อันที่จริงเื่หาเงิน เจียงป่าวชิงในยุคปัจจุบันไม่ได้มีช่องทางอะไร สำหรับ ‘เธอ’ การฝังเข็มเป็ช่องทางการหาเงินที่ใหญ่ที่สุด
ทว่าเพราะวิสัยทัศน์ของเ้าของร่างเดิมมีจำกัด เจียงป่าวชิงจึงไม่รู้ว่าการฝังเข็มของยุคสมัยเก่านี้ พัฒนาไปถึงไหนแล้ว และไม่รู้ว่าเทคนิคการฝังเข็มของตนเองจะอยู่ในระดับใดในยุคสมัยเก่านี้
แต่ไม่ว่าเทคนิคการฝังเข็มของเจียงป่าวชิงจะอยู่ในระดับใด เวลานี้ ‘เธอ’ ก็ไม่คิดที่จะให้คนอื่นรู้ว่าตนเองเป็หมอผู้รู้เื่ยาและสามารถฝังเข็มได้
เจียงป่าวชิงคนปัญญาอ่อนคนหนึ่งหายจากอาหารป่วยอย่างกะทันหัน อีกทั้งยังรู้เื่วิชาแพทย์ และยังฝังเข็มเป็โดยไม่ต้องมีอาจารย์
หากพูดออกไป เกรงว่าจะไม่มีใครเขาเชื่อ ไม่แน่พวกเขาอาจทำเหมือนเจียงป่าวชิงเป็สิ่งอัปมงคล จากนั้นก็จับมัดไว้บนหิ้งและเผานางทั้งเป็เลยก็ได้
อีกอย่าง ตอนอยู่ในยุคปัจจุบัน การถูกข่มขู่และถูกใช้ประโยชน์ มันสอนเจียงป่าวชิงให้รู้ว่า ‘เมื่อคุณไม่มีพละกำลังเพียงพอที่จะปกป้องตัวเอง คุณควรรวบรวมแสงสว่างของคุณขึ้นมา และทำให้ทุกคนจมหายไปถึงจะปลอดภัยที่สุดสำหรับตัวคุณ’
เจียงป่าวชิงก้มหน้า จากนั้นก็คว้าเสื้อผ้าเก่า ๆ สองสามตัวที่อยู่ในตู้ขณะครุ่นคิดอย่างหนักเกี่ยวกับช่องทางหาเงินอื่น ๆ
เพียงแต่ยังไม่ทันได้คิดถึงไหน ด้านนอกก็มีคนมาเคาะประตูอย่างเร่งรีบจนทำให้เสียงประตูไม้ของบ้านตระกูลเจียงดังสนั่นไปทั่ว
“เคาะ ๆ ๆ! เคาะอะไรกันนักหนา! มีใครตายรึยังไง ?!” หลีโผจื่อเดินผ่านข้างห้องของเจียงป่าวชิงพร้อมก่นด่าไปด้วย จากนั้นนางก็เดินไปเปิดประตูอย่างหงุดหงิดใจ
ตอนนี้หลีโผจื่อรู้แล้วว่าเจียงต้ายาก็ไม่สามารถเกลี้ยกล่อมเจียงป่าวชิงให้ช่วยเหลือตนเองได้ นางจึงอารมณ์เสียอย่างมาก
เจียงป่าวชิงเปิดหน้าต่าง แอบมองจากในร่องหน้าต่าง
นอกประตูไม้มีหญิงชราคนหนึ่งยืนอยู่ นางแต่งตัวเป็ระเบียบเรียบร้อย เพียงแต่อายุปูนนี้แล้ว บนศีรษะกลับยังมีดอกไม้ผ้าไหมสีแดงปักไว้บนผม ดอกไม้สีแดงกับหญิงอายุปูนนี้... ดูเหมือนจะไม่เข้ากันเท่าไหร่นัก
เจียงป่าวชิงเก็บสายตากลับมา
ช่างบังเอิญจริง ๆ... เ้าของร่างเดิมเคยเห็นหญิงชราคนนี้เช่นกัน หญิงชราคนนั้นคือแม่เฒ่ากัว นายหน้าที่พาเ้าของร่างเดิมไปที่หมู่บ้านหลี และขายเ้าของร่างเดิมให้กับเฉจื่อเจิ้งในราคาห้าตำลึงอย่างไรเล่า
แม่เฒ่ากัวมาที่นี่ในเวลานี้ เจียงป่าวชิงสามารถเดาจุดประสงค์ของแม่เฒ่ากัวได้อย่างเลือนรางแล้ว นางรู้สึกว่าอีกประเดี๋ยวจะต้องมีเื่สนุก ๆ เกิดขึ้นอย่างแน่นอน นางแสยะยิ้มมุมปาก จากนั้นก็ปิดหน้าต่างช้า ๆ และไม่สนใจเื่นี้อีก
เป็ไปตามคาด เมื่อหลีโผจื่อเห็นแม่เฒ่ากัว สีหน้าของนางแย่ลงเล็กน้อย
แม้จะบอกว่าแม่เฒ่ากัวผู้นี้เป็นายหน้า ทว่าอันที่จริงคนอื่น ๆ เพียงแค่ให้หน้านาง และยกยอนางให้สูงขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น เื่ที่แม่เฒ่ากัวทำจริง ๆ คือเื่สกปรกที่ไม่สามารถนำมาวางบนโต๊ะได้ นางเฒ่าผู้นี้เพียงเรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียมประทังชีวิตไปวัน ๆ ก็เท่านั้น
เหมือนกับเื่ที่ขายเจียงป่าวชิงให้กับเฉจื่อเจิ้งในราคาห้าตำลึง ถ้าหากแม่เฒ่ากัวเป็คนเปลี่ยนมือ นางจะเรียกเก็บค่าผลประโยชน์เป็เงินห้าสิบทองแดง ซึ่งสิ่งนี้ทำให้หลีโผจื่อเจ็บใจไปหลายวันเลยทีเดียว
“เ้ามาทำไม ?” หลีโผจื่อมองซ้ายมองขวาด้วยความหวาดกลัว เมื่อเห็นว่าบนถนนในหมู่บ้านไม่มีคน และเพื่อนบ้านข้าง ๆ ก็ไม่มีใครอยู่ในบ้าน นางถึงจะดึงแม่เฒ่ากัวเข้ามาในบ้านอย่างเร่งรีบ “เราเข้าไปคุยกันข้างในดีกว่า”
มีการติดต่อกับแม่เฒ่ากัว นั่นหมายความว่าบ้านหลังนี้มีเื่สกปรกอะไรบางอย่างที่ไม่สามารถให้ผู้คนรับรู้ได้ คนที่หน้าใหญ่คับฟ้าอย่างหลีโผจื่อจะไม่ยอมให้คนอื่นรู้เด็ดขาดว่าตระกูลเจียงของตนมีการติดต่อกับแม่เฒ่ากัว
ก่อนหน้านี้หลีโผจื่อยังเคยคิดจะถามแม่เฒ่ากัวเกี่ยวกับเื่ซื้อยาทำแท้งอยู่เลย เพื่อที่นางจะได้นำมากรองให้เจียงต้ายาดื่ม จากนั้นค่อยหาบ้านที่อยู่ห่างไกลออกไปให้กับเจียงต้ายา นางหวังจะให้เจียงต้ายาแต่งออกไปอยู่ไกล ๆ
แม่เฒ่ากัวอายุปูนนี้แล้ว กลับยังพกผ้าเช็ดหน้าสีเหลืองขนห่านอยู่ นางสะบัดผ้าเช็ดหน้าเสมือนคนสาว ๆ จากนั้นก็นำมาปิดปากและหัวเราะคิกคัก “ฮิ ๆ เื่นี้ไม่สามารถนำไปพูดข้างนอกได้ล่ะสิท่า”
สีหน้าของหลีโผจื่อแย่มาก นางลอบก่นด่าแม่เฒ่ากัวว่า ‘ไอ้แก่’ อยู่ในใจ จากนั้นนางก็พาแม่เฒ่ากัวไปที่ห้องใหญ่
วันนี้ท่านปู่เจียงออกไปขุดดินกับเจียงอีหนิว เขาไม่อยู่บ้าน
หลีโผจื่อนั่งลงบนเตียงอิฐในห้องใหญ่อย่างไม่สบอารมณ์ จากนั้นนางก็เหล่ตามองแม่เฒ่ากัว “เ้าพูดมาเลยว่าตกลงแล้วมันคือเื่อะไรกันแน่ ?”
แม่เฒ่ากัวหัวเราะคิกคัก นางไม่ทำตัวเป็คนนอกกับหลีโผจื่ออีกต่อไป นางนั่งขัดสมาธิลงข้างเตียงอิฐด้วยตัวเองพลางแคะขี้ฟันอย่างสบายใจ “ข้าว่านะ คนอย่างเราพูดกันตรง ๆ แบบไม่อ้อมค้อมเลยดีกว่า เื่นี้เ้าทำไม่ถูกต้องสักเท่าไหร่ เฉจื่อเจิ้งซื้อเมียด้วยเงินห้าตำลึง ยังไม่ทันได้เข้าปาก หลานสาวของเ้ากลับะโแม่น้ำหนี ทั้งยังจะฟ้องศาลอีกต่างหาก นั่นทำให้เฉจื่อเจิ้งใจนไม่กล้าเอาเมียแล้ว… วันนี้เฉจื่อเจิ้งคนนั้นขอร้องคนให้มาหาข้า และบอกข้าว่าจะเอาเงินห้าตำลึงที่ซื้อเมียคืน”
ก่อนหน้านี้หลีโผจื่อก็เดาได้แล้วว่าที่แม่เฒ่ากัวมาที่นี่เพราะเื่นี้ มันเป็แบบนั้นจริง ๆ! นางมาเพื่อ้าเอาเงินห้าตำลึงคืน
สีหน้าของหลีโผจื่อย่ำแย่มาก นางระบายความทุกข์กับแม่เฒ่ากัวอย่างขมขื่น “ไอ้หยาแม่เฒ่ากัว! นี่ไม่ใช่เื่ชั่วร้ายที่ข้าทำไว้สักหน่อย เป็เ้าเท้าเล็กปัญญาอ่อนนั่นต่างหาก ไม่รู้ทำอีท่าไหน หลังจากที่ะโลงแม่น้ำแล้วถึงได้หายจากโรคปัญญาอ่อนแบบนั้น นางบอกว่าจะไม่ยอมแต่งงานกับเฉจื่อเจิ้ง แล้วข้าจะทำอะไรได้อีกเล่า ? คนในบ้านก็พูดกล่อมนางเป็หลายตะกร้าแล้ว แต่นางนั้นเป็หมาป่าตาขาวเนรคุณชั่วช้า นางไม่ยอมล้มเลิกความคิดง่าย ๆ…”
หลีโผจื่อยังพูดไม่ทันจบคำ ก็เห็นแม่เฒ่ากัวเอนตัวมาด้านหน้าด้วยความสนใจเสียก่อน ั์ตาของนางเป็ประกาย จากนั้นนางก็พูดขัดคำพูดของหลีโผจื่อ “โผจื่อ... เฉจื่อเจิ้งนั้นพูดจริง ๆ หรือ ? ที่บอกว่าหลานสาวของเ้าไม่ปัญญาอ่อนแล้ว ?”
หลีโผจื่อตบขาดังฉาดด้วยความโกรธ “ก็ใช่น่ะซี่! ก่อนหน้านี้ตอนขายนาง นางยังปัญญาอ่อนอยู่เลย ให้นางทำอะไรนางก็ทำหมด เชื่อฟังมากเชียวนา แต่ตอนนี้ข้าอยากจะตีนางให้ตายจะได้หมดเื่ยุ่งยากเสียที”
“อย่าสิโผจื่อ เด็กมันไม่เชื่อฟังเราก็สอนมันดี ๆ ก็ได้ เหตุใดต้องตีให้ตายด้วยเล่า ?” แม่เฒ่ากัวกลอกลูกตาไปมา จากนั้นนางก็พูดโน้มน้าวหลีโผจื่ออย่างไม่จริงใจ “โผจื่อ ไม่อย่างนั้นลองเรียกหลานสาวของเ้ามาที่นี่หน่อย ข้าจะลองพูดโน้มน้าวนาง”
หลีโผจื่ออยากให้แม่เฒ่ากัวพูดโน้มน้าวนางได้ใจจะขาด จึงรีบตอบรับทันที จากนั้นนางก็แยกม่าน และออกไปเรียกเจียงป่าวชิง
เจียงป่าวชิงกำลังนั่งจัดเสื้อผ้าขาด ๆ ที่ถูกค้นจนระเกะระกะอยู่บนเตียงอิฐ หลีโผจื่อไม่เคาะประตู นางถือวิสาสะเดินเข้ามาทันที จากนั้นก็พูดขึ้นอย่างหงุดหงิดใจ “เ้า! ไปพบใครคนหนึ่งกับข้าที่ห้องใหญ่”
เจียงป่าวชิงมองหลีโผจื่อยิ้ม ๆ “ท่านย่าสองจะให้ข้าไปพบใครหรือเ้าคะ ? เมื่อสักครู่พี่ต้ายาบอกกับข้าว่านางท้อง ข้าใมาก ถ้าถึงตอนนั้นถ้าข้าไม่ระวัง เผลอพูดเื่ที่พี่ต้ายาท้องกับคนคนนั้นไปจนหมด จะทำอย่างไรล่ะเ้าคะ ?”
เื่ที่เจียงต้ายาท้องก่อนแต่งนั้นเป็จุดด้อยของหลีโผจื่อโดยสิ้นเชิง ทันในนั้น เส้นเืบนหน้าผากของหลีโผจื่อปูดนูนขึ้นมา นางสูดหายใจเข้าลึก ๆ และก่นด่าเจียงป่าวชิงในใจ จากนั้นก็ถ่มน้ำลายลงพื้นและหมุนตัวเดินจากไปทันที
หลีโผจื่อไม่อยากให้แม่เฒ่ากัวรู้เื่ที่เจียงต้ายาท้องก่อนแต่ง นางจึงพยายามอดกลั้นและคิดในใจว่ารอให้เจียงต้ายาแต่งออกไปก่อน แล้วนางจะจับเ้าเท้าเล็กเจียงป่าวชิงมาถลกหนังเสียให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย
เจียงป่าวชิงมองน้ำลายที่มีเสมหะสีเขียวตรงพื้นจากทางด้านหลังของหลีโผจื่อก็รู้สึกสะอิดสะเอียน นางรีบเดินไปที่เตาอย่างรวดเร็ว จากนั้นตักขี้เถ้าด้านล่างเตาซึ่งเหลือจากการเผาฟืนกลับมา และทำการกลบน้ำลายที่น่าขยะแขยงนั้นให้หนา ๆ
หลีโผจื่อกลับมาที่ห้องใหญ่ ก็เห็นแม่เฒ่ากัวกำลังดึงขอบหน้าต่างครึ่งหนึ่งออก และกำลังมองอะไรบางอย่าง นางจึงส่งเสียง ‘เฮ้อ!’ ออกมา ปากก็บ่นกับแม่เฒ่ากัวทันที “เ้าเท้าเล็กนั่นยืนหยัดในความคิดของตัวเอง นางไม่มา นางไม่ฟังข้าเลย”
“แต่ข้าจะสั่งสอนนางในไม่ช้าก็เร็ว!” หลีโผจื่อเสริมอย่างโเี้
แม่เฒ่ากัวปิดหน้าต่างด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม นางกลับมานั่งขัดสมาธิตามเดิม ดวงตาสีโคลนคู่นั้นเต็มไปด้วยแสงประกาย “โผจื่อ เ้าฟังข้าสักครั้ง หลานสาวคนนั้นของเ้าน่ะอย่าขายนางเลย และคืนเงินห้าตำลึงให้กับเฉจื่อเจิ้งเถอะ”
หลีโผจื่อตกตะลึง นางจ้องแม่เฒ่ากัวเขม็งและลืมคำพูดที่้าจะพูดไปชั่วขณะ
แม่เฒ่ากัวใช้ผ้าเช็ดหน้าสีเหลืองห่านปิดปากและหัวเราะ “โผจื่อ ข้าว่าวาสนาของบ้านเ้าน่ะอยู่ข้างหลัง เมื่อสักครู่ข้าเห็นหลานสาวของเ้าเดินออกมาจากทางหน้าต่าง หลังจากที่หายจากโรคปัญญาอ่อนแล้ว นางก็แตกต่างจากเมื่อก่อนมากจริง ๆ”
เมื่อเห็นว่าหลีโผจื่อยังคงขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจเพราะนางเอ่ยชมเจียงป่าวชิง นางก็หัวเราะคิกคักทันที “ฮิ ๆ เ้าทำไมไม่คิดบ้างล่ะ ? เ้าเลี้ยงเจียงป่าวชิงอีกสักสองปี ถึงตอนนั้นหน้าตาของนางก็คงจะโตขึ้น และรูปร่างของนางก็จะผายออกมาอย่างเต็มที่ ถึงตอนนั้นค่อยขายนางก็ได้ ราคาคงสูงมากน่าดู อย่างน้อยก็…” นางพลิกฝ่ามือไปมาสี่ครั้ง
เมื่อหลีโผจื่อเห็นมือของแม่เฒ่ากัว ดวงตาของนางเบิกกว้างขึ้นทันที นางคำนวณไม่ออกว่าตกลงแล้วมันราคาเท่าไหร่กันแน่ แต่ที่รู้ ๆ คือคงเป็เงินก้อนโตแน่ คิดได้ดังนั้นนางก็ตกตะลึงจนไม่เป็ท่าเลยก็ว่าได้
“หืม...? เยอะ เยอะขนาดนั้นเลยจริง ๆ หรือ ?”
แม่เฒ่ากัวมั่นใจมาก “ก็จริงน่ะซี่ ข้าจะบอกอะไรให้ฟัง ในอำเภอมีพวกพ่อค้าจำนวนมากที่มาจากทั่วสารทิศ พวกเขาเห็นสาวงามจนชินแล้ว แต่พวกเขากลับชอบหญิงแบบหลานสาวของเ้า หญิงที่ทั้งงดงามทั้งอ่อนวัย ถึงตอนนั้นไม่รู้ว่าราคาค่าตัวจะสูงเท่าไหนเชียวล่ะ”
หลีโผจื่อใจเต้นแรง ขณะที่นางนึกถึงเงินพวกนั้น นางก็รู้สึกแห้งผากในลำคอเล็กน้อย นางกลืนน้ำลายอย่างอดไม่ได้ “แล้วถึงตอนนั้นถ้านางหนีอีกล่ะ ข้าจะทำอย่างไร ?”
“ฮืม...” แม่เฒ่ากัวฮึมฮำในลำคอพลางสะบัดผ้าเช็ดหน้าเล็กน้อย นางไม่สนใจเื่นี้โดยเพียงแค่พูดขึ้นยิ้ม ๆ “พ่อค้าพวกนั้นตะลุยไปมาทั่วสารทิศ ข้างกายก็มีผู้ติดตามรับใช้มากมาย ถึงตอนนั้นก็ให้พวกเขาจับหลานสาวเ้ามัดแล้วไปให้ไกลก็ได้ ดูซิว่านางจะยังหนีไปไหนได้อีก ? รับรองได้เลยว่าถึงตอนนั้นต่อให้หลานสาวของเ้าจะมีปีก นางก็บินกลับมาไม่ได้ ข้าเองก็เคยขายหญิงสาวบริสุทธิ์ในชนบทเช่นนี้ให้กับพวกพ่อค้ามาหลายครั้งแล้ว ข้าบอกได้เลยว่าราคานั้นสามารถทำให้ครอบครัวของเ้ามีชีวิตที่สุขสบายไปตลอดชีวิต”
หลีโผจื่อรู้สึกคอแห้งอีกครั้ง ราวกับนางมองเห็นวันที่นางจะได้อยู่บ้านหลังใหญ่และเรียกหาคนใช้อย่างสุขสบาย
“เช่นนั้น ตอนนี้ข้าก็คืนเงินห้าตำลึงให้กับเฉจื่อเจิ้งงั้นหรือ ?” หลีโผจื่อถาม
“ใช่!” แม่เฒ่ากัวพูดขึ้นอย่างเด็ดขาด “คนที่มีความสามารถอย่างหลานสาวของเ้า แต่งกับเฉจื่อเจิ้งไปก็น่าเสียดายเปล่า โผจื่อเ้าลองคิดให้ดี ๆ ว่าเงินห้าตำลึงตอนนี้สำคัญ หรือเงินก้อนโตในอีกสองปีข้างหน้าสำคัญ…”
ยังต้องเทียบอีกรึ ?
หลีโผจื่อตัดสินใจอย่างรวดเร็ว “ก็ได้ ข้าจะไปหยิบเงินห้าตำลึงมาให้เ้าประเดี๋ยวนี้เลย”
เมื่อเทียบกับวันที่จะได้ร่ำรวยในชีวิตที่เหลืออยู่แล้ว หลานสาวคนโตที่กำลังท้องจะเป็ไรไป หลีโผจื่อตัดสินใจแล้ว ถึงตอนนั้นถ้ามันไม่ดี ก็ค่อยกรองยาทำแท้งใส่ลงคอไป เจียงต้ายาจะเป็หรือตายก็ขึ้นอยู่กับโชคชะตาของตัวนางเอง
นางทำเื่น่าอับอายเช่นนั้นมา คนในบ้านไม่จับนางถ่วงบ่อน้ำก็ถือว่าให้ความเมตตาต่อนางมากแล้ว หรือต้องสูญเสียเกียรติและความมั่งคั่งใน่ครึ่งชีวิตหลังของตระกูลเจียง เพื่อเจียงต้ายาเพียงคนเดียว ?
ไม่! พวกเขาไม่จำเป็ต้องปล่อยให้เป็เช่นนั้นเลย
.
.
.