ตอนที่ 82 ความสัมพันธ์กลางวงเหล้า
ตอนที่ 82ที่สวนของรีสอร์ทบริเวณนี้นั้นมีศาลาสำหรับนั่งเล่นอยู่ปกติตอนกลางคืนแบบนี้จะไม่ค่อยมีใครมานั่งแถวนี้เท่าไหร่แต่ทว่าคืนนี้กลับมีกลุ่มแขกผู้เข้าพักกลุ่มหนึ่งกำลังนั่งดื่มสังสรรค์อยู่ที่นี่ป๊อก !! ฟู่ !! เสียงกระป๋องเบียร์ถูกเปิดออกก่อนเบียร์กระป๋องนั้นจะถูกกระดกนานอยู่หลายวินาที“อ้า...เบียร์ไทยนี่อร่อยอยากที่ได้ยินมาเลย !!” หมอมิโฮะอุทานออกมาเมื่อกระดกเบียร์ในมือไปหลายวินาที“เหอะๆพึ่งรู้นะครับเนี่ยว่าหมอมิโฮะเป็นคอเบียร์” ดนัยรินเบียร์ใส่แก้วที่เต็มไปด้วยน้ำแข็งของเขา“ก็นิดหน่อยค่ะว่าแต่หมอดนัยแบบนั้นมันเสียรสชาติหมดสิเบียร์ใส่น้ำแข็งเนี่ยนะ” หมอมิโฮะโวยวายเมื่อเห็นดนัยกำลังรินเบียร์ใส่แก้วน้ำแข็ง“ผมชินแบบนี้น่ะ” ดนัยบอก“เป็นรสนิยมการดื่มเบียร์ของคนไทยสินะคะเคยได้ยินมาเหมือนกันว่าคนไทยนั้นใส่น้ำแข็งลงไปในเครื่องดื่มทุกชนิด” รินะพูด“ใช่ครับเมืองไทยเป็นเมืองร้อนอบอ้าวคนที่นี่เลยต้องหาวิธีการคลายร้อนเครื่องดื่มใส่น้ำแข็งก็เป็นหนึ่งในวิธีนั้นแถมเครื่องดื่มพวกนี้เองก็หวานมากด้วยเลยมักนิยมใส่น้ำแข็งเพื่อให้รสชาติเจือจางลงเบียร์นี่ก็เช่นกันมันขมใช่มั้ยล่ะครับถ้าใส่น้ำแข็งลงไปมันก็ลดขมลงมาทำให้ดื่มง่ายขึ้น” ดนัยยกแก้วเบียร์ขึ้นดื่มอึกใหญ่“อ้า...ชื่นใจชะมัดผมไม่ได้ดื่มเบียร์มาตั้งหลายปีแล้วนะครับเนี่ย” ดนัยพูดเขาเองก็ไม่ได้ดื่มเบียร์มานานพอสมควร“ว่าแต่ฮิคาริกับหมอยูมิไปไหนล่ะครับเนี่ย” ดนัยมองหาอีกสองสาวที่ไม่อยู่ตรงนี้“เดี๋ยวก็ตามมาน่ะผู้หญิงอย่างเรามีอะไรต้องทำเยอะนะในตอนกลางคืนแบบนี้” รินะพูด“ทำเยอะ...ตอนกลางคืน??” ดนัยไม่เข้าใจ“ไม่มีอะไรหรอกหมอดนัยก็แค่ทาครีมบำรุงผิวน่ะส่วนหมอฮิคาริคงอาบน้ำล้างคราบเลือดอยู่” หมอมิโฮะบอก“อ้อ” ดนัยที่ได้ยินหมอมิโฮะช่วยบอกก็พยักหน้าเข้าใจเขานั้นไม่ได้อาบน้ำแค่เปลี่ยนเสื้อผ้าและล้างมือเท่านั้นเพราะเขาจะกะอาบทีเดียวตอนดึกเลย“นี่หมอดนัยคะทำไมหมอดนัยถึงเรียนหมอฮิคาริด้วยชื่อเฉยๆล่ะแต่พอกับหมอยูมิกลับเรียกแบบนั้น” รินะอดสงสัยไม่ได้หือนั่นสินะทำไมเราถึงเรียกทั้งคู่ไม่เหมือนกันนะ ดนัยคิดในใจ“เอ่อ...เพราะผมสนิทกับฮิคาริมากกว่าล่ะมั้งครับ” ดนัยหยุดคิดก่อนจะตอบออกไป“เอ๋...หมอดนัยทำงานกับหมอยูมิมาตั้งปีแล้วนะคะแถมกลางวันก็กินข้าวด้วยกันแทบทุกวันจนคนในโรงพยาบาลคิดว่าเป็นแฟนกันไปแล้วทำไมถึงไปสนิทกับหมอฮิคาริมากกว่าทั้งที่พึ่งเจอกันไม่กี่เดือนล่ะคะ” รินะพูดดนัยได้ยินดังนั้นก็ไม่รู้จะตอบรินะกลับไปอย่างไรเพราะตัวเขานั้นใช้เวลาอยู่กับฮิคาริมากกว่าหมอยูมิเสียอีกซึ่งมันก็ตั้งแต่ช่วงที่เธอยังเป็นวิญญาณหลุดออกจากร่างนั่นล่ะนะ“โธ่...คุณรินะทีพวกคุณยังเรียกทั้งคู่ว่าหมอเหมือนผมเลย” ดนัยบอก“ก็พวกพยาบาลอย่างฉันกับซากิไม่สนิทนี่คะกับหมอฮิคาริยังเป็นถึงเจ้าของโรงพยาบาลด้วยถึงอายุจะใกล้กันก็เถอะแต่จะให้เรียกแบบสนิทสนมเลยก็ยังไงอยู่” รินะบอก“แต่ตอนนี้ก็น่าจะสนิทแล้วนี่ครับ” ดนัยแย้งเพราะมาต่างประเทศด้วยกันแบบนี้พวกสาวๆน่าจะสนิทกันบ้างแล้ว“เอาเป็นว่าเดี๋ยวพวกหมอยูมิกับหมอฮิคาริมาพวกเธอทั้งหมดก็ลองเรียกแบบสนิทๆดูสิฉันว่าทั้งคู่ไม่ว่าอะไรหรอก” หมอมิโฮะบอก“คร่า !!x2” ซากิและรินะพยักหน้าพลางหันหน้ามากดดันดนัย“เอ่อ...จะลองดูแล้วกันนะครับ” ดนัยพยักหน้าพร้อมกระดกเบียร์เข้าปาก“ว้ายนี่มันอะไรกันเนี่ยทำไมถึงเผ็ดจังเลยล่ะปลาหมึกย่างนี่ !!” ซากิถึงกับร้องออกมาเมื่อเธอกินปลาหมึกย่างที่ราดชุ่มไปด้วยน้ำจิ้มซีฟู้ด“ทำใจครับคุณซากิอาหารทะเลทุกชนิดที่นี่เขากินกับน้ำจิ้มนี้แทบทั้งนั้น” ดนัยบอก“มาชนแก้วกันหน่อยดีกว่าทุกคน !!” รินะยกกระป๋องเบียร์เธอขึ้นมาและยื่นมากลางวงจากนั้นพวกเขาก็ชนแก้วดื่มกันอย่างสนุกสนานอีกด้านหนึ่ง“ฮิคาริเป็นอะไรหรือเปล่าเธออาบน้ำนานกว่าปกตินะ !!” เสียงของหมอยูมิดังเข้ามาในห้องน้ำ“ใกล้เสร็จแล้วพอดีท้องไม่ค่อยดีเธอจะออกไปก่อนเลยก็ได้ไม่ต้องรอฉันหรอก” ฮิคาริตะโกนออกไปซึ่งเธอนั้นอาบน้ำเสร็จมาสักพักแล้วและก็ไม่ได้ท้องไม่ดีอย่างที่บอกแต่เธอนั้นกำลังนั่งอยู่ขอบอ่างหย่อนขาลงแช่น้ำอุ่นอยู่พร้อมทั้งบีบนวดขาเธอไปด้วย“ไม่ล่ะฉันจะรอไปพร้อมกับเธอ” เสียงหมอยูมิตะตอบกลับมา“ฟู่ว...ปวดชะมัดเลยนั่งคุกเข่าแค่ไม่กี่นาทีเองนะเนี่ยยาแก้ปวดที่เตรียมมาก็หมดแล้วด้วยนวดอีกสิบนาทีแล้วกันอาการปวดน่าจะทุเลาลงบ้าง” ฮิคาริพ่นลมหายใจออกมาเธอในตอนนี้นั้นปวดขาจนแทบจะยืนไม่ไหวส่วนทางด้านหมอยูมิที่อยู่ข้างนอกหลังจากได้ยินฮิคาริตอบกลับมาแบบนั้นเธอก็เดินไปที่ตู้เสื้อผ้าแอบหยิบกระเป๋าฮิคาริออกมาอย่างเบามือและเงียบที่สุด“ขอโทษทีนะฮิคาริที่ต้องแอบดูของในกระเป๋าเธอแบบนี้” หมอยูมิพูดขอโทษออกมาเบาๆขลุกขลัก !! ขลุกขลัก !! หมอยูมิรื้อกระเป๋าอยู่สักพักจนกระทั่งเธอเจอประเป๋าใบเล็กที่เห็นเมื่อตอนกลางวันเธอเปิดกระเป๋าใบนั้นออกมาและก็เห็นเข็มฉีดยาที่ว่างเปล่าสี่เข็ม“ไม่มีขวดยาในกระเป๋าเลยไม่รู้ว่ายาอะไรแต่ฉีดที่กล้ามเนื้อต้องเป็นยาแก้ปวดแน่นอน” หมอยูมิพูดออกมาหลังจากสำรวจหาขวดยาดูแล้วแต่ไม่เจอและตอนนั้นเธอก็บังเอิญเห็นยาที่เหลือค้างอยู่ในเข็มฉีดยานิดหน่อยเธอจึงรีบไปหยิบถุงพลาสติกที่มีอยู่ติดกระเป๋าของเธอออกมาหลังจากหยิบถุงพลาสติกมาแล้วหมอยูมิก็ฉีดยาที่ค้างอยู่ในเข็มนั่นใส่ถุงพลาสติกที่เธอเอามาและปิดปากถุงให้แน่นต้องเอากลับไปตรวจให้แน่ใจว่าเป็นยาอะไรกันแน่ที่เธอฉีดเข้าไปหมอยูมิคิดในใจเธอรีบเก็บถุงนั่นใส่กระเป๋าของเธอให้เรียบร้อยก่อนจะจัดกระเป๋าของฮิคาริที่เธอพึ่งจะรื้อให้เหมือนเดิมหลังจากเก็บของเรียบร้อยแล้วหมอยูมิก็ไปนั่งรอฮิคาริที่เตียงทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นจนกระทั่งสิบห้านาทีต่อมาฮิคาริก็เดินออกมาจากห้องน้ำ“ท้องเสียงั้นเหรอเอายามั้ยเดี๋ยวไปขอที่พนักงานรีสอร์ทให้” หมอยูมิพูด“ไม่เป็นไรหรอกหายแล้วล่ะขอแต่งตัวแปปนะ” ฮิคาริพูดก่อนจะรีบแต่งตัวถึงกับนั่งบนเตียงแล้วแต่งตัวเลยเหรอนี่ขาเธอเป็นอะไรกันแน่ฮิคาริหมอยูมิสังเกตุเพื่อนสนิทของเธออยู่เงียบๆเพราะปกติเวลาแต่งตัวนั้นฮิคาริจะยืนอยู่หน้ากระจกแล้วแต่งตัวแต่ตอนนี้ฮิคาริกับนั่งที่เตียงแล้วแต่งตัวแทนซึ่งพฤติกรรมแบบนี้มีแต่เธอเท่านั้นที่รู้ไม่กี่นาทีต่อมาฮิคาริก็แต่งตัวเสร็จ“ป่ะยูมิ” ฮิคาริหันมาชวนหมอยูมิไปข้างนอกเพื่อไปพบกับทุกคนและเมื่อทั้งสองคนออกมาข้างนอกไปยังสถานที่ที่นัดเอาไว้ก็พบกับดนัยและทุกคนกำลังส่งเสียงเฮฮากันอยู่“เอ๋...นี่เมากันแล้วเหรอคะเนี่ย” หมอยูมิส่งเสียงแปลกใจเพราะพวกเธอมาช้าไปแค่ครึ่งชั่วโมงเองนึกไม่ถึงว่าจะมีคนเมากันแล้ว“หมอยูมิ...หมอฮิคาริมานั่งสิ” หมอมิโฮะผู้มีอายุมากสุดในกลุ่มเรียกให้ทั้งคู่ไปนั่ง“ใคร...ใครเมากันหมอยูมิผมไม่เมา !!” ดนัยพูดเสียงดังหน้าเขาแดงไปหมดดูยังไงก็เป็นอาการของคนเมาชัดๆ“นี่ดนัยเราตกลงกันแล้วนะว่าจะเปลี่ยนวิธีเรียกน่ะ !!” รินะพูด“หือคุณรินะเปลี่ยนวิธีเรียกหมอดนัยเมื่อไหร่คะเนี่ย” หมอยูมิพูดอย่างแปลกใจ“ใช่คุณดนัยเราตกลงกันแล้วนะคะว่าจะเปลี่ยนวิธีเรียกหมอยูมิกับหมอฮิคาริน่ะ” ซากิเองก็เริ่มเมาเช่นกัน“ซากิเธอเองยังเรียกคุณหมออยู่เลยดูฉันนี่” รินะพูดพลางหยิบเบียร์ที่แช่อยู่ในถังโฟมข้างๆยื่นให้ฮิคาริและหมอยูมิ“นี่ค่ะคุณฮิคาริ...คุณยูมิเบียร์เย็นๆยี่ห้อของไทยนี่อร่อยมากเลยนะ” รินะยื่นเบียร์ให้ทั้งคู่“เอ่อ...ขอบคุณค่ะ” หมอยูมิรับเบียร์ที่ถูกส่งมาให้อย่างงงๆ“หมอมิโฮะนี่มันเกิดอะไรขึ้นเหรอคะ” ฮิคาริกระซิบถามหมอมิโฮะที่น่าจะยังไม่เมา“ไม่มีอะไรหรอกหมอฮิคาริก็เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนน่ะสิคุยกันเรื่องที่หมอดนัยเรียกคุณอย่างสนิทสนมแต่กลับเรียกหมอยูมิเหมือนกับคนที่ไม่สนิทสนมทั้งที่อยู่กับหมอยูมิมาก็เป็นปีแล้ว” หมอมิโฮะอธิบาย“อ๋อ...เพราะแบบนี้เลยเปลี่ยนวิธีเรียกกันหมดเลยเหรอคะ” ฮิคาริพยักหน้าเข้าใจ“ก็ใช่พวกเธออายุใกล้กันหมดนี่นาจะเรียกแบบสนิทกันหน่อยก็ไม่เป็นไรหรอก” หมอมิโฮะบอก“ใช่แล้วๆขอฉันสนิทด้วยนะคะคุณฮิคาริในโรงพยาบาลน่ะหมอและพยาบาลอายุรุ่นๆเรามีไม่มากนัก” รินะพูด“ได้สิคะจะเรียกฮิคาริเฉยๆเหมือนดนัยกับยูมิก็ได้ฉันเองก็จะเรียกพวกคุณว่ารินะกับซากิเหมือนกัน” ฮิคาริพยักหน้า“โอ้...ขอบคุณนะฮิคาริ” รินะร้องออกมาอย่างดีใจ“โอเคฮิคาริถ้าอย่างนั้นก็ต้องชนแก้ว !!” ซากิพูดก่อนจะเปิดเบียร์กระป๋องใหม่“ได้ชนแก้ว...เอ้าหมอยูมิ...ไม่สิยูมิเธอก็รีบเปิดกระป๋องเร็วเข้า !!” ดนัยหยิบเบียร์ออกมารินใส่แก้วตัวเองก่อนจะหันไปเห็นว่าหมอยูมิยังไม่เปิดกระป๋องเบียร์เลย“ดะ...ดะ...ได้ค่ะหมอดนัย...ไม่สิ...ได้สิคะดนัย” หมอยูมิพูดด้วยน้ำเสียงเขินอายเธอนั้นไม่เคยเรียกเพศตรงข้ามแบบสนิทสนมแบบนี้มาก่อนเลยแถมนี่ยังเป็นคนที่เธอมีความรู้สึกดีด้วยแบบดนัยอีกจากนั้นทุกคนก็ชนแก้วดื่มกันสนุก“เฮ้อ...นึกไม่ถึงว่าทุกคนจะคออ่อนกันขนาดนี้” ฮิคาริถอนหายใจออกมา“คงเป็นเพราะกับแกล้มมันเผ็ดมากนั่นแหละหมอฮิคาริทำให้ทุกคนดื่มกันเยอะแบบนี้แถมอาชีพอย่างพวกเราก็ไม่ค่อยจะได้ดื่มอีกเพราะไม่รู้จะถูกเรียกเข้าเวรเมื่อไหร่” หมอมิโฮะบอกเธอนั้นแทบไม่แตะกับแกล้มบนโต๊ะเลยเพราะมันเผ็ดมากถ้ากินเข้าไปคงต้องดื่มเบียร์หลายอึกเพื่อให้คลายความเผ็ดลงมา“หึ...นั่นสินะคะนี่คงเป็นโอกาสที่หาได้ยากที่จะได้ดื่มจนเมาแบบนี้” ฮิคาริยิ้มออกมา“ว่าแต่ไม่ชอบดื่มงั้นเหรอคะ” หมอมิโฮะพูดพลางสังเกตกระป๋องเบียร์ในมือของฮิคาริที่แทบจะไม่ได้ดื่มเลยแถมตอนที่ชนแก้วกันเมื่อครู่ดูเหมือนฮิคาริเองก็ไม่ได้ดื่มมันลงไปเธอเพียงแค่ยกกระป๋องขึ้นจรดริมฝีปากเท่านั้น“พอดีแพ้แอลกอฮอล์น่ะค่ะแต่อย่าบอกทุกคนให้เสียบรรยากาศนะคะ” ฮิคาริกระซิบบอกให้ได้ยินกันสองคนเพราะกลัวยูมิได้ยินซึ่งถ้าเพื่อนสนิทอย่างยูมิได้ยินล่ะก็จะต้องรู้แน่นอนว่าเธอกำลังโกหก“เอ่อ...ถ้าอย่างนั้นเอาน้ำอัดลมมั้ย” หมอมิโฮะที่ได้ยินว่าฮิคาริแพ้แอลกอฮอล์ก็เสนอหาน้ำอัดลมมาให้“ไม่เป็นไรค่ะ” ฮิคาริปฏิเสธจากนั้นพวกเขาทั้งหกคนก็ดื่มต่อกันอีกหลายชั่วโมงจนดนัยล้มพับลงไปเพราะฤทธิแอลกอฮอล์ลำบากให้หมอมิโฮะต้องไปเรียกพนักงานรีสอร์ทมาช่วยแบกดนัยกลับไปห้องส่วนรินะกับซากิเองก็เมามากไม่แพ้กันแต่ยังดีที่พวกเธอยังไม่ล้มพับไปแบบดนัยและเมื่อหลังจากผ่านคืนนี้ไปความสัมพันธ์ของทีมแพทย์ฉุกเฉินของพวกเขาก็สนิทสนมกันมากยิ่งขึ้น(ไรท์ : หลังจากนี้ตัวละครจะสนิทกันมากขึ้นขอปรับเปลี่ยนวิธีเรียกนิดหน่อยนะครับเช่นดนัยจากที่เคยเรียกยูมิว่าหมอยูมิ ก็จะเปลี่ยนเป็นเรียกยูมิเฉยๆเหมือนกับฮิคาริ)จบ...