บทที่ 109 พวกมันแข็งแกร่งกว่าที่เจ้าคิดมาก!
วงแหวนเลือดส่องสว่าง มันปลดปล่อยออร่าความบ้าคลั่งมหาศาลออกมา ตำแหน่งสายฝนถูกเปิดเผยให้โครงกระดูกยักษ์รับรู้ทันที วงแหวนเลือดได้ใช้พลังที่แท้จริงของมันแล้ว! ด้วยความแข็งแกร่งของวงแหวนโลหิตความสามารถของหน้ากากปลอมแปลงไม่อาจหลอกมันได้ ระดับมันต้องเหนือกว่าระดับสองอย่างแน่นอน
‘ก็ไม่แปลกหรอที่เจ้าจะถูกเปิดเผยตำแหน่ง ผู้ที่สร้างวงแหวนเลือดขึ้นมาไม่ใช่สิ่งมีชีวิตธรรมดา หากมันกับข้าสู้กัน ข้าจะทำได้แค่เสมอกับมันเท่านั้น ไม่สามารถชนะได้ จากที่ข้ากล่าวไป มนุษย์เจ้าคงจะรู้ใช่มั้ยว่าผู้สร้างวงแหวนเลือดนั้นแข็งแกร่งแค่ไหน?’ ผีเสื้อเทพธิดาราตรีส่งเสียงเข้ามาในหัวสายฝนขณะเกาะกำแพงสิ่งก่อสร้าง มองดูเขาจากที่ไม่ไกลมากนัก
“ที่เธอต้องการจะบอกคือผู้สร้างวงแหวนเลือดนั้นแข็งแกร่งพอๆกับเธอใช่มั้ย?” สายฝนกล่าวกับเทพธิดาราตรี ไม่รอคำตอบจากอีกฝ่าย เขาใช้เท้าเตะพื้นส่งตัวไปข้างหน้าด้วยความรวดเร็ว โดนรู้ตำแหน่งแล้ว ไม่จำเป็นต้องซ่อนตัวอีกต่อไป
สายฝนไม่คิดจะเก็บเรี่ยวแรงเอาใว้อีก ถ้ายังเดินเหมือนเดิม โครงกระดูกยักษ์คงตามเขาทันภายในไม่เกินสามนาทีแน่ มันตามทันเมื่อไหร่ชีวิตสายฝนก็จะจบภายในไม่กี่นาที ไม่ว่าเขาจะแข็งแกร่งขนาดไหน สุดท้ายแล้วเขาก็เป็นแค่ระดับหนึ่งธรรมดา ความสามารถเขาไม่พอต่อสู้ข้ามระดับ
แน่นอน หากสายฝนอยู่ในสภาพสมบูรณ์และใช้สุดยอดหลักประกันชีวิต เขาก็อาจจะต่อสู้กับโครงกระดูกยักษ์แล้วชนะได้ น่าเสียดาย ด้วยสภาพสายฝนตอนนี้ แม้มันจะไม่ได้แย่ทว่ามันก็ไม่ได้ดีเช่นกัน การใช้หลักประกันชีวิตตอนนี้ก็เหมือนกับต้องการตายเร็วขึ้น
บางทีนี่อาจเป็นครั้งแรกที่สายฝนตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ สถานการณ์ที่ต้องพึ่งพลังตัวเองอย่างเดียวเพื่อให้รอดชีวิต ไอเทมสุดโกงทั้งหมดที่เขามีเวลานี้ไม่ได้ช่วยให้รอดออกจากที่นี่เลย แถมอาจจะส่งผลให้เขาตายเร็วขึ้นด้วยซํ้า
ตึง! ตึง! ตึง! แต่ละครั้งที่โครงกระดูกยักษ์ก้าวเท้ากระดูกของมัน พื้นทรายจะสั่นสะเทือนอย่างแรงพร้อมกับเกิดเสียงดังสนั่น เสียงมันดังมากจนขนาดสายฝนที่อยู่ไกลจากโครงกระดูกยักษ์มากยังได้ยินชัดเจน สมแล้วที่มันเป็นระดีบสอง
‘แม่ง! ก่อนที่ฉันจะออกจากอาณาเขตวงแหวนเลือด โครงกระดูกยักษ์จะต้องถึงตัวฉันก่อนแน่นอน ถ้าไม่มีวงแหวนเลือด ฉันก็น่าจะสำเร็จแบบทดสอบของราตรีไปแบบง่ายๆแล้ว’ หันไปมองด้ายหลัง สายฝนพบว่าเพียงไม่นานโครงกระดูกก็สามารถลดระยะห่างระหว่างมันกับเขาได้สำเร็จ
‘ถ้าฉันแข็งแกร่งระดับเทพเจ้าเมื่อไหร่ ฉันจะจัดการแกแน่ไอ้ผู้สร้างวงแหวนเลือด!’ สายฝนสัญญาภายในใจด้วยความเคียดแค้น หากแม่งไม่สร้างวงแหวนโลหิตเขาก็คงจะไม่เกือบตายหลายรอบอย่างงี้หรอก โชคดีที่เขามีไอเทมและทักษะสุดโกงหลายอย่างบวกกับเพลงดาบผีเสื้อรัตติกาลจึงรอดชีวิตมาได้จนถึงปัจจุบัน หากเป็นพวกระดับศูนย์จุดห้าตรงหน้ารอยแยกมิติพวกมันคงตายตั้งแต่หนึ่งนาทีแรกไปแล้ว
สายฝนเตะพื้นเรื่อยๆเพื่อส่งตัวไปข้างหน้า เป็นโชคร้าย เวลาสำคัญแบบนี้พลังสายเลือดของเขากลับไม่ทำงาน เพราะมันไม่ทำงานในเวลานี้ สายฝนเลยรู้สึกไม่สบอารมณ์ ‘บ้าจริงๆ! ที่พึ่งสุดท้ายของฉันดันไม่ทำงาน ก่อนหน้านี้ยังทำงานอยู่เลย ตอนนี้แม่งเป็นอะไรวะ?’
สายฝนรู้ดี ไม่ว่าเขาจะไม่สบอารมณ์แค่ไหน มันก็ไม่ได้ช่วยให้พลังสายเลือดทำงาน สายฝนตัดสินใจสงบอารมณ์ตัวเองลงก่อนและพยายามครุ่นคิดหาวิธีการออกจากอาณาเขตวงแหวนโลหิตให้เร็วกว่านี้ คิดไปหนึ่งนาทีก็ยังคิดไม่ออก ขณะนี้สายฝนรู้สึกกดดันมาก คาดว่าอีกหนึ่งนาทีโครงกระดูกยักษ์ก็น่าจะมาถึงเขาสำเร็จ
“ราตรีเธอพอจะแนะนำวิธีออกจากที่นี่ให้เร็วกว่านี้ให้ฉันได้มั้ย?” สายฝนถามผีเสื้อเทพธิดาราตรีโดยไม่ได้คาดหวังคำตอบมากนัก อีกฝ่ายบอกชัดเจนแล้วว่าจะไม่ช่วยเหลือเขาเด็ดขาดต่อให้เขาจะตายก็ตาม เพราะงั้นการได้รับคำตอบจากฝ่ายนั้นมันแทบเป็นไปไม่ได้เลย
ไม่คาดคิดว่าผีเสื้อเทพธิดาราตรีจะตอบกลับ เธอกล่าวกับเขาด้วยนํ้าเสียงสบายๆว่า ‘ง่ายๆ ด้วยความเร็วของเจ้านั้นไม่มีทางออกจากอาณาเขตวงแหวนเลือดได้ก่อนที่โครงกระดูกยักษ์จะตามทันได้อยู่แล้ว ยังไงเจ้าโครงกระดูกยักษ์ก็ต้องตามเจ้าทัน ถ้าไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เจ้าก็แค่เผชิญหน้ากับมัน’ คำกล่าวของผีเสื้อเทพธิดาราตรีสายฝนน่ะไม่เห็นด้วย เขาจะเอาอะไรไปสู้กับโคตรโครงกระดูกตัวสูงเท่าบ้านสองชั้น? ตอนนี้ตัวเขาไม่เหลืออะไรให้ใช้แล้ว!
“เธอจะบ้าเหรอ! ให้ฉันไปเผชิญหน้ากับไอ้บัดซบนั้นแล้วมันจะต่างอะไรกับการหาเรื่องไปตาย เธอก็รู้ว่าฉันเป็นแค่ระดับหนึ่ง และฉันก็ไม่ได้ต่อสู้ข้ามระดับได้เหมือนกับพวกอัจฉริยะด้านการต่อสู้ระดับสัตว์ประหลาด ฉันก็เป็นแค่มนุษย์สุดอ่อนแอที่พึ่งไอเทมและทักษะสุดโกงเพื่อเอาชนะศัตรูที่แข็งแกร่งกว่า” สายฝนบอก เขาไม่เข้าใจว่าทำไมผีเสื้อเทพธิดาราตรีถึงกล่าวแบบนั้น เธอคิดว่าเขายังมีไพ่ลับโคตรอภิมหาโกงซ่อยเอาใว้หรือไง? หากสายฝนมีมันเขาคงไม่กดดันมากขนาดนี้หรอก
‘แน่นอน ข้ารู้ว่าเจ้านั้นไม่แข็งแกร่งอะไรเลยในระดับหนึ่งหากไม่พึ่งสิ่งของสุดโกง’ ผีเสื้อเทพธิดาราตรีหยุดชั่วครู่ก่อนกล่าวต่อว่า ‘จากที่ข้าดูเจ้ามา เมื่ออยู่ในสถานการณ์อันตรายที่สามารถทำให้ตายได้เจ้ามักคิดแต่จะใช้ไอเทมเพื่อทำให้ตัวเองรอดตาย’
“แล้วเธอจะให้ฉันคิดอะไรล่ะ?” สายฝนถาม ระยะห่างระหว่างเขากับโครงกระดูกยักษ์ยิ่งเวลาผ่านไประยะห่างยิ่งสั้นลง ภายในครึ่งนาที โครงกระดูกยักษ์จะถึงตัวสายฝน แม้จะไม่เข้าใจว่าผีเสื้อเทพธิดาราตรีต้องการจะบอกอะไรกับเขาแต่สายฝนก็เลือกที่จะฟังเธอพูดต่อ
เหลือเวลาอีกไม่มากนัก ผีเสื้อเทพธิดาราตรีจึงรีบกล่าว ‘ในสถานการณ์อันตรายเจ้ามักไม่สนใจพลังของตัวเอง เจ้าจะสนใจแต่สิ่งของนอกกายซึ่งไม่ใช่พลังของตัวเจ้า เจ้าควรสนใจพลังตัวเองให้มากกว่านี้!’
“พลังของตัวฉัน?” สายฝนพึมพำเบาๆกับตนเองหลังได้ยินผีเสื้เทพธิดาราตรีพูด
‘ใช่! ทักษะการเคลื่อนที่อันน่าหวาดกลัว พลังออร่า สภาวะสงบนิ่ง พลังสายเลือด พลังเร้นลับที่แม้กระทั่งข้ายังต้องหวาดกลัว จากที่ข้าเห็น พลังของเจ้าเกือบทั้งหมดล้วนไม่ธรรมดา ทว่าในสถานการณ์อันตรายเจ้ากลับไม่เคยเชื่อมั่นในพลังตนเองเลยซักนิด…’
‘เจ้าคิดเพียงแค่ว่ามันไม่อาจปกป้องชีวิตเจ้าได้ทั้งๆที่เจ้าไม่เคยใช้งานความสามารถพวกมันทั้งหมดถึงขีดสุดเลยสักครั้ง อาจจะคิดว่าใช้ถึงขีดสุดแล้วทว่าแท้จริงกลับยังไม่ถึงขีดสุด…’
‘เมื่อเจ้าสามาาถใช้พลังทั้งหมดได้ถึงขีดสุดเจ้าจะเข้าใจพวกมันมากขึ้น พวกมันแข็งแกร่งกว่าที่เจ้าคิดมาก! แนะนำว่าควรเชื่อใจพวกมันมากกว่านี้!’ ผีเสื้อเทพธิดาบอกสิ่งที่เธอคิดออกมา
ได้ฟังคำแนะนำของผีเสื้อเทพธิดาราตรีสายฝนพลันหยุดวิ่ง ร่างเขานิ่งค้าง นึกย้อนกลับไปยังอดีตที่ผ่านมาแล้วพบว่าเขานั้นดูถูกความแข็งแกร่งพลังของตนเองตามที่อีกฝ่ายบอกจริงๆ
เขายืนนิ่งค้างอยู่นาน นานจนกระทั่งโครงกระดูกยักษ์มาถึงตัวเขา เห็นสายฝนยืนนิ่ง มันไม่รอช้า สร้างดาบพลังงานมืดเข้มข้น ตวัดดาบจากด้านบนสู่ด้านล่างจุดที่ร่างมนุษย์เพศชายผมดำยืนนิ่งค้าง โครงกระดูกหัวเราะเยาะภายในใจ อีกฝ่ายคล้ายกับว่าสิ้นหวังจนยอมแพ้เสียแล้ว
---
จบบทที่ 109 พวกมันแข็งแกร่งกว่าที่เจ้าคิดมาก!