[จบ]Psychokinesis พลังจิตเหนือเทพยุทธ์

202 มุ่งหน้าสู่เขตเมืองหลวง

“ผู้นำนิกายศิษย์ของท่านเมื่อไหร่จะมาถึง”


หนึ่งในอาจารย์ประจำตึกยันต์มองไปยังผู้นำนิกาย เขาอยากรู้ว่าลูกศิษย์ผู้นำนิกายที่เว้นที่ว่างให้ 1 ตำแหน่งหายหน้าไปไหน ทำไมถึงยังไม่เดินทางมาจุดนัดหมายที่พวกเขากำลังจะเดินทาง ตอนนี้อาจารย์ทั้ง 9 ท่านและศิษย์หลักอันดับ 1 - 9 มาถึงกันทั้งหมดแล้ว เหลือเพียงแค่ตงฟางที่ยังไม่ปรากฎตัว อย่างไรก็ตามทุกๆคนที่กำลังถามหาตงฟางต่างมองจ้องไปยังทิศทางหนึ่งหลังจากได้ยินเสียงคนกำลังวิ่งมาทางพวกเขา


“อาจารย์ ข้ามาแล้ว ข้ามาแล้ว~!”


ตงฟางพยายามส่งเสียงร้อง ทว่าการร้องของเขากลับทำให้ทุกคนสงสัย ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ตงฟางปรากฎตัวต่อหน้าคนอื่นๆในสถาบันหลังจากหายไป 3 ปี แต่การปรากฎตัวของเขากลับสวมใส่หน้ากากปกปิดใบหน้าไม่ให้ใครมองเห็นใบหน้าที่แท้จริงของเขา


“แกทำให้ทุกคนรอไอ้เด็กสารเลว”


“อาจารย์ข้าขอโทษ เมื่อครู่ข้าวิ่งไปดูบ้านตัวเองนึกว่าจะมีคนมาซ่อมให้ แต่ยังพังอยู่เหมือนเดิม”


“นี่แกยังจะมาห่วงบ้านอีก เอาล่ะขึ้นไปบนดาบบินได้แล้ว พวกเรากำลังจะออกเดินทางกัน”


“เดี๋ยวก่อนผู้นำนิกาย ศิษย์ของท่านเป็นตงฟางจริงๆหรือไม่ ข้ากลัวว่าเขาจะเป็นคนอื่นใช้สิทธิของตงฟางเข้าร่วม” เหล่าอาจารย์พลางสงสัยคนสวมหน้ากาก


“ให้ตายสิ พวกเจ้านี่ล่ะก็ ข้าไม่ให้คนนอกสวมสิทธิศิษย์สารเลวของข้าได้หรอก เอาล่ะตงฟางเปิดหน้าให้พวกเขาดูหน่อย แกจะสวมใส่หน้ากากไปทำไมกัน”


“ท่านอาจารย์ ข้ามีเหตุผล รับรองว่ามันจะทำให้ข้าเป็นจุดสนใจจนอาจจะถูกเลือกเข้าเรียนในวิหารสักแห่ง”


เหล่าอาจารย์ที่ได้ฟังล้วนอมยิ้ม ทางศิษย์หลักต่างกลั้นขำหลังจากได้ยินคำพูดของตงฟาง การเลือกรับศิษย์ของวิหารหากพวกเขาไม่เห็นความพิเศษจริงๆจะไม่มีใครได้เดินทางไปกับพวกเขาเหล่านั้น แม้ศิษย์หลักหลายคนจะโดดเด่นเมื่ออยู่ในสถาบัน หากไปเจอเข้ากับเหล่าคนที่มาจากวิหารพวกเขาก็เป็นได้เพียงแค่เศษดินเท่านั้นเมื่อต้องมาเจอเข้ากับพลังและความพิเศษที่เหนือกว่า


“งั้นนี่ เพื่อให้การเดินทางของเรารวดเร็วขึ้น”


ตงฟางถอดหน้ากากให้อาจารย์ทุกๆท่านเห็นใบหน้าที่แท้จริง  เหล่าศิษย์สายในที่มารวมตัวกันเพราะอยากเห็นใบหน้าตงฟางว่าการหายไป 3 ปีเขาจะพัฒนามากน้อยแค่ไหนล้วนแล้วยืนตาค้าง กับความสมบูรณ์แบบบนใบหน้าที่ยากจะหาคนในเมืองเปรียบเทียบได้


“เอาล่ะ คงเข้าใจแล้วสินะว่าทำไมข้าถึงต้องปิดหน้า ยิ่งโตข้าก็รู้สึกว่าข้านั้นหล่อ หวังว่าทุกคนจะเข้าใจข้านะ”


ทุกคนที่ได้ยินคำพูดของตงฟางต่างยืนอึ้ง แม้เขาจะหล่อแต่นิสัยแปลกๆของตงฟางยังคงเป็นสิ่งที่ทุกคนพูดถึงและไม่อยากมีใครเข้าใกล้ หากใบหน้าของเขาไปอยู่กับเหล่าคุณชายตระกูลใหญ่ ชายคนนั้นจะเป็นคนที่เพียบพร้อมเป็นอย่างมาก แต่ใบหน้าของตงฟางกลับมาอยู่ในตัวของคนบ้าในสายตาคนสถาบันเฟยเทียน ทำให้ศิษย์ผู้หญิงรู้สึกเสียของไม่น้อย


“อาจารย์ ข้าขึ้นดาบบินแล้วนะ ท่านทำไมไม่ขึ้นมาอีก”


ตงฟางกวักมือเรียกให้ผู้นำนิกายกระโดดขึ้นดาบบิน ได้เวลาแล้วที่พวกเขาจะออกเดินทาง ผู้นำนิกายที่รู้ตัวว่าเขาเองยังไม่ได้ขึ้นไป จึงป่าวประกาศให้ศิษย์มากมายช่วยกันดูแลสถาบัน ก่อนจะบังคับดาบบินให้พุ่งตรงไปยังทิศทางที่เมืองหลวงตั้งอยู่


“ข้าฝากพวกเจ้าดูแลสถาบันแทนข้าด้วย หากใครตามหาตงฟางบอกมันไปเมืองหลวงเลย เพื่อให้สถาบันเราคงอยู่ต่อไป”


เสียงผู้นำนิกายดังก้องลงมาจากท้องฟ้าทำเอาตงฟางหันมองด้วยใบหน้าเหวอ เขาไม่คิดว่าผู้นำนิกายจะรักเขามากจนบอกให้ศิษย์ออกไปประกาศข่าวให้ทุกคนในเมืองรู้ว่าตงฟางเดินทางออกจากสถาบันเฟยเทียนไปแล้ว


“อาจารย์ เรากำลังจะไปที่ไหนกันเหรอ สนามประลองมันจัดขึ้นที่ไหน ใจกลางเมืองหลวงเลยใช่ไหม”


ตงฟางใช้จังหวะที่ทุกคนนั่งนิ่งบนดาบบินคลานเข้าไปหาผู้นำนิกายที่กำลังบังคับดาบบินตรงไปยังเมืองหลวง


“ให้ตายสิ ข้าคิดไว้ไม่มีผิดว่าข้าจะต้องพูดอีกรอบ”


“อาจารย์ บอกข้าเถอะนะเรากำลังจะไปที่ไหน” ตงฟางทำหน้าตาออดอ้อน เหล่าอาจารย์ทั้ง 9 และศิษย์หลักต่างกุมขมับหลังจากพวกเขาเห็นท่าทางของตงฟาง มันไม่ต่างจากผู้นำนิกายของพวกเขาที่ชอบทำอะไรแปลกๆ อย่างเช่นปลอมตัวเป็นขอทานไปเดินเล่นในเมืองหลงไห่


“ก็ได้ข้าจะบอกเจ้าเอง สถานที่เรากำลังจะเดินทางไปคือหนึ่งในพื้นที่ของเมืองหลวง มันถูกเรียกว่าต้นสนแสนปี”


“ชื่อดูน่ากลัวมาก”


“ไม่ใช่แค่ชื่อหรอกนะ ต้นสนแสนปี เป็นต้นไม้ยักษ์อยู่มาแสนปีเหมือนชื่อของมันนั่นแหละ บนยอดของมันนั้นพิเศษเพราะเป็นหน้าตัดมีภูเขาหลายสิบลูกตั้งอยู่ด้านบนนั้น”


“ฮะ” ตงฟางตกใจตื่นหลังจากรู้ว่ามีภูเขาตั้งอยู่บนต้นไม้ เรื่องแบบนี้เขาเคยเห็นเพียงแค่ในนิยาย แม้จะมาจากโลกผู้ใช้พลังจิตเขาก็ยังไม่เคยเห็นสิ่งก่อสร้างที่ยกภูเขาหลายสิบลูกได้


“แล้วด้านบนเป็นยังไงบ้างเหรออาจารย์ หากเราเหยียบแล้วต้นไม้จะสั่นไหวไหม”


“ไม่เลยพื้นดินบนยอดต้นไม้ที่เราเหยียบต่อให้จะเป็นระดับจักรพรรดิวิญญาณปลดปล่อยพลังก็ไม่สามารถทำให้พื้นดินด้านบนถล่มลงมาได้”


“อาจารย์ ข้ามียันต์ระดับ 7 ช่วยเพิ่มความเร็วในการบิน ท่านอยากจะลองใช้งานมันไหม”


“งั้นเอามาลองดู”


ตงฟางค่อยๆคลานไปยังปลายดาบเพื่อส่องดูด้านล่าง เขาอยากรู้ว่าการเดินทางที่ใช้ความเร็วของระดับราชันขั้น 8 ของผู้นำนิกายจะทำให้เขาบินได้รวดเร็วมากแค่ไหน ตอนนี้ความเร็วการบินที่ตงฟางทำได้เทียบเท่ากับระดับราชันวิญญาณขั้น 9 เพียงเท่านั้น หากเขาไม่เพิ่มพลังจิตขึ้นมาเป็นเลเวล 8 ความเร็วของเขาจะช้ากว่าการวิ่งเพราะตอนนี้ร่างกายของเขาพัฒนาเกินพลังจิตไปแล้ว


“ทุกคนจับให้แน่นๆ ข้าจะลองใช้ยันต์เพิ่มความเร็วแล้ว”


บู้ม!


ความเร็วของดาบบินเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวหลังจากยันต์ระดับ 7 แปะลงไปบนดาบ ไม่เพียงแค่ความเร็วที่เพิ่มขึ้นมาเท่านั้นบนใบดาบยังปรากฎม่านพลังป้องกันลมไม่ให้ปะทะกับเหล่าคนที่นั่งอยู่ด้านบนจนทำให้การบินลู่ลมรวดเร็วมากยิ่งขึ้น


—------------------------


“ผู้นำนิกายเรามีเวลาเดินทางกี่วัน”


ตงฟางที่นั่งอยู่บนดาบบินมาหลายวันเขารู้สึกกลัวตัวเองจะพลาดโอกาสต่อสู้ที่จะเกิดขึ้นบนต้นสนแสนปี จึงอยากรู้วันจริงที่ใช้ต่อสู้ กลัวว่าจะบินไปไม่ถึงเพราะตอนนี้ 3 วันแล้วพวกเขายังไม่ถึงเขตของเมืองหลวงเลยสักนิดเดียว


“ไม่ต้องกลัว เรามีเวลาเหลือในการเดินทาง 2 วัน หากเราเดินทางผ่านเข้าไปในเขตเมืองหลวงการเดินทางจะรวดเร็วขึ้น”


“ทำไมถึงรวดเร็วขึ้นล่ะ”


“เดี๋ยวก็รู้เองเมื่อไปถึง เอาล่ะดูนั่น”


“อาจารย์ มันเป็นหมอกอะไร” ตงฟางไม่เคยเห็นหมอกหนาขนาดนี้มาก่อน มองไปทางซ้ายไกลสุดสายตาเขายังคงเห็นหมอก มองไปทางขวาเขาก็ยังเห็นหมอกเช่นเดียวกัน จึงรู้สึกตื่นเต้นและตกใจมากกับการที่พวกเขากำลังมุ่งหน้าเข้าไปในหมอก


“มันเป็นเขตแดนที่ใช้แบ่งเขตของเมืองทั้ง 4 และเมืองหลวงออกจากกัน หากอยากเข้าไปในเขตของเมืองหลวงเราต้องผ่านป้อมปราการทางทิศตะวันตกเข้าไป”


“แล้วถ้าเราบินทะลวงหมอกไปเลยล่ะจะเกิดอะไรขึ้น” ตงฟางมองสูงขึ้นไปถึงก้อนเมฆ เขายังคงไม่สามารถหาจุดสิ้นสุดของกำแพงหมอกตรงหน้าได้


“หลงทาง มันเป็นหมอกที่ทำให้หลงทิศทาง กำเนิดขึ้นมาเองโดยพลังวิญญาณ การจะผ่านหมอกเหล่านี้หากไม่มีเข็มทิศพิเศษก็ไม่สามารถผ่านไปได้ ดังนั้นทางเดียวคือต้องเดินทางไปป้อมปราการเท่านั้น”


“เข็มทิศพิเศษ ที่เมืองหลวงมีขายไหม”


“ไม่ มันไม่ใช่ของที่คิดจะขายก็ขายได้ เข็มทิศพิเศษจะมีเพียงแค่นักเวทย์เท่านั้นที่ใช้งานมันได้”


“เดี๋ยวก่อนนะ งั้นก็หมายความว่ามีเพียงแค่นักเวทย์ใช่ไหมที่เข้าออกหมอกหนานี่ได้”


“ใช่ แต่ก็ต้องพกเข็มทิศมาด้วย แล้วนั่นทำไมถึงไม่ถามเลยล่ะว่านักเวทย์คืออะไร หรือว่าจะไปฟังใครเล่ามาแล้ว”


“อาจารย์ ข้าเคยได้ยินคนเล่ามาแล้ว พวกที่ไล่ล่าจนต้องหนีหัวซุกหัวซุนก็เล่าให้ฟังแล้ว พวกมันบอกว่าหากใครเป็นนักเวทย์ก็จะแข็งแกร่งขึ้นไปอีก”


“อืม เอาล่ะ ข้าจะลงจากท้องฟ้าแล้วทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม”


ดาบบินค่อยๆลดระดับลงไปจากท้องฟ้ามุ่งหน้าไปยังป้อมปราการทิศตะวันตกของเมืองหลวง กระทั่งหยุดนิ่งกลุ่มคนจากสถาบันเฟยเทียนที่อยู่ด้านบนดาบก็ค่อยๆเดินลงมา


“ฟังนะ ต่อจากนี้ไปห้ามอวดเบ่ง จงยิ้มเข้าไว้ ถ้าเราก้าวผ่านป้อมปราการนี้ไปพวกเราก็เปรียบเสมือนเด็กในสายตาของพวกเขา แม้แต่ข้าก็เช่นเดียวกัน”


ทุกคนพยักหน้า เหล่าอาจารย์ที่เดินทางมาหลายครั้งพวกเขาต่างรู้ดีถึงสิ่งที่ผู้นำนิกายเอ่ยออกมา แม้พวกเขาจะเป็นระดับราชาวิญญาณสามารถใช้พลังข่มขู่กันกับสถาบันอื่นได้ กลับกัน การใช้พลังของพวกเขาที่เขตของเมืองหลวงมักจะลงเอยที่ชีวิตเพราะพวกเขาไม่ใช่ผู้แข็งแกร่งอีกต่อไป


“พวกเรามาจากสถาบันเฟยเทียนเมืองหลงไห่ กำลังจะเดินทางไปยังต้นสนแสนปี นี่คือป้ายผ่านทางของพวกข้า”


ผู้นำนิกายนำป้ายหยกขึ้นมาชูด้านหน้าประตูบานใหญ่ยักษ์ปิดสนิทไม่สามารถมองทะลวงเข้าไปดูด้านในได้ กระทั่งเสียงของผู้นำนิกายสงบลงไป ทุกคนต่างยืนนิ่งเพราะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายรับรู้ถึงตัวตนพวกเขาหรือไม่ อย่างไรก็ตามประตูบานใหญ่ตรงหน้าก็เริ่มส่งเสียงบางอย่างให้รู้ว่ามันกำลังเปิดกลไกเพื่อให้คนที่อยู่ด้านหน้าผ่านเข้ามา


ตึง~!


“ไปกันเถอะ”


ผู้นำนิกายเดินนำไปข้างหน้า ตามมาด้วยอาจารย์และศิษย์หลักที่จะนำไปเข้าร่วมการแข่งขัน ตงฟางที่มองผ่านประตูเข้าไปเจออุโมงสีดำทอดยาวไปไกลหลายกิโลเมตรจนเห็นแสงลิบหรี่ที่ปลายอุโมงนั้น เขาก็สามารถวัดขนาดความกว้างของหมอกด้านนอกได้ว่ามันหนาเป็นกิโลเมตร กระทั่งพวกเขาใช้ความเร็วพุ่งตัวมาจนถึงปลายทางเดินก็พบเข้ากับต้นไม้ขนาดใหญ่หลายพันต้นตั้งอยู่เบื้องหน้า


ฟู่ว~!


สิ่งแรกที่ทำให้ตกฟางตกใจคือขนาดของภูเขาและต้นไม้ต่างจากคนอื่นที่ตกใจกับพลังวิญญาณรอบๆที่สัมผัสได้ เนื่องจากมันเข้มข้นไม่ต่างจากบนยอดเขาที่เหล่าอาจารย์พักอาศัยเลยทั้งๆที่พวกเขาพึ่งก้าวเข้าสู่เขตเมืองหลวงที่เรียกได้ว่าเป็นชายแดน


“อาจารย์หากศิษย์สถาบันเฟยเทียมมาบ่มเพาะที่นี่คงสามารถเลื่อนระดับได้เร็วมากๆ”


“ใช่ แต่ใครจะบ้ามาเสี่ยงที่นี่กัน การที่พื้นที่แห่งนี้เต็มไปด้วยพลังวิญญาณหนาแน่น มันกลับแลกมาด้วยความอันตรายที่น่ากลัว เอาล่ะขึ้นดาบบินเราจำเป็นต้องเดินทางอีกครึ่งวันเพื่อไปให้ถึงค่ายกลเคลื่อนย้ายที่จะส่งเราไปยังต้นสนแสนปี”


เหล่าอาจารย์และศิษย์หลักกระโดดขึ้นไปบนดาบบินเพื่อเดินทางต่อไป ตงฟางที่สัมผัสได้ถึงสิ่งมีชีวิตรอบๆเขาต่างก็ตกใจเพราะสัตว์อสูรระดับ 6 สุดแสนจะหายากในเมืองหลงไห่หรือจะเป็นเมืองไหนก็ตาม กลับมีเต็มไปหมด ไม่ว่าจะมองไปยังทิศเหนือหรือใต้ ล้วนเต็มไปด้วยสัตว์อสูรระดับ 6 และ 7 อาศัยอยู่เป็นกลุ่มสุดแสนจะน่ากลัว





คล้ายกับเรื่อง[จบ]Psychokinesis พลังจิตเหนือเทพยุทธ์ ที่คุณอ่าน

สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

นิยาย แฟนตาซี
9.93M 1273
(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

นิยาย เกมออนไลน์
603K 912
ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

นิยาย แฟนตาซี
161K 179
[จบ] บันทึกตำนานราชันอหังการ

[จบ] บันทึกตำนานราชันอหังการ

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
2.22M 3696
พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย เกมออนไลน์
479K 1734
[อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

[อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
231K 405
ความโกรธแค้นของชูร่า

ความโกรธแค้นของชูร่า

นิยาย เกมออนไลน์
2.39M 852
กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

นิยาย แฟนตาซี
312K 292
ประชา : 2090 (จบแล้ว)

ประชา : 2090 (จบแล้ว)

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
18K 258
เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
1.87M 2430