ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่367 ความสับสนของ เยว่ชิงเซียน

      ภายใน มิติ หุบเหวสวรรค์ อี้เฉินในยามนี้ ใบหน้าของเขาแต่งแต้มไปด้วยเลือดฝาด กายาอาบย้อมไปด้วยเลือดจนแดงฉาน บาดเจ็บอยู่ไม่น้อย ลมหายใจหนักถี่อย่างรุนแรง ทว่าเขาก็ไม่มีท่าทีว่าจะยอมแพ้ กลิ่นอายคาวเลือดความตายลอยคละคลุ้ง ไปทั่วบริเวณ



      ดวงตาเต็มไปด้วยความดุดันและแข็งกร้าว ปลดปล่อยอายสังหารโหมซัดอย่างบ้าคลั่ง จวนดวงตาจะแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน พร้อมจะฆ่าสังหาร กลุ่มคนที่เข้าใกล้ตัวเขา ราวกับอสูรร้ายที่หลุดออกจากกรงขัง หมายมั่นจะฆ่าสังหาร ทุกสรรพชีวิตที่เข้าใกล้


 

"เจ้า เจ้า ช่างใจกล้าห่อฟ้านักคิดหรือว่า เจ้าออกไปสู่โลกภายนอกได้ เจ้าจะยังรอดพ้นจากความตาย" ชายหนุ่มกล่าวคำพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ กายาเย็นเยือก ด้วยความหวาดหวั่น ครั้นเห็น หาญเจียแห่งศาลาซากศพถูกจัดการไปอีกคน


 

ฝูงชนโดยรอบ หลายสิบคนต่างหวาดกลัว บางคนถึงกับถอยห่างจากตัวของอี้เฉินไม่กล้าต่อกรกับเขาอีกต่อไป ทว่าก็มีเหล่าผู้เยี่ยมยุทธ์อีกไม่น้อย ไม่คิดปล่อยตัวเขาไปอย่างง่ายดาย หมายมั่นจะฆ่าสังหารเขาลง


 

     อี้เฉินเขาหน้ามืดทะมึนเป็นอย่างมาก ไม่คิดว่ากลุ่มคนล้อมสังหารเขา จะมีหลายสิบคนตามความจริงเขาไม่อยากที่จะสำแดงพลังของเขา มากจนเกินไป ไม่เช่นนั้นตัวตนของเขาได้ถูกเปิดเผยเป็นแน่


อี้เฉิน เอ่ยเตือนเหล่าผู้คนที่คิดจะไล่ล่าเขา ด้วยน้ำเสียงที่ดุดัน แข็งกร้าว"หากพวกเจ้ายังไม่คิดรามือจากตัวข้าอีกละก็ ข้าสาบาน ข้าจะฆ่าสังหารพวกเจ้าให้เหี้ยน ไม่ให้หลงเหลือแม้แต่คนเดียว"

 


      เหล่าจอมยุทธหลายสิบคน ได้ยินพวกเขาถึงกับหน้าบูดบึ้ง ทว่ากายา กลับหวาดหวั่น ในตัวของชายหนุ่มอัปลักษณ์ ไม่น้อย เมื่อได้ยินน้ำเสียงเต็มไปด้วยแรงบีบคั้นบางอย่างจากชายหนุ่ม ที่ส่งออกมา ประหนึ่งเป็นการบอกว่าเขาเอาจริง

 


เหยียนเซียว แห่งศาลายา ซานหลานเทียน แห่งตำหนักภูต เขาพยักหน้าให้กันในทันที ครั้นเห็นอี้เฉิน เตรียมที่จะคิดหนีไปจากสถานที่แห่งนี้ ถึงพวกเขาทั้งสองคนจะไม่ถูกกันมากนัก ทว่าเมื่อเจอศัตรูที่ร้ายกาจ ยากที่จะชนะได้ พวกเขาก็พร้อมใจ ที่จะร่วมกันต่อสู้ ละทิ้งความขุ่นเคืองลงไป

 


       "เจ้าจะหนีไปไหนไม่ได้ เจ้าอัปลักษณ์ การที่เจ้าดูถูกดูแคลนสำนัก5ดาว นั้นก็เท่ากับเจ้าได้ตายไปแล้ว" ฉับพลันพัดที่อยู่ในมือของ เหยียนเซียว แห่งศาลายา ก็ติดไฟจนลุกท่วม โชติช่วงชัชวาล แพร่คลื่นเปลวเพลิงวิเศษออกมา พร่างพราวเต็มผืนฟ้า สร้างค่ายกลเพลิงสีฟ้าจากไฟวิเศษปิดล้อมอี้เฉินไว้อย่างสมบูรณ์ ประหนึ่งท้องฟ้าอาบย้อมไปด้วยเพลิงสีฟ้าคราม ของไฟวิหคเพลิง

 


       อี้เฉินยิ่งหน้ามืดทะมึนไปอีกหลายเท่า ประหนึ่งเขาในยามนี้อยู่ภายใต้กรงขังเพลิง กายารู้สึก แสบร้อนผิวหนัง จนอาภรณ์ที่อาบย้อมไปด้วยเลือดเริ่มไหม้เกรียม จำเป็นต้องระเบิดปราณโลหิตบางส่วนขึ้นมาปกป้องกายา ไม่คิดไฟวิเศษของ เหยียนเซียว แห่งศาลายา จะเพิ่มพูน พลานุภาพมากกว่าที่อี้เฉินเจอ ภายในโลกปราณจิต อีกหลายเท่า



เหยียนเซียว แห่งศาลายา คำรามออกมากู่ก้อง "ซานหลานเทียน เจ้ารีบกำจัดมันเร็วเข้าข้าคงยื้อกรงขังเพลิงแห่งนี้ไม่ได้นานนัก"

 


        ซานหลานเทียน แห่งตำหนักภูต ครั้นได้ยิน เขาพยักหน้ารับ ในทันทีครั้นเห็น เม็ดเหงื่อเริ่มที่จะผุดพลายขึ้นมาบนใบหน้าของ เหยียนเซียว แห่งศาลายา บ่งบอกว่าการจะกักขังฆ่าสังหารชายหนุ่มผู้นี้ เขาต้องใช้พลังไปมากเท่าใด เขาไม่รอช้าอีกต่อไปหยิบดาบใหญ่ออกมาจากทะเลความรู้ในทันที ดาบใหญ่เล่มนั้นแพร่ระดับขั้นพลังของมันออกมาในทันที

 


         อี้เฉิน เองก็ไม่คิดติดค้างอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้ เรียกหอกเลือดออกมา โดยไม่สนว่าผู้คนจะจดจำเขาได้หรือไม่ ฉับพลันที่หอกเลือดมาอยู่ในมือของเขา กลิ่นอายคาวเลือดยิ่งลอยคละคลุ้ง เมื่อหอกเลือกเล่มนั้นแผ่ซ่านปราณโลหิตออกมา อายสังหารอี้เฉินก็โหมซัดอย่างบ้าคลั่ง ทะลุทะลวงออกไปรอบทิศในชั่วขณะ แม้แต่กลุ่มคนที่อยู่โดยรอบยังสัมผัสได้ ราวกับพวกเขายืนต่อหน้าราชันปีศาจผู้ชั่วร้าย

 


พวกเขาทั้งสองเองก็แปลกใจเหตุใด ชายผู้นี้ถึงมีหอกเลือด ที่พวกเขาคุ้นเคย ทว่าก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจมากนัก

 


         อี้เฉินกำหอกเลือดไว้ในมือจนแน่น ก่อนจะปาหอกเลือดออกไปหา เหยียนเซียว แห่งศาลายา หมายมั่นจะทำลาย กรงขังเพลิงออกไปจากสถานที่แห่งนี้โดยเร็ว ริมฝีปากที่แต่งแต้มไปด้วยเลือด อ้าปากคำรามออกมากู่ก้อง "เจ้าจงตายเสีย" หอกเลือดพุ่งออกไปราวกับสายแสง เสียงแหวกอากาศ ดังออกไปหวีดแหลม เสียงปัง!! ดังออกมากึกก้อง มาพร้อมปราณพลังที่น่าคร้ามเกรง

 


เหยียนเซียว แห่งศาลายา เขายกยิ้มอย่างบ้าคลั่ง มองว่าชายหนุ่มอัปลักษณ์ ผมขาวผู้นี้ คิดง่ายเกินไป "เจ้าอย่าทำอะไรที่สิ้นคิดไปหน่อยเลย หากเจ้าไม่สำแดงพลังที่แท้จริง เจ้าได้ตายตก จริงๆ แน่"



       ฉับพลันที่ เหยียนเซียว แห่งศาลายา เอ่ยคำพูดออกมาเสร็จสิ้น พัดเพลิงที่เขาถือ ก็โบกสะบัดมาด้านหน้าอย่างรุนแรง ก่อนปล่อยเปลวเพลิง สีฟ้าแผดเผา ทุกสรรพสิ่ง ด้านหน้าจนสิ้น เสียง "เคร้ง!" ดังออกมาก้อง หอกเลือด อี้เฉินที่ พุ่งเข้าหา เหยียนเซียว แห่งศาลายา พลันสลาย กลายเป็นก้อนโลหิต เหือดแห้งในทันที

 


        อี้เฉินตกตะลึงอยู่ไม่น้อยในช่วงหนึ่งเดือนมานี้ เหยียนเซียว แห่งศาลายา พัฒนาไปมากไม่ใช่เพียงตัวเขาที่ก้าวหน้าเพียงผู้เดียว ทว่าก็ไม่มีเวลาเพียงพอให้อี้เฉินได้หยุดตกใจ ในไม่กี่เสี้ยววินาที ซานหลานเทียน แห่งตำหนักภูต เขากลางปีกที่หลังออกกว้าง ประหนึ่งพญาอินทรีสีทองพุ่งเข้าใส่อี้เฉิน



       คำรามเสียง"ฆ่า!!!!"ดังออกมากู่ก้อง "เจ้าช่างรนหาที่ตายนัก เอาการโจมตีของข้าไปกินเสีย"
ชายหนุ่ม จู่ๆ ก็มาปรากฏ ตัวอยู่ด้านข้างอี้เฉินด้วยปีกสีทองคู่ใหญ่ มือที่ถือดาบยักษ์หวดฟาดลงมาจนกายาอี้เฉิน ลอยกระเด็นไปติดกรงขังเพลิง เสียง"ตู้ม"ดังกึกก้อง มาพร้อมเสียงกระดูกดังลั่น ปากพ่นเลือดออกมาคำใหญ่ ในฉับพลัน

 


"เจ้า เจ้า บัดซบเอ๊ย!" อี้เฉินเขาคำรามออกมาด้วยความไม่จำยอม หากเขาไม่ต่อสู้อย่างหนักหน่วง จวนร่างกาย เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าละก็ ป่านนี้ เขาก็น่าจะสามารถหนีรอดพ้นออกไปแล้ว เป็นแน่ แถมไอ้กรงขังเพลิง มันยังแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ยิ่งกว่าวิชาหมื่นโลกของเขาเสียอีก การคิดจะทำลายมันตรงๆ คงใช้เวลาไม่น้อยเป็นแน่ ไหนจะความเร็วของเจ้า ซานหลานเทียน แห่งตำหนักภูต นั้นอีก มันทำให้อี้เฉินเดือดดาลเป็นอย่างมาก เมื่อพวกเขาจับคู่กันต่อสู้

 



****
         เยว่ชิงเซียน ที่ดูอยู่ห่างไกลสุดสายปรายตา นางกำฝ่ามือไว้จนแน่น ไม่รู้ความรู้สึกของนางจะดีใจหรือเสียใจดี ในยามนี้ นางรู้สึกสับสน จ้องมองไปที่ชายหนุ่มอัปลักษณ์ ที่อยู่ห่างไกล ร่างกายเต็มไปด้วยความบอบช้ำ จะเพลี่ยงพล้ำในอีกไม่ช้า ประหนึ่งเป็นตัวนางผู้นี้ ที่จะเป็นผู้ฆ่าสังหารตัวเขาลง ด้วยคำพูดของนางเอง

 

"เจ้า ลังเลใจงั้นหรือเยว่ชิงเซียน" จิ้งจอกน้อย หงส์เหมิง ที่ปะทะกับเยว่ชิงเซียนมาหลายร้อยกระบวนท่า ก่อนพวกนางจะจับจ้องไปที่การต่อสู้ของอี้เฉิน ไต่ถามคำพูดออกไปถามเยว่ชิงเซียน ด้วยใบหน้า หยอกเย้า


 

       เยว่ชิงเซียน ครั้นได้ยินคำถามจาก จิ้งจอกน้อย หงส์เหมิง ใบหน้าของนางก็บูดเบี้ยวไม่น่ามองในทันที ก่อนจะดึงใบหน้าที่เย็นช้าขึ้นมา บ่งบอกถึงความไม่ชอบใจ "เจ้าต้องการคำตอบอะไรจากข้ากันแน่ หงส์เหมิง"

 


         จิ้งจอกน้อย หงส์เหมิงนางเพียงแค่ยกยิ้มกรุ้มกริ่ม เป็นคำตอบเท่านั้น ไม่เอ่ยคำพูดใดออกมา ทว่าการเงียบของนางมันทำให้เยว่ชิงเซียน ราวกับถูกไฟสุมทรวง เลือดในกายเดือด ปูดๆ ในฉับพลัน

 


****

 


      อี้เฉิน ที่พยายามจะยันร่างขึ้นมายืนให้ได้ ทว่าในเสี้ยววินาที ซานหลานเทียน แห่งตำหนักภูต เขาก็มาปรากฏกาย อยู่ด้านข้างของอี้เฉินอย่างฉับพลัน มาพร้อมกับปีกสีทองที่โบกสะบัดอย่างบ้าคลั่ง อายสังหารโหมกระหน่ำ อย่างรุนแรง ก่อนยกเท้าเตะเข้าใส่ ชายโครง อี้เฉินอย่างแรง ปัง!!เสียงกระดูกดังออกมาลั่น กระเด็น กระดอน เข้าไปชนกรงขังเพลิงอีกครา จนกายาเต็มไปด้วยบาดแผลไฟไหม้ ตัวบิดงอราวกับเป็นกุ้ง ร้องคำรามออกมาด้วยความเจ็บปวด


"อ๊ากๆ!! เจ้า! ไอ้เวรเอ๊ย"