“จบสิ้นสักที”
เมื่อกำจัดคนขององค์กรใต้ดินทั้งหมดลงได้ เซี่ยปิงถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เลือดที่เดือดพล่านค่อยๆ เย็นลง แต่หัวใจเขายังเต้นแรงอยู่นานสองนาน
เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังฝันอยู่ จากเด็กธรรมดาคนหนึ่งที่เป็นแค่นักสู้ขั้นสาม การจะเข้าเรียนในสถาบันระดับสามไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเขา สุดท้ายอาจทำได้แค่เดินตามรอยเท้าของพ่อ เข้าทำงานรับราชการและใช้ชีวิตอย่างปกติสุข
และในตอนนี้ การฝึกฝนของเขาอยู่ในระดับนักสู้ขั้นห้าแล้ว ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคนจากองค์กรใต้ดินหรือผู้ทรงพลังในระดับนักสู้ขั้นหก ล้วนจบชีวิตลงภายใต้หมัดของเขา
ไม่ผิดถ้าจะพูดว่า ความแข็งแกร่งของเซี่ยปิงมีความก้าวหน้าเป็นอย่างมาก
“หืม….นี่มันยาฟื้นฟูไม่ใช่หรือไง” เซี่ยปิงพบสิ่งของบางอย่างระหว่างค้นตัวชายหนุ่มชุดขาว เขาจึงพอสรุปได้ว่า ชายหนุ่มผู้นี้มีที่มาที่ไปไม่ธรรมดา
หลังจากได้ค้นตัวผ่านๆ เขาเจอกับยาฟื้นฟูประมาณห้าขวด ซึ่งยาชนิดนี้สามารถทำให้นักสู้ขั้นหกฟื้นฟูร่างกายกับพลังปราณที่ใช้ไป
ด้วยราคาต่อขวดหนึ่งแสนเหรียญรัฐบาลกลาง ยาฟื้นฟูชนิดนี้จึงมีไว้เฉพาะกลุ่มคนรวยเท่านั้น
ถ้าเดาไม่ผิด ไอ้เด็กนี่คงเตรียมไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน แต่ช่างน่าเสียดาย ดันมาเจอเขาทุบตายก่อนได้ใช้มัน
“ดูเหมือนจะมีตำราลับอยู่ด้วย”
เซี่ยปิงพบตำราลับหนึ่งเล่ม มีตัวอักษรระบุไว้ว่า ‘สามดาบเฉือนปฐพี’ อาจเป็นทักษะดาบที่อีกฝ่ายใช้ฝึกฝนอยู่ พลังของมันไม่ธรรมดาแน่
ถ้าเกิดว่าเราเอาตำราลับเล่มนี้ไปขายละก็….มูลค่าของมันคงไม่ต่ำกว่าหนึ่งล้านเหรียญรัฐบาลกลาง
“ไปทางนั้น! ฉันได้ยินเสียงกรีดร้องออกมาจากโกดัง”
“ไม่หรอกมั้ง ใครมันจะไปอยู่ที่โกดังร้างนั่น”
“มีโอกาสเป็นไปได้สูงที่ศัตรูจะซ่อนตัวอยู่แถวนี้ เราจะประมาทไม่ได้”
กลุ่มคนบริษัทหมีดำที่ได้ยินเสียงจากการต่อสู้ก่อนหน้านี้ จึงรีบเคลื่อนตัวไปยังต้นทางของเสียงโดยพร้อมกัน
“ไอ้เวรเอ๊ย แห่กันมาอีกเป็นกระบุง แล้วฉันจะอยู่ทำแป๊ะอะไรละ” เซี่ยปิงเก็บของแล้วออกวิ่งทันที
หลังจากเซี่ยปิงหนีไปไม่กี่อึดใจ กลุ่มชายชุดดำเคลื่อนตัวมาถึงด้านในโกดัง สิ่งแรกที่เห็นคือศพชายชุดดำเจ็ดถึงแปดคนนอนจมอยู่กับพื้น
“ท่าไม่ดีแล้ว ฉันเคยเห็นพวกเขาในบริษัทมาก่อน อยู่หน่วยรักษาความปลอดภัยของบริษัทเรา แต่นี่มันอะไรกัน ใครเป็นคนฆ่าพวกเขา” หนึ่งในกลุ่มชายชุดดำเอ่ยด้วยความตื่นตระหนก
ไม่มีใครในที่นั้นสามารถสงบจิตใจลงได้ เพราะรู้ว่าระดับการฝึกฝนของเจ้าหน้าที่กลุ่มนี้อย่างต่ำคือนักสู้ขั้นสี่ ขณะที่บางคนอยู่ในระดับนักสู้ขั้นห้า แต่พวกเขาทั้งหมดเหลือแต่ร่างไร้วิญญาณ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าฝ่ายศัตรูมีความน่ากลัวแค่ไหน
“ตรงนั้นยังมีอีกหนึ่งคน” ชายชุดดำอีกคนสังเห็นชายชุดขาวอยู่ไม่ไกลจากที่พวกเขายืนอยู่
ชายวัยกลางคนดีดตัวเข้าไปทันที เมื่อเห็นร่างของคนที่นอนอยู่กับพื้น ใบหน้าพลันเปลี่ยนสี มุมปากสั่นพร่า “นี่มัน นี่มัน….เจิ้งหัวลูกชายของท่านประธานเจิ้ง”
“พูดว่าอะไรนะ ลูกชายของท่านประธาน!”
“ฉันได้ยินมาว่า ผู้จัดการเจิ้งมอบหมายภารกิจนี้ให้ลูกชายของเขา แต่ตอนนี้….เขาตายแล้ว”
“ดูจากร่องรอยบาดแผล ทั้งสองฝ่ายปะทะกันอย่างดุเดือด คนที่ฆ่าเจิ้งหัวต้องเป็นไอ้บัดซบนั่นอย่างแน่นอน”
“ท่านประธานมีเจิ้งหัวเป็นลูกชายเพียงคนเดียว ถ้าเกิดว่าเขารู้เรื่องนี้….ฉันไม่อยากจะคิดต่อเลย”
“นี่เป็นเรื่องใหญ่ ต้องรีบรายงานทันที!”
ใบหน้าของกลุ่มชายชุดฉายแววดำตึงเครียด พวกเขาทราบดีว่าเจิ้งหัวเป็นอัจฉริยะรุ่นเยาว์ที่หาตัวจับได้ยาก ก้าวเข้าสู่ขอบเขตนักสู้ขั้นหกได้ตั้งแต่อายุยังน้อย เส้นทางการฝึกในอนาคตไร้ขีดจำกัด และที่สำคัญเขาคือความภาคภูมิใจหนึ่งเดียวของท่านประธานเจิ้ง
ทว่าอัจฉริยะคนนี้เหลือเพียงร่างไร้ลมหายใจ หากท่านประธานเจิ้งรู้ข่าวนี้ ไม่มีใครจินตนาการได้ว่าเขาจะโกรธแค้นแค่ไหนกัน
ชายชุดดำที่มีอายุมากสุดในกลุ่มรีบติดต่อหาบริษัทหมีดำเพื่อรายงานสถานการณ์ทั้งหมด แม้จะมีผลกระทบตามมา แต่เขาไม่สามารถปกปิดเรื่องนี้ไว้ได้
ไม่กี่นาทีต่อมา บนชั้นบนสุดของอาคารบริษัทหมีดำ เจิ้งเฉิงที่เพิ่งได้รับข่าว ดวงตาทั้งสองข้างมืดดำ ใบหน้าเต็มไปด้วยอารมณ์โศกเศร้าอาฆาตแค้น เขาเงยหน้าขึ้นมองผืนฟ้า แผดเสียงร้องคำรามด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว
“อ้ากกกกก!!!!! มันกล้าฆ่าลูกชายฉัน ไม่ว่ามันจะเป็นใคร ซ่อนอยู่ทีไหน หรือมีภูมิหลังยิ่งใหญ่คับฟ้าขนาดไหน ฉัน—เจิ้งเฉิง! ขอสาบานว่าจะฉีกร่างบดกระดูกมันผู้นั้นเป็นพันๆชิ้น!”
เจิ้งเฉิงคำรามลั่น อากาศรอบด้านถูกบีบด้วยคลื่นพลังอันน่าสะพรึงกลัว คลื่นเสียงที่เกิดจากอารมณ์ความเจ็บปวดสูญเสีย แผ่ขยายออกไปในรัศมีเกือบสิบกิโลเมตร พื้นบนยอดอาคารสั่นร้าวและเริ่มแตกออกจากกันเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
“ท่านประธาน”
ซ่งฮุยที่ยืนอยู่ข้างๆ มองเจิ้งเฉิงด้วยสีหน้ากังวล สิ่งที่เขาเคยพูดไว้ก่อนหน้านี้ ในที่สุดก็เกิดขึ้นจนได้
“เจิ้งหัวคือลูกชายของฉัน เขาคือลูกชายคนเดียวของฉัน!”
เจิ้งเฉิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง “ตลอดระยะเวลาสิบแปดปีเต็ม ฉันทุ่มเททุกอย่างเพื่อดูแลเขาให้เติบโตมาอย่างดี ทั้งทรัพยากรล้ำค่าและเงินตราจำนวนมหาศาล”
“เพราะรู้ว่าตลอดชีวิตของฉันเจิ้งเฉิง เป็นแค่พวกไร้ประโยชน์ที่ติดอยู่ในขอบเขตนักสู้ขั้นเก้า ดังนั้นฉันจึงอยากเห็นเขาก้าวขึ้นไปบนเส้นที่ฉันทำมันไม่ได้”
“แต่ว่าตอนนี้ เขา….ตายแล้ว ถูกฆ่าโดยไอ้หัวขโมยชาติชั่ว สิบแปดปีที่ฉันต้องกัดฟันทำงานหนักด้วยความอดทนล้วนสูญเปล่า หัวอกคนเป็นพ่ออย่างฉันจะทนได้อย่างไร!”
ความโกรธของเขาปะทุถึงขีดสูงสุด
“ฉันทำไม่ได้!”
ซ่งฮุยจึงพูดด้วยท่าทีที่เปลี่ยนไป “ท่านประธาน กับเรื่องนี้ไม่มีใครสามารถทนได้”
เจิ้งเฉิงรวบมัดเข้าหากันแน่น ออกคำสั่งเสียงเยือกเย็น “บอกให้ทุกคนในบริษัทเราเข้าปิดกั้นพื้นที่ระยะหนึ่งร้อยกิโลเมตรและสถานีรถไฟ ครั้งนี้ทำให้แน่ใจว่า ต่อให้มีปีกบินมันก็หนีไม่พ้น!”
“มันอยากหนีใช่ไหม ฉันจะปิดกั้นพื้นที่ทั้งหมด มาดูกันว่ามันจะมุดหัวไปไหนได้!”
“คิดว่าฆ่าลูกชายของฉันแล้วจะหนีไปโดยที่ไม่มีร่องรอยเลยงั้นเหรอ อย่าหวัง!”
“ถ้าจับตัวมันได้เมื่อไหร่ ฉันจะฉีกร่างมันเป็นพันๆ ชิ้น ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ ญาติพี่น้อง หรือเพื่อนของมันเป็นใคร ฉันจะตามฆ่าให้หมดทั้งเก้าชั่วโคตร!”
เจิ้งเฉิงกัดฟันแน่น ตอนนี้ความโกรธของเขาพร้อมจะระเบิดทุกเวลา แรกเริ่มเขามอบภารกิจนี้ให้ลูกชายไล่ตามศัตรูเพื่อสั่งสมประสบการณ์ แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือการสูญเสียลูกชายโดยไม่มีวันหวนกลับ คนเป็นพ่ออย่างเขาไม่สามารถแบกรับความรู้สึกนี้ได้
“ครับท่านประธาน” ซ่งฮุยรีบจัดการต่อทันที
วูบ! วูบ!
หลังจากสมาชิกในกลุ่มบริษัทหมีดำได้รับคำสั่งจากเบื้องบน พวกเขาก็แบ่งกลุ่มกระจายกันไปตามจุดต่างๆ ที่กำหนดไว้ ไม่ว่าจะเป็นถนนในหลายพื้นที่ ตรอกซอยอาคาร สถานีรถไฟ ทั้งหมดล้วนอยู่ภายใต้การควบคุมของพวกเขาโดยสมบูรณ์ รวมถึงการตรวจสอบทุกคนที่เข้าออกจากสถานี เพื่อยืนยันว่าศัตรูจะไม่มีทางหนีออกไปจากเมืองจันทราทมิฬแห่งนี้ได้
ปฏิบัติการณ์ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงพลังอำนาจของบริษัทหมีดำในเมืองจันทราทมิฬ ขอเพียงพวกเขาต้องการ ไม่ว่าใครก็หนีไม่พ้น