จารึกที่ 11 : วิถีหลบหนี : การเผชิญหน้าและประตูเคลื่อนย้าย
ใน่เวลาที่ดวงตะวันเริ่มคล้อยต่ำลงสู่ทิศตะวันตก แสงแดดที่เคยแผดเผาเริ่มอ่อนแรงลงเหลือเพียงไอแดดระอุที่เต้นเร่าอยู่เหนือพื้นธรณี บรรยากาศภายใน "เส้นทางหมื่นอสูร" นั้นตึงเครียดและคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นคาวเืจางๆ เสียงคำรามกึกก้องของสัตว์อสูรดังแว่วมาเป็ระลอก ผสานกับเสียงะเิกัมปนาทจากการปะทะของเหล่าศิษย์ผู้เข้าร่วมทดสอบ
อาเจียหมอบราบไปกับกอหญ้าสูง เบื้องหน้าคือทุ่งหินกว้างใหญ่ที่เต็มไปด้วย "อสูรหมาป่าขนเหล็ก" ฝูงหนึ่งกำลังถูกไล่ล่าต้อนจนมุม ในมือของเขากำ พู่กันนิรันดร์ ไว้แน่นประหนึ่งเป็อวัยวะส่วนที่ 33 แต่ร่างกายกลับสงบนิ่งดุจก้อนหิน สมองกำลัง "ดีดลูกคิดรางแก้ว" คำนวณผลได้ผลเสียอย่างหนักหน่วง
'หมาป่าขนเหล็กหนึ่งตัว... ขายเขี้ยวได้ 50 อีแปะ... ขนขายได้ 20 อีแปะ... แต่ต้องใช้ยันต์อัคคีอย่างน้อย 3 แผ่น... แผ่นละ 5 อีแปะ... ต้นทุน 15 อีแปะ... กำไร 55 อีแปะ...' อาเจียขมวดคิ้วจนเป็ปม 'แต่ถ้าพลาดท่าโดนกัด... ค่ายาอย่างต่ำ 100 อีแปะ... ความเสี่ยงสูงเกินไป! ไม่คุ้ม! ขาดทุนย่อยยับ!'
"คนฉลาดไม่เอาชีวิตไปแลกเศษเงิน... รอเก็บตกพวกที่ตายแล้วดีกว่า" อาเจียยึดมั่นใน คติพจน์เอาตัวรอด พลางค่อยๆ คลานหนีไปทางซอกหินเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะโดยตรง
ทว่าในขณะนั้นเอง...
ฟึ่บ! เสียงแหวกอากาศดังหวีดหวิวบาดหู! แสงสีเงินยวรสายหนึ่งพุ่งทะยานลงมาจากฟากฟ้ากระแทกใส่ฝูงหมาป่าจนแตกกระเจิง!
ตูม!
ฝุ่นตลบอบอวล ร่างสูงโปร่งในชุดขาวสะอาดของ ซิงหยวน ยืนเด่นเป็สง่าอยู่กลางวงล้อมราวกับเทพบุตรจุติ ในมือถือ พู่กันหยกขาว ที่เรืองรองด้วยแสงดาวระยิบระยับ เขาตวัดพู่กันเพียงครั้งเดียว อักขระสีเงินนับสิบตัวก็พุ่งออกมากลายเป็ "ศรดารา" เจาะทะลวงกะโหลกหมาป่าตายไปห้าตัวรวดในพริบตา!
"ขยะก็คือขยะ..." ซิงหยวนปรายตามองซากอสูรด้วยความเ็าดุจน้ำแข็ง ก่อนจะหันขวับมาทางกอหญ้าที่อาเจียซ่อนอยู่ "และหนูสกปรก... ก็ชอบซ่อนตัวในที่สกปรก"
อาเจียสะดุ้งโหยง 'มันเห็นข้า! สายตาเ้านี่เป็พญาเหยี่ยวหรืออย่างไร!'
ซิงหยวนแสยะยิ้มเหยียดหยาม "เ้าอยากได้เศษซากพวกนี้งั้นรึ? ...ได้ ข้าจะสงเคราะห์ให้"
เขาตวัดพู่กันหยกวาด อักขระล่อ (誘 - โย่ว) ใส่ก้อนหินข้างตัวอาเจีย ทันใดนั้น กลิ่นหอมประหลาดที่ดึงดูดสัตว์อสูรก็ฟุ้งกระจายออกมา!
โฮก! หมาป่าขนเหล็กที่เหลือรอดหันขวับมาทางอาเจียทันที ดวงตาแดงฉานด้วยความบ้าคลั่ง
"บัดซบ! เ้าคนรวยนิสัยเสีย!" อาเจียสบถลั่น ลืมความงกไปชั่วขณะแล้วใส่เกียร์หมาวิ่งหนีสุดชีวิต "ถ้าข้ารอดไปได้ ข้าจะขโมยพู่กันหยกเ้าไปขายทิ้งซะ!"
อาเจียวิ่งลัดเลาะไปตามซอกหินแคบๆ โดยมีฝูงหมาป่าไล่กวดมาติดๆ น้ำลายยืดหยดลงพื้น
[ใช้ยันต์สิวะเ้าโง่!] มู่เฉินะโสั่งในห้วงจิติญญา
"เปลืองของ!"
อาเจียสบถเสียงหลงทั้งที่ลมหายใจเริ่มขาดห้วง ด้วยความเสียดายทรัพย์ เขาจำใจล้วงกระดาษยันต์สีเหลืองซีดเนื้อหยาบ—ซึ่งเป็ของราคาถูกที่สุด—ออกมาปึกหนึ่ง ปลาย พู่กันนิรันดร์ ในมือตวัดวาดอักขระ 'เฟิง (ลม)' ขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนจะประทับ 'วงมรรคาแห่งความว่างเปล่า' ครอบทับลงไปเพื่อบิดเบือนกฎเกณฑ์!
ทันทีที่อักขระ 'หลิง (ศูนย์)' ใจกลางวงล้อสำแดงฤทธิ์ มันมิได้เรียกสายลมให้พัดโหมกระหน่ำ แต่กลับ 'บัญญัติ' ให้สายลมบริเวณนั้นมีคุณสมบัติแห่งความว่างเปล่า... มันกลืนกินแสง เสียง และกลิ่นอายรอบด้าน จนตัวตนของอาเจียเลือนหายไปราวกับถูกลบออกจากครรลองสายตา!
"จงรับไป! เคล็ดวิชาลับ... วายุผลาญทรัพย์พรางเงา!"
ยันต์ที่โปรยออกไปมิได้ะเิพลังทำลาย แต่กลับบิดเบือนทัศนวิสัยด้วยการดูดกลืนแสงและสร้างม่านมายาจากฝุ่นธุลี อำพรางทั้งรูปกายและกลิ่นอายจนสิ้น เปิดโอกาสให้เขาพุ่งตัวหลบเข้าสู่ถ้ำลึกลับหลังม่านเถาวัลย์ได้สำเร็จ
อาเจียไถลตัวเข้าไปในถ้ำแล้วรีบกลิ้งก้อนหินมาปิดปากทาง เสียงหมาป่าเห่าหอนอยู่ด้านนอกสักพักก่อนจะเงียบหายไป
"เกือบ... เกือบเสียค่ายาแล้ว..." อาเจียทรุดตัวลงนั่งพิงผนังถ้ำ หอบหายใจจนตัวโยน "เ้าซิงหยวน... ข้าจดบัญชีแค้นนี้ไว้แล้ว ค่าใ 500 ตำลึง!"
เมื่อลมหายใจกลับมาเป็ปกติ อาเจียจึงเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติของถ้ำนี้ มันไม่ใช่ถ้ำธรรมชาติ ผนังถ้ำเรียบกริบราวกับถูกตัดด้วยดาบั์ และที่ใจกลางโถงถ้ำ มี "ประตูหินโบราณ" บานใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่
ประตูนั้นสลักเสลาด้วย ลวดลายค่ายกล วิจิตรบรรจง ร่องรอยอักขระสีทองจางๆ ไหลเวียนไปมาเหมือนสายน้ำ
อาเจียหรี่ตามองด้วย 'เนตรบรรพจารึก' ที่ยังตื่นรู้ไม่เต็มที่... เขาเห็นว่าอักขระเ่าั้กำลังวิ่งวนเป็วงกลมคล้าย 'กุญแจรหัส' ที่รอการไข และที่น่าใที่สุดคือ... ตรงกลางประตูมีร่องลึกรูปร่างคุ้นตา
[นี่มัน...] เสียงมู่เฉินสั่นเครือด้วยความตื่นเต้นระคนใ [ประตูเคลื่อนย้ายข้ามมิติ ของสำนักโบราณ! และร่องนั่น... มันมีขนาดเท่ากับ พู่กันนิรันดร์ ของเ้าเปี๊ยบ!]
อาเจียตาโตเท่าไข่ห่าน ความกลัวเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วย ความอยากรู้อยากเห็น (และหวังสมบัติ) ที่ลุกโชน
"ประตูโบราณ? แปลว่าข้างในต้องมีสมบัติใช่ไหมขอรับ?" อาเจียลูบมือไปมา "หรือว่าจะเป็คลังสมบัติลับ?"
[ระวังตัวด้วย...] มู่เฉินเตือนเสียงเครียด [ประตูนี้เชื่อมต่อกับ 'แดนลับ' ที่หายสาบสูญ มันอาจมีสมบัติมหาศาล หรืออาจมีอสูรร้ายที่เคี้ยวกระดูกเ้าได้ในคำเดียว]
อาเจียกลืนน้ำลายลงคอ มองประตูสลับกับทางออกที่ซิงหยวนและฝูงหมาป่ารออยู่ "ข้างนอกมีหนี้แค้น... ข้างในมีความเสี่ยงแต่มีลุ้นรวย..."
เขาตัดสินใจเดินเข้าไปใกล้ประตู ยกพู่กันนิรันดร์ขึ้นทาบกับร่องลึกนั้นด้วยมือที่สั่นระริก
"เสียเืได้ แต่เสียโอกาสรวยไม่ได้... เอาก็เอาวะ!"
แกร๊ก!
ทันทีที่ปลายพู่กันััหิน ประตูโบราณก็ส่งเสียงคำรามลั่น แสงสีทองสว่างวาบไปทั่วถ้ำ พร้อมกับแรงดูดมหาศาลที่กระชากร่างของอาเจียหายวับเข้าไปในความว่างเปล่า ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและรอยยิ้มของโชคชะตาที่กำลังหมุนวน...