ตอนที่ 5.2
แต่งงาน
งานหมั้นใน่เช้าดำเนินไปได้ด้วยดีแม้จะมีบรรยากาศอึดอัดเล็กน้อยระหว่างเ้าสาวและพ่อของเธอเมื่อ่รดน้ำสังข์เพราะเ้าสาวยืนกรานไม่ยอมให้ผู้เป็พ่อรดน้ำอวยพรให้ พิบูลย์โมโหมากแต่ก็ยอมออกไปจากงานก่อนเพราะไม่อยากให้แขกสงสัย
งาน่ค่ำจัดขึ้นในโรงแรมหรูกลางกรุงเทพมหานคร ผู้คนต่างมาร่วมแสดงความยินดีมากกว่างาน่เช้าเกือบเท่าตัว ด้วยเพราะตระกูลของทั้งสองเป็ตระกูลที่มีผู้นับหน้าถือตา ทุกคนต่างบอกว่าเ้าบ่าวและเ้าสาวนั้นทั้งสวย ทั้งหล่อเหมาะสมกันมาก
“ฟ้าเหนื่อยมั้ย เดี๋ยวเข้าไปไหว้ญาติพี่ก่อนแล้วไปพักกัน”
อิงฟ้าพยักหน้าเห็นด้วย ตะวันจึงพาเ้าสาวเดินไปไหว้บรรดาญาติผู้ใหญ่ของฝ่ายเขาที่โต๊ะ นภาสินีพนมมือไหว้ทุกคนตามที่เ้าบ่าวแนะนำเธอพยายามไม่มองไปยังโต๊ะถัดมาที่เป็โต๊ะของคนตระกูลอัครไพศาล ั้แ่วันที่นภาสินีประกาศตัดพ่อตัดลูกกับพิบูลย์ หญิงสาวไม่ได้กลับเข้าบ้านหลังนั้นอีกเลย จนมาถึงเช้าวันงานที่เธอจำเป็ต้องมา ไม่มีการพูดคุยกันระหว่างสองพ่อลูก นภาสินีทำเหมือนชายชราและลูกเมียของเขาเป็อากาศธาตุ เธอเดินนำตะวันผ่านโต๊ะนั้นไปยังโต๊ะเพื่อน
“จะไม่คุยกับพ่อหน่อยเหรอ” สายไหมเห็นเพื่อนเมินพ่อตัวเองก็อดถามไม่ได้
“ไม่”
เ้าสาวตอบไม่ลังเล จนตะวันที่เดินตามมายืนอยู่ข้างกัน เอื้อมมือมาโอบไหล่เ้าสาวอย่างให้กำลังใจ เขาไม่รู้ว่าเธอกับพ่อมีเื่อะไรกัน แต่เขาจะอยู่ข้างเดียวกับเธอเสมอ
“พ่อแบบนั้นจะเสียเวลาคุยไปทำไม” ชมพู่แอบพูดกับเพื่อนเสียงเบา ไม่้าให้ตะวันได้ยินเพราะรู้ว่าอิงฟ้าไม่ชอบให้คนอื่นรู้เื่ครอบครัวตัวเอง ลิต้าพยักหน้าอย่างเห็นด้วยกับเพื่อนเมื่อเธอมองไปยังชายชราที่ทำให้เพื่อนรักเสียใจมาตลอด
เขา เมียและแฝดนรกยังคงยิ้มให้กับคนในงานเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น โดยเฉพาะยัยป้าเพ็ญศรีที่แกล้งซับน้ำตาอย่างปลื้มปริ่มประหนึ่งดีใจที่เห็นลูกเลี้ยงแสนรักได้แต่งงาน ทำเป็ลืมไปว่าตนเป็คนที่แย่งสามีของแม่เ้าสาวไปอย่างหน้าด้าน ๆ เห็นอย่างนี้แล้วลิต้าอยากเอาส้อมเข้าไปกะซวกหน้าป้าคนนั้นเสียจริง!
คิดแล้วมันแค้นแทนเพื่อน อิงฟ้าทนอยู่บ้านหลังนั้นโดยไม่ตบยัยเมียน้อยได้อย่างไรกัน!
“มองขนาดนั้นเอามีดไปแทงเขาให้จบ ๆ ไปเลยมั้ยล่ะ” ชมพู่แกล้งยัวะ ดันไหล่บางให้ลุกไปจัดการคนโต๊ะนั้น
“อย่าเลย ี้เีไปรอประกันตัวมัน” สายไหมแย้งขำขำ
“ไหมนั่นแหละพูดมาก่อนทำไม พูดแล้วอารมณ์มันขึ้นเนี่ย” ลิต้าโวยใส่เพื่อนก่อนจะยัดช็อกโกแลตเข้าปากดับความขุ่นเคือง
“ฟ้าอยู่คุยกับเพื่อนไปก่อนนะ เดี๋ยวพี่ไปหาเพื่อนอีกโต๊ะหนึ่ง พอขึ้นเวทีแล้วพี่จะมาหา”
ตะวันอยากให้เวลาเ้าสาวได้อยู่กับเพื่อนจึงขอตัวแยกไปหากลุ่มเพื่อนของตนเอง อิงฟ้าพยักหน้าตอบ ยิ้มให้ชายหนุ่มเล็กน้อย เป็รอยยิ้มที่ทำให้คนรับตั้งตัวไม่ทันจึงเดินลูบคางจากไปอย่างเขิน ๆ คนตาไวเห็นโมเมนต์หวานของบ่าวสาวแอบส่งยิ้มให้กัน ไม่รู้ฟ้าสังเกตหรือเปล่าว่าั้แ่ผ่านงานรดน้ำสังข์ไปชายหนุ่มก็แทนตัวเองว่าพี่อย่างเนียน ๆ
“ก็ไม่ค่อยอยากจะแซวเท่าไหร่หรอกนะ...แต่แบบว่ามันอดไม่ได้จริง ๆ”
“ไหม อย่าแซวเพื่อน เพื่อนเขินจนหน้าตึงแล้วน้า ดูสิหน้าตึงั้แ่เช้า เพิ่งจะมายิ้มหวานให้เ้าบ่าวเมื่อกี้เป็ครั้งแรกเนี่ย ฮ่า ๆ”
เพี๊ยะ
สายตากรุ้มกริ่มของเพื่อนทำให้อิงฟ้าอดไม่ได้ ตีไปที่แขนนุ่มนิ่มน่ามันเขี้ยว “แค่ยิ้มจะแซวทำไมฮึ”
“ยิ้มไป ยิ้มมา เดี๋ยวก็รักกัน” สายไหมขยิบตาให้
“ไม่มีวัน”
“ทำเป็เก่งไปเหอะ ระวังคืนนี้จะโดนเสือตะวันจับกิน โอ๊ย ๆ อย่าตี ฮ่า ๆ” ลิต้าดิ้นพล่านเมื่อถูกเ้าสาวตีแขนไม่ยั้ง เธอเบี่ยงตัวหลบหลังชมพู่เพื่อเอาตัวรอด อิงฟ้าเหนื่อยจะสู้กับเพื่อนตัวแสบจึงทิ้งตัวนั่งเก้าอี้ที่ว่างอยู่ งานเลี้ยงดำเนินไปได้สักพักแล้ว คนในงานต่างนั่งทานอาหารกันเป็กลุ่ม เธอจึงพอจะปลีกตัวมาอยู่กับเพื่อน ๆ ได้บ้าง
สายไหมมองไปยังรอบงานแล้วกลับมามองเพื่อนรักทั้งสามคน “ไม่คิดเลยนะว่าฟ้าจะแต่งงานก่อนเพื่อน” สมัยก่อนพวกเธอเคยทายกันเล่น ๆ ว่าใครจะได้แต่งงานก่อน ไม่มีใครคิดว่าจะเป็อิงฟ้าเลยสักคน
“ตอนแรกมีแต่คนคิดว่าต้าจะได้แต่งก่อน แล้วดูตอนนี้สิ ยังอกหักช้ำรักอยู่เลย ฮ่า ๆ ขายไม่ออกแน่ ๆ” ชมพู่หัวเราะ เมื่อนึกถึงอดีต ส่วนคนถูกเอ่ยถึงพอได้ฟังก็แกล้งหน้าบึ้งใส่แล้วยิ้มเ้าเล่ห์เมื่อมองไปยังกลุ่มเพื่อนเ้าบ่าว
“ช้ำรักที่ไหน หายแล้วเหอะ ตอนนี้พร้อมจีบเพื่อนเ้าบ่าวมาก!! งานดีงานพรีเมี่ยมสุด ๆ” หญิงสาวเอ่ยอย่างหมายมั่น พร้อมเล็งเหยื่อ เธอแอบมองเขามาทั้งวันแล้วเห็นว่าไม่มีสาวอยู่ด้วยเลยมั่นใจว่าเขาโสด งานนี้พร้อมลุยเต็มที่เลย
“ใครอ่ะ เพื่อนพี่ซันหล่อทั้งนั้น” สายไหมถามเพื่อน ส่วนตาแอบมองบรรดาหนุ่ม ๆ โต๊ะเพื่อนเ้าบ่าวอย่างสำรวจ เห็นว่ามีทั้งตำรวจ ทั้งหมอเลย
“คนที่หน้าเข้ม ๆ ดุ ๆ อ่ะ เห็นเขาว่าชื่อพี่ั์ ขนาดชื่อยังหล่อเลย”
“เบาได้เบา เข็ดบ้างเหอะเื่ผู้ชายเนี่ย”
“อยากได้อ่ะ ห่อกลับบ้านให้หน่อยดิ” ลิต้างอแง คงจะลุกไปโต๊ะเพื่อนพี่ชายแล้วหากชมพู่ไม่หนีบแขนไว้ก่อน
“ปล่อยเขาไปเหอะ อย่าไปทำชีวิตเขาวุ่นวายเลย” สายไหมตบไหล่เพื่อน เพ้อแบบนี้คงเริ่มเมาแล้วแหละ
“ไม่เอา ปล่อยไปก็เสียดายตายน่ะสิ”
“พอ ๆ เมาแล้วนอชอบออกเนี่ย” ชมพู่ว่าเพื่อนขำขำ
นภาสินีนั่งเล่นพูดคุยกับเพื่อนสักพักหนึ่งก็ต้องขอตัวเมื่อเห็นเด็กผู้ชายคนหนึ่งเอาแต่กวักมือเรียกเธอให้ไปหา หญิงสาวเดินตามเด็กน้อยออกไปจากห้องโถงงานเลี้ยง ทางที่ไปเป็ทางเดินที่จะนำไปยังห้องน้ำของแขก ตลอดทางไม่มีใครอยู่เลยเพราะทุกคนต่างรวมกันในงานแล้ว
“จะพาพี่ไปไหน”
เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่แถวนั้นอิงฟ้าจึงเริ่มถามเด็กน้อย เธอชินแล้วกับการพูดคุยกับเหล่าิญญาที่อยากมาขอส่วนบุญ ตอนแรกหญิงสาวตั้งใจไม่สนใจเด็กคนนี้แต่เพราะเห็นว่าดูไม่มีพิษภัยอะไร จึงยอมตามมาด้วย ร่างโปร่งใสของเด็กผู้ชายอายุราวห้าถึงหกขวบสวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงสีฟ้าหันมายิ้มให้
“พี่เห็นผมจริงเหรอฮะ”
“ไม่เห็นแล้วจะตามเรามาได้ไงกันล่ะ แล้วอยากให้พี่ช่วยอะไร” อิงฟ้าก้มตัวลงไปพูดกับิญญาเด็กอย่างใจดี เธอนึกเอ็นดูเด็กคนนี้ขึ้นมา
เด็กน้อยทำหน้าเศร้าแล้วชี้ไปยังทางเข้าห้องน้ำหญิง “พี่สาวคนนั้นเอาแต่ร้องไห้ไม่หยุดเลยฮะ” พอพูดจบิญญาเด็กก็หายตัวไป ทิ้งให้อิงฟ้าอยู่คนเดียว เธอยืดตัวเต็มความสูงยกชายกระโปรงขึ้นสูงให้เดินได้อย่างถนัดแล้วก้าวไปยังทางที่เด็กน้อยชี้นำ แอบหวั่นเล็กน้อยว่าพี่สาวที่เด็กคนนั้นพูดถึงอาจเป็ิญญาอีกตัว
แต่ไม่ใช่อย่างที่เธอคิด พี่สาวคนนั้นเป็แค่ผู้หญิงตัวเล็กคนหนึ่ง ยืนหลบอยู่ตรงประตูทางเข้าห้องน้ำ อิงฟ้ากอดอกมองผู้หญิงคนนั้นยืนร้องไห้อย่างไม่คิดเป็ห่วง เมื่อรู้ว่าคือสายฝน ลูกสาวของคนที่เธอเกลียดที่สุด เสียงทะเลาะกันของคนในห้องน้ำทำให้อิงฟ้าเปลี่ยนความสนใจไปที่คนข้างในแทน เธอยกยิ้มมุมปากเมื่อได้ยินอะไรดี ๆ เข้า พอเข้าใจแล้วว่าทำไมสายฝนถึงมีสีหน้าเศร้าแบบนั้น เพราะเธอเองก็เคยเป็...
“เอาเงินไปซะ แล้วอย่าเสนอหน้ามาให้เห็นอีก” เสียงเพ็ญศรีดังออกมาจากห้องน้ำ
“ทำไมฉันจะเสนอหน้ามาไม่ได้ ฉันก็เป็เมียอีกคนของป๋าเหมือนกัน”
“น้ำหน้าอย่างแกไม่มีวันได้เป็เมียเขาหรอก อย่างมากก็แค่เมียเก็บ” เพ็ญศรีชี้หน้าหญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกับลูกอย่างเดือดดาล แต่ไม่ทำให้หญิงสาวสะทกสะท้าน ยังคงจีบปากจีบคอพูดสนุกปาก
“ขนาดอีแก่อย่างป้ายังเป็ได้ แล้วสาว ๆ สวย ๆ อย่างฉันทำไมจะเป็ไม่ได้ เตรียมตัวเก็บกระเป๋าพาลูกเต้าออกจากบ้านได้แล้วนะป้า เพราะฉันจะเข้าไปอยู่แทน!” เมียเด็กของพิบูลย์มั่นใจมากเพราะเธอเป็คนโปรดของป๋า ถ้าขอป๋าต้องยอมแน่ ๆ
“ไม่มีวัน!! เขามีลูกกับฉันแล้วเขาไม่มีวันทิ้งฉันหรอก”
เพ็ญศรีมั่นใจว่าความเป็พ่อลูกจะรั้งเขาได้
แต่เธอคงลืมไปว่า...ผู้ชายคนนั้นก็เคยทอดทิ้งลูกเมียมาหาเธอเหมือนกัน
“มีไม่มีก็คอยดูแล้วกัน ฉันไปก่อนนะต้องเอาเงินที่เมียป๋าให้ไปซื้อเสื้อผ้าก่อน เวลาป๋ามาหาที่ห้องจะได้เห็นอะไรสวย ๆ งาม ๆ ไม่ใช่ของเหี่ยว ๆ ยาน ๆ”
“กรี๊ดดดด นังบ้า!!! ออกไปจากที่นี่แล้วอย่ายุ่งกับผัวฉันอีก”
“ฉันก็ไม่อยากอยู่นักหรอก งานแต่งงานลูกรักป๋าน่ะ ถามจริงเถอะต้องหน้าด้านเบอร์ไหนถึงกล้าเชิดหน้าเรียกตัวเองว่าแม่ ทั้งที่แย่งตำแหน่งแม่แท้ ๆ ของเขามาน่ะ”
“ออกไป!!!”
“ฮ่า ๆ ๆ ไปก่อนนะป้า ขอบคุณสำหรับค่าขนมนะคะ”
เพ็ญศรีกำมือแน่นอย่างเจ็บใจ จิตใจร้อนรนไปหมด ของที่ตนเคยแย่งมากำลังจะถูกแย่งไปต่อหน้า เธอจะไม่กังวลเลยหากนังนั่นไม่ได้มีใบหน้าคล้ายกับเมียเก่าของเขา แม้จะไม่คล้ายมากแต่มีบางมุมที่ทำให้นึกถึงภาวินี ขนาดลูกมันยังไม่ทำให้นึกถึงแม่มันได้ขนาดนี้เลย
ที่ผ่านมาเธอรู้มาตลอดว่าพิบูลย์ไม่ได้ซื่อสัตย์กับเธอ เขายังคงมีเล็กมีน้อยมาตลอดและอาจมากกว่าเดิมั้แ่ที่เมียเก่าตายไป แต่เธอทำเป็มองข้ามขอแค่เธอยังได้อยู่ในตำแหน่ง เชิดหน้าชูตาเป็เมียเขา แต่เมื่อเธอเห็นหน้านังเด็กคนนั้นเธอก็เริ่มกลัวว่าตำแหน่งของเธออาจไม่มั่นคงเหมือนเดิม
สายฝนเห็นว่าเมียน้อยพ่อกำลังจะออกมาเลยรีบหันหลังกลับเพื่อจะออกไปก่อน แต่สะดุดเมื่อเห็นพี่สาวต่างแม่ยืนกอดอกมองอยู่ เธอรีบเช็ดน้ำตาไม่อยากให้คนตรงหน้าเห็นแล้ววิ่งหนีออกไปไม่พูดอะไรสักคำ
อิงฟ้าไม่ได้ตามไป เธอแค่ยืนรอให้เมียน้อยคนใหม่เดินออกมาก่อนแล้วจึงเข้าห้องน้ำ สิ่งแรกที่หญิงสาวเห็นคือ หญิงสูงวัยกำลังนั่งเก็บข้าวของบนพื้น คิดว่าน่าจะเกิดจากการตบตีกับอีกฝ่าย ลิปสติกสีแดงที่นางใช้ประจำกลิ้งมาอยู่ใกล้ชายกระโปรงเ้าสาวของอิงฟ้า เพ็ญศรีเงยหน้าขึ้นมองคนที่ยืนค้ำหัวอยู่ นางทำหน้าไม่ถูก ไม่กล้ามองสบสายตาเ็าคู่นั้น
อับอาย...คงบรรยายความรู้สึกของนางในตอนนี้ได้อย่างดี
“สะใจสินะที่เห็นฉันเป็แบบนี้”
ถ้าการเห็นเพ็ญศรีในสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิง ใบหน้าเปรอะเปื้อนคราบเครื่องสำอาง เสื้อผ้าขาดยับเยินดูไม่ได้ และภาพสายฝนแอบยืนร้องไห้มองดูแม่ตัวเองทะเลาะกับเมียน้อยพ่อนั้น ทำให้อิงฟ้าสะใจหรือเปล่าคงตอบว่าไม่
เทียบกับแม่และเธอ คนพวกนี้ยังต้องเจ็บอีกเยอะ
“ฉันไม่สนใจเื่ของเธอ เก็บของเสร็จแล้วก็ออกไปด้วย แขกคนอื่นเขาจะได้ใช้ห้องน้ำ” อิงฟ้าเดินผ่านคนที่พื้นไปอย่างไม่สนใจ เธอเข้าไปใช้ห้องน้ำอีกห้อง
เพ็ญศรีกัดฟันข่มความเจ็บแค้นเอาไว้แล้วยัดของใส่กระเป๋าต่อจนเสร็จ เธอเอาผ้าที่พกมาคลุมไหล่ปกปิดรอยขาดของเสื้อ จัดแต่งสภาพหน้าตัวเองให้ดูดีก่อนจะออกไปจากห้อง ยิ้มแย้มรับแขกเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
คล้อยหลังเพ็ญศรีไม่นานอิงฟ้าก็ทำธุระเสร็จ เธอออกมาล้างมือให้สะอาด เงยหน้าเช็คเสื้อผ้าตนเองที่กระจกแล้วต้องสะดุ้งใเมื่อเห็นภาพสะท้อนในกระจกเป็ผีสาวที่หายตัวไปนานแล้ว
“ครั้งที่แล้ววิ่งตัดหน้ารถ ครั้งนี้ก็โผล่มาในกระจก เธอเริ่มทำให้ฉันกลัวแล้วนะฤดี” เธอพูดกับคนในกระจก
“คืนนี้ผู้หญิงคนนั้นจะปรากฏตัวแล้ว”
ฤดีพุ่งตัวออกมาจากกระจกแล้วบอกเื่สำคัญกับอิงฟ้า เธอหายไปนานเพราะคอยตามประกบผู้หญิงคนนั้นอยู่ จึงได้รู้ว่ามันจะปรากฏตัวในคืนนี้
“ฉันไม่อยาก...” อิงฟ้าไม่อยากเข้าไปยุ่งกับเื่นี้ ลำพังชีวิตเธอก็วุ่นวายพอแล้ว
“ฉันสัญญาว่าครั้งนี้จะเป็ครั้งสุดท้าย ถ้าเธอเห็นหน้ามันเธอต้องช่วยฉันแน่” ฤดียังคงอ้อนวอน ถ้าอิงฟ้าไม่ช่วยเธอก็ไร้ที่พึ่ง
“แล้วฉันต้องออกไปเจอที่ไหน” สุดท้ายอิงฟ้าก็ยอมช่วยผีสาว
“ไม่ต้องออกไปไหนหรอก แค่รออยู่ที่บ้าน”
“...” อิงฟ้ามองฤดีอย่าง้าคำอธิบายมากกว่านี้ ผู้หญิงที่ฤดีอยากให้เจอเป็ใครกันแน่ทำไมถึงมาหาที่เรือนหอเธอได้
“เดี๋ยวคืนนี้ก็รู้แล้ว ไม่น่าเกินเที่ยงคืน” ฤดีเข้าใจความสงสัยของหญิงสาวแต่เธอยังไม่อยากบอกอะไรมาก เธอส่งยิ้มให้อิงฟ้าแล้วมองสำรวจเ้าสาวคนสวยของงาน ก่อนจะแซวคนตรงหน้าให้เขินเล่น “บอกตะวันไปก่อนว่าอาจต้องเข้าหอช้าหน่อย แต่ไม่ต้องห่วง...ได้เข้าแน่ ๆ”
“ฉันจะไม่ช่วยก็เพราะเธอพูดแบบนี้แหละ” เธออุตส่าห์พยายามไม่นึกถึงคืนนี้แล้วเชียว ทั้งลิต้า ทั้งฤดียังมาพูดย้ำให้เธอประหม่าอีก
“ฮ่า ๆ ขอโทษ ว่าแต่ฉันขอเตือนอะไรเธอหน่อยนะ” ฤดีขำท่าทางของเ้าสาว ก่อนจะทำเสียงซีเรียส
“อย่าไว้ใจเด็กนั่นมาก”
“เด็กไหน”
“ก็เด็กที่เธอเดินตามเข้ามานี่ไง อย่าไว้ใจมันมากไป อันตรายจะมาหาไม่รู้ตัว” เมื่อพูดจบภาพฤดีก็ค่อย ๆ หายไปจากสายตาของอิงฟ้า
................................................
ประเดิมกันที่แม่เลี้ยงก่อนเลยนะคะ นี่แค่เริ่มต้นไม่รู้ว่าจะถูกใจทุกคนหรือเปล่า แอบมาย่อนดราม่าให้นิดหนึ่ง เพราะหลังจากนี้จะเข้าสู่โหมดสืบสวนกันแล้ว มีผีเด็กโผล่มาอีกคนแล้วไม่รู้ว่ามาดีหรือมาร้าย ฝากติดตามกันต่อไปน้า