใช้เวทย์สายฟ้าคุมขัง ทั้งสิบคนเอาไว้ แล้วปล่อยให้สายฟ้าฟาดใส่ ทุกๆ หนึ่งนาที
ไม่นานทั้งสิบก็ร้องครวญครางขอยอมแพ้ มอบคะแนนความดีให้เทียนคนละ 2พันคะแนน แล้วก็ไม่กล้ายุ่งกับเทียนอีกเลย เทียนได้แต่ส่ายหัว แล้วสร้างยันต์ป้องกันไว้ที่เตียง จากนั้นก็เข้าไปในเจดีย์เพื่อ หาไท่ซี คืนนั้นเทียนนอนในเจดีย์กับไท่ซี ตื่นเช้ามาเทียนรู้สึกว่าไท่ซีขึ้นมานอนทับบนตัวเทียนแล้วกอดแน่นไม่ยอมปล่อย
เทียนเลยยังไม่ลุกปล่อยไปแบบนี้สักพักค่อยปลุก ไท่ซี มาดื่มนมตอนเช้า ส่วนเทียนกินแอปเปิ้ลสีทอง ที่นำมาจากเกาะว่านไห่เซียน ที่เวลานี้เริ่มออกผลแล้ว
“ ท่านพ่อ กินด้วย”
เทียนให้แอบเปิ้ลสีทองให้ไท่ซีกิน ปรากฏว่าไท่ซีชอบกิน เทียนเลยบอกให้พี่เลี้ยงนำมาให้ ไท่ซีกินทุกวัน ส่วนไท่ซีก็นำไปแบ่งให้เสือขาวกินอีกด้วย ถ้าหารไท่ซีกับเสือขาวกินทุกวันไม่กีปีคงผ่านระดับเซียนได้อย่างแน่นอน
เทียนออกมาจากเจดีย์ พอลงมาศิษย์พี่เฉินคุณก็มารอที่ด้านหน้าแล้ว
“ วันนี้ข้าจะพาเจ้าไปฝึกกระบี่ บางทีวิถีกระบี่สามารถทำให้เจ้าบรรลุเซียนขั้นสูงได้เหมือนกัน” ทั้งสองคนมาลานฝึกกระบี่ มีอยู่หลายลาน แต่ละลานมีครูฝึกสอนอยู่ หนึ่งคน เทียนได้ลองฝึกกระบี่ เทียนไม่ฝึก เพราะวิถีกระบี่เซียนที่นี่ ยังด้อยกว่าวิถีกระบี่ที่เทียนฝึกเหมือนคนระดับเลย
“ อาเทียนทำไมเจ้าไม่ฝึก นี่มันเป็นกฏที่เจ้าต้องเรียนรู้ ภายในสามเดือนแรกนะ” ศิษย์พี่เฉินคุนกล่าวเตือน
“ วิถีกระบี่แบบนี้ ระดับต่ำเกินไป ไม่มีผลกับข้าหรอก” เทียนตอบด้วยน้ำเสียงปกติ
แต่ว่าศิษย์พี่เฉินคุน ตกใจที่ได้ยินเทียนพูดเช่นนี้ ครูฝึก ก็คือเหล่าศิษย์พี่ที่สอนหลายคนต่างก็ได้ยินที่เทียนเอ่ยแบบนี้ก็ไม่พอใจ หยุดการสอน มาปรากฏต่อหน้าเทียนพร้อมกันทั้ง 6 สนาม
“ เด็กใหม่เจ้าบอกว่าที่พวกเราฝึก คือวิถีกระบี่ระดับต่ำเกินไปหรือ นี่คือเพลงกระบี่เซียนที่ท่านเทียนจุนคิดค้นขึ้น เจ้ามาดูถูกแบบนี้ ข้าอยากลองวิถีกระบี่ของเจ้าดูสักหน่อยว่าเป็นอย่างไร ” ครูฝึกคนแรกไม่พอใจ ท้าสู้เทียนทันที...