โหมดความยากระดับนรก: ผมจะอยู่รอดด้วยการอัปเลเวล

    บทที่ 92 บิสกิต!!

    บทที่ 92 บิสกิต!!

     

     

     

    หลังจากชำระแค้นกับพวกเอลริค และฝากขายเขาเวอร์เดียร์เรียบร้อยผมก็ขึ้นมาบนห้องพักชั้นสองของโรงเตี้ยมเพื่อพักผ่อน

     

    ถ้าถามว่าผมไม่กลัวพวกเอลริคตามมาล้างแค้นเหรอ?

     

    บอกเลยว่าให้พวกมันมาเถอะยิ่งลากตัวการใหญ่มาด้วยยิ่งดี ผมจะได้เช็กบิลทีเดียวให้จบๆ

     

    แต่เอาเข้าจริงๆ พวกมันไม่กล้าทำแบบนั้นหรอกถึงคนอื่นที่นี่จะดูถูกที่ผมแขนขาด แต่ก็ไม่มีใครกล้าล้ำเส้นเกินไปนักเพราะทุกคนรู้ดีว่าผมเป็นคนของขุนนาง

     

    การทำอะไรโจ่งแจ้งที่เป็นการทำลายทรัพย์สินของชนชั้นสูงต่อให้มีกี่ชีวิตก็คงชดใช้ไม่พอ

     

    ผมสลัดความคิดไร้สาระพวกนั้นทิ้งไปก่อนจะเอนตัวลงนอนบนเตียง

     

    อันที่จริงก่อนหน้านี้มีแจ้งเตือนเควสรองใหม่เด้งขึ้นมาแต่ตอนนั้นมัวแต่ยุ่งกับการจัดการเขาเวอร์เดียร์เลยไม่มีเวลาดูตอนนี้พอมีเวลาว่างแล้วจึงขอตรวจสอบเสียหน่อย

     

    เมื่อเปิดหน้าต่างระบบข้อความเควสรองก็ปรากฏขึ้นทันที

     

    [เควสรอง: พัฒนาทักษะ 5 ทักษะให้มีเลเวลเกิน 10]

     

    [รางวัล: โทเคนอัปเกรดทักษะ]

     

    อืม... โทเคนอัปเกรดทักษะอีกอันงั้นเหรอฟังดูไม่เลวเลย ถ้าผมเอามาอัปเกรดทักษะที่มีให้สูงขึ้นคงมีไพ่ตายเพิ่มขึ้นอีกใบแน่ๆ โดยเฉพาะทักษะสมาธิคู่ขนานหากพัฒนาไปได้ไกลกว่านี้คงสนุกพิลึก

     

    ผมลองเปิดเช็กทักษะใช้งานที่มีในตอนนี้

     

    สมาธิ (สมาธิคู่ขนาน) - เลเวล 11

     

    การควบคุมมานา - เลเวล 12

     

    การรับรู้มานา - เลเวล 11

     

    การสั่นพ้อง - เลเวล 7

     

    การจัดสรรพลังงานจลน์ - เลเวล 9

     

    อาวุธมานา - เลเวล 4

     

    มานาปะทุ - เลเวล 2

     

    สลายเวท - เลเวล 3

     

    ผมไม่แน่ใจว่าระบบจะนับทักษะสมาธิ ที่ถูกอัปเกรดเป็นสมาธิคู่ขนานไปแล้วด้วยหรือเปล่า เพราะถ้ามันไม่นับ ผมก็คงต้องเร่งอัปเลเวลทักษะอื่นอีก 3อย่างให้ถึงเกณฑ์ที่กำหนด

     

    สำหรับทักษะการจัดสรรพลังงานจลน์อีกไม่นานก็คงแตะเลเวล 10 ตอนนี้เหลือเพียงแค่เคลียร์เงื่อนไขเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น

     

    หากเป็นเมื่อก่อนผมคงจนปัญญาที่จะหาทางผลักดันทักษะให้ข้ามผ่านระดับนี้ไปได้แต่ตอนนี้มันไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

     

    จริงๆแล้วเคล็ดลับการดันขีดจำกัดจากเลเวล 9 ไป 10 คือเราต้องค้นหาวิธีการบางอย่างเพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดของมันเหมือนที่ผมเคยทำสำเร็จกับทักษะสมาธิ

     

    ล่าสุดผมได้ลองนำทฤษฎีนี้ไปทดลองใช้กับการเพิ่มเลเวลของทักษะการรับรู้มานาดูแล้วถึงมันจะเสียเวลาไปบ้างแต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็พิสูจน์แล้วว่ามันไม่ได้ยากอย่างที่คิดเลย

     

    ทีนี้ก็เหลือแค่มาดูว่าผมจะเลือกอัปเกรดทักษะไหนเพิ่มอีกสัก2 อย่างให้เกินเลเวล 10 ดี

     

    การกระจายความสนใจไปอัปทุกอย่างมันก็ดีอยู่หรอกแต่มันจะทำให้พลังของผมเป็ดเกินไป และไปไม่สุดสักทาง

     

    การมุ่งเน้นไปที่ทักษะแค่หนึ่งหรือสองอย่างย่อมให้ประโยชน์มากกว่า

     

    ดูอย่างลูกศรแสงของไอ้แบทเทิลเวอร์เดียร์นั่นสิผมคิดว่านั่นคือผลลัพธ์ของการเคี่ยวกรำทักษะเดี่ยวๆ จนถึงจุดสูงสุดมันถึงได้สำแดงอานุภาพที่น่ากลัวออกมาแบบนั้น

     

    ผมไล่สายตาดูทักษะต่างๆ อีกครั้งทุกทักษะล้วนมีประโยชน์ในตัวเอง อย่างเช่นมานาปะทุ ที่เป็นเหมือนท่าไม้ตายช่วยระเบิดพลังให้ผมในชั่วพริบตา

     

    ทักษะการสลายเวท บอกตามตรงว่ามันค่อนข้างโกงยิ่งถ้าได้ใช้ควบคู่กับมานาปะทุ มันจะทำให้ผมแทบจะไร้พ่ายในกลุ่มเลเวลใกล้เคียงกันเลยทีเดียว

     

    ทางด้านการสั่นพ้อง เองก็ยอดเยี่ยมมันเป็นอีกหนึ่งท่าไม้ตายที่ผมขาดไม่ได้เด็ดขาด

     

    ส่วนอาวุธมานา...คิดถึงแล้วผมก็อดอมยิ้มไม่ได้ทักษะนี้ทำให้ผมดึงมานามหาศาลในร่างมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดและรสชาติของการระดมโจมตีอย่างบ้าคลั่งด้วยกระสุนมานามันช่างหอมหวานเหลือเกิน

     

    ยิ่งคิดก็ยิ่งเลือกไม่ถูกนี่มันปัญหาระดับโลกชัดๆ

     

    แต่เอาเถอะ ตอนนี้จัดการเรื่องการจัดสรรพลังงานจลน์ให้รอดก่อนแล้วกันที่เหลือก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเนเทลในอนาคตหาทางออกเอาเอง

     

    ผมปิดหน้าต่างสถานะแล้วเปลี่ยนมาเปิดระบบคอมมูนิตี้เพื่อเช็กข่าวสารรอบตัว และส่งข่าวคราวให้คนในทีมได้รับรู้

     

    หืม?

     

    พอเปิดระบบขึ้นมาผมก็เห็นผู้คนกำลังเถียงกันอย่างดุเดือดเรื่องการอัปค่าสถานะ

     

    เบ็นโลเวอร์ (นรก,ไอดีเค): “ค่าความทนทานกับความว่องไวคือสถานะแรกๆ ที่ต้องอัปยิ่งเยอะยิ่งจัดการศัตรูง่าย”

     

    นักฟาร์ม (นรก,ปีกขาว): “ไม่ใช่มั้ง มันต้องความแข็งแกร่งกับความทนทานดิมีแต่ความเร็วแต่หมัดเบาเหมือนยุงกัดจะไปทำอะไรได้วะ”

     

    เบ็นโลเวอร์ (นรก,ไอดีเค): “โง่ปะเนี่ย ก็ใช้อาวุธดิ ใครจะบ้าใช้หมัดเปล่าๆ ไปต่อยวะ”

     

    นักฟาร์ม (นรก,ปีกขาว): “อ้าว พูดงี้เหมือนอยากมีเรื่องนะ”

     

    ปราชญ์สันโดษ (นรก,ตัวคนเดียว): “เลิกเถียงกันได้แล้วจะเน้นพลังหรือความเร็วมันก็ขึ้นอยู่กับทักษะ ใครถนัดแบบไหนก็อัปแบบนั้นแหละแต่ห้ามลืมเด็ดขาด ค่ามานาต้องไม่เกิน 20% ของสเตตัสทั้งหมดและควรลงค่าความทนทานเพิ่มทุกครั้งที่อัปมานา ไม่งั้นร่างระเบิดแน่”

     

    เฮ้ย!

     

    ไอ้หมอนี่มันพล่ามอะไรของมัน?

     

    มาดูถูกสายมานาแบบนี้ผมยอมไม่ได้เด็ดขาด!

     

    นิรนาม (นรก,กลุ่ม 4): “ตลกชะมัด มานาน้อยแค่นั้นจะไปทำอะไรได้ใช้ทักษะสองสามทีก็ต้องวิ่งหนีแล้วมั้ง ใครเชื่อก็โง่แล้ว เพราะว่าฉันอัดมานาล้วนๆเลยเอาชนะหมีเถ้าถ่านมาได้ ถ้าทำแบบที่นายบอกคงนอนตายไปแล้ว”

     

    ปราชญ์สันโดษ (นรก,ตัวคนเดียว): “ใครเชื่อแกสิบ้าอัดมานาจนระเบิดแขนตัวเองไปข้างนึงแล้วไม่ใช่หรือไง? อีกอย่างหมีเถ้าถ่านจุดอ่อนโคตรเยอะถ้าดูออกก็ฆ่าง่ายๆ ฉันก็เคยทำมาแล้ว แถมแขนไม่ระเบิดด้วย”

     

    ผมกัดฟันกรอดไม่ยอมปล่อยให้พวกที่ดูถูกมานาลอยนวลแน่...หลังจากนั้นผมเลยเปิดศึกคีย์บอร์ดซัดกับไอ้ปราชญ์สันโดษอวดดีนั่นทันที...

     

    นักฟาร์ม (นรก,ปีกขาว): “พอเถอะลูกพี่ทั้งสอง พวกเราขี้เกียจไล่อ่านแชตแล้ว”

     

    โคตรอัจฉริยะ (นรก,ปีกขาว): “เออ พอเถอะๆ”

     

    ช่างเถอะขี้เกียจเถียงกับพวกอีโก้สูงที่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาลแล้วละเสียเวลาเปล่าๆ

     

    ผมเหลือบมองตัวนับถอยหลังดูเหมือนเหลือเวลาอีกไม่ถึงนาทีระบบคอมมูนิตี้ก็จะตัดการเชื่อมต่อแล้วผมจึงต้องรีบส่งข้อความหาคนในกลุ่มให้เร็วที่สุด

     

    ทว่าก่อนจะทันได้พิมพ์กดส่งก็มีข้อความหนึ่งเด้งแทรกขึ้นมาเสียก่อน

     

    อาหารอาหาร (นรก,กลุ่ม 4): “อาหาร! อาหาร!”

     

    เจ้าบิสกิตงั้นเหรอ?

     

    โคตรอัจฉริยะ (นรก,ปีกขาว): “นั่นไง มาตามนัด ไอ้หมอนั่นโผล่หัวมาอีกแล้ว”

     

    เบ็นโลเวอร์ (นรก,ไอดีเค): “โคตรน่ารำคาญ หุบปากไปซะไอ้บัดซบ!”

     

    อาหารอาหาร (นรก,กลุ่ม 4): “อาหาร! อาหาร! อาหาร! อาหาร! อาหาร! อาหาร! อาหาร! อาหาร!”

     

    โอเค... ผมเข้าใจละเล่นพิมพ์คำว่าอาหารสแปมรัวๆ จนเต็มหน้าจอแบบนี้ เป็นใครก็คงทนไม่ไหว

     

    ผมคิดว่าคงต้องพิมพ์เตือนมันสักหน่อยแต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้กดส่งข้อความ คนในบอร์ดก็เริ่มเปิดฉากทัวร์ลงรุมด่ามันซะก่อน

     

    เบ็นโลเวอร์ (นรก,ไอดีเค): “ไอ้บัดซบ ไปให้พ้นเลย!”

     

    นักฟาร์ม (นรก,ปีกขาว): “เออ ไอ้บัดซบ!”

     

    อาหารอาหาร (นรก,กลุ่ม 4): “...”

     

    อาหารอาหาร (นรก,กลุ่ม 4): “...”

     

    อาหารอาหาร (นรก,กลุ่ม 4): “ไอ้บัดซบ”

     

    เดี๋ยวนะบิสกิต... เดี๋ยวก่อน!

     

    อาหารอาหาร (นรก,กลุ่ม 4): “ไอ้บัดซบ ไอ้บัดซบ ไอ้บัดซบ ไอ้บัดซบ ไอ้บัดซบ ไอ้บัดซบไอ้บัดซบ ไอ้บัดซบ ไอ้บัดซบ ไอ้บัดซบ ไอ้บัดซบ ไอ้บัดซบ ไอ้บัดซบ ไอ้บัดซบไอ้บัดซบ ไอ้บัดซบ ไอ้บัดซบ ไอ้บัดซบ”

     

    หน้าจอแชตของผมเปลี่ยนเป็นคำหยาบคำเดียวไหลพรวดๆราวกับเครื่องโดนไวรัสเล่นงาน และไม่กี่วินาทีหลังจากนั้น

     

    หน้าต่างระบบคอมมูนิตี้ก็ดับวูบลงไป

     

    “ไอ้บิสกิตตัวแสบ! ก่อเรื่องอีกแล้ว!”

     

    ผมทำได้แค่ยกมือกุมขมับ... ให้ตายเถอะ!

     

     

    คล้ายกับเรื่องโหมดความยากระดับนรก: ผมจะอยู่รอดด้วยการอัปเลเวล ที่คุณอ่าน