ฮานเอินซีเป็นนักเรียนระดับท็อปของมหาวิทยาลัยนานาชาติโซล ทั้งสาวแล้วสวย เธอเป็นคนโปรดของคุณครู ดังนั้นสำหรับการมาเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนมาที่จีนนี้ ครูของเธอได้เหลือโควตาไว้ให้เธอเป็นพิเศษ
ฉะนั้นฮานเอินซีกับเพื่อนร่วมชั้น พร้อมกับอาจารย์จึงขึ้นเครื่องมาที่จีน ในสายตาของพวกเธอ ๆ คิดกำลังจะมาเยือนประเทศบ้านนอก
เมื่อพวกเธอลงจากเครื่อง ฮานเอินซีแล้วเพื่อน ๆ ต่างพากันอยู่ในอารมณ์เดียวกัน คือเต็มไปด้วยความประหลาดใจ ในทีวี พวกเขามักจะเห็นจีนแต่ในส่วนที่ล้าหลังของประเทศ เต็มไปด้วยภูเขา พวกนักเรียนที่จะไปโรงเรียนต้องผ่านภูเขา สิ่งแวดล้อมกันดาล
แต่เวลานี้ ในสายตาของพวกเธอเต็มไปด้วยตึกสูงหลากหลายตึก เป็นเมืองที่พัฒนาแล้ว
“นี่พวกเราอยู่ที่จีนจริง ๆ เหรอ?” เพื่อนของฮานเอินซี คิมวู รำพึง
คิมวูก็เป็นหนึ่งในนักเรียนที่โดดเด่น ของมหาวิทยาลัยนานาชาติโซล เขาเป็นท็อปของสาขาพลศึกษา เขาเป็นนักเทควันโดสายดำแล้ว เขาเคยพยายามจีบฮานเอินซีแต่ไร้ประโยชน์ เพราะเธอไม่ชอบผู้ชายที่ในสมองมีแต่มัดกล้ามอย่างคิมวู ในสายตาเธอ การต่อสู้เป็นศิลปะที่ป่าเถื่อน
เธอคิดว่าสามีในอนาคตของเธอจะต้องเป็นวิศวกร หรือไม่ก็บรรณาธิการแมกาซีน ต้องดูสุภาพสง่างามใส่แว่นกรอบทอง ร่างกายที่ให้ความรู้สึกงดงาม แล้วมีบรรยากาศแบบนักวิชาการอยู่รอบตัว
“หรือเครื่องบินมีปัญหา บางทีมันอาจหันหัวกลับแล้วพาพวกเรากลับมาที่โซล?” ขณะที่วางแขนไว้ที่พนักเก้าอี้ คิมวูพูดอย่างถากถาง
“นักเรียน นี่คือเมืองซู่หนานประเทศจีน” อาจารย์ที่พามายืนอยู่ตรงหน้า เหมือนจะกำลังตอบคำถามก่อนหน้า “แม้ว่าทัศนียภาพของเมืองนี้จะงดงาม พวกเราจะต้องไม่ถูกหลอกลวงด้วยทัศนียภาพของมัน! จีนเป็นประเทศที่ล้าหลังอย่างมาก”
“ประชาชนของพวกเขามีคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐาน เรามาที่นี่เพื่อทำภารกิจสำคัญ เพื่อทำให้พวกเขารู้ว่าวัฒนธรรมของเกาหลีเราโดดเด่นแค่ไหน!”
“ครับ/ค่ะ!” นักเรียนตอบเป็นเสียงเดียวกัน
ไม่นานรถบัสก็มาถึงเขตเมืองซู่หนาน เมื่อเห็นส่วนของไร่นาแล้วกระท่อมที่อยู่ไกล ๆ อาจารย์ที่นำมาก็พูดว่า
“พวกเธอสามารถเห็นได้ด้วยตาตัวเอง นี่คือโฉมหน้าที่แท้จริงของเมืองซู่หนาน ตามที่เห็น พวกเขามีรถที่ทันสมัยอยู่บนถนนจำนวนมาก ในเมืองนี้ ใครที่มีรถถือว่าเป็นคนรวย”
ในจุดนี้ ก็มีเสียง ‘ตัก ตัก ตัก’ ของรถแทรกเตอร์ปรากฏตรงหน้า ขวางทางพวกเขา
“เอินซี ดู!” ทันใดนั้นคิมวูก็ชี้แล้วพูดว่า “นี่ต้องเป็นการเดินทางปกติของคนจีนที่อยู่ที่นี่แน่ ๆ!”
เพียงแค่นั้น เมอร์ซิเดสสีเงินก็ขับผ่านพวกเขาไป พวกนักเรียนเกาหลีใต้ตะลึง
“นี่ต้องเป็นพาหนะของเจ้าเมืองของพวกเขาแน่ ๆ ” คิมวูแน่ใจกับการคาดเดาของเขามาก ๆ
20 นาที ต่อมา ในที่สุดรถบัสก็นำพวกเขาถึงจุดหมาย ทางเข้ามหาลัยกวงหยวน รถบัสอื่นอีก 3 คัน จอดอยู่ด้านข้าง เหมือนว่าพวกตัวแทนของเกาหลีใต้จะมาถึงเป็นพวกสุดท้าย
ฮานเอินซีลงมาจากรถแล้วมองไปที่มหาวิทยาลัยของจีนที่อยู่ตรงหน้า ทันใดนั้นเธอก็คิดว่าโรงเรียนนี้ไม่ได้แตกต่างกับมหาวิทยาลัยนานาชาติโซลของเธอมากนัก
“นี่เป็นมหาลัยระดับท็อปของจีน” คิมวูออกความเห็นอีกครั้ง
“เธอดูยามของพวกเขาสิ” คิมวูชี้ไปที่ยามที่ทางเข้า แล้วพูดว่า “ดูชายคนนี้สิ เขาต้องอายุ 40 แล้วแน่ ๆ พวกเขาทำอะไรกับตาลุงคนนี้กัน? เขาสามารถปกป้องความปลอดภัยของนักเรียนที่นี่ได้เหรอ? ในมหาลัยของเขา เรื่องแบบนี้ไม่มีทางมีหรอก”
ฮานเอินซีส่ายหัว แต่ไม่พูดอะไร ในเวลานี้ อาจารย์เริ่มนำทุกคนเข้าไปที่โรงเรียน ภายในรถบัสวิทยาลัย พวกเขาขับอย่างช้า ๆ มุ่งเข้าสู่ห้องประชุมกลางแจ้งของโรงเรียน
แม้ว่าโรงเรียนกวงหยวนจะไม่ใช่มหาลัยระดับท็อป แต่ตึกเรียนแล้วอุปกรณ์ของพวกเขาเป็นระดับหนึ่งของประเทศอย่างแน่นอน นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่พวกผู้นำของเมืองซู่หนานพากันตกลงรับนักเรียนแลกเปลี่ยนไว้ที่นี่
ฉะนั้น พวกนักเรียนเกาหลีใต้จึงพากันมึนงง พวกเขารู้สึกเหมือนกับว่าได้กลับไปที่มหาลัยของพวกเขา
ในห้องประชุม คิมวูชี้ไปที่ผู้อำนวยการสาวสวยที่นั่งอยู่บนโพเดี่ยม อุทานว่า “ผู้หญิงคนนั้นสวยมาก! เธอต้องมีเลือดของชาวเกาหลีของเราแน่ ๆ เอินซี เธอพูดจีนได้ใช่มั้ย? หลังจากนี้ เมื่อเธอได้พูดกับเธอ ลองถามเธอว่าพ่อแม่ของเธอเกิดที่เกาหลีหรือเปล่า”
ฮานเอินซีส่ายหัวอีกครั้ง เธอไม่ชอบเลย ดังนั้นเธอจึงมองไปรอบ ๆ แล้วพบว่ายามหนุ่มที่เจ้าสำอางยืนอยู่ใกล้ ๆ ฉะนั้นเธอจึงเข้าไปใกล้เขา จากนั้นด้วยภาษาจีนครึ่ง ๆ กลาง ๆ ของเธอ เธอถามว่า
“ขอโทษค่ะ งานต้อนรับ... ‘ตาย’ (เมื่อไหร่) ‘ค้างคืน’ (จะเริ่ม) เหรอคะ?” (TL: เสียงของคำคล้ายกันมากในภาษาจีน)
ฉินเฉาค้างไปชั่วขณะ คิดว่า ‘สาวเกาหลีคนนี้พูดอะไร?’ ตรงหน้าเขามีสาวเกาหลีน่ารักที่ใส่เสื้อโค้ตสีขาวพร้อมผ้าพันคอขนแพะที่พันรอบคอ เป็นสไตล์การแต่งตัวของคนเกาหลี
ฉินเฉาไม่มั่นใจว่าต้องทำยังไงกับเด็กคนนี้ เธอไม่ได้มีใบหน้าที่กลมเป็นเค้กตามแบบฉบับสาวเกาหลี ยิ่งกว่านั้นตาของเธอใหญ่มาก
ฉินเฉาลูบจมูกแล้วพูดว่า “ขอโทษครับ ช่วยพูดอีกครั้งได้มั้ย?”
“ขอโทษค่ะ งานต้อนรับ ตายมันจะอยู่มั้ยคะ?” ฮานเอินซีอดทนมาก เหมือนเธอจะรู้ว่าภาษาจีนของเธอไม่ดีพอ ดังนั้นเธอจึงถามอีกครั้ง
“อ่อ เธออยากจะถามว่างานจะเริ่มเมื่อไหร่?” ทันใดนั้นฉินเฉาก็ตรัสรู้ เขากระซิบเสียงดังด้วยภาษาจีนกลางที่ถูกมารยาท “ผมไม่ทราบ บางทีอาจจะอีกหนึ่งชั่วโมง”
“โอ้...” ฮานเอินซีขมวดคิ้วขณะที่คิดในใจว่า ‘ทำไมพวกเขาไม่เริ่มงานทันทีล่ะ?’ “ขอบคุณค่ะ”
“เอินซี ทำไมเธอถึงมีมารยาทกับยามนักล่ะ?” คิมวูที่อยู่ใกล้ ๆ แม้ว่าเขาจะไม่เข้าใจภาษาจีน เขาก็รู้สองคำนี้ ‘ขอบคุณ’
“ก็แค่มารยาท” ฮานเอินซีถลึงตาใส่เขา “ฉันไม่อยากให้ใครก็ตามคิดว่าเรา คนเกาหลี ไม่มีมารยาท”
พิธีต้อนรับเป็นไปอย่างเรียบง่าย เมนหลักคือเมื่อผู้อำนวยการโรงเรียนแล้วพวกผู้นำขึ้นมาพูด หลังจากนั้น ตัวแทนของแต่ละประเทศจะขึ้นมาพูด แล้วจากนั้นก็จบพิธี
หลังจากที่พวกผู้นำของเมืองพูดเสร็จ ซูเฟยก็จัดปกเสื้อของเธอ ดันแว่นแล้วยืนอยู่ตรงหน้าโพเดี่ยม
ฉินเฉาพบว่าการพูดของเธอดีมาก เธอพูดญี่ปุ่น อังกฤษ แล้วเกาหลี ทั้งสามภาษาในคำกล่าวของเธอ
พวกนักเรียนแลกเปลี่ยนประทับใจในตัวซูเฟยสาวงามที่น่าทึ่งนี้เรียบร้อยแล้ว ควบคู่ไปกับการใช้ภาษาต่างประเทศที่ชาญฉลาดของเธอ ระดับความชื่นชมของพวกเขาเพิ่มขึ้นถึงระดับของความโง่เขลา
ซูเฟยไม่รู้ว่าพิธีต้อนรับนี้จะนานแค่ไหน คำกล่าวของเธอใช้เวลามากกว่า 10 นาที ยิ่งกว่านั้น เธอตอบคำถามมากมายที่ถูกถามโดยพวกนักเรียน
มีเสียงปรบมือดังลั่นเมื่อเธอกล่าวเสร็จ
จากตัวแทนอังกฤษ ชาวต่างชาติจมูกโตแล้วตาสีฟ้าเดินไปที่โพเดี่ยมขณะที่ถือช่อดอกไม้
เมื่อเห็นชายคนนี้ อาจารย์ที่นำพวกตัวแทนอังกฤษ กระซิบเป็นภาษาอังกฤษ
เมื่อได้ยิน ฮานเอินซีที่เข้าใจภาษาอังกฤษขมวดคิ้ว
ฉากนี้ดึงดูดความสนใจของฉินเฉา เขารีบถามเธอ “นักเรียน ชายคนนั้นพูดว่าอะไร?”
“เขา ‘ที่’ (พูด) เขาเหมือนจะไม่เคยเห็นคนคนนี้” ฮานเอินซีตอบฉินเฉาอย่างสุภาพ
คิ้วฉินเฉากระตุก ฉินเฉาเห็นชายอังกฤษที่ถือดอกไม้มีรอยยิ้มลึกลับ ค่อย ๆ เดินไปที่โพเดี่ยม ทันใดนั้นฉินเฉาก็มีความรู้สึกไม่ดีกับสิ่งนี้
“ไม่ดีแล้ว!” ฉินเฉาร้องออกมา ทันใดนั้นก็แยกจากฝูงคนแล้วพุ่งไปที่โพเดี่ยม
เมื่อเห็นท่าทางตระหนกของฉินเฉา คิมวูถามว่า “ยามคนนั้นบ้าไปแล้วเหรอ?”
“ฉันไม่รู้ แต่เหมือนว่าเขาจะรู้เรื่องอะไรบางอย่าง” ฮานเอินซีก็สับสนเหมือนกัน
เนื่องจากผู้ที่นำดอกไม้มาให้นี้เป็นตัวแทนจากอังกฤษ ซูเฟยจึงรับไว้อย่างสุภาพ แต่ในตอนนี้เอง เหตุการณ์ก็เปลี่ยนอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นชายคนนั้นก็หยิบเอาปืนสั้นสีเงินออกมาจากดอกไม้ แล้วพร้อมกับรอยยิ้มพอใจ เล็งไปที่หน้าผากของซูเฟย
เมื่อเห็นฉากนี้ ทุกคนตกใจ หน้าของพวกผู้นำของเมืองซีดด้วยความกลัว งานแลกเปลี่ยนนักเรียนครั้งนี้เป็นพวกเขาตัดสินใจ ถ้าผู้นำของโรงเรียนกวงหยวนถูกฆ่าโดยตัวแทนอังกฤษ พวกเขาก็ไม่สามารถปฏิเสธความเกี่ยวข้องได้
ซูเฟยก็ตกใจเหมือนกัน หน้าหลังแว่นของเธอเต็มไปด้วยท่าทางหวาดกลัว
“พี่!” ซูจีที่นั่งอยู่ตรงที่นั่งแขกผู้มีเกียรติใกล้ ๆ หน้าซีด เธอยกแขนขึ้น แสดงสร้อยข้อมือของเธอ ในตอนนี้เธอไม่ได้คิดถึงเรื่องกฎอะไรแล้ว ชีวิตของพี่เธอตกอยู่ในอันตราย
ในสถานการณ์วิกฤตนี้ ทันใดนั้นก็ปรากฏรูปร่างเหมือนเสือสีฟ้า กระโดดขึ้นมาบนโพเดียมที่สูงสองเมตร คว้าชายอังกฤษแล้วทุ่มเขาลงกับพื้น
ปัง! ในตอนนี้เอง ชายคนนั้นก็ลั่นไก กระสุนถูกยิงขึ้นฟ้า
พวกผู้คนเกิดจลาจล กังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของตัวเอง พวกนักเรียนรีบเคลียร์สถานที่
ฮานเอินซีถูกลากไปโดยคิมวู สาวน้อยเกาหลีคนนี้หันกลับไปมองหลายครั้ง บนโพเดี่ยม ยามหนุ่มยังคงต่อสู้กับมือปืน
เธอพูดกับคิมวู “เขาเก่งแล้วกล้าหาญจริง ๆ ”
“บัดซบ ไอ้พวกสเกลตั้น! เข้ามาเรื่อย ๆ อย่างไม่หยุดไม่หย่อน!?” ฉินเฉาพูดกับชายอังกฤษที่ถูกเขากดไว้กับพื้น แล้วฟาดกำปั้นของเขาใส่หน้าชายคนนั้น
ผลัวะ! ฉินเฉาประหลาดใจ มันกันหมัดของเขาด้วยฝ่ามือ
ความแข็งแกร่งของฝ่ายตรงข้ามดูเหมือนจะไม่ใช่ระดับเดียวกับคนธรรมดา
จังหวะนี้เองฉินเฉาสะท้าน ชายที่นอนอยู่บนพื้นพร้อมกันนั้นก็ถีบฉินเฉาที่กำลังกดเขาไปด้านข้าง
ผลั่ก! ฉินเฉาล้มไปด้านข้างแล้วรีบยืนขึ้น
นักฆ่ายืนขึ้นแล้วพยายามหยิบปืนที่ตกอยู่บนพื้นด้านข้างเมื่อตะกี้
ผลัวะ! ในตอนนี้เอง เท้าของบางคนที่ใส่ส้นสูง ก็เตะปืนของเขาออกไป
หลังจากที่เตะปืนนั้นออกไปแล้ว ซูเฟยรีบถอยหลังกุมอกตัวเองไว้ แล้วหายใจอย่างหนักหน่วงหลายครั้ง
ฉินเฉาตกใจ เขาไม่คิดว่าผู้หญิงคนนี้จะกล้า แม้ว่าเขาจะประหลาดใจ การเคลื่อนไหวของเขาก็ไม่สะดุด เขารีบวิ่งเข้าหานักฆ่า
“บ๊ายบาย!” ชายอังกฤษแสยะยิ้มขบขัน เขาไม่ได้พยายามฆ่าซูเฟยอีก เขาหันกลับไปแล้ววิ่งราวกระสุน ชั่วพริบตา เขาก็หายไปในตึกของโรงเรียน
ฉินเฉาไม่ได้ตามไป เพราะว่าความรู้สึกในใจของเขายังไม่หายไป
หลังจากเข้าสู่ขั้นกำเนิดจิต เมื่อไหร่ก็ตามที่มีอันตรายใกล้ ๆ เขา จะรู้สึกเหมือนกำลังถูกกดดัน
เขาควบคุมลมปราณแล้วมองไปรอบ ๆ พวกนักเรียนหายไปแล้ว ไม่เหลือใครในห้องอีก เมื่อเขาหันไปรอบ ๆ ทันใดนั้นเขาก็เห็นแสงสีขาวสะท้อนมาจากดาดฟ้าตึกใกล้ ๆ
“ซูเฟย ระวัง!” ฉินเฉาเต็มไปด้วยอาการเสียขวัญ เขาเอาตัวเข้าขวางหน้าซูเฟยที่กำลังตระหนก
เขารู้สึกเจ็บแปล๊บบริเวณเจ็บมาจากทรวงอก กระสุนเจาะทะลุเขาแล้วฝังเขาลงกับพื้น ท่ามกลางเสียงกรีดร้อง ฉินเฉารู้สึกเหมือนตกใส่คลื่นในมหาสมุทร เขาเห็นพี่น้องสาวสวยทั้งคู่ ซูจีแล้วซูเฟย วิ่งมาที่เขา สติของเขาขาดผึง จากนั้นก็ตกลงสู่ห้วงแห่งความมืดมิด
จบตอน#