ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่522 หน้ากากหยก ระดับ จักรพรรดิ

          ครั้นเมื่อหมู่ชนดินแดนเทพ ออกจากสงคราม เทพพันปีกันจนสิ้น หลงเหลือไว้เพียงอี้เฉินกับ เมี่ยนจือมันก็ทำให้ เผ่าพันธุ์บรรพกาลต่างก็พากันประหลาดใจ แม้แต่ผู้อาวุโสชรายังต้องหรี่ดวงตาจนเล็กแคบ "นั้นมันหมายความว่าอย่างไร เหตุใด พวกเขาทั้งสองถึงไม่ถูกส่งออกไปสู่โลกภายนอก"
 

ก่อนเสียงภายในโสตประสาทอี้เฉิน จะกล่าวเตือนตัวเขาให้ถอยห่างจากลานประลอง "คำสัญญาแห่งโลหิต กำลังจะทำงาน"

 


           เหล่าผู้อาวุโสชรารับรู้ถึงปราณพลัง มหาศาลโพยพุ่งขึ้นมาในทันใด "หืม!! เกิดอะไรขึ้น ภายในดินแดนบรรพกาลอีก" จู่ๆ หม้อเพลิงก็ปะทุขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง ปราณพลังที่ล้นทะลักทลาย โพยพุ่งสู่ท้องฟ้า แผดเผาสวรรค์จนเสียงดังกึกก้องเก้าชั้นฟ้า ท้องฟ้าแปรปรวนอย่างรุนแรง ส่งให้หมู่ชนมองเห็นเปลวเพลิง ลอยพุ่งสูงเหนือท้องฟ้าจนแดงฉาน กายารู้สึกแสบร้อนขึ้นมาในทันใด จากเปลวเพลิงที่ลุกโชติช่วง

 


          ก่อนที่มันจะปรากฏป้ายหยกป้ายหนึ่งขึ้นมา จากเปลวเพลิงที่ลอยเหนือสวรรค์ชั้นฟ้า ทำให้ดวงตาของทุกผู้คน ต่างก็จับจ้องไปที่รายชื่อนั้นเป็นตาเดียว "นั่น! นั่น! ชื่อขององค์หญิงอิงฮวาไม่ใช่หรือ หรือคนขององค์หญิง ชนะการประลองศึกชี้ชะตา"

 


         ฉับพลัน ร่างองค์หญิงอิงฮวาก็ส่งแสงลอยขึ้นสูงในฉับพลัน ก่อนที่ร่างของนางจะถูกดึงเข้าไปภายในหม้อเพลิงใบใหญ่ ทำให้หมู่ชนตกตะลึงสุดแสนไปแล้วในยามนี้ ไม่เว้นแม้แต่อี้เฉิน ที่มาหลบอยู่ข้างๆ เมี่ยนจือ

 


         องครักษ์เล่งซุน เขามีท่าทีกังวลในทันใด ทว่าองค์หญิงอิงฮวา กลับส่งคำพูดมากล่าวเตือนชายหนุ่ม "ข้าไม่เป็นอะไรเล่งซุน เหมือนข้าจะได้โชควาสนา ที่ยิ่งใหญ่ โปรดเจ้าคุ้มกันผู้มีพระคุณของข้าด้วย"

 


"แต่ แต่"องครักษ์เล่งซุน กล่าวคำพูดออกมายังไม่ทันไร เขาก็ต้องรีบพุ่งปราด เข้าไปคุ้มกันอี้เฉินในทันใด เมื่อเห็นหมู่ชนเริ่มปิดล้อมตัวของอี้เฉินไว้

 

เมี่ยนจือนางมีสีหน้าที่บูดบึ้งโดยพลัน เมื่อเห็นสถานการณ์ในยามนี้ ก่อนนางจะจ้องมองอี้เฉินพร้อมจะเอาเรื่อง "อี้เฉินเหตุใดเจ้ายังจะรั้งตัว ข้าไว้อีก"


 

         อี้เฉินยิ้มเจื่อนในทันที "เหตุใดเจ้าคิดเช่นนั้นเล่าเมี่ยนจือ เจ้าเกิดและเติบโต ได้ร่างใหม่ภายในดินแดนแห่งนี้ แถมตอนเจ้าเข้ามา เจ้าอย่าลืมสิว่า ข้าเป็นสื่อกลางไม่ใช่ตัวเจ้า ศิลาโลกปราณจิต จึงไม่ได้บันทึกว่าเจ้า มาจากดินแดนเทพ ..เรื่องนี้ไว้ค่อยคุยกันที่หลัง เราจัดการสถานการณ์ตรงหน้าก่อนเถอะ"

 


        เมี่ยนจือ เม้มริมฝีปากแดงน้อยไว้แน่นในทันที ครั้นได้ยินคำพูดของอี้เฉิน ก่อนพวกเขาจะถูกคนของ4เผ่าพันธุ์ใหญ่ ปิดล้อมรอบด้านไว้อย่างสมบูรณ์ พร้อมกับชายหนุ่มที่พุ่งมาคุ้มกันอี้เฉิน

 


ก่อนน้ำเสียงผู้อาวุโสชราเผ่าพันธุ์มังกรทอง จะกล่าวขึ้นมา "เล่งซุน เหตุใดเจ้ามาขวางพวกเราไว้ในยามนี้ หรือเป็นคำสั่งเสียขององค์หญิงอิงฮวา"

 


         เล่งซุน สีหน้าของเขาบูดบึ้งในทันที ทว่ายามนี้เขาจะทำอะไรได้ เมื่ออยู่ต่อหน้า ขั้นพลังเซียนสวรรค์หลาย10คนในยามนี้ แม้แต่อี้เฉินกับเมี่ยนจือยังรู้สึกถึงแรงกดดันที่หนักอึ้ง

 


         ก่อนน้ำเสียง ฮูหยิน หนานเอ๋อร์จะเดินสืบฝีเท้ามายืนข้างๆ อี้เฉิน ลูบไล้ใบหน้าหล่อเหลาของอี้เฉินอยู่แวบหนึ่ง ทว่ากับแฝงไว้ด้วยแรงกดดัน บีบคั้น "หนุ่มน้อย เหมือนเจ้าจะรู้อะไรสินะ โปรดเล่ามันออกมาให้ข้าฟัง"

 


          อี้เฉินที่เห็นหญิงสาววัยกลางคน เขาเล่นตามน้ำไปในทันที ทว่ามันกับทำให้หลายคนไม่สบอารมณ์ โดยเฉพาะคนของเผ่ากิเลนโลกันตร์ เมื่ออี้เฉินกอดเอวคอดหญิงสาวอายุ30ปีไว้แน่น จนทำให้ ฮูหยิน หนานเอ๋อร์ หน้าแดงน้อยขึ้นมา ดันกายถอยห่างเด็กหนุ่มเจ้าเล่ห์ ผู้นี้ในทันใด

 


          แม้กระทั่งจ้าววังมดแดงสวรรค์ ยังเดือดดาลขึ้นมาในยามนี้ "เจ้า! เจ้า! ไม่มีเงาหัวอยู่แล้ว ยังคิดจะโอหังต่อหน้าพวกเรา เหล่าเซียนสวรรค์อีกอย่างนั้นหรือ"

 


          อี้เฉินกล่าวออกไปโดยไม่มีท่าทีทุกข์ร้อน เล่งซุนที่อยู่ข้างกายยังต้องขมวดคิ้วมุ่นจนเป็นปม 'เหตุใดชายหนุ่มถึงยังดูสงบนิ่งอยู่ได้ เขาคงจะไม่ได้เป็นคนบ้าหรอกกระมัง' "หากข้าบอกว่า ข้าเป็นผู้กำหนดชะตาดินแดนแห่งนี้ว่าจะอยู่หรือตาย พวกท่านจะเชื่อข้าหรือไม่"

 


         คุณชายหมิงเจ๋อ แห่งเผ่าพันธุ์มังกรทอง เขาหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง "เจ้าคิดจะชุบมือเปิบหรืออย่างไร หรือเจ้าคิดอยากจะเป็น จักรพรรดิของดินแดนแห่งนี้ ..แต่หากเป็นจริงอย่างที่เจ้าว่า พวกเราก็จะฆ่าสังหารเจ้าลงเสียเดียวนี้"

 


        อี้เฉินขำออกมาในทันที "ฮ่าๆ จักรพรรดิอย่างนั้นหรือ ข้าไม่เคยคิดอาจเอื้อมมันแม้แต่น้อย เส้นทางที่รุ่งโรจน์ของข้า ข้าจะเป็นคนขีดเขียนมันขึ้นมาเอง ไม่คิดอยู่ภายใต้ร่มเงาของจักรพรรดิผู้ใด อยู่เหนือบรรพชนทุกยุคทุกสมัย ก้าวข้ามทะเลมืดอย่างที่ใจข้าปรารถนา"

 


        ผู้คนที่ได้ยินคำพูดของอี้เฉินถึงกับต้องตกตะลึง แม้แต่ท้องฟ้ายังมืดครึ้มกับคำพูดนั้นของอี้เฉิน ถึงชายหนุ่มผมขาวจะมีศักยภาพสูงล้ำ ยากจะคาดเดาจินตนาการได้   แต่นั่นก็ถือเป็นการก้าวเดินอีกยาวไกล ทำให้ผู้อาวุโสชราเผ่าพันธุ์บรรพกาล ต่างก็พากันส่ายหัวออกมา

 


         ก่อนน้ำเสียงชายหนุ่มจะกล่าวแค่นเสียงออกมา "เจ้าช่างพูดจาใหญ่โตไม่น้อย หนุ่มน้อยอี้เฉิน การที่เจ้าคิดเช่นนั้นมันก็ไม่ต่างอะไร กว่าการไปอยู่เหนือกว่าจักรพรรดิอีกไม่ใช่หรือ เช่นนั้นเจ้าแสดงมันให้ข้าดูได้หรือไม่ เมื่ออยู่ต่อหน้าขั้นเซียนสวรรค์อย่างพวกข้าที่อายุเกิน200ปี ...ยามนี้เจ้าคงจะอายุ40ปีเองสินะ เจ้าจะได้รู้ถึงความห่างชั้นของ ขั้นพลัง"

 


         ด้านเล่งซุนที่รับรู้ถึงอายสังหาร ที่ส่งเล็ดลอดออกมา จากพวกเขาเหล่าเซียนสวรรค์ ทั้ง4ของเผ่าพันธุ์บรรพกาล ไม่ว่าจะเป็น เจ้าวังมดแดงสวรรค์ คุณชายหมิงเจ๋อ นายน้อยหนิงหรง ฮูหยินหนานเอ๋อร์ เขาเดินเข้ามาขวางอี้เฉินไว้ในทันที ตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมาย จากองค์หญิงอิงฮวา ไม่รู้นางในยามนี้จะเป็นหรือตายแต่ด้วยไฟที่ร้อนแรงภายในหม้อเพลิงนั้น ยากที่จะเชื่อว่านางยังมีชีวิตอยู่

 


         อี้เฉินคลี่ยิ้มออกมากว้าง เมื่อสงคราม เทพพันปีจบลง เขาก็ไม่ต้องกังวล ว่าจะมีคนสอดส่องเขาอีกต่อไป ก่อนกล่าวรับคำท้าพวกเขาออกไป "ได้ๆ ข้าจะต่อสู้กับพวกเจ้าทั้ง4คนเอง"

 


       ด้านเจ้าวังมดแดงสวรรค์ คุณชายหมิงเจ๋อ นายน้อยหนิงหรง ฮูหยินหนานเอ๋อร์ ต่างก็มีใบหน้าที่บูดเบี้ยว ไม่คิดเด็กหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้า จะใจกล้าห่อฟ้าถึงเพียงนี้ "เจ้าช่างโอหังนักหาก อยากตายก็ก้าวเท้าออกมา"

 


แม้แต่ เล่งซุน ยังส่ายหัวกับการกระทำของอี้เฉิน กล่าวเตือนชายหนุ่มออกมาในทันที "เจ้าอยู่ด้านหลังของข้าไว้ ดีกว่า"

 


        ทว่าในเสี้ยววินาที น้ำเสียงหนึ่งของอี้เฉินก็พุ่งเข้ามา ภายในโสตประสาทของ  เขาอย่างฉับพลัน "นางไม่เป็นอะไร ยามนี้นางอยู่ในช่วงรับโชค วาสนา จากคำสัญญาโลหิต ..เจ้าดูแลสหายของข้าเถอะ" คำพูดนั้นของอี้เฉินที่ส่งเข้ามาภายในโสตประสาท ทำให้ประกายตาในกรอบสายตา เล่งซุน ทอประกายเต็มไปด้วยความคาดหวังอีกครา

 


       ก่อนอี้เฉินจะสืบฝีเท้าออกไปท่ามกลางอากาศ ยืนประจันหน้ากับเหล่าจอมยุทธ์ขั้นเซียนสวรรค์ อย่างไม่มีหวาดเกรง "เจ้าคนดินแดนเทพ! เจ้าช่างใจกล้าห่อฟ้านัก!" คุณชายหมิงเจ๋อ แค่นเสียงคำรามออกมาในทันที ร่างพุ่งปราดหายวับคิดจะตบสั่งสอนอี้เฉินในทันใด

 


      ทว่าหมู่ชนโดยรอบ กลับต้องตกตะลึงสุดแสน เมื่อเห็นอี้เฉินหยิบหน้ากากหยกจากภายในทะเลความรู้มาสวมใส่ ส่งให้พลังต่อสู้อี้เฉินพุ่งพรวดพราดไปอย่างฉับพลัน จนไปอยู่ในขั้นเซียนสวรรค์แท้จริงได้ เมี่ยนจือที่เห็นหน้ากากหยก ระดับ จักรพรรดิ นางยังกำฝ่ามือไว้จนแน่น



       ก่อนอี้เฉินจะคว้าหมับเข้าที่ฝ่ามือคุณชาย หมิงเจ๋อ แห่งเผ่ามังกรทอง ก่อนแค่นเสียงดุออกมา "เจ้าคิดจะตบข้างั้นหรือ" ฉับพลันเสียงตบก็ดังออกมาก้องฟ้า จากฝ่ามืออี้เฉินที่พุ่งปราดเข้าใส่ใบหน้า ทำให้ใบหน้าหล่อเหลาของ   คุณชาย หมิงเจ๋อ แห่งเผ่ามังกรทอง กลายเป็นรอยฝ่ามืออี้เฉิน ลอยกระเด็นออกไปในฉับพลัน ฟันหลุดร่วงหลายซี่ในทันใด ก่อนจะพ่นเลือดออกมาคำใหญ่

 


        "เจ้า! เจ้า!" ยามนี้ใครเล่าจะไม่ตกตะลึง เมื่อรับรู้ว่า ชายหนุ่มมี สิ่งประดิษฐ์ ระดับ จักรพรรดิ ที่อยู่บนจุดสูงสุด ของโลกไว้ในครอบครอง แม้แต่ผู้อาวุโสชรายังต้องตกตะลึง

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน