ความรู้สึกตื่นตะลึงและปิติยินดีอย่างท่วมท้นทำให้เยว่ซินยืนนิ่งอยู่กลางถ้ำมิติแห่งใหม่ของเธอเป็เวลานาน ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้นรวดเร็วและยิ่งใหญ่เกินกว่าที่เด็กสาวอายุสิบสี่ปีจะประมวลผลได้ในทันที จากถ้ำลับที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่านน้ำตก บัดนี้มันได้กลายเป็ "แดนสุขาวดี" ส่วนตัวที่ตัดขาดจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง
เมื่อความรู้สึกตื่นเต้นเริ่มสงบลง ความอยากรู้อยากเห็นก็ตามเข้ามาแทนที่
สิ่งแรกที่เธอทำคือการสำรวจ "บ้าน" หลังใหม่ของเธออย่างละเอียด เยว่ซินเดินไปตามผนังถ้ำอย่างช้าๆ ใช้มือัักับพื้นผิวที่เย็นเยียบของมัน เธอรู้สึกได้ถึงความเชื่อมโยงที่แปลกประหลาด ราวกับว่าถ้ำแห่งนี้ไม่ได้เป็เพียงก้อนหินที่ไร้ชีวิตอีกต่อไป แต่เป็ส่วนหนึ่งของตัวเธอที่สามารถรับรู้ได้ถึงการมีอยู่ของเธอ เธอลองเดินไปจนสุดเขตแดนของถ้ำ มันไม่มีกำแพงที่มองไม่เห็น แต่เป็ความรู้สึกของ "จุดสิ้นสุด" ของพื้นที่มิติ ที่ซึ่งเชื่อมต่อกับความว่างเปล่าอันไกลโพ้น
จากนั้นเธอก็เดินไปยังหัวใจของดินแดนแห่งนี้ น้ำตกิญญา
เธอยืนอยู่เบื้องหน้าสายน้ำที่ไหลทะลักลงมาจากเพดานถ้ำที่ไม่รู้ที่มา ละอองน้ำที่เย็นสดชื่นและเปี่ยมไปด้วยพลังิญญาบริสุทธิ์สาดกระเซ็นมาโดนใบหน้าของเธอ ทำให้ความเหนื่อยล้าทั้งทางร่างกายและจิตใจจางหายไปในทันที เธอค่อยๆ ยื่นมือเข้าไปรองรับสายน้ำ มันให้ความรู้สึกเย็นสบายและบริสุทธิ์อย่างยิ่งยวด
เยว่ซินลองวักน้ำขึ้นมาดื่ม
ทันทีที่น้ำิญญาไหลผ่านลำคอลงไป พลังงานอันอบอุ่นและอ่อนโยนก็แผ่ซ่านไปทั่วร่างกายของเธออย่างรวดเร็ว พลังิญญาในทะเลิญญาของเธอที่เคยพร่องไปจากการทำพันธสัญญาและการทดลองพลังใหม่ๆ บัดนี้กลับถูกเติมเต็มขึ้นมาในอัตราที่น่าใ!
"นี่มัน " เธออุทานออกมาเบาๆ น้ำจากบ่อน้ำทิพย์เดิมนั้นทำได้เพียงแค่ช่วยให้สดชื่น แต่สายน้ำจากน้ำตกิญญาแห่งนี้ มันสามารถฟื้นฟูพลังิญญาได้โดยตรง!
ด้วยแหล่งพลังงานเช่นนี้ ความเร็วในการบำเพ็ญเพียรของเธอจะเพิ่มสูงขึ้นไปอีกระดับอย่างแน่นอน!
เธอเดินลึกเข้าไปในถ้ำชั้นในสุด ที่ตั้งของแท่นหินที่เคยมีกระจกเงาสีดำทมิฬวางอยู่ บัดนี้มันว่างเปล่า กระจกเงาบานนั้นได้หายไปแล้ว แต่เยว่ซินกลับรู้สึกถึง "ตัวตน" ของมันได้ชัดเจนยิ่งขึ้น มันไม่ได้หายไปไหน แต่ได้หลอมรวมเข้าเป็หนึ่งเดียวกับมิติแห่งนี้แล้ว
บ่มเพาะพื้นที่แห่งนี้ แล้วมันจะบ่มเพาะเ้ากลับคืน
เสียงกระซิบที่คุ้นเคยของจิติญญาแห่งถ้ำมิติดังขึ้นในจิตใจของเธอเป็ครั้งสุดท้าย แ่เบาราวกับสายลม ก่อนจะเงียบหายไป ทิ้งไว้เพียงความเข้าใจและความรู้สึกขอบคุณอย่างสุดซึ้ง เยว่ซินโค้งคำนับให้กับแท่นหินที่ว่างเปล่านั้นอย่างนอบน้อม
ก่อนจะออกจากถ้ำมิติเป็ครั้งแรก เธอก็ไม่ลืมที่จะแวะไปดูสมบัติที่สำคัญที่สุดของเธอ แปลงเพาะปลูกหญ้าจันทรา
และเธอก็ต้องตกตะลึงอีกครั้ง
ต้นอ่อนหญ้าจันทราที่เพิ่งจะหยั่งรากไปเมื่อไม่กี่ชั่วยามก่อน บัดนี้กลับเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วจนมีใบจริงงอกออกมาแล้วถึงสองสามใบ! ดูเหมือนว่าการหลอมรวมถ้ำเข้ากับมิติส่วนตัวของเธอจะทำให้สภาพแวดล้อมทั้งหมดถูกยกระดับขึ้น พลังิญญาที่หนาแน่นขึ้นและน้ำตกิญญาที่เกิดขึ้นใหม่ได้กลายเป็ปุ๋ยทิพย์ชั้นเลิศที่เร่งการเติบโตของพวกมันในอัตราที่น่าสะพรึงกลัว!
ประกายสีเงินยวงบนใบของพวกมันส่องสว่างยิ่งขึ้นราวกับกำลังอาบแสงจันทร์อยู่ตลอดเวลา
เยว่ซินมองภาพตรงหน้าด้วยหัวใจที่พองโต อนาคต อนาคตที่สดใสกำลังรอเธออยู่
การทดสอบที่แท้จริงกำลังจะเริ่มต้นขึ้น
เยว่ซินเปิดประตูมิติกลับมายังโลกภายนอก เธอยังคงโผล่ออกมาที่หลังม่านน้ำตกตามเดิมเพื่อความรอบคอบ ก่อนจะใช้เส้นทางที่ปลอดภัยเดินทางกลับหมู่บ้าน
คืนนั้น คือคืนที่จะเปลี่ยนแปลงกิจวัตรของเธอไปตลอดกาล
หลังจากที่เยว่หลานและอาซานหลับใหลไปแล้ว โลกทั้งใบก็ตกอยู่ในความเงียบสงัด มีเพียงเสียงร้องของแมลงกลางคืนและแสงจันทร์สีเงินที่สาดส่องผ่านรอยแตกของหน้าต่างเข้ามาเท่านั้น
เยว่ซินนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงแข็งๆ ของเธอ หัวใจของเธอเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น นี่คือการทดสอบที่สำคัญที่สุด เธอจะสามารถเปิดประตูมิติจากในห้องนอนของเธอเองได้หรือไม่?
เธอหลับตาลง เพ่งสมาธิทั้งหมดไปที่พื้นที่ว่างข้างๆ เตียงของเธอ จินตนาการถึงการ "ฉีก" เปิดม่านแห่งความเป็จริงออก
มันเป็ความรู้สึกที่แปลกประหลาดและต้องใช้การควบคุมอย่างละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง เธอรู้สึกถึงพลังงานมิติที่ไหลเวียนอยู่ในร่างที่กำลังถูกดึงออกไป มันสิ้นเปลืองพลังิญญามากกว่าที่เธอคิดไว้มาก!
ฟุ่บ
เกิดเสียงที่เบาราวกับเสียงผ้าไหมถูกฉีกขาดขึ้นในความเงียบ!
เยว่ซินลืมตาขึ้น และเธอก็เห็นมัน
รอยแยกมิติสีม่วงครามที่ส่องแสงระยิบระยับราวกับหมู่ดาวกำลังลอยตัวอยู่อย่างเงียบงันกลางอากาศในห้องนอนของเธอ! มันไม่มีเสียง ไม่มีลม มีเพียงการบิดเบี้ยวของพื้นที่ที่มองเห็นได้อย่างชัดเจน เมื่อมองผ่านรอยแยกนั้นเข้าไป เธอเห็นภาพของน้ำตกิญญาที่กำลังไหลรินอยู่ในถ้ำลับของเธอ!
สำเร็จ!
ความรู้สึกยินดีอย่างท่วมท้นแล่นพล่านไปทั่วร่าง เธอก้าวผ่านรอยแยกมิตินั้นเข้าไปอย่างรวดเร็ว และในชั่วพริบตา เธอก็กลับมายืนอยู่ในแดนสุขาวดีส่วนตัวของเธออีกครั้ง!
เธอมองย้อนกลับไปที่รอยแยกมิติ มันยังคงเปิดค้างอยู่ เธอรีบก้าวกลับออกไป แล้วกลับมายืนอยู่ในห้องนอนที่เงียบสงบเหมือนเดิม เธอรวบรวมสมาธิอีกครั้งเพื่อ "ปิด" ประตูมิติ รอยแยกสีม่วงครามค่อยๆ หดเล็กลงแล้วหายวับไปราวกับไม่เคยมีอยู่มาก่อน
เยว่ซินทรุดตัวลงนั่งบนเตียง หอบหายใจเล็กน้อย การเปิดปิดประตูมิติเพียงครั้งเดียวใช้พลังิญญาของเธอไปเกือบหนึ่งในสี่ส่วน แต่นี่คือความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุด!
เธอมีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถเข้าถึงได้จากห้องนอนของตัวเองแล้ว! ความปลอดภัยของเธอถูกยกระดับขึ้นไปสู่จุดสูงสุด!
หลังจากนั้น เธอก็ใช้เวลาอีกพักใหญ่ในการฝึกฝนความสามารถในการเก็บของ เธอฝึกเก็บหมอนเก่าๆ สำเร็จ ฝึกเก็บถ้วยชา สำเร็จ เธอพบว่าการเก็บของชิ้นเล็กๆ นั้นใช้พลังงานน้อยกว่าการเปิดประตูมิติให้ตัวเองผ่านเข้าออกมากนัก เธอค่อยๆ เรียนรู้ที่จะควบคุมขนาดของรอยแยกมิติให้เปิดขึ้นเพียงแค่ชั่วพริบตาและเงียบเชียบที่สุด
คืนนั้น เป็คืนแรกที่เยว่ซินได้ัักับคำว่า "อิสรภาพ" อย่างแท้จริง
กิจวัตรประจำวันของเยว่ซินได้เปลี่ยนแปลงไปอีกครั้ง
ในตอนกลางวัน เธอยังคงเป็เยว่ซินคนเดิม เด็กสาวชาวบ้านผู้ขยันขันแข็งที่คอยดูแลครอบครัวและสวนผักหลังบ้าน แต่ในตอนกลางคืน เมื่อทุกคนหลับใหล เธอก็จะกลายเป็ "เ้าของดินแดนศักดิ์สิทธิ์" ที่เข้าสู่มิติส่วนตัวของเธอเพื่อบำเพ็ญเพียรอย่างหนัก
และในไม่ช้า เธอก็ได้ค้นพบความลับอันน่าอัศจรรย์อีกอย่างหนึ่งของถ้ำมิติแห่งนี้
กาลเวลา
เธอรู้สึกว่ากาลเวลาภายในถ้ำมิติของเธอนั้นเดินช้ากว่าโลกภายนอก! มันไม่ใช่ความแตกต่างที่มากมายนัก แต่เธอััได้อย่างชัดเจนว่า ทุกๆ สามชั่วยามที่เธอใช้เวลาบำเพ็ญเพียรอยู่ในถ้ำ เมื่อเธอกลับออกมายังโลกภายนอก เวลาจะผ่านไปเพียงแค่ประมาณหนึ่งชั่วยามเท่านั้น!
นี่คือวาสนาที่ไม่อาจประเมินค่าได้! มันหมายความว่าเธอมีเวลาในการฝึกฝนมากกว่าคนอื่นถึงสามเท่า!
ด้วยปัจจัยสามอย่างที่ผสมผสานกันอย่างสมบูรณ์แบบ พลังิญญาที่เข้มข้นมหาศาล น้ำตกิญญาที่คอยฟื้นฟูและหล่อเลี้ยงร่างกาย และเวลาที่เดินช้ากว่าปกติ ความเร็วในการบำเพ็ญเพียรของเยว่ซินจึงพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวะโ!
เธอใช้เวลาทุกค่ำคืน (ซึ่งเท่ากับหลายคืนในถ้ำมิติ) ไปกับการนั่งสมาธิอยู่ใต้น้ำตกิญญา ดูดซับพลังงานบริสุทธิ์เข้ามาขัดเกลาทะเลิญญาของเธออย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย หยาดแก้วิญญาทั้งห้าหยดในตันเถียนของเธอค่อยๆ เติบโตขึ้น สุกสว่างขึ้น และหมุนวนเร็วขึ้น
จนกระทั่งคืนหนึ่ง หลังจากที่เวลาในโลกภายนอกผ่านไปได้ประมาณครึ่งเดือน (ซึ่งเท่ากับเวลาเกือบสองเดือนในมิติของเธอ) เธอก็รู้สึกได้ถึงมัน
คอขวด
พลังิญญาในทะเลิญญาของเธออัดแน่นจนถึงขีดสุดแล้ว มันกำลัง้าที่จะทะลวงผ่านไปสู่ระดับต่อไป!
เยว่ซินไม่รอช้า เธอโคจรพลังิญญาทั้งหมดที่เธอมี ผสานเข้ากับพลังงานบริสุทธิ์ที่ดูดซับมาจากน้ำตกิญญา แล้วส่งมันพุ่งเข้ากระแทกกำแพงที่มองไม่เห็นของระดับขั้นที่ห้าอย่างเต็มกำลัง!
ตึง!
ความรู้สึกเหมือนมีบางอย่างสั่นะเือย่างรุนแรงในทะเลิญญา!
ตึง! ตึง!
เธอรวบรวมพลังกระแทกซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่ยอมแพ้ จนกระทั่ง
เปรี๊ยะ!
เสียงราวกับแก้วที่แตกร้าวได้ดังก้องขึ้นในจิตใจของเธอ! กำแพงที่ขวางกั้นได้พังทลายลงแล้ว! พลังิญญาที่อัดแน่นได้ไหลทะลักไปสู่พื้นที่ใหม่ที่กว้างใหญ่กว่าเดิม!
ณ ใจกลางทะเลิญญา หยาดแก้วิญญาหยดที่หกได้ก่อตัวขึ้นอย่างสมบูรณ์!
"ระดับต้น ขั้นที่หก!"
เยว่ซินลืมตาขึ้น ประกายแสงสีเขียวทองสว่างวาบขึ้นในดวงตาของเธอ พลังที่เปี่ยมล้นยิ่งกว่าเดิมไหลเวียนอยู่ทั่วร่าง ความรู้สึกแตกต่างจากการอยู่ที่ระดับห้าอย่างสิ้นเชิง มันไม่ใช่แค่พลังที่มากขึ้น แต่เป็ระดับของการควบคุมและความเข้าใจในพลังิญญาที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น!
ความสำเร็จในการทะลวงระดับพลังทำให้เยว่ซินมีกำลังใจมากขึ้นไปอีก และในที่สุด วันที่เธอรอคอยอีกวันหนึ่งก็มาถึง
ต้นหญ้าจันทราในแปลงเพาะปลูกของเธอได้เติบโตเต็มที่แล้ว!
พวกมันไม่ได้ดูเหมือนหญ้าจันทราธรรมดาทั่วไปอีกต่อไป ลำต้นแต่ละต้นสูงเกือบหนึ่งฉื่อ (ประมาณ 1 ฟุต) ใบของมันมีสีเขียวเข้มราวกับหยกโบราณ และที่สำคัญที่สุดคือ "แก่นิญญาจันทรา" หรือประกายสีเงินยวงบนเส้นใบนั้น ส่องสว่างจ้าจนแทบจะมองไม่เห็นสีเขียวของใบเลย! มันดูราวกับว่าใบไม้แต่ละใบนั้นถูกถักทอขึ้นมาจากแสงจันทร์บริสุทธิ์!
เยว่ซินลงมือเก็บเกี่ยวผลผลิตล้ำค่าของเธออย่างทะนุถนอมและ เคารพบูชาราวกับเป็ของศักดิ์สิทธิ์ นี่คือหยาดเหงื่อ คือความหวัง คืออนาคตของครอบครัวเธอ
หลังจากเก็บเกี่ยวจนเสร็จสิ้นแล้ว เธอได้คัดเลือกเอาต้นหญ้าจันทราที่มีคุณภาพดีที่สุดและส่องสว่างที่สุดออกมาสิบกว่าต้น
เธอจะทำการสกัดแก่นแท้ของมัน เพื่อสร้างโอสถที่จะใช้รักษาแม่ของเธอ!
เธอนั่งลงบนพื้นหินที่สะอาด วางต้นหญ้าจันทราลงตรงหน้า แล้วเริ่มกระบวนการที่เธอได้ฝึกฝนจนชำนาญแล้ว
เธอส่งผ่านพลังิญญาธาตุไม้ที่อ่อนโยนและพลังงานธาตุแสงที่อบอุ่นเข้าไปในต้นหญ้าอย่างพร้อมเพรียงกัน ค่อยๆ เกลี้ยกล่อมให้มันยอมมอบแก่นแท้แห่งชีวิตของตัวเองออกมา
หยดของเหลวสีเงินยวงอมทองเล็กๆ ค่อยๆ กลั่นตัวออกจากปลายใบไม้แล้วหยดลงสู่ชามหยกใบเล็กๆ ที่เธอเตรียมไว้ ติ๋ง ติ๋ง ทีละหยด ทีละหยด แต่ทว่าหยาดแก่นแท้ที่ตกลงไปนั้นไม่ได้แยกจากกัน มันกลับไหลรวมตัวเข้าหากันอย่างช้าๆ ราวกับมีชีวิต
จนกระทั่งต้นหญ้าจันทราทั้งหมดเหี่ยวเฉาลงไป ของเหลวทั้งหมดในชามก็ได้หลอมรวมกันกลายเป็ หยดของเหลวที่สมบูรณ์แบบเพียงหยดเดียว ที่ส่องประกายงดงามราวกับน้ำตาของเทพธิดา
มันคือแก่นแท้ที่ถูกควบแน่นมาจากหญ้าจันทราคุณภาพสูงสุดถึงสิบกว่าต้น! กลิ่นหอมเย็นๆ ที่ บริสุทธิ์และสะอาดสะอ้าน ราวกับกลิ่นของหยาดน้ำค้างบนยอดหญ้าในเช้าตรู่ของฤดูหนาวแผ่กระจายไปทั่วบริเวณ
เยว่ซินมองหยาดโอสถบำรุงในชามด้วยมือที่สั่นเทา โดยปกติแล้ว หญ้าจันทราเป็ที่รู้จักกันดีว่ามีสรรพคุณช่วยบำรุงร่างกายและพลังิญญาอย่างอ่อนโยน แต่สิ่งที่เธอสกัดออกมานี้ มันเข้มข้นและบริสุทธิ์เกินกว่าหญ้าจันทราใดๆ ที่เคยมีมานับร้อยนับพันเท่า!
ความหวังอันแรงกล้าพลันะเิขึ้นในใจของเธอ
บางที บางทีพลังชีวิตที่ควบแน่นและบริสุทธิ์ถึงขีดสุดนี้ อาจจะเพียงพอ เพียงพอที่จะต่อสู้กับโรคร้ายที่ฝังรากลึกอยู่ในร่างกายของท่านแม่ได้ มันอาจจะไม่ใช่ยาวิเศษที่รักษาได้ในทันที แต่มันคือความหวังที่ยิ่งใหญ่และจับต้องได้มากที่สุดเท่าที่เธอเคยมีมาในชีวิต
เธอค่อยๆ บรรจงถ่ายหยาดแก่นแท้จันทราทั้งหมดลงใน ขวดกระเบื้องเคลือบใบเล็ก ที่สะอาดและดีที่สุดที่เธอหาซื้อได้จากในเมืองชิงเฟิง
ในมือของเธอ คือแสงสว่างแห่งความหวังที่แท้จริง คืออนาคตที่สดใสของครอบครัวเธอ ที่เธอได้สร้างขึ้นมาด้วยวาสนา ความพยายาม และพลังที่ไม่เหมือนใครของเธอเอง