บทที่ 11 ไก่ห่อใบบัวนึ่ง
"ซางชง โจรลักพาตัวสาวงามชื่อดังที่สุดในยุคนี้"
"ตอนเด็กๆ ซางชงอาศัยอยู่กับท่านลุงที่เป็ทหารในค่ายทหาร ท่านลุงเป็นายทหารชั้นผู้น้อย ในกองทัพ ทุกวี่วันวุ่นอยู่แต่กับงานที่น่าเบื่อหน่าย จึงไม่ค่อยมีเวลาดูแลซางชง ปล่อยให้เขาออกไปเล่นข้างนอกตามใจชอบ"
"จนกระทั่งวันหนึ่ง ซางชงออกไปเล่นตามปกติ แต่แล้วกลับโดนพ่อค้ามนุษย์ลักพาตัวไป ถูกขายให้แก่ครอบครัวแซ่ซางที่อวี้ชื่อ มณฑลซานซี ชายที่ซื้อซางชงมา ก็คือพ่อบุญธรรมของเขา ซางเหมา เขาแต่งงานกับภรรยามาหลายปี แต่ก็ไม่มีลูก พอซางชงมาถึงบ้านใหม่ๆ เขาจึงใส่ใจบุตรชายคนนี้มาก"
ตอนแรกซ่งเส้าเส้าตั้งใจจะพูดแทรกเพื่อเปลี่ยนเื่ นางรู้ดีว่าถ้ายังข้องเกี่ยวกับลู่เฉินโม่ อนาคตของนางจะน่าอนาถใจ ดังนั้นจึงไม่อยากไปยุ่งกับเื่นี้อีก
แต่ซ่งเส้าเส้านึกไม่ถึงว่าลู่เฉินโม่จะฉีกมาเล่าเื่นี้เสียอย่างนั้น
"แล้วเหตุใดสุดท้ายเขาถึงกลายเป็แบบนี้ไปได้เล่า?"
"ต่อหน้าความรักของพ่อและแม่บุญธรรม ซางชงกลับไม่รู้สึกซาบซึ้ง เพราะในใจของเขา ทั้งสองคนเป็แค่คนค้ามนุษย์ที่ลักพาตัวเขามา นานวันเข้า ความแค้นและความคับข้องใจค่อยๆกัดกินจิตใจของซางชง ทำให้เขากลายเป็คนเกียจคร้าน ไม่เอาไหน ชอบลวนลามสตรี จนกระทั่งตอนเขาอายุ 13 ปี ได้ยินว่าที่อำเภอซานอิน เมืองต้าถง มีคนแปลกหน้าชื่อ กู่ไฉ คนผู้นี้มีรูปโฉมงดงาม มักจะปลอมตัวเป็สตรี สร้างสัมพันธ์กับสตรีคนอื่นๆ"
"กู่ไฉแสร้งทำเป็สอนเย็บปักถักร้อย เพื่อจะได้อยู่กับสาวๆ เ่าั้ทุกวัน ใช้ชีวิตสำราญอยู่ท่ามกลางหมู่มวลดอกไม้มานานกว่าสิบปี ไม่เคยพลาดแม้แต่ครั้งเดียว ซางชงได้ฟังจึงบังเกิดจิตใจชั่วร้าย ไปขอฝากตัวเป็ศิษย์ ฝึกฝนวิชาแปลกๆ จนกลายมาเป็ซางชงในทุกวันนี้"
ซ่งเส้าเส้าฟังจบก็ได้ข้อสรุปออกมา
"ที่แท้เขาเป็คนน่าสงสารคนหนึ่ง สุดท้ายถูกผลักดันเข้าสู่เส้นทางที่ไม่มีวันหวนกลับ"
ได้ยินเื่ราวของซางชง ซ่งเส้าเส้าก็อดนึกถึงซ่งเส้าเส้าในหนังสือไม่ได้
"แต่ว่าก็ว่าเถิด... เด็กสาวๆอย่างเ้าเนี่ยแหละ เป็เป้าหมายชั้นดีของซางชงเลยล่ะ" เหยียนหลีลั่วมองซ่งเส้าเส้าอย่างขบขัน
แม้เพิ่งคลุกคลีกันได้ไม่นาน แต่ซ่งเส้าเส้าพอจะมองออกแล้ว ว่าเหยียนหลีลั่วคนนี้มีนิสัยชอบกลั่นแกล้ง
ซ่งเส้าเส้าเบ้ปาก มองเหยียนหลีลั่วด้วยหางตา ไม่พูดอะไรต่อ แล้วก็ขุดผักป่าของตัวเองต่อไป
"หลีลั่วพูดถูก สตรีตัวคนเดียว ต้องระวังตัวให้มาก อย่าทำเหมือนวันนั้นบนเขาหลังบ้าน นอนหลับกลางดินกลางทรายแบบนั้นอีก"
"แต่วันนั้นท่านก็ไม่ได้คิดจะช่วยข้าไม่ใช่หรือ?"
ลู่เฉินโม่: "..."
"ช้าก่อน เขาหลังบ้าน? นี่พวกเ้าเคยเจอกันมาก่อน?"
ตอนนี้เหยียนหลีลั่วเหมือนกับตุ่นในไร่แตงโม ดวงตาเป็ประกาย
"ไม่ใช่เื่ของเ้า!"
"ไม่ใช่เื่ของเ้า!"
ซ่งเส้าเส้ายังโกรธที่ลู่เฉินโม่ไม่ช่วยนางวันนั้น ส่วนลู่เฉินโม่ก็เพิ่งโดนซ่งเส้าเส้าพูดจาไม่ดีใส่ ทั้งสองคนอารมณ์ไม่ดี ก็เลยพาลไปลงที่เหยียนหลีลั่ว
เหยียนหลีลั่ว: "..."
อ้าว พวกเ้าทะเลาะกันไหงมาลงที่ข้า!
เพราะบทสนทนาเมื่อครู่ ทั้งสามคนจึงแยกย้าย ต่างคนต่างขุดผักป่าของตัวเอง ไม่มีใครพูดกับใคร
"กุ๊ก... กุ๊ก... กุ๊ก..." มีเสียงไก่ป่าดังมาจากไม่ไกล
"เสียงอะไรน่ะ?" เหยียนหลีลั่วทำหน้างุนงง
"สมกับเป็คุณชายจากในเมือง เสียงไก่ป่าก็ยังไม่รู้จัก"
เหยียนหลีลั่ว: "..."
"เช่นนั้นจับไก่ป่ากลับไปตัวหนึ่งดีหรือไม่?"
ลู่เฉินโม่รู้สึกไม่สบายใจที่ไม่ได้ช่วยซ่งเส้าเส้าในวันนั้น จึงชวนซ่งเส้าเส้าคุย
"ไก่ป่าบนเขาน่ะบินได้ คนทั่วไปจับไม่ได้ กระทั่งพรานที่มีหน้าไม้ก็ยังจับยาก"
ซ่งเส้าเส้าพูดด้วยน้ำเสียงเ็า ไร้ซึ่งความอบอุ่น
แต่ทันทีที่ซ่งเส้าเส้าพูดจบ ก็เห็นลู่เฉินโม่สะบัดมือวูบ เหวี่ยงกิ่งไม้เล็กๆ ไปที่สูง แล้วไก่ป่าตัวหนึ่งก็ร่วงลงมา โดยมีกิ่งไม้นั้นปักอยู่กลางลำตัว
"เ้านี่ไม่ธรรมดาจริงๆ"
เหยียนหลีลั่วพูดพลางยกนิ้วโป้งลู่เฉินโม่ แล้วก็วิ่งไปหยิบไก่ป่าตัวนั้นขึ้นมา
ซ่งเส้าเส้า: "..."
"เป็ไงยัยเด็กน้อย คราวนี้เ้าจะยอมเคารพข้าได้หรือยัง??"
"ถ้ามีไก่ป่า แถวนี้ก็ต้องมีไข่ไก่ป่าด้วยแน่ๆ ข้าขอลองไปหาหน่อย พวกท่านรอข้าอยู่ที่นี่แหละ"
ซ่งเส้าเส้าทำเป็เมินเฉย พูดจบก็เดินไปทางที่ไก่ป่าอยู่เมื่อครู่
"เ้าไม่ธรรมดาแล้วอย่างไร ข้าก็ไม่ธรรมดาเหมือนกัน ถ้าเอาพวกเ้าไปอยู่ในศตวรรษที่ 21 ของข้า พวกเ้าคงได้อดตายแน่!"
ซ่งเส้าเส้าบ่นพึมพำ อาศัยประสบการณ์ครั้งก่อน ไม่นานก็สามารถหาไข่ไก่ป่าเจออย่างรวดเร็ว นางได้มาไม่น้อย คราวนี้ก็ยังเจอมากกว่ายี่สิบฟอง ดูท่า่นี้อาหารการกินที่บ้านคงจะดีขึ้นแล้ว
หลังจากหาไข่ไก่ป่าเสร็จ ซ่งเส้าเส้าก็พาลู่เฉินโม่และเหยียนหลีลั่วไปที่ลำธารเล็กๆ บนเขาหลังบ้าน
ซ่งเส้าเส้าวางย่ามลง ถอดรองเท้าและถุงเท้าออก แล้วค่อยๆ เดินลงไปในลำธาร
"เ้าทำอะไรน่ะ?"
"ชู่ว!"
ซ่งเส้าเส้าถือหมวกฟาง ใช้เป็อวนจับปลา แล้วพุ่งเข้าหาปลาม่ายซุ่ยที่ริมลำธารอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ไม่นานนัก นางก็จับปลาม่ายซุ่ยตัวใหญ่ได้หนึ่งตัว
ซ่งเส้าเส้าใช้มือจับปลาม่ายซุ่ยขึ้นมาบนฝั่ง จับมันทุบบนแผ่นหินสองสามที แล้วก็ใส่กลับเข้าไปในหมวกฟาง
"เห็นไหม จับปลาต้องเงียบๆ"
ซ่งเส้าเส้าพูดพลางยื่นหมวกฟางให้ลู่เฉินโม่ จากนั้นก็ใส่รองเท้าและถุงเท้า สะพายย่ามแล้วเดินกลับบ้าน
เหยียนหลีลั่วตกตะลึงกับการเคลื่อนไหวที่คล่องแคล่วของซ่งเส้าเส้า จนพูดอะไรไม่ออก ตลอดทางกลับจึงไม่พูดอะไรเลยสักคำ
"ท่านพ่อ ท่านแม่ พี่ชาย พวกเรากลับมาแล้ว"
"เส้าเส้ากลับมาแล้ว ได้อะไรมาบ้างล่ะ?"
ซ่งเส้าเส่าเขย่าย่ามในมือ แล้วก็ชี้ไปที่ของในมือของลู่เฉินโม่และเหยียนหลีลั่ว
"ได้ของดีมาบ้างแล้วเ้าค่ะ"
"ขอบคุณคุณชายทั้งสองที่ดูแลบุตรสาวของข้า"
"บุตรสาวของท่านเก่งมากเลยขอรับ" ภาพซ่งเส้าเส้าจับปลาเมื่อครู่ยังคงตราตรึงในหัวเหยียนหลีลั่ว
ซ่งเส้าเส้าปิดปากหัวเราะ "เอาล่ะ พวกท่านรอทานข้าวได้เลย"
ซ่งเส้าเส้าถือของเข้าไปในครัว สองสามวันก่อนเพิ่งทำต้นหอมป่าผัดไข่ ตันปิ่งผักป่า และน้ำแกงตุ๋นปลาม่ายซุ่ย วัตถุดิบพร้อม อาหารสามอย่างนี้จึงไม่ใช่ปัญหาสำหรับซ่งเส้าเส้า ไม่นานอาหารสามจานนี้ก็เสร็จ
ซ่งเส้าเส้ามองไก่ป่าตัวนี้ ก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี จึงได้แต่จัดการทำความสะอาดไก่ป่าก่อน
ระหว่างที่ทำความสะอาดไก่ป่า ซ่งเส้าเส้าพยายามนึกถึงวิธีทำอาหารที่ใช้วัตถุดิบน้อยที่สุด คิดไปคิดมาก็มีแค่ไก่ห่อใบบัวเท่านั้น
"พี่ชาย!"
"มีอะไรหรือ?"
"ช่วยไปเก็บใบบัวที่สระน้ำมาให้ข้าหน่อยได้ไหม?"
"ได้ ไม่มีปัญหา"
แต่การทำไก่ห่อใบบัวต้องใช้ข้าวเหนียว ซึ่งบ้านซ่งไม่มีแม้แต่เมล็ดข้าว แล้วจะมีข้าวเหนียวได้อย่างไร
ไม่เป็ไร ทำไก่นึ่งใบบัวแบบไม่ใส่ข้าวเหนียวก็ได้
ตอนที่ซ่งเส้าเส้าทำความสะอาดไก่ป่าเสร็จ พี่ชายซ่งก็กลับมาพอดี
"เส้าเส้า จะเอาใบบัวไปทำอะไร?"
"พี่ชายรอข้าสักครู่นะ" ซ่งเส้าเส้าพูดพลางผลักพี่ชายซ่งออกไป
ซ่งเส้าเส้าสับไก่ครึ่งตัว อีกครึ่งเก็บไว้ อีกส่วนครึ่งนำมาหั่นเป็ชิ้นๆ ล้างใบบัวแล้วแช่น้ำไว้ เตรียมเครื่องปรุงต่างๆ จากนั้นนำเนื้อไก่ที่หั่นแล้วมาผสมกับแป้งสาลีเล็กน้อย เกลือป่นพอประมาณ และน้ำมันหมูอีกนิดหน่อย คลุกเคล้าให้เข้ากัน ต่อมาวางใบบัวที่แช่น้ำไว้ลงในจาน เรียงชิ้นไก่ลงบนใบบัวให้ทั่ว จากนั้นนำไปนึ่งในหม้อประมาณสองเค่อ นำไก่ออกมา โรยพริกแดงซอยและต้นหอมซอยลงไป
เพราะมีใบบัวรองอยู่ด้านล่าง ไก่ที่นึ่งจึงส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่ว