หลังจากเงียบและไม่ได้กล่าวตอบบริกรสาวสวยอยู่นานภานุก็สามารถรวบรวมสติได้ ก่อนที่จะดึงจดหมายสีขาวฉบับหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ มันคือจดหมายของริกที่ฝากถึงเจ้าของของไฟต์คลับที่ตั้งอยู่ในสถานที่แห่งนี้ และเหมือนเป็นใบเบิกทางเพื่อให้ภานุได้ฝึกฝนตัวเองอีกด้วย แม้มันจะยับและดูไม่เรียบร้อย แต่เมื่อภานุยื่นให้บริกรสาวเธอก็ไม่ได้ปฏิเสธที่จะรับมันไว้แต่อย่างใด เธอเพียงมองมาที่ภานุด้วยสีหน้างุนงงเหมือนจะถามกลับเท่านั้น แต่ภานุไม่ได้กล่าวขึ้นมาก่อนว่า
“จดหมายฉบับนี้เป็นของคุณริกที่เป็นทหารหน่วยพิฆาต เขาฝากให้เจ้าของไฟต์คลับน่ะครับ”
สีหน้าของภานุดูจะไม่สู้ดีนักเพราะอย่างไรเขาก็ยังไม่มั่นใจว่าจดหมายฉบับนี้ที่ริกได้มอบมาให้เขานั้นจะใช้ได้หรือเปล่า เพราะท่าทางของริกเท่าที่ภานุได้พบนั้น มันไม่น่าเชื่อเลยว่าเขาจะรู้จักบุคคลผู้มีอำนาจอย่างเจ้าของไฟต์คลับที่ภายในตึกแมคเจนเนียสุดหรูแห่งนี้
“คุณเป็นคนของคุณริก? ”
พนักงานสาวกล่าวถามออกมาด้วยความแปลกใจเล็กน้อย ซึ่งคำถามของเธอนั้นก็ทำให้ภานุถอนหายใจด้วยความโล่งอกเพราะดูจากคำพูดและน้ำเสียงของเธอ เห็นได้ชัดเจนว่าเธอค่อนข้างจะคุ้นเคยกับคุณริก
“ผมไม่ใช่คนของเขาครับ ผมเป็นแค่นักเรียนทหาร คุณริกเขาแค่แนะนำให้ผมมาฝึกที่ไฟต์คลับที่นี่”
“เธอเป็นนักเรียนทหาร!? ”
บริกรสาวยิ่งตกใจขึ้นไปอีก ในตอนที่เธอเดินมาต้อนรับภานุนั้นแม้จะเห็นว่ามันสกปรกและเปื้อนคราบแต่เธอไม่ได้ใส่ใจมากนักเพราะเธอถูกฝึกมาให้ต้อนรับทุกคนที่เข้ามายังที่แห่งนี้อย่างมีมารยาท อย่างไรก็ตามเมื่อเธอลองมองดูชุดแต่งกายของชายหนุ่มเบื้องหน้าเธออีกที เธอก็พบว่าสิ่งที่ชายหนุ่มกล่าวนั้นเป็นเรื่องจริง
ภานุพยักหน้าให้เธอเพื่อยืนยันสิ่งที่เธอสงสัย แม้ว่าเขาจะไม่ใจว่าเหตุใดเธอถึงได้ตกตะลึงแบบนั้น อย่างไรก็ตามสรรพนามที่เธอเรียกเขาว่าคุณได้เปลี่ยนเป็นอย่างอื่นเรียบร้อยแล้ว ซึ่งมันก็ทำให้ภานุรู้สึกดีขึ้นเพราะการถูกเรียกคุณบ่อยๆ มันทำให้เขาอึดอัดเหมือนกัน เพราะเขาไม่เคยถูกเรียกเช่นนี้มาก่อน
“คุณริกนี่จริงๆ เลย ทำไมเขาถึงให้นักเรียนทหารของเธอมาสถานที่แห่งนี้นะ…”
บริกรบ่นด้วยน้ำเสียงเบาๆ อย่างไรก็ตามภานุนั้นไม่ได้อยู่ห่างจากเธอเลยสามารถได้ยินชัดทุกถ้อยคำที่เธอกล่าว
“เธอแน่ใจใช่ไหมว่าต้องการจะทำตามที่คุณริกบอกจริงๆ ? ”
บริกรสาวกล่าวถามออกมาอีกครั้ง คราวนี้สายตาของเธอที่มองภานุนั้นให้ความรู้สึกเหมือนกับสงสารและไม่ต้องการให้เขาไปที่ไฟต์คลับ
“ผมสัญญากับคุณริกเอาไว้แล้ว ผมแค่ต้องการจะแข็งแกร่งขึ้น! ”
ภานุกล่าววาจาออกมาด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและสมกับชายชาตรี ทำให้บริกรสาวสวยรู้สึกประหลาดใจไม่น้อยอย่างไรก็ตามเธอยังคงกล่าวกับภานุต่อว่า
“ถ้าเธอต้องการแบบนั้นจริงๆ ฉันไม่ว่าอะไรหรอก…แต่เธอควรจะรู้เรื่องของไฟต์คลับที่อยู่ที่นี่ให้ดีก่อน ฉันไม่รังเกียจหรอกนะที่จะอธิบายให้นายฟังเผื่อนายจะเปลี่ยนใจ”
“ผมก็ไม่ค่อยรู้จักที่นี่ดีเท่าไหร่ ต้องรบกวนคุณช่วยอธิบายด้วยครับ”
บริกรสาวถอนหายใจลากยาวก่อนที่จะจ้องมองมาที่ภานุพร้อมกับกล่าวอธิบายเกี่ยวกับไฟต์คลับที่อยู่ชั้นใต้ดินของตึกแห่งนี้
“เจ้าของไฟต์คลับก็คือคนเดียวกันกับเจ้าของตึกแห่งนี้นี่แหละ เพียงแต่ว่าธุรกิจแมคโนเลียโดยปกติแล้วที่ผู้คนภายนอกรู้กันมักจะเป็นด้านสีขาว ส่วนไฟต์คลับนั้นเป็นด้านสีดำ มีน้อยคนนักที่จะรู้จักส่วนใหญ่แล้วจะเป็นผู้มีอำนาจไม่ก็คนรวย ชั้นใต้ดินของที่นี่น่ะ ดึงดูดพวกคนประเภทนั้นมาที่นี่เพื่อมาเสพความบันเทิง ซึ่งมีเงินหมุนเวียนไม่ต่ำกว่าหลายล้านเหรียญทองในแต่ละวัน! ”
“ล้านเหรียญทอง! ”
ภานุสะดุ้งเมื่อได้ยินตัวเลขเกี่ยวกับธุรกิจใต้ดินของที่นี่ เงินจำนวนล้านเหรียญทองนั้นมากพอที่จะสามารถใช้สร้างอาณาจักรเล็กๆ เป็นของตัวเองได้
“ไฟต์คลับก็เป็นตามชื่อของมันนั่นแหละ ให้คนสองคนมาสู้กันผู้ชนะก็จะได้รางวัล ส่วนผู้แพ้ก็จะไม่ได้อะไรเลย อย่างไรก็ตามที่นี่นั้นดิบเถื่อนยิ่งกว่า การต่อสู้นั้นมีหลายครั้งที่ถึงตาย ซึ่งมันไม่คุ้มเลยที่คนอายุน้อยและอาจมีอนาคตที่สดใสแบบเธอจะมาฝึกฝนที่นี่ตามคำบอกของตาริกนั่น! ”
บริกรสาวดูเหมือนจะมีจิตใจที่อ่อนโยนเป็นอย่างมากเธอนั้นพยายามที่จะเตือนภานุเพื่อไม่ให้เอาชีวิตไปเสี่ยง อย่างไรก็ตามภานุนั้นก็ไม่ได้แปลกใจกับธุรกิจไฟต์คลับของที่นี่เท่าไหร่นัก เพราะเขาไม่ได้คิดว่าสถานที่แห่งนี้นั้นจะธรรมดาตั้งแต่แรกแล้ว เพราะริกที่เป็นคนของหน่วยพิฆาตได้แนะนำเขามาทั้งที
บริกรสาวสวยเห็นว่าภานุได้เงียบไปและทำท่าเหมือนคิดอะไรบางอย่างเธอก็ยิ้มขึ้น เพราะเธอคิดว่าตัวเธออาจจะกล่อมภานุสำเร็จแล้ว ดังนั้นในจังหวะนี้เธอจึงได้กล่าวเพื่อเติมเชื้อเพลิงต่อ
“จากสถิติแล้วภายในหนึ่งอาทิตย์ ไฟต์คลับแห่งนี้มีนักสู้เข้าร่วมการต่อสู้รวมกันมากกว่าหนึ่งพันครั้ง และยังมีผู้เสียชีวิตมากกว่าร้อยคน! ”
“ร้อยคนนับว่าเยอะจริงๆ”
ภานุกล่าวและพยักหน้าเล็กน้อย อย่างไรก็ตามน้ำเสียงของชายหนุ่มนั้นไม่ได้ดูเหมือนคนที่ตื่นตระหนกแต่อย่างใด เขาได้เตรียมใจเอาไว้แล้ว เนื่องจากริกได้บอกกับเขาว่าการตัดสินใจมายังที่แห่งนี้มันเหมือนกับเขาต้องเดิมพันด้วยชีวิตเพื่อที่จะแข็งแกร่งขึ้น
“เธอยังอยากจะไปฝึกฝนที่ไฟต์คลับอยู่ไหม? มันจะไม่ดีกว่าเหรอถ้าเธอไปฝึกฝนที่โรงเรียนทหารตามปกติ มันไม่มีทั้งความเสี่ยงและอันตรายด้วย”
บริกรสาวกล่าว อย่างไรก็ตามท่าทางของภานุนั้นกลับทำให้เธอแปลกใจเล็กน้อย เพราะชายหนุ่มได้ส่ายหัวเพื่อปฏิเสธความหวังดีของเธอ
“ผมสัญญากับคุณริกแล้ว ผมต้องการจะฝึกที่นี่แม้มันจะอันตรายหรือถึงตายก็ตาม เพราะผมคิดว่าผมสามารถแข็งแกร่งขึ้นได้แน่นอนถ้าผมฝึกที่นี่! ”
>>>>>อีกไม่กี่ตอนเนื้อหาจะมีความยาวเพิ่มขึ้นมากนะครับ