คฤหาสน์หมู่บ้านหรูใจกลางเมืองเชียงใหม่ในวันนี้มีรถจอดอยู่อย่างหนาแน่นบริเวณลานจอดรถจนล้นออกมาด้านนอกพื้นที่ในรั้วบ้านมีขนาดที่ดินกว้างขวางกว่า 2 ไร่จอดรถได้หลายสิบคน แต่ก็ยังไม่เพียงพอสำหรับแขกที่มาในวันนี้
วันนี้เป็นวันครบรอบอายุครบ 80 ปีของ นพ.ดร.พริษฐ์แห่งตระกูล เลาหวิวัฒน์กุลตำนานวงการแพทย์แผนจีนผู้มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วภาคเหนือมีคนใหญ่คนโตผู้มากด้วยบารมีล้วนติดหนี้บุญคุณของพริษฐ์มากมาย
แขกที่มาในงานหากเป็นบรรดาข้าราชการล้วนไม่ต่ำกว่าตำแหน่งC8 ในทางเอกชนล้วนไม่ต่ำกว่าบรรดากรรมการบริษัทยักษ์ต่างๆ แสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของพริษฐ์เป็นอย่างดี
“สวัสดีครับท่านผู้การฯ”
“สวัสดีครับท่านรองผู้ว่าฯ”
“สวัสดีครับท่านประธานบริษัท…”
“สวัสดีครับท่านประธานบริษัท…”
“สวัสดีครับท่านประธานบริษัท…”
เสียงเอ่ยคำต้อนรับของ ‘นพ.อุดมเลาหวิวัฒน์กุล’ เจ้าของโรงพยาบาลเอกชนเชียงใหม่ลูกชายเพียงคนเดียวของ นพ.ดร.พริษฐ์เอ่ยต้อนรับบรรดาแขกหรื่อที่มาในงานนี้
“กนกพรเดี๋ยวลูกไปดูความพร้อมของอาหารหน่อยนะ”
“ได้ค่ะคุณพ่อ”
หญิงสาวผู้เป็นลูกของนพ.อุดมหลานสาวของ นพ.ดร.พริษฐ์ที่แท้คือ อาจารย์กนกพรอาจารย์สอนวิชาภาษาอังกฤษที่มหาวิทยาลัยพื้นฐานประจำจังหวัดน่านอาจารย์ที่ปรึกษาห้องหนึ่งร้อยของไตรภพ
“แม่เตรียมหมดแล้ว ลูกไปพักบ้างเถอะนะกลับมาจากจังหวัดน่านเหนื่อย ๆ ได้ยินว่าสอนทั้งวันไม่ใช่หรอ”
“แค่นี้สบายมากค่ะแม่”
“เรานี่นะ แม่บอกว่าให้สอนที่จังหวัดเชียงใหม่จะไปสอนทำไมจังหวัดไกล ๆ แบบนั้น”
ผู้เป็นแม่เอ็ดลูกสาวอย่างเหนื่อยหน่ายใจในวันที่กนกพรมาบอกว่าอยากจะไปสอนที่จังหวัดน่านตามที่ได้ขึ้นบัญชีบรรจุไว้นั้นเธอได้แต่ยืนกรานปฏิเสธแต่สุดท้ายก็แพ้ความใจแข็งของหญิงสาว เธอจึงอนุญาตให้ไปโดยฝากฝังไว้กับผู้หลักผู้ใหญ่ในวงการศึกษาของจังหวัดน่าน
“ทำงานไกลบ้านบ้าง จะได้โตยังไงหละคะอยู่เชียงใหม่ ไปไหนมาไหน ใครก็เกรงใจคุณพ่อกับคุณปู่”
“ไม่ต้องมาอ้างโน่นอ้างนี่เลยแล้วเจ้าจิรุจไปไหนแล้วหละนี่ ให้ไปซื้อของที่บริษัทสมุนไพรหมื่นโอสถตั้งแต่เช้าแล้วยังไม่เห็นหน้าเห็นตาเลย”
ปึง
“มาแล้วครับแม่ บ่นอะไรถึงผมอยู่หรอ”
จิรุจเดินเข้ามาบริเวณที่เตรียมอาหารโดยมีบอดี้การ์ดถือกล่องใส่โสมหิมะเดินตามมา กอดผู้เป็นแม่ด้วยการออดอ้อน
“กนกพรพี่บอกกี่ครั้งแล้วว่าให้ย้ายมาสอนที่เชียงใหม่”
จิรุจหันหน้าไปดุน้องสาวทันทีที่เห็นหน้าตัวมันเองได้ชื่อว่าเป็นพี่ชายที่หวงน้อยสาวอย่างมากตอนที่กนกพรตัดสินใจไปสอนที่จังหวัดน่านตอนนั้นมันยังเรียนปริญญาโทอยู่ที่ประเทศอังกฤษจึงไม่ได้รู้เรื่องราวใด ๆ
“หนูก็กลับมาบ้านทุกอาทิตย์นี่คะ ไม่งอแงนะว่าแต่ทำไมพี่จิรุจทำหน้าบูดบึ้งมาแบบนั้นหละ ?”
“จะอะไรซะอีกฉันเจอไอเวรคนหนึ่งกวนประสาทฉันที่บริษัทสมุนไพรหมื่นโอสถ”
“พี่ก่อเรื่องอีกแล้วหรอ ?คราวก่อนพี่ก็ไปชกลูกชายสารวัตรมา ต้องให้คุณพ่อไปตามเคลียร์ กว่าจะจบลงได้”
กนกพรดุผู้เป็นพี่ส่ายหัวในความชอบหาเรื่องของจิรุจ แม้จะรักครอบครัว แต่ก็มีนิสัยใจร้อน มุทะลุเกิดจากการตามใจของผู้เป็นแม่ที่มีลูกชายเพียงคนเดียวทั้งยังถูกวางตัวเป็นผู้สืบทอดโรงพยาบาล
“ไม่ได้ก่อเรื่อง ถ้าไม่ติดว่าต้องรีบมางานคุณปู่ฉันซัดหน้ามันไปแล้ว”
“ไม่ใช่รีบหรอกพี่ไม่กล้าก่อเรื่องในบริษัทสมุนไพรหมื่นโอสถใช่ไหมหละ หนูรู้ทันนะ !!!”
“นี่เธอ…”
สองพี่น้องหยอกเย้ากันไปมาบรรยากาศเริ่มผ่อนคลายลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น อารมณ์โมโหของจิรุจกลับมาเป็นปกติจหากถามว่ามีใครที่เอาจิรุจอยู่มีเพียงสองคนในบ้าน คือ พ่อ และน้องสาวมันเท่านั้น
ในห้องนอนของไตรภพหลังจากที่ชายหนุ่มกลับมาถึงแล้วเขาได้นำโสมหิมะไปกลั่นเม็ดยาในห้องครัวกลั่นเป็นเม็ดยาหนึ่งเม็ดที่มีความบริสุทธิ์สิบส่วน
“เฮ้อ หากเราไม่ฝึกเพลงหมัดเทพอสูรด้วยเม็ดยานี้อย่างน้อยคงสามารถยกระดับพลังบ่มเพาะจากระดับที่ 1ไปจนถึงระดับที่ 2”
ไตรภพถอนหายใจกับความยากของการบ่มเพาะที่ยากขึ้นถึงสิบเท่าก่อนที่จะกินเม็ดยาลงไปพร้อมโคจรพลังลมปราณทั่วร่าง
ฤทธิ์ยาค่อย ๆ แทรกซึมไปตามร่างกายและชีพจรจุดต่างๆ โดยความบริสุทธิ์ของโสมหิมะอายุร้อยปี จำนวนสองต้นลมปราณชนสีม่วงถูกชักนำไปยังอวัยวะทุกส่วน
ระยะเวลาผ่านไปประมาณหนึ่งชั่วโมงไตรภพได้ลุกขึ้นจากพื้นบริเวณห้องด้วยเหงื่อโซมกายลุกไปอาบน้ำให้ความเย็นของน้ำดับความร้อนภายในตัว
“ไม่อาจจะทะลวงระดับลมปราณได้แม้แต่หนึ่งขั้นเฮ้อ ยี่สิบล้านบาทเสียไปฟรี ๆหากใช้โสมหิมะอายุหนึ่งร้อยปีจะต้องใช้ถึงหนึ่งร้อยตนแต่หากใช้โสมหิมะอายุห้าร้อยปีจะใช้เพียงแค่สิบต้นหากได้โสมหิมะอายุหนึ่งพันปีขึ้นไปเพียงแค่สามต้นก็สามารถยกระดับพลังลมปราณจนถึงเพดานของลมปราณชนชั้นสีม่วงได้แล้ว”
รุ่งเช้า วันนี้เป็นวันอาทิตย์ช่อผกาได้ไหว้วานให้ไตรภพเอาอาหารจากทางร้านไปเยี่ยมพันตรีชัยยุทธ ผู้เป็นตาเนื่องจากช่อผกาไม่ว่างต้องดูแลร้าน เพราะวันอาทิตย์ที่ร้านขายดีมาก
“แม่จัดชุดอาหารให้คุณตาหนึ่งชุดแล้วก็ให้ลูกเอาไปฝากป้าช่อมณีเขาด้วยนะ”
“ป้าช่อมณี ? ทำไมต้องเอาไปฝากเขาด้วยหละครับ”
“ยังไงเขาก็เป็นพี่สาวแม่นะอย่าไปคิดเล็กคิดน้อยเลย”
ช่อผกาส่งถุงที่ใส่กล่องอาหารให้ไตรภพทั้งหมดสองถุงชายหนุ่มรับมาก่อนที่จะนำไปไว้ในรถ Vios ซึ่งในลานจอดรถมีรถจำนวนมากจอดอยู่จนเกือบเต็ม
“ลูกค้ามาเยอะแต่เช้าเลย”
“ใช่ครับบอส จริง ๆ เต็มทุกวันนะครับ”
หนึ่งในพนักงานโบกรถกล่าวตอบคำถามของไตรภพด้วยใบหน้ายิ้มแย้มมันเริ่มชินกับการทำงานที่ร้านอาหารแห่งนี้บ้างแล้วงานไม่หนักเหมือนตอนอยู่แก๊งเชิ้ตดำ ทั้งยังได้เงินเดือนที่ดีมากจากทั้งสองทางอีกและที่สำคัญได้ใกล้ชิดกับบอสผู้เก่งกาจ
“นี่เป็นเม็ดยาให้พวกนายเอาไปแบ่งกันคนละหนึ่งเม็ดหลังกินเข้าไปแล้วให้นั่งสมาธิอดทนต่อความเจ็บปวด หากผ่านพ้นไปได้จะสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งของร่างกาย”
ไตรภพยื่นเม็ดยาทลายชีพจรให้กับพนักงานถึงอย่างไรพวกพนักงานล้วนแต่มาดูแลด้านความปลอดภัยให้กับคนในครอบครัวเขา
“ฝากบอกจักรภพด้วยว่า หลังภัตตาคารจักรพรรดิเสร็จให้หาสถานที่กว้างขวางและเป็นความลับ ระดมพนักงานทั้งหมดมา ฉันจะเป็นคนฝึกให้เอง”
“คะ ครับบอส!”
พนักงานรับคำอย่างเข็งขันตัวมันเองตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งหากได้ยอดฝีมือเช่นบอสของมันผู้ล้มแก๊งเชิ้ตดำได้ด้วยตัวคนเดียวมาเป็นผู้สอนฝีมือของพวกมันจะต้องยกระดับขึ้นจนอาจจะสามารถต่อกรกับกองทัพจังหวัดได้
ไตรภพขับรถยนต์ Toyota Viosกลับไปยังตำบลท่าน้าว จนมาถึงบ้านของพันตรีชัยยุทธเป็นบ้านไม้ธรรมดาบนเนื้อที่หนึ่งไร่ ปลูกพืชผักจนเต็มพื้นที่ทั้งด้านหลังยังขุดบ่อปลาเล็ก ๆ เอาไว้
“อ่าว ไตรภพ ตากำลังคิดถึงอยู่พอดีได้ข่าวจากแม่ของเราแล้วว่าไปเปิดร้านอาหารในอำเภอเมือง ช่วงนี้ตายุ่ง ๆเลยไม่ได้แวะไปหา”
ชัยยุทธในชุดเสื้อคอกลมสีขาว กางเกงขาสั้นเดินมาทักทายไตรภพด้วยใบหน้าเมตตา ยิ้มอบอุ่นให้กับหลานชายของตน
“พอดีที่ร้านยุ่งมากเลยครับคุณตานี่แม่ฝากอาหารมาให้คุณตาครับ”
“ไม่ต้องลำบากหรอก มา ๆ เข้ามา”
ชัยยุทธนำไตรภพเข้ามาด้านในชายหนุ่มจัดสำรับอาหารบนโต๊ะอาหาร เป็นปลากะพงทอดน้ำปลา ปูม้านึ่งที่แกะมาอย่างดีต้มยำทะเล กุ้งเผา
“ตาคนเดียวกินไม่หมดหรอก เยอะเกินไปแล้ว”
“ผมช่วยกินไงครับตา ฮ่า ๆ”
สองตาหลานกินอาหารบนโต๊ะพลางพูดคุยกันอย่างครื้นเครงชัยยุทธถามสารทุกข์สุขดิบทั่วไปของหลาน รวมถึงที่ร้านอาหารด้วย
“ว่าแต่เรื่องของ มงคล เรียบร้อยแล้วใช่ไหม”
ชัยยุทธเอ่ยด้วยเสียงเคร่งขรึมในตอนแรกที่ช่อผกามาขอให้ชัยยุทธช่วยเขาได้แต่ครุ่นคิดว่าจะไปขอความช่วยเหลือจากผู้เป็นลูกศิษย์ดีไหมหากไปยังกองทัพจังหวัดก็จะผิดกับคำสาบานในอดีตที่สัญญาว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับกองทัพจังหวัดอีก
“เรียบร้อยแล้วครับ คือเรื่องมันเป็นแบบนี้ครับ”
ไตรภพเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ให้ฟังโดยปิดความจริงเอาไว้เล่าเพียงแต่เรื่องการดูดวงที่ชะตาชีวิตของมงคลและไตรภพเกี่ยวโยงกันจึงได้รับการสนับสนุน แถมยังให้เงินสดและรถอีกด้วย
“แปลก แค่ดวงเท่านั้นหรอ คนอย่างมงคลถึงมาให้เงินและรถหลานขนาดนี้”
ชัยยุทธครุ่นคิดตามคำพูดของไตรภพมงคลเป็นนักธุรกิจที่ร่ำรวยในจังหวัดน่านเจ้าของโชว์รูมเมอร์ซิเดสเบนซ์ที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัด จะเชื่อเรื่องงมงายพรรคนั้นเชียวหรือ
“เรื่องเป็นแบบนี้หละครับคุณตาอย่าคิดมากเลยครับ”
ไตรภพพยายามชวนคุยเรื่องอื่นเพื่อไม่ให้ผู้เป็นตาสงสัยหลังจากรับประทานอาหารเสร็จ ชายหนุ่มได้เข้าไปล้างจานในครัว ปรนนิบัติผู้เป็นตา
ตึง
“พ่อทำไมพ่อใจร้ายแบบนี้หลานกำลังจะติดคุกอยู่แล้วทำไมพ่อถึงไม่ช่วย”
“ใช่ พ่อตาทำไมถึงไม่ช่วยเจ้าภัทรมันตอนนี้โดยกรรมการสอบจวนจะหลุดออกจากราชการแล้ว แค่พ่อขอให้ท่านนายพลช่วยมีหรือท่านจะไม่ช่วย”
เสียงสองเสียงของชายหญิงดังขึ้นบริเวณหน้าบ้านได้ยินไปจนถึงห้องครัวที่ไตรภพกำลังล้างจานอยู่ ผู้มาใหม่คือช่อมณี และพงศ์ป้าและลุงเขยของไตรภพนั่นเอง
“ฉันบอกพวกแกไปกี่ครั้งว่าถ้าเป็นเรื่องทุจริตฉันไม่ช่วยพวกแกทำอะไรไว้ก็ได้รับกรรมแบบนั้น แกเองก็เหมือนกันเจ้าพงศ์ทุจริตจัดซื้อจัดจ้างของตำบล วันหนึ่งผลกรรมก็จะมาเล่นงานแกเอง”
“พ่อ!!!”
ช่อมณีใบหน้าขึ้นสีแดง หลังจากได้ยินคำพูดของพ่อที่ด่าทอสามีจึงเดินเสียงดัง ตึง ตึง ตึง ไปขวางทางชัยยุทธ
“พ่อพูดแบบนี้ได้ยังไงกันทีไอไตรภพมันก่อเรื่องขนาดนั้น พ่อยังปกป้องมัน”
ช่อมณีระเบิดอารมณ์ใส่ชัยยุทธเธอรู้ข่าวว่าช่อผกามาขอความช่วยเหลือจากชัยยุทธเรื่องของไตรภพที่ไปล่วงเกินมงคล
“นั่นมันคนละอย่างกัน มันไม่ใช่เรื่องทุจริตแต่สิ่งที่เจ้าภัทรทำมันคือ การรับส่วยจากขบวนการตัดไม้เถื่อนใช้อำนาจของตำรวจไปอำนวยความสะดวกให้การขนไม้ข้ามพื้นที่ ไอขบวนการนี้อุ้มคนหายฆ่าตัดตอนคนไปเท่าไหร่แล้ว แกยังจะให้ฉันช่วยอีกหรอ“
“ไม่รู้หละ ยังไงพ่อก็ต้องช่วยเจ้าภัทร”
ช่อมณียังคงยืนกรานความตั้งใจของเธอเธอเชื่อว่าถ้าผู้เป็นพ่อขอร้องพลตรีมนูญ เรื่องราวทุกอย่างจะจบลงทันที
“ใช่ พ่อตาต้องไปขอให้ท่านนายพลช่วยช่วยหลานด้วยเถอะนะครับ”
“ฉันไม่ช่วย พวกแกกลับไปซะ”
ชัยยุทธเอ่ยเสียงเด็ดขาด ไล่สองสามีภรรยาให้กลับไปเขาเหนื่อยพอที่จะไปยุ่งวุ่นวายเรื่องราวต่าง ๆ อีกแล้ว อายุอานามก็ไม่ใช่น้อย
“คุณตามีอะไรหรอครับ ? ”