อภินิหารมารฟ้า

    ตอนที่ 13 พรรคดินแดนมารฟ้า

    หลังจากรักษาตัวจนหายดีแล้ว เทียนฟางก็เริ่มออกสำรวจที่ที่เขาอยู่ทั่วบริเวณเทือกเขา


    หลังจากเหตุการณ์ในครั้งนั้นไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด พลังลมปราณของเขาก็เลื่อนระดับมาอยู่ในระดับที่ 4 ของขอบเขตก่อกายาแล้วเช่นกัน


    หลังจากได้ออกสำรวจมาหลายวัน เทียนฟางรู้สึกชื่นชอบที่แห่งนี้เป็นอย่างมากนับตั้งแต่ออกจากสำนักยุทธมาแดนเหนือมาอยู่ในป่าอสูรทมิฬ บัดนี้เวลาก็ล่วงเลยมา 6 เดือนเต็มแล้วร่างกายของเทียนฟางบัดนี้ต่างเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อดูไม่คล้ายกับเด็กอายุ 10 ปีเลย


    "นายน้อยหากห่างออกไปไกลกว่านี้จะกลับไม่ทันท่านทิวรั่วซานกลับมานะขอรับ" เยี่ยซุนกล่าวเตือนเมื่อเห็นว่าเทียนฟางกำลังออกห่างจนไกลเกินไป เป็นเทียนฟางกล่าวต่อเยี่ยซุนว่าให้เราเขาว่านายน้อยแทนคำประมุขน้อยที่ฟังดูประหลาดทั้งยังขัดใจเขาหูชอบกล


    "วันนี้แล้วสินะ...ดีเหมือนกันข้ามีเรื่องที่ต้องไถ่ถามทิวรั่วซานอยู่ไม่น้อยเหมือนกันเช่นนั้นเรากลับกันก่อนดีกว่า" ว่าแล้วเทียนฟางและเยี่ยซุนจึงรีบเดินทางกลับไปยังที่พักของพวกเขา


    เมื่อกลับไปถึงก็พบว่าทิวรั่วซานได้มารออยู่ก่อนแล้ว


    "คารวะท่านประมุขน้อย" ทิวรั่วซานป้องมือคารวะเมื่อเห็นว่าเทียนฟางกลับมาถึง


    "เดินทางมาเหนื่อยๆเข้าไปพักข้างในก่อนเถอะ ข้ามีเรื่องอยากถามเจ้าอยู่ไม่น้อย"


    จากนั้นเทียนฟางจึงเดินนำคนทั้งสองเข้าไปข้างใน ในห้องพักของพวกเขามีขนาดไม่กว้างนักฟงหยานทำหน้าที่ดูแลความสะอาดและจัดการทุกอย่างภายในที่พัก


    ที่พักของพวกเขาเป็นถ้ำที่ซ่อนอยู่ในหุบเขาภายในมีลักษณะเป็นคูหาเล็กๆ หลายคูหา พวกเขาดัดแปลงพวกมันให้กลายเป็นที่เก็บเสบียงบ้าง บางห้องใช้เป็นที่เก็บอาวุธรวมถึงเครื่องใช้จำเป็นอื่นๆ เพิ่มเติมคือเทียนฟางพบเจอห้องที่มีขนาดใหญ่กว่าห้องอื่นอยู่ภายในสุดเขาจึงขอให้ฟงหยานช่วยขุดบ่อขึ้นมาเพื่อทำเป็นบ่อโลหิต ตอนนี้ห้องแห่งนี้คือพื้นที่ส่วนตัวของเทียนฟาง


    เมื่อมาถึงข้างในพวกเขาพากันนั่งลงบนเก้าอี้ที่ทำจากไม้อย่างง่ายๆ ก่อนจะเริ่มพูดคุยกัน


    "เจ้าพอจะบอกข้าได้หรือไม่ว่าเหตุใดจึงเรียกข้าว่าประมุขน้อย" เทียนฟางเริ่มต้นเป็นฝ่ายถามขึ้นมาก่อน เนื่องจากมันเป็นคำถามที่ค้างคาใจเขามานาน ก่อนหน้านี้เขาเคยถามฟงหยานและเยี่ยซุนไปก่อนแล้ว แต่ยังไม่ได้คำตอบอะไรเขาจึงรอที่จะถามคำถามนี้กับทิวรั่วซาน


    "เรียนท่านประมุขน้อย เรื่องนี้มีความซับซ้อนอยู่บ้างหากข้าคาดเดาไม่ผิด เพลงกระบี่ที่ท่านใช้แท้จริงแล้วคือเพลงกระบี่โลหิตสังหารใช่หรือไม่? " เทียนฟางพยักหน้ายอมรับ ฝ่ายทิวรั่วซานเมื่อได้รับการยืนยันดังนั้นจึงเริ่มพูดต่อว่า


    "เพลงกระบี่โลหิตสังหารเป็นเพลงกระบี่ที่จะสืบทอดเพียงผู้ที่มีคุณสมบัติเป็นประมุขพรรคดินแดนมารฟ้าเท่านั้น ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดหลังจากสงครามสวรรค์เมื่อ 10000 ปีก่อน เพลงกระบี่นี้ค่อยๆ หายสาบสูญไป แต่ยังมีหลงเหลือให้เห็นอยู่บ้างแต่ว่าก็เป็นเพียงเพลงกระบี่โลหิตสังหารที่ถูกดัดแปลงแล้วเท่านั้น เดิมทีข้าก็ไม่แน่ใจนักเมื่อเห็นท่านใช้เพลงกระบี่ดังกล่าวแต่เมื่อท่านใช้เพลงกระบี่ครั้งล่าสุด กลิ่นอายและพลังของเพลงกระบี่เหมือนกับเพลงกระบี่ที่ท่านประมุขคนก่อนใช้ไม่มีผิดหากแต่จะแตกต่างกันบ้างที่กลิ่นอายของพลังของกระบวนท่ากระบี่ที่ท่านใช้การดูเก่าแก่โบราณมากกว่าเมื่อเทียบกัน"


    ในอดีตเพลงกระบี่โลหิตสังหารนั้นได้หายสาบสูญไป ประมุขพรรคดินแดนมารฟ้า จึงคิดค้นเพลงกระบี่ขึ้นมาใหม่โดยดัดแปลงจากเพลงกระบี่ชุดเดิมเรียกว่าเพลงกระบี่โลหิต จึงกล่าวได้ว่าเพลงกระบี่นี้ แม้ไม่สาบสูญแต่ก็มิใช่ของจริงแท้


    เทียนฟางตกตะลึงเป็นอย่างมากนี่มันเรื่องบ้าบออะไรกัน ประมุขพรรคมารอะไรกันเขาเป็นเพียงชาวเมืองของหุบเขาอสูรทมิฬเท่านั้น เป็นผู้ฝึกยุทธที่อยู่ในระดับต่ำสุด พลังฝีมือแม้พอถูไถในพื้นที่ห่างไกลเช่นนี้ แต่หลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวภายนอกจากเยี่ยซุนและฟงหยานในหลายวันมานี้เขาก็ได้รับรู้ว่าพลังของเขานั้นเล็กจ้อยนัก วันนี้กลับกลายเป็นประมุขพรรคมาร ต่อให้เอาเขาคุนหลุนเอาวางไว้บนนิ้วก้อยยังดูจะเป็นไปได้มากกว่า


    "เรียนท่านประมุขหากข้าคาดเดาไม่ผิด แผ่นหลังของท่านบัดนี้ 'ตราประทับโลหิต' คงเริ่มก่อตัวแล้ว ขออภัยท่านประมุขน้อย ท่านสามารถเปิดเผยตราประทับโลหิตนั้นได้หรือไม่? "


    ทิวรั่วซานนั้นแท้จริงแล้วแม้จะคุ้นเคยกับเพลงกระบี่โลหิตที่เทียนฟางใช้และมั่นใจว่าเป็นของจริง แต่ก็ยังต้องการยืนยันให้แน่ใจอยู่หลายส่วน ทั้งนี้ก็เพื่อในอนาคตยังมีอีกหลายสิ่งที่เขาต้องทำหากมันเป็นความจริงดั่งที่เขาคิด กลุ่มของเขาและเทียนฟางยังอ่อนแอเป็นอย่างมากเมื่อเทียบกับสิ่งที่เทียนฟางจะต้องเผชิญในอนาคต


    เทียนฟางพอได้ยินดังนั้นจึงค่อยๆ ถอดเสื้อออก ตัวของเขาเองก็ต้องการรู้เช่นกันว่าสิ่งที่ทิวรั่วซานพูดนั้น เป็นความจริงหรือไม่ เมื่อเทียนฟางหันกลับไปมอง ผ่านกระจกที่เยี่ยซุนนำมาก่อนหน้านี้


    ทุกสายตาจึงตกอยู่ในอาการตกตะลึงกับสิ่งที่ปรากฏต่อสายตา

    คล้ายกับเรื่องอภินิหารมารฟ้า ที่คุณอ่าน