หลังจากบรรยากาศตึงเครียดก่อนหน้านี้ค่อยๆผ่อนคลายลง
หวงเยี่ยก็เริ่มทำความรู้จักกับรุ่นพี่ชั้นปีสามคนอื่นๆภายในห้องโถงใหญ่ เหล่าศิษย์ที่เดิมยังตกตะลึงกับพลังอันผิดสามัญสำนึกของเขา บัดนี้กลับเปลี่ยนเป็นเข้ามาล้อมวงพูดคุยกันอย่างคึกคัก บางคนเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น บางคนแสดงท่าทีสนิทสนมราวกับรู้จักกันมานาน
“น้องหวงเยี่ย.. เมื่อครู่นี่เจ้าทำเอาพวกข้าตกใจแทบตายเลยนะ”
“ใช่ๆ ข้ายังนึกว่าตัวเองกำลังเห็นสัตว์ประหลาดระดับนักบุญสงครามอยู่เสียอีก!”
“พลังแบบนั้น.. ต่อให้จะเป็นอาจารย์บางคนก็ยังทำไม่ได้เลยนะ!”
เสียงพูดคุยดังสลับกันไปทั่วบริเวณ บรรยากาศภายในห้องโถงที่เดิมเคร่งเครียดกลับเต็มไปด้วยความคึกคักในเวลาอันรวดเร็ว
หวงเยี่ยเองก็หัวเราะตอบอย่างเป็นกันเอง ไม่ได้วางท่าสูงส่งหรือเย่อหยิ่งจนเกินไป ทำให้หลายคนเริ่มรู้สึกดีกับชายหนุ่มอย่างมาก
โดยเฉพาะบรรดารุ่นพี่สาวสวยหลายคนที่พากันเข้ามาล้อมรอบชายหนุ่มด้วยสายตาเป็นประกาย ด้วยรูปลักษณ์ที่หล่อเหลา พรสวรรค์อันน่าหวาดหวั่น และนิสัยพูดจาตรงไปตรงมาจนดูน่าสนใจ หวงเยี่ยจึงแทบกลายเป็นจุดศูนย์กลางของทั้งห้องในพริบตาเดียว
หญิงสาวคนหนึ่งยิ้มหวาน ก่อนจะเดินเข้ามาแนบชิดพร้อมใช้แขนเรียวโอบรอบต้นแขนของเขาเอาไว้
“รุ่นน้อง เจ้านี่น่าสนใจจริงๆ”
อีกคนหัวเราะ พลางดึงร่างของเขาเข้าไปกอดอย่างไม่ปิดบัง
“หวงเยี่ย.. คืนนี้ว่างไหม?”
“ไปคุยกันต่อที่ห้องพี่ก็ได้นะ”
“รับรองเลยว่าต้องสนุกแน่!”
หลายคนถึงกับยืนเบียดเข้ามาใกล้ กลิ่นหอมอันเย้ายวนจากร่างกายของพวกนางลอยคละคลุ้งอยู่รอบตัวชายหนุ่ม
นักเรียนชายจำนวนไม่น้อยมองภาพนั้นด้วยสายตาอิจฉาจนแทบกระอักเลือด คนพวกนั้นพยายามเข้าหาหญิงสาวผู้งดงามเหล่านี้มาตั้งนาน บางรายถึงกับถูกเมินใส่โดยไม่แม้แต่จะชายตามอง แต่หวงเยี่ยเพิ่งปรากฏตัวไม่นานกลับถูกเชื้อเชิญเข้าห้องนอนเสียแล้ว
ทว่าตัวของหวงเยี่ยกลับยกมือขึ้น พลางส่ายหน้าปฏิเสธอย่างเรียบเฉย
“ขอโทษนะรุ่นพี่ ต่อให้จะสวยยังไง.. แต่ข้าหวงเยี่ยไม่ชอบคนที่หน้าอกเล็กน่ะ!”
ห้องโถงทั้งแห่งเงียบกริบลงในฉับพลัน กระทั่งคนที่กำลังหัวเราะอยู่ยังต้องชะงักค้าง สีหน้าของแต่ละคนแข็งทื่อเหมือนถูกสายฟ้าฟาดเข้าเต็มศีรษะ หวงเยี่ยกลับยังคงพูดต่อด้วยสีหน้าจริงจัง ราวกับกำลังประกาศเรื่องสำคัญระดับโลก
“เพราะเจ้าชายคนนี้เกิดมาเพื่อพิชิตยอดเขาลูกใหญ่ต่างหากละ!”
สิ้นเสียงนั้น บรรดารุ่นพี่ชายต่างอ้าปากค้างอย่างพร้อมเพรียง
บางคนถึงกับสำลักน้ำลายตัวเอง ขณะที่อีกหลายคนยืนแข็งทื่อไม่ต่างจากรูปปั้นหิน
จากนั้นสายตานับสิบคู่ก็ค่อยๆเหลือบมองไปยังเป้าหมายที่หวงเยี่ยสื่อถึงโดยพร้อมเพรียงกัน
ภายในห้องโถงใหญ่แห่งนี้ ผู้ที่มีรูปร่างงดงามและหน้าอกใหญ่โตดั่งภูผาอยู่จริงๆ กลับมีเพียงสองคนเท่านั้น
หนึ่งคือท่านผู้อำนวยการหย่าเฟย อีกหนึ่งคือเทพธิดาแห่งสายน้ำ หลงชิงเหลียน
ชั่วขณะนั้น บรรยากาศราวกับหยุดนิ่ง หย่าเฟยที่ยืนอยู่ เดิมรักษาท่าทีสง่างามเยือกเย็นเอาไว้ได้ตลอดเวลา ทว่าเมื่อถูกสายตาทุกคู่จับจ้องเข้ามาเช่นนี้ แม้แต่นางก็ยังต้องยกมือขึ้นป้องปาก ก่อนจะกระแอมเบาๆในลำคอ พวงแก้มขาวเนียนปรากฏสีแดงระเรื่ออย่างยากจะควบคุม
ส่วนหลงชิงเหลียนที่ถูกดึงเข้าไปเกี่ยวข้องอย่างกะทันหัน ตอนนี้ใบหน้างดงามแดงก่ำไปถึงใบหู ดวงตาสั่นไหวอย่างตื่นตระหนก
“จะ.. จะมองอะไรนักหนา!”
นางรีบยกมือทั้งสองขึ้นปิดบังบริเวณหน้าอกของตนเองอย่างมิดชิด หวาดกลัวว่าสายตาพวกนั้นจะทะลุผ่านเสื้อผ้าเข้ามาได้
“เจ้าคนลามก! พูดอะไรไร้ยางอายออกมากัน!”
“หวงเยี่ย.. เจ้าสมควรถูกจับโยนออกไปจริงๆ!”
หลงชิงเหลียนก่นด่าชายหนุ่มออกมาสองสามประโยคด้วยความอับอาย
แต่ยิ่งนางแสดงท่าทีเช่นนั้น กลับยิ่งทำให้ใบหน้างดงามดูน่ามองยิ่งกว่าเดิม ทว่าหวงเยี่ยกลับไม่สนใจเลยซักนิด ชายหนุ่มหัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะชี้นิ้วไปด้านหน้าอย่างมั่นใจ
“นั่นแหละที่ข้าจะสื่อ.. เข้าใจกันแล้วใช่ไหมรุ่นพี่คนสวย!”
คำพูดนั้นทำให้หลงชิงเหลียนแทบอยากพุ่งเข้าไปปิดปากเขาด้วยตนเอง
ส่วนรุ่นพี่หญิงคนอื่นๆที่ก่อนหน้านี้ยังเต็มไปด้วยความมั่นใจ ตอนนี้ต่างถอนหายใจออกมาพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย
หลายคนก้มหน้าลงมองหน้าอกของตนเองเงียบๆ ก่อนจะหันไปเปรียบเทียบกับหย่าเฟยและหลงชิงเหลียนอย่างเลี่ยงไม่ได้
แล้วผลลัพธ์ก็ชัดเจนเกินกว่าจะโต้แย้ง ความแตกต่างนั้นราวกับเนินเขาเล็กๆที่เทียบกับยอดภูผาสูงตระหง่าน
หญิงสาวบางคนถึงกับทำปากยื่นด้วยความไม่พอใจ
“เกินไปแล้วนะ.. เจ้าหมอนี่เลือกเกินเหตุจริงๆ”
“แบบนี้จะให้พวกข้ามีชีวิตอยู่ยังไงกันละเนี่ย!”
แม้ปากจะบ่นออกมาเช่นนั้น แต่หลายคนกลับหลุดหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้ เพราะนิสัยตรงไปตรงมาของหวงเยี่ยนั้นทั้งน่าหมั่นไส้และชวนขบขันในเวลาเดียวกัน ในทางกลับกัน บรรดารุ่นพี่เพศชายกลับส่งเสียงเฮดังลั่น ประหนึ่งได้ค้นพบผู้นำทางจิตวิญญาณ
“ยอดเยี่ยมกระเทียมดอง!”
“นี่มันยอดบุรุษตัวจริง! สมกับเป็นน้องชายของพวกข้าเลยนะ!”
“ต่อจากนี้เจ้าเป็นผู้นำทัพของพวกเรามหาวิทยาลัยเทพแล้ว!”
“ถูกต้อง! คนที่กล้าพูดต่อหน้าท่านผู้อำนวยการแบบนี้ได้.. มีแต่เจ้าเท่านั้น!”
เสียงหัวเราะดังสนั่นไปทั่วทั้งห้องโถง แม้แต่อาจารย์บางคนยังต้องยกมือกุมหน้าผากด้วยความปวดหัว
ส่วนหย่าเฟยนั้นทำได้เพียงถอนหายใจออกมาดวงตางดงามเหลือบมองหวงเยี่ยอย่างทั้งขบขันทั้งเอือมระอา นางไม่รู้จริงๆว่าควรจะหัวเราะหรือโมโหกับเจ้าหนุ่มคนนี้ดี เพราะทุกครั้งที่หวงเยี่ยเปิดปากพูด มันก็มักจะสร้างความปั่นป่วนให้ผู้คนรอบข้างได้เสมอ
ขณะเดียวกัน ซานจื่อที่ได้ท้าทายหวงเยี่ยเป็นคนแรก และถูกอัดจนหมดสติไปก่อนหน้านี้ก็ได้ฟื้นคืนสติขึ้นมาตั้งแต่พักใหญ่แล้ว
ชายร่างใหญ่ค่อยๆยันกายลุกขึ้นจากพื้นด้วยท่าทางมึนงง ศีรษะของเขาหนักอึ้งราวถูกค้อนยักษ์ทุบซ้ำหลายสิบครั้ง
ดวงตายังพร่ามัวเล็กน้อย กระทั่งมองภาพตรงหน้าแทบไม่ชัดเจน
“อื้อ...”
ซานจื่อยกมือกุมท้ายทอย พลางสูดลมหายใจด้วยสีหน้าเจ็บปวด
เขาพยายามตั้งสติอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเงยหน้ามองไปรอบบริเวณด้วยความสับสน ทว่าแทนที่มันจะได้เห็นบรรยากาศตึงเครียดอย่างที่คิด ภาพตรงหน้ากลับเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความครึกครื้น
เหล่าศิษย์ชั้นปีสามจำนวนมากกำลังล้อมรอบหวงเยี่ยราวกับกำลังยกย่องวีรบุรุษประจำมหาวิทยาลัย
บางคนหัวเราะจนตัวโยน บางคนตบบ่าชายหนุ่มด้วยสีหน้าชื่นชม แม้แต่รุ่นพี่สาวหลายคนยังยืนอยู่ใกล้ๆด้วยรอยยิ้มพราวเสน่ห์
ซานจื่อกระพริบตาปริบๆ
สีหน้าก็ยิ่งมึนงงกว่าเดิม
“เกิด... อะไรขึ้น?”
ในตอนนั้นเอง สหายคนหนึ่งของซานจื่อก็เดินเข้ามาตบบ่าเบาๆ สีหน้าของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยความเวทนา
“ทำใจเถอะซานจื่อ..”
ชายร่างใหญ่ขมวดคิ้วทันที
“หมายความว่ายังไง?”
อีกฝ่ายถอนหายใจยาว ก่อนจะกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเหนื่อยใจ ราวกับเพิ่งผ่านสงครามครั้งใหญ่มา
“ในช่วงที่เจ้าสลบเหมือดไปน่ะ เจ้าเด็กนี่ท้าทายพวกเราทั้งเก้าสิบเก้าคนพร้อมกัน!”
“หา?!”
ซานจื่ออ้าปากค้าง และนึกว่าตนเองฟังผิดไปเสียอีก แต่สหายของเขากลับพยักหน้ารับอย่างช้าๆด้วยสีหน้าที่จริงจัง
“ทว่าต่อให้จะเป็นคนที่แข็งแกร่งมากที่สุดอย่างพวกอิ๋นเจี๋ยหลง ซั่งหยวนอวี่ หรือกระทั่งจวินเหยียนหลัวก็ยังพ่ายแพ้ พวกเขาเป็นถึงนักล่ามังกรระดับหกขั้นแรกเริ่ม แต่เมื่อได้มาเผชิญหน้ากับไอ้เด็กสัตว์ประหลาดนี้ พวกเขาทั้งหมดก็ถูกสยบในเวลาที่ไล่เลี่ยกัน!”
“เพราะงั้นจงทำใจซะ แล้วอย่าไปหาเรื่องเจ้าเด็กหวงเยี่ยอีกละ”
ทุกชื่อที่ถูกกล่าวออกมาล้วนเป็นบุคคลระดับแนวหน้าของชั้นปีสาม
โดยเฉพาะจวินเหยียนหลัว ผู้ที่ถูกยกให้เป็นหนึ่งในตัวตนที่แข็งแกร่งที่สุดของมหาวิทยาลัยเทพอสูร
หลังฟังจบ ซานจื่อก็ได้แต่นั่งนิ่ง ใบหน้าของเขาแข็งค้างเหมือนวิญญาณหลุดออกจากร่างไปแล้ว
ภาพตอนที่ตนถูกหวงเยี่ยอัดจนหมดสติย้อนกลับเข้ามาในหัวอีกครั้ง
เดิมทีมันยังรู้สึกคับข้องใจและไม่ยอมรับ แต่ตอนนี้ความรู้สึกเหล่านั้นกลับจางหายไปจนสิ้น หากแม้แต่อิ๋นเจี๋ยหลง ซั่งหยวนอวี่ และผู้แข็งแกร่งอย่างจวินเหยียนหลัวยังพ่ายแพ้ เช่นนั้นตัวของมันจะนับเป็นอะไรได้อีก
ซานจื่อกลืนน้ำลายอึกใหญ่
“นี่มัน..”
เขาอ้าปากพูด แต่กลับไม่รู้จะกล่าวสิ่งใดออกมา ท้ายที่สุดชายร่างใหญ่ก็เอนตัวกลับลงไปนอนอีกครั้ง
“หรือข้าควรสลบต่ออีกรอบดี”
...
55555555+