สรุปแล้ววันนั้น เรนเดลก็ไม่ได้ไปบ้านโคโตโนฮะตามที่ตกลงกัน เนื่องจากพวกเขาต้องช่วยโรงเรียนในฐานะสภานักเรียน จับกุมนักเรียนที่แอบใช้พลังของพลังเวทบาปเลเวียธาน ถึงแม้คัมภีร์ต้นฉบับจะถูกยึด และส่งกลับไปยังสาธารณรัฐเหยี่ยวดำแล้ว แต่ผลคำสาปของมันยังอยู่ ผู้ที่เคยใช้พลังหรือทำพันธสัญญาทาสบางคน ต่างถูกคำสาปย้อนเข้าตัวกันเป็นแถบ เพราะคำสาปที่แลกด้วยชีวิตนั้นแสดงผล จึงจำเป็นต้องให้การช่วยเหลือ
ในตอนนี้เมกุมิได้ถูกทางโรงเรียนจ้างให้เป็นอาจารย์แผนกพยาบาลชั่วคราว เพราะทางโรงเรียนกำลังขาดเจ้าหน้าที่ในตำแหน่งนี้ เนื่องจากอาจารย์แผนกพยาบาลที่โรงเรียนรับเข้ามาคนเก่า แท้ที่จริงแล้วเป็นขโมยข้ามชาติ ที่ขโมยคัมภีร์บาปเจ็ดประการออกมานั่นเอง
ผู้ที่ต้องได้รับการรักษา มีมากกว่าสิบคน เมกุมิคนเดียวนั้นไม่สามารถทำหน้าที่ได้ เซร่า โจแอนนา โคโตโนฮะ รวมทั้งเจ้าชายนิโคลัส จึงต้องมาช่วยงานส่วนนี้
“นักเรียนห้องหนึ่งนี่ต้องทำทุกอย่างเลยสินะ...พวกห้องอื่นๆแค่เรียนหนังสืออย่างเดียว” นิโคลัสกล่าวลอยๆ ขณะร่ายเวทรักษาหญิงคนหนึ่งที่ไม่ได้สติ เธอยอมขายวิญญาณให้กับคัมภีร์นั้น จึงต้องรักษาตัวนานหน่อย และบังเอิญนิโคลัสมีความสามารถในการยกเลิกคำสาปที่คิดพันธ์ถึงวิญญาณ
“ช่วยไม่ได้นี่คะ” โจแอนนากล่าวขณะป้อนยาให้ชายที่หมดสติคนหนึ่งผ่านสายยางให้อาหาร “พวกเราได้รับการยอมรับว่ามีฝีมือทางด้านเวทมนตร์เหนือกว่านักเรียนห้องอื่นๆ สภาและอาจารย์เลยคาดหวังในตัวของเรา”
“ฉันไว้ใจแค่ไม่กี่คนน่ะค่ะ” เมกุมิกล่าวเสริม หลังจากฟังทั้งสองคุยกัน“พวกเธอทั้งหลายล้วนเป็นเพื่อนของเรนเดล ฉันจึงคิดว่าพวกเธอน่าจะช่วยได้”
“ของที่สั่งมาแล้ว” เรนเดลกล่าวพลางเปิดประตูห้องเข้ามา เขาถือถุงกระดาษที่เต็มไปด้วยสมุนไพรนาๆชนิด พร้อมกับสองลูกหมาที่แบกถุงสมุนไพรขนาดเล็กไว้กลางหลัง และนกขาวสี่ปีกของโคโตโนฮะคาบถุงสมุนไพรมาเสริมอีก เนื่องจากตอนนี้เรนเดลยังไร้พลังเวท เขาจึงทำได้แค่งานช่วยเหลือเล็กๆน้อยๆ
“ต้นโหระพาเพลิงเอาไปล้างให้สะอาด แยกใบกับลำต้นออกด้วยนะเรนเดล ส่วนต้นกะเพราหิมะช่วยแช่น้ำเกลือไว้ด้วยนะ” เมกุมิออกคำสั่งทันทีเมื่อเรนเดลมาถึง เขาพยักหน้ารับก่อนจะเดินเข้าไปในห้องยา
“แล้วผลมะตูมสีรุ้งล่ะ จะให้ต้มคั้นเอาน้ำดื่มด้วยมั้ย” เรนเดลเอียงคอหันมาถามก่อนที่จะเข้าไปในห้อง แต่ทว่าเมกุมิส่ายหน้า
“ปล่อยไว้ค่ะ” เมกุมิกล่าวตอบกลับ “ฉันจะย่างและบดละเอียด เพื่อละลายลงในน้ำดื่มส่วนรวมของผู้ป่วย แบบนั้นจะได้ผลดีกว่าค่ะ”
“ฉันขอไปช่วยเรนเดลนะคะ เช็ดตัวคนไข้เสร็จล่ะ” เซร่าเสนอตัว ก่อนจะเดินตามเรนเดลเข้าไปในห้อง เพื่อช่วยเขาคัดแยกสมุนไพรด้วย
“เรนเดลมีความรู้เรื่องสมุนไพรด้วยหรือคะ” โคโตโนฮะเอ่ยถามด้วยความสงสัยทันที “ไม่เคยเห็นเข้าใช้เลยสักครั้งน่ะค่ะ”
“พอมีค่ะ” เมกุมิกล่าว “หมอนั่นมีความรู้เรื่องยาสมุนไพรพอตัว แต่ไม่เก่งขนาดเป็นจอมเวทสายรักษาได้หรอกค่ะ เมื่อก่อนเคยโดนอาจารย์ไล่ออกจากห้องยาด้วย ตอนฝึกทำยาใหม่ๆ”
“ไม่ได้เก่งเสียทุกเรื่องสินะคะ” โคโตโนฮะกล่าวพลางหัวเราะ “เรนเดลเมื่อก่อนน่าสงสารจังเลยค่ะ”
“เอาน่า อย่างน้อยหมอนั่นก็สู้เก่งมากนะ” เมกุมิกล่าว “กลบจุดด้อยเรื่องการรักษาขั้นพื้นฐานแหละ”
“ขอถามหน่อยค่ะ” จู่ๆโคโตโนฮะก็หน้าแดงระเรื่อ ทำเอาเมกุมิแปลกใจ “เรนเดลเขาชอบทานอะไรบ้างคะ เช่นอาหารที่ชอบ หรือขนม มีอะไรที่เข้าไม่ชอบบ้างไหม หรือเขาแพ้อาหารอะไรบ้างหรือเปล่า”
“หืม...ทำไมถามแฟนเก่าอย่างฉันละจ๊ะ คุณว่าทีภรรยาของเรนเดล” เมกุมิแกล้งเอ่ยถาม พลางส่งยิ้มให้อีกฝ่าย “หรือว่าจะไปเดทกันจ๊ะ”
“คือฉันจะพาเรนเดลไปรักษาที่บ้านของฉันน่ะค่ะ ไปค้างที่บ้านฉันสักสัปดาห์หนึ่ง” โคโตโนฮะกล่าวด้วยเสียงเก้อเขิน ทำเอาเมกุมิยิ้มน้อยๆ
“เรนเดลน่ะ ไม่ชอบของดิบ ปลาดิบนี่เขาเกลียดมากเลยล่ะ” เมกุมิกล่าว “ถ้าเสต๊กนี่ต้องสุกเลยนะ อย่าได้เหลือส่วนดิบเชียว”
“เกลียดของดิบขนาดไหนหรือคะ” โคโตโนฮะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจ๋อยทันที เธอตั้งใจจะให้เขาชิมซาซิมิปลาดิบขึ้นชื่อที่บ้านเขาเสียหน่อย
“ฉันเคยทำไข่ต้มให้เขาทาน แล้วส่วนไข่แดงมันเยิ้มๆ ไม่สุกดี เรนเดลบ่นว่าทานไม่ลง เพราะมันไม่สุก...หลังจากนั้นเขาก็ใช้เวทไฟเผาไข่จนแทบไหม้”
“งั้นหรือคะ” โคโตโนฮะถึงขั้นยิ้มแห้งทันที “ไปบ้านฉันจะให้เขากินอะไรดีนี่”
“อ้อ มีอีกอย่างนะคะ ที่ห้ามให้เรนเดลกินเด็ดขาด” เมกุมิกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“อะไรหรือคะ” โคโตโนฮะเอ่ยถามด้วยความสงสัย “อาหารที่เขาแพ้มากๆสินะคะ”
“ไม่รู้ว่าชาตินี้เขาแพ้หรือเปล่า...แต่ชาติก่อนอาร์กัสแพ้กุ้งค่ะ ถ้าจะกินต้องคอยร่ายเวทรักษารอไว้เลยนะคะ เพราะเขาจะหายใจไม่ออก และเหงือกบวม”
“ฉันจะระวังค่ะ” โคโตโนฮะกล่าว “จะดูแลเรนเดลให้ดีที่สุด”
“ค่ะ ฉันก็หวังว่าอย่างนั้น” เมกุมิกล่าว “ฝากเธอดูแลเขาให้ดีๆนะคะ...ทำหน้าที่ในส่วนที่ฉันไม่อาจทำได้อีกทีค่ะ คุณโคโตโนฮะ”
เมกุมิกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา หลังจากนั้นเธอก็เดินไปดูคนไข้รายอื่นต่อทันที
“คุณเมกุมิคะ” โคโตโนฮะกล่าวกับตัวเองด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “เรนเดลน่ะ ฉันจะดูแลให้ดีที่สุด ให้สมกับการเสียสละของคุณค่ะ”
เย็นวันนั้นการดูแลคนไข้เบื้องต้นก็เสร็จสมบูรณ์ เรนเดลและเซร่าช่วยเมกุมิเตรียมยาสำหรับวันพรุ่งนี้และมรืนจนเรียบร้อย ดังนั้นพวกเขาและเธอทุกคนจึงฉลองด้วยการไปทานอาหารหรูในตัวเมืองเป็นครั้งแรก โดยการไปฉลองกันครั้งนี้ นักเรียนห้องหนึ่งไปกันทุกคน รวมทั้งเมกุมิด้วย
“เหมือนอาจารย์มาคุมลูกศิษย์เลยนะ” เมกุมิซึ่งนั่งหัวโต๊ะกล่าวขึ้น ขณะมองเรนเดลและโคโตโนฮะเลือกอาหารอยู่
“ไม่เป็นไรแน่หรือครับ” ลูเธอร์กล่าวด้วยน้ำเสียงกังวล “ร้านนี่ขายเหล้าเบียร์ ถ้าอาจารย์มาเห็นพวกเราอาจโดนทำโทษเอานะ”
“ไม่เป็นไรหรอก” เรียวจิกล่าวก่อนจะหยิบใบอนุญาตของสภานักเรียนออกมา หัวข้อคือมาสืบหาข้อมูลของคัมภีร์บาปเจ็ดประการที่อาจจะหลงเหลืออยู่ ลูเธอร์ถึงกับปล่อยก๊ากทันที ที่เห็นใบอนุญาตที่ขอมาเพื่องานอื่นแอบแฝง
“เสียงดังว่ะ!! ไอ้พวกเด็กเดนหนีโรงเรียน”
ลูกค้าซึ่งเป็นชายฉกรรจ์คนหนึ่ง ที่นั่งอยู่โต๊ะด้านหลัง กล่าวขึ้นมาพลางกระแทกเหยือกเบียร์เสียงดัง ทำเอากลุ่มเรนเดลหันไปมองทันที
เร็นทำท่าจะลุกไป แต่ฮายาโตะกับเรียวจิห้ามเอาไว้ก่อน
“ใจเย็น...เราห้ามเปิดเผยตัว” เรียวจิกล่าว “มากินเงียบๆ ไปเงียบๆดีสุดแล้ว”
“นั่นสิ” เซร่ากล่าวสนับสนุน “เขาคงเมาน่ะ อย่ามีเรื่องเลย”
โต๊ะของเรนเดลจึงตัดสินใจเงียบ และไม่มีเรื่องต่อ เขาคิดว่าเรื่องคงจบ จนกระทั่งอาหารโต๊ะของเรนเดลถูกยกมาเสิร์ฟก่อน ชายคนนั้นจึงกระแทกเหยือกเบียร์อีกครั้ง
“ฉันสั่งเสต๊กเนื้อสันเหมือนกันนะ ทำไมให้โต๊ะนั้นก่อนล่ะ”
“ขออภัยค่ะคุณลูกค้า แต่โต๊ะนั้นเขามาก่อน และเขาสั่งเอาไว้ก่อนน่ะค่ะ”
“แบบนี้ผมไม่รอแย่เลยหรือ โต๊ะนั้นมากันเยอะแยะ แทนที่จะให้คนน้อยๆก่อนสิ พับผ่าสิ”
โชคดีที่เสต๊กเนื้อสันของชายฉกรรจ์ขี้เมาคนนั้นมาพอดี เขาจึงเงียบไป เป็นอีกครั้งที่เร็นยอมนั่งลงโดยดี หลังจากที่ฮายาโตะและเรียวจิช่วยกันหยุดเร็นเอาไว้
“เร็น แกจำได้มั้ยทำไมแกถึงโดนตัดสิทธิการเป็นองครักษ์ และฉันถึงต้องมาเป็นแทนแก” ฮายาโตะกล่าวเตือนความจำเพื่อนของเขาที่กำลังมีอารมณ์ครุกรุ่น
“จำได้สิ” เร็นกล่าว “ไอ้ครูฝึกมันกวนประสาท เลยโดนฉันซัดหน้าหงายไปไง และมันก็แกล้งฉันด้วยการไม่ส่งรายชื่อของฉันไปเป็นองครักษ์ให้กับเชื้อพระวงศ์”
“เปล่าเลย” เรียวจิกล่าว “เพราะนายใจร้อนเกินไป พันตรีอิชิคาวะกลัวว่านายจะชกฉันหรือเชื้อพระวงศ์คนอื่นหน้าหงายน่ะสิ ถ้าทำอะไรไม่ถูกใจนายเข้า”
“อย่าว่าแต่ผมเลย” เร็นกล่าว “องค์ชายเองก็ใจร้อนใช่ย่อยนี่ เถียงกับครูฝึกประจำ แถมยังต่อยกับเชื้อพระวงศ์คนอื่นด้วย ตอนแย่งชุดฉลองพระองค์ชุดใหม่”
“เบียร์สีชมพูมาแล้ว” เมกุมิกล่าวด้วยน้ำเสียงปลาบปลื้ม เมื่อบริกรหนุ่มนำเหยือกเบียร์สีชมพูดูน่าดื่มมาวางที่โต๊ะ“ของชอบเลยล่ะอันนี้ ไม่นึกว่าในยุคนี้จะมีขายด้วย”
“ขอชิมด้วยสิ” เรนเดลกล่าว “เหลือให้ฉันก้นแก้วก็ได้”
“ไม่ได้ย่ะ” เมกุมิกล่าว “นายยังเด็ก เรนเดล รออายุสิบแปดก่อนนะ”
“ในยุคนี้ดื่มได้ตอนอายุสิบห้าครับ” เรียวจิกล่าวพลางส่งยิ้มให้เมกุมิ “ดังนั้นสงสารเรนเดลเขาหน่อยแล้วกัน”
“ให้จิบนึงแล้วกัน” เมกุมิกล่าวก่อนจะส่งให้เหยือกเบอร์ให้เรนเดลดื่ม เรนเดลยิ้มร่า ก่อนจะยกดื่มจนหายไปครึ่งแก้วอย่างรวดเร็ว แต่แล้วเรนเดลก็สะดุด พร้อมกับวางเหยือกเบียร์ทันที สีหน้าของเขาดูผิดหวังอย่างมาก
“น้ำลิ้นจี่นี่” เรนเดลกล่าว “หลอกกันได้นะ เมกุมิ”
“สารเลวจริงๆ” เสียงชายฉกรรจ์ดังมาอีกแล้ว คราวนี้ทุกคนพร้อมใจกันหันไปมอง “หลอกให้เด็กวัยละอ่อนดื่มเบียร์ กะฟันเด็กสิท่า”
เมกุมิมองด้วยหางตา รังสีอำมหิตออกจากตัวของเธอ จนนักเรียนห้องหนึ่งหยุดนิ่งทันที พวกเขารู้ด้วยสัญชาตญาณ ว่าไม่ต้องลงมือใดๆ เพราะเธอจะจัดการเอง
จู่ๆชายฉกรรจ์คนนั้นก็ส่งเสียงร้อง เพราะเบียร์ที่เขาดื่มกลายเป็นน้ำแข็งกระทันหัน และยึดติดริมฝีปากของเขาเสียแน่น จนยากจะถอนออก ชายคนนั้นส่งเสียงร้องอู้อี้ด้วยความทรมาน แต่น่าแปลกที่ไม่มีใครเห็นเขาเลย และเมื่อเขาจะลุกออกจากโต๊ะ วงเวทผนึกธาตุมืดก็รัดตัวเขาเอาไว้แน่น จนลุกไปไหนไม่ได้
“โหดใช่ย่อยนะ” เรนเดลกล่าว “เวทธาตุแสงบังคับให้แสงไม่ตกกระทบกับชายคนนั้น จึงไม่มีใครมองเห็น ใช้เวทธาตุลมกันเสียงของเขาออกไปด้านนอก และใช้เวทธาตุมืดพันธนาการ...คงต้องทรมานไปสักพักล่ะนะ”
“พวกเรากินข้าวกันเสร็จก่อน ฉันค่อยปล่อยเขาที่หลัง” เมกุมิกล่าว “ไม่งั้นคงบ่นหนวกหู ทำเอาบรรยากาศทานข้าวเสียหมด”
“ทำไมไม่ใช้เวทมิติปิดตายไปเลยล่ะคะ” โจแอนนาถามด้วยความสงสัย “แบบนั้นง่ายกว่าด้วยนะ เปลืองพลังน้อยกว่า”
“เวทสายศาสนจักรไม่มีน่ะสิ” เมกุมิกล่าว “หรือไม่ก็ฉันยังไม่เคยเห็นเวทประเภทนี้ จากสายนี้น่ะ”
หลังจากนั้นทุกคนก็กินข้าวพร้อมคุยกันอย่างสนุกสนาน เรนเดลแอบสังเกตุว่าแค่ห้านาที เมกุมิก็ปล่อยชายคนนนั้นแล้ว ชายคนนั้นรีบเรียกบริกรมาจ่ายเงิน และหนีออกไปทันที
“จะว่าไป” เมกุมิเอ่ยพลางมองเรนเดลและโคโตโนฮะ “พวกเธอจะไปเดทกันนี่ ไปเมื่อไหร่หรือจ๊ะ”
“อะไรนะ เรนเดลจะไปเดท” เรียวจิเอ่ยถาม “ที่ไหนหรือ และไปกับคนไหนล่ะ ได้ข่าวมาว่าจะมีราชินีมากกว่าหนึ่งนี่”
“อิจฉาจัง” เซร่ากล่าวพลางหัวเราะ “เรนเดลกับโคโตโนฮะจะไปสนุกกันแค่สองคนเสียแล้ว”
“นั่นสิน้า” เมกุมิกล่าวพลางหัวเราะในลำคอ “พวกเราเองก็อยากไปเที่ยวเหมือนกันนะ บ้านโคโตโนฮะน่ะ”
“จะไปบ้านท่านโชกุนหรือ” เร็นกล่าว “จะว่าไปไม่ได้ไปฝึกดาบกับท่านนานแล้วน้า ชักอยากไปเสียแล้วสิ”
“ได้ข่าวว่าวิชาดาบท่านร้ายกาจมาก” ฮายาโตะกล่าวสนับสนุน “ทางนี้เองก็อยากได้รับการชี้แนะจากท่านจังเลยนะ”
และแล้วเพื่อนๆทุกคน ก็หันมามองเรนเดลและโคโคโนฮะเป็นสายตาเดียว
“เอาไว้คราวหน้า” เรนเดลกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบ พลางมองไปที่ทุกคน “ผมจะพาเพื่อนๆทุกคน ไปเที่ยววังของผม ไปเที่ยวราชรัฐจิ้งจอกแดง...แบบนี้ดีไหมครับ”
“น่าสนุกนะ” ฮายาโตะกล่าว “และทริปเที่ยวบ้านท่านโชกุนล่ะ เอาไงดี”
“ต้องบอกทุกคนตามตรง” เรนเดลกล่าวพลางมองไปที่โคโตโนฺะ ที่กำลังมีสีหน้าลำบากใจ “งานนี้ฉันกะว่าจะไปแนะนำตัวต่อพ่อและแม่ของโคโตโนฮะอย่างเป็นทางการน่ะ เพราะถึงแม้องค์พระจักรพรรดิจะให้พวกเราหมั้นหมายกัน แต่ฉันก็ยังไม่ได้ไปคุยกับทางบ้านโคโตโนฮะเลยสักครั้ง”
“งั้นแบบนี้พวกเรายิ่งต้องไปใหญ่” เรียวจิกล่าว “หากนายไปคุย ท่านโชกุนคงจัดพิธีหมั้นหมายเลยล่ะ คงไม่รอช้าแน่ๆ และฉันคงพลาดงานหมั้นของเพื่อนไม่ได้หรอกนะ”
“เอ๋” เรนเดลกล่าวด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ “แต่ฉันยังไม่ได้เตรียมตัวเลยนะ”
“นั่นสิคะ” โคโตโนฮะกล่าว “ท่านพ่อคงไม่รีบขนาดนั้นหรอกค่ะ ฉันแค่จะให้เรนเดลไปรักษาตัว และพูดคุยกับท่านเท่านั้น”
“ไม่รู้นิสัยพ่อตัวเองหรือ” เร็นกล่าวเสริม “เธอก็รู้นี่ โคโคโนฮะ ว่าท่านไม่ชอบให้คบกันเป็นแฟนเปล่าๆ เพราะกลัวว่าฝ่ายชายจะไม่รับผิดชอบ ถ้าจะคบกับเธอ ต้องหมั้นสถาณเดียวเท่านั้น”
“ฉันกลัวเราเข้ากันไม่ได้...เหมือนสมัยของนายไงเร็น” โคโตโนฮะกล่าว “สุดท้ายพอฉันถอนหมั้นเธอ พ่อของฉันและเธอก็แทบมองหน้ากันไม่ติดนี่”
“เรนเดล นายต้องระวังล่ะ” เรียวจิกล่าวพลางอมยิ้ม “ท่านโชกุนน่ะ ไม่มีปัญหาหรอก แต่ท่านมิโกะศักดิ์สิทธิ ท่านแม่ของโคโตโนฮะ เธอค่อนข้างหวงลูกสาวมากๆ นายคงต้องรับการทดสอบจากเธอหน่อยนะ”
“โถ่ องค์ชาย” โคโตโนฮะกล่าวพลางถอนใจ “พูดแบบนั้นเดี๋ยวฉันก็ขึ้นคานพอดีหรอกค่ะ ท่านแม่ของฉันใจดีออก เขาต้องชอบเรนเดลแน่ๆ”
“งั้นมื้อนี้นอกจากจะสังสรรค์แล้ว” เรียวจิกล่าวพลางยกแก้วของเขา “ถือว่าเลี้ยงฉลองให้กับการหมั้นหมายของเรนเดลและโคโตโนฮะเลยแล้วกัน”
“นายได้กินปลาดิบจนพุงกางแแน่ๆ เรนเดล” ฮายาโตะกล่าวสนับสนุน พร้อมกับยกแก้ว “ธรรมเนียมประเทศเรา จะต้อนรับเขายด้วยปลาดิบชั้นดีเลยล่ะ”
“ยิ่งชุบด้วยไข่ดิบยิ่งอร่อย” เรียวจิกล่าวพลางหัวเราะ “มาฉลองกันเถอะ”
“เรนเดลคะ เป็นอะไรหรือเปล่า” โคโตโนฮะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงห่วงใย เมื่อเห็นเรนเดลมีสีหน้าผะอืดผะอม กับคำพูดที่ผ่านมาเมื่อกี้
“เปล่าจ๊ะ” เรนเดลกล่าวพลางฝืนยิ้ม “ฉันรอจะกินปลาดิบไม่ไหวเลยล่ะ”