เพนนีเมื่อได้ยินเช่นนี้ก็แสร้งทำหน้านิ่ง เพื่อ้าทำให้ดาริกาขายหน้า
ฝั่งดาริกาที่เมื่อได้ยินเสียงก็หันไปมอง พบผู้หญิงทั้งสองท่านยืนคุยกันอยู่ เธอพอจะรู้ว่าท่านนายพลผู้เป็พ่อของธนาวินทร์และธนินทร์ นอกจากจะมีคุณหญิงเฟื่องทองเป็ภรรยาแล้ว เมื่อลูกชายทั้งสองยังอยู่ในวัยเด็ก ท่านนายพลยังมีภรรยารองอีกสองคนที่พามาเข้าบ้านให้รู้จักกันกับคุณหญิงเฟื่องทองผู้เป็ภรรยาเอก
ดาริกาไม่ได้รู้จักมักคุ้นกับภรรยารองทั้งสองท่านนี้มาก เพราะเธอได้ยินมาว่าคุณหญิงเฟื่องทอง ไม่ได้สนิทสนม พูดคุยหรือมีความสุขกับการที่สามีพาเมียน้อยเข้ามาอยู่ในบ้านด้วยกัน แต่เธอเป็ช้างเท้าหลังที่ต้องเชื่อฟัง รัก และเคารพในคำสั่งของสามี เธอจึงต้องยินยอม ดังนั้นดาริกาเมื่อได้ยินภรรยารองอย่างคุณสร้อยสิรินทร์ และคุณเอมิกา พูดขึ้นแบบนี้ จึงทำให้คิดไปว่า นอกจากคุณหญิงเฟื่องทองไม่ชื่นชอบในตัวเพนนีแล้ว ภรรยารองทั้งสองท่านนี้ก็คงไม่ชื่นชอบเพนนีด้วยเช่นกัน เธอจึงตอบกลับไปว่า
"สวัสดีค่ะคุณป้าทั้งสอง พอดีดาด้ามาเข้าห้องน้ำแล้วเดินมาถึงที่นี่ ดาด้ากำลังจะเดินกลับไปห้องรับรองแขกค่ะ บังเอิญเจอคุณเพนนีเข้าน่ะค่ะ เลยพูดคุยกัน คุณเพนนีเธออาจจะตอบกลับเสียงดังไปหน่อยค่ะเลยทำให้รบกวนคุณป้าทั้งสองขึ้น"
คุณสร้อยสิรินทร์และคุณเอมิกาได้ยินก็ขมวดคิ้ว แสดงให้เห็นถึงความไม่ชอบใจ คุณเอมิกาจึงเป็ฝ่ายพูดก่อน
"พูดมาซะยืดยาว ั้แ่ลงมาจากข้างบนฉันก็ได้ยินแต่เสียงเธอนี่แหล่ะ"
"จริงค่ะคุณเอม ฉันก็เดินลงมาพร้อมกับคุณ ได้ยินแต่เสียงของคุณคนนี้ที่เจื้อยแจ้วออกมา พูดอย่างกับพวกนกแก้วนกขุนทอง พูดอะไรไม่รู้นักหนา"
"คุณสิรินทร์ฉันว่าฉันเองก็ได้ยินเหมือนกันนะ พูดไปซะคนเดียว แถมมาฟ้องประจบประแจงเอาหน้าซะอีก แทบไม่ได้ยินเสียงหนูเพนนีเธอพูดเลย"
"ใช่ค่ะ หนูเพนนีพูดแทบนับคำได้ ั้แ่เดินลงมาก็มีแต่คุณคนนี้ที่พูดอยู่เรื่อย ไม่เว้นช่องไฟ ให้หนูเพนนีเธอตอบกลับเลย ไม่รู้จะพูดทำไมนักหนา แล้วว่าแต่คุณเป็ใคร มาเสียมารยาทอะไรในบ้านหลังนี้"
ดาริกาที่หงายเงิบเพราะเหตุการณ์ไม่เป็ไปตามที่เธอคาดคิด เธอคิดว่าคุณป้าทั้งสองคนนี้คงจะด่าเพนนีที่ก่อให้เกิดเสียงดัง กลับกลายเป็เธอเองนี่แหล่ะที่รับเคราะห์แทน
ด้านเพนนีจึงยืนมองดาริกาหน้าสลดด้วยความพึงพอใจ อย่างที่บอก คนบางคนแค่เจอหน้าก็รู้สึกไม่ชอบใจ เกลียดขี้หน้าแบบไม่ต้องทราบเหตุผล รู้แค่ว่าเกลียดก็พอ ซึ่งเพนนีเองก็คิดว่าดาริกานั้นก็คงไม่ต่างจากเธอ ไม่เช่นนั้นคงไม่คิดแผนการเข้าหาธนาวินทร์และคุณหญิงเฟื่องทองเพื่อมาเตรียมรับตำแหน่งว่าที่ลูกสะใภ้แทนเพนนี
ด้านดาริกาเมื่อได้ยินไปแบบนี้ เธอก็รีบดึงสีหน้ากลับมาได้เป็ปกติ ยิ้มแย้มและกล่าวว่า
"สวัสดีค่ะคุณป้าสิรินทร์และคุณป้าเอม ฉันชื่อดาริกาหรือเรียกดาด้าก็ได้ค่ะ วันนี้มีงานเลี้ยงที่คุณป้าเฟื่องทองจัดเอาไว้ หนูได้รับเกียรติให้มาร่วมงานค่ะ"
"คุณเอม คุณเป็ลูกคนเดียวไม่ใช่หรอคะ"
คุณเอมิกาที่ได้ยินก็รู้ทันทีว่าคุณสร้อยสิรินทร์้าให้เธอตอบกลับอย่างไร เธอจึงแสร้งทำหน้าสงสัยพร้อมตอบกลับ
"นั่นสิคุณสิรินทร์ฉันเองก็เป็ลูกคนเดียวส่วนคุณเองก็เป็ลูกคนเดียวเหมือนกัน พวกเราทั้งคู่ไม่ได้มีญาติสนิทชิดเชื้อที่ไหนกันนี่นะ แล้วทำไมคุณคนนี้ถึงมาเรียกพวกเราด้วยคำว่าป้าแบบสนิทสนมแบบนี้ล่ะคะ ไม่ได้พบหน้าสนทนาปราศรัยกันมาก่อน"
"นั่นสิคุณเอม ฉันก็สงสัย นี่หนูเพนนี เพื่อนหนูหรอลูก วันนี้หนูพาเพื่อนมาหรอ"
ดาริกาที่ยืนกำมือแน่นด้วยความหงุดหงิดเพราะไม่มีใครสามารถช่วยเธอได้ ส่วนเพนนีเมื่อเห็นแบบนั้นก็หัวเราะในใจ พร้อมกับคิดว่า
"สมน้ำหน้ายัยน้ำกรด ทำตัวเองแท้ๆ"
แต่เพนนีก็รีบตอบกลับคุณสร้อยสิรินทร์และคุณเอมิกาทันที
"เปล่านะคะ วันนี้เพนนีมาคนเดียวค่ะ ตามคำเชิญของคุณแม่ค่ะ ไม่ได้เรียกใครตามมาระหว่างทางนะคะ มีใครตามติดเพนนีมาด้วยหรือคะคุณป้าเอมคุณป้าสิรินทร์"
"สงสัยระหว่างทางหนูเพนนีคงไปเผลอทักอะไรเข้านั่นแหล่ะ เลยเหมือนมีอะไรตามติด ดูสิคะคุณเอม สายตาอาฆาตจากบางอย่างมองมาจริงๆ ด้วย"
"แหม่คุณสิรินทร์นี่ก็ชอบหลอกนะคะเนี่ย"
ดาริกาเห็นทีว่าตนควรทำคะแนนกับคุณป้าๆ ทั้งสองให้มากกว่านี้
"คุณป้าทั้งสองท่านคะ เราเข้าไปในงานพร้อมกันดีมั้ยคะ"
"นี่คุณจ๊ะเพิ่งพบหน้ากันครั้งแรกก็ตีสนิทแบบนี้เลยหรอเนี่ย ฉันไม่แปลกใจเลยที่คุณเฟื่อง เธอจะชอบคนแบบนี้ ประจบประแจงั้แ่แรกพบ" คุณสร้อยสิรินทร์ตอบกลับด้วยความไม่ชอบในตัวดาริกา
"ใช่ค่ะคุณ คุณชื่ออะไรนะคะฉันจำไม่ค่อยได้" คุณเอมแสร้งถาม
เพนนีจึงตอบแทนว่า
"เธอชื่อ คุณดาริกาค่ะ"
คุณเอมิกาทำเหมือนนึกได้
"อ่อ คนที่ตาธันเขาเล่าให้ฟังใช่มั้ยเนี่ย ที่เกิดเหตุการณ์วันนั้น ดูทำท่าเข้าสิมางานวันนี้อย่างกับหวังอะไรจากคุณเฟื่องเธอน่ะ เกาะติดไม่เลิก"
"คุณเอม ฉันว่านะ เธอคงคาดหวังตำแหน่งว่าที่ลูกสะใภ้ คงอยากถีบตัวเองขึ้นมา จริงมั้ยละคุณดาริกาที่ฉันพูดไปเนี่ย ฉันอยากจะบอกอะไรให้นะคะ ตอนฉันเจอท่านนายพล ท่าทางของฉันก็ไม่ต่างจากคุณเลย แต่ดีว่าฉันคิดทันสำนึกตัวได้ ถึงจะเป็ภรรยารองแต่ก็เจียมตัว ไม่ได้คิดจะเสนอหน้าขึ้นมา ดูคุณสิ ขนาดยังไม่ได้เป็อะไรกัน ยังตัวสั่นคิดอยากเป็ลูกสะใภ้คุณหญิงเฟื่องขนาดนี้ ถ้าได้เป็ขึ้นมา ฉันว่าคุณคงได้ฮุบสมบัติทุกอย่างไปแน่" คุณสร้อยสิรินทร์ก็แสดงออกถึงฤทธิ์เดชที่ร้ายกาจพอตัวของเธอสมัยสาวๆ แต่ดีที่ว่าเธอคิดได้และเจียมตัวทัน
"แหม่! คุณสิรินทร์ คุณก็คิดถึงอนาคตมากเกินไป ตอนนี้หนูเพนนีเขายังรักกันดีอยู่มากกับตาธนา คุณก็เห็น คนทั่วไปเขาก็เห็น รักกันดีขนาดนี้คงยากที่คนอื่นจะมาแทรกกลาง แต่ถ้าวันหนึ่งทั้งคู่ต้องเลิกกันนะ ความสงสัยแรกฉันก็คงไม่ได้สงสัยที่ทั้งคู่หรอก แต่ฉันคงจะสงสัยคนนอกมากกว่า ว่าอาจจะมาเป่าหูคุณหญิงเฟื่อง"
"ใช่ค่ะคุณเอม เป่าหูคุณหญิงเฟื่องอาจจะไม่พอ แต่อาจจะเอาตัวเองมาแทรกกลางด้วยแน่ๆ เลยค่ะ"
"หนูเพนนีถ้าถึงวันนั้นไม่ต้องห่วงนะลูก ป้าเอมเองนี่แหล่ะ ที่จะช่วยหนูเคลียร์ใจและทำให้ความรักของหนูแแ่กว่าเดิม"
ทั้งคุณสร้อยสิรินทร์และคุณเอมิกาน่ะเป็คนที่เจียมตัวมาตลอด เพราะรู้ว่าตนเป็ภรรยารอง เธอไม่ได้เสนอหน้าหรือทำอะไรให้คุณหญิงเฟื่องทองคิดแค้น เมื่อได้รับหน้าที่จากท่านนายพลให้คอยดูแลลูกชายทั้งสอง เธอก็รับหน้าที่นี้ด้วยความเต็มใจ เพราะพวกเธอเองก็ไม่ได้มีลูก
แต่คุณหญิงเฟื่องทองคงไม่พอใจในตัวภรรยารองและคำสั่งของท่านนายพลนัก เพราะคุณหญิงเฟื่องทองกลัวลูกจะถูกพรากและถูกปั่นหัวไป เธอจึงต่อรองกับนายท่านพลผู้เป็สามี ให้เธอมีสิทธิ์ในการเลี้ยงดูลูกชายคนโตอย่างธนาวินทร์ด้วยตัวเอง ส่วนธนินทร์เองก็ยังคงดูแลได้ในบางครั้ง เพราะเวลาส่วนมากเธอก็จะยอมให้ธนินทร์ไปอยู่กับพวกภรรยารองทั้งสอง ทำให้ธนินทร์เองก็สนิทกับทั้งมารดาผู้ให้กำเนิดและมารดาผู้เลี้ยงดู
ตัวของคุณสร้อยสิรินทร์และคุณเอมิกาก็รักธนินทร์แบบลูกชายแท้ๆ คนหนึ่ง ตอนแรกที่พวกเธอไม่เปิดใจให้กับเพนนี ก็ได้ธนินทร์นี่แหล่ะที่ชื่นชอบเพนนีมาก มาคุยตลอดเวลา ชื่นชมหญิงสาวให้ฟัง จนพวกเธอทั้งคู่เลยเปิดใจ และเห็นถึงความน่ารักจริงใจของเพนนีจริงๆ
"คุณดาริกาคะ ผู้หญิงแก่ๆ ที่ผ่านโลกมาเยอะแบบฉัน อยากจะบอกคุณนะคะ คุณก็รู้ใช้มั้ยคะว่าผู้หญิงย่อมดูกันและกันออก จะผู้หญิงเรียบร้อย ผู้หญิงร้าย ผู้หญิงใจเย็นอ่อนโยนอ่อนหวาน เข้มแข็ง สู้คน หรือยังไงน่ะ พวกเราก็ดูกันออกได้ แต่กับคุณดาริกาฉันขอจัดคุณไว้ในประเภท ผู้หญิงเสแสร้ง แกล้งทำเหมือนจะดีแต่ที่แท้แล้วข้างในร้ายกาจ เป็โพรงเน่าหนอนซะยิ่งกว่าผู้หญิงแสดงออกแบบร้ายๆ ด้วยซ้ำ ฉันไม่ได้จะลดคุณค่าผู้หญิงคนไหนนะคะ แต่ฉันว่าคุณต่างหากที่กำลังจะลดคุณค่าตัวเอง"
ถ้ามีใครที่สามารถเห็นภาพข้างในของดาริกาได้ คงจะเห็นว่าตอนนี้ข้างในใจเธอกำลังกรีดร้อง เต้นเป็เ้าเข้าไม่ใช่น้อย พลางด่าในใจว่า
"ฝากไว้ก่อนเถอะคุณป้าทั้งสอง รอให้ฉันได้เป็ลูกสะใภ้ตัวจริงของคุณป้าเฟื่อง คุณป้าทั้งสองจะได้เลิกว่าฉันและลดไอ้ความร้ายกาจ การจิกกัดฉันสักที จะได้อยู่เงียบๆ แบบที่คนแก่ๆ เขาทำกัน ไม่มายุ่งวุ่นวายเื่ของคุณอื่น ไม่ใช่เมียหลวงแท้ๆ แต่กล้าออกนอกหน้าแทนยัยเพนนี ฝากไว้ก่อนเถอะ"
ส่วนเพนนีก็ยังคงยืนมองด้วยสะใจเช่นเดิมว่า
"มายุ่งกับของของฉันก่อน ก็ต้องยอมรับสิ่งที่ทำลงไป นี่เธอโดนรับน้องหนักขนาดนี้ หนักกว่ายัยลูกแพร์เจอซะอีก ฮ่าๆๆๆๆ ช่วยไม่ได้ ฉันมีองครักษ์รอพิทักษ์ฉันเต็มไปหมดเลยย่ะ ทั้งคุณธนา น้องธัน คุณป้าเอม คุณป้าสิรินทร์ แล้วเผลอๆ ก็มียัยลูกแพร์มาร่วมทีมกำจัดเธออีก สะใจจัง"
ด้านคุณเฟื่องทองที่พูดคุยอยู่กับคุณหญิงท่านอื่นๆ ที่เริ่มเข้ามาใน ก็สังเกตด้วยความผิดปกติว่าทำไมดาริกาจึงหายไปนาน จึงหันไปพูดคุยกับป้ากาญ หญิงรับใช้คนสนิท
"แม่กาญ นี่หนูดาเธอยังไม่กลับมาอีกหรอ หลงทางหรือเปล่า เดี๋ยวเธอมาต้อนรับแขกหน่อย ฉันจะไปตามดูหนูดา"
"ได้ค่ะ เดี๋ยวฉันรับแขกให้ คุณหญิงไปตามหาคุณหนูดาเธอเถอะค่ะ ไม่ต้องกังวลทางนี้"
"ขอบใจมากจ่ะแม่กาญ เธอนี่ไว้ใจได้ตลอดจริง"
เพื่อให้ทุกคนเห็นว่าคุณหญิงเฟื่องทองเมตตาและเอ็นดูดาริกาขนาดไหน ถึงขั้นเดินจูงมือพาเข้ามาในงานแบบที่ไม่เคยทำกับพนิตพร ทุกคนก็จะได้รู้ว่าใครคือคนที่เธอภูมิใจ เมื่อคิดได้เช่นนี้คุณหญิงเฟื่องทองจึงเดินออกไปหาดาริกาจนพบว่าพวกเธอพูดคุยอยู่กับคุณเอมิกา คุณสร้อยสิรินทร์ และพนิตพรอยู่ด้วยกันทั้งหมด คุณหญิงเฟื่องทองจึงเริ่มประกาศศักดา