ตอนที่ 6 งานแต่งอันแสนเศร้า
คิมหันต์พาตัวกุลนารีกลับมายังกรุงเทพฯชายหนุ่มมุ่งหน้าไปยังคฤหาสน์เกษมมนตรีทันที
“คุณจะทำอะไร คุณคิมหันต์” กุลนารีแหวใส่ชายหนุ่มทันที
“ผมจะทำให้คุณรู้ไงว่าการต่อต้านผมผลลัพธ์จะเป็ยังไง” คิมหันต์ตอบกลับอย่างท้าทาย
“ฉันเกลียดคุณ”หญิงสาวรู้สึกเกลียดยิ่งนัก
“คนที่คุณเกลียดกำลังจะเป็ผัวคุณในเร็ว ๆ นี้แหละ คุณหนูแอ้” ชายหนุ่มยียวนใส่หญิงสาวอย่างสาแก่ใจ
เมื่อถึงบ้านหญิงสาวคุณอัศวินและคุณมาลารีบปรี่เข้ามาหาคนทั้งคู่
“นี่เกิดอะไรขึ้นลูก ทำไมหนูถึงมาอยู่กับ...เอ่อ...” คุณมาลากล่าวอย่างใเธอไม่คิดฝันว่าคิมหันต์จะตามตัวลูกสาวเธอกลับมาเร็วขนาดนี้
“คุณพ่อคุณแม่คงไม่ทราบเื่ที่ แอ้...ไปพักผ่อนมา ใช่ไหมครับ”คิมหันต์เน้นคำถามอย่างไม่้าคำตอบ
“เื่นี้พ่อแม่ฉันไม่เกี่ยวคุณอย่ายุ่งกับพวกท่านนะ” กุลนารีโวยวายใส่
“คุณคิมหันต์ใจเย็น ๆ ก่อน เข้ามาในบ้านดื่มน้ำดื่มท่า ให้ใจเย็นดีกว่าไหม”คุณอัศวินพยายามแก้สถานการณ์
“ไม่เป็ไรครับผมแค่แวะมาบอกคุณพ่อคุณแม่ ว่าแอ้จะเข้าไปอยู่กับผม จนกว่าจะแต่งงานส่วนข้อตกลงอื่น ๆ ยังคงเหมือนเดิม หวังว่าคงไม่ติดอะไรใช่ไหมครับ” คิมหันต์กล่าวเรียบๆ แต่แข็งกร้าว
“ใครจะไปอยู่กับคุณฉันจะอยู่ที่นี่ ที่บ้านของฉัน” หญิงสาวแย้ง
“บ้านคุณ...คุณคงเข้าใจอะไรผิดเพราะตราบที่คุณยังไม่ได้แต่งงานกับผม บ้านหลังนี้เป็ของผมและถ้ายังมีปัญหามากนัก พ่อแม่คุณคงต้องหาที่อยู่ใหม่กันแล้วละ” คิมหันต์กล่าวอย่างเยือกเย็น
“คุณ...ฮึ”หญิงสาวสะกดกั้นอารมณ์โกรธ เธอรู้ดีว่าไม่อาจต่อกรชายหนุ่มได้ในเวลานี้
“ถ้างั้นผมขอตัวก่อน” คิมหันต์ลา ก่อนจะบีบแขนหญิงสาวให้ตามเขากลับไป
คุณอัศวินและคุณมาลาได้แต่มองตามอย่างเป็ห่วงลูกสาวนี่มันเวรกรรมอะไรของพวกเขาหรือนี่
ที่คฤหาสน์ชายหนุ่มบ้านหลังใหญ่ในบริเวณที่ดินกว้างขวาง รายล้อมไปด้วยสวนดอกไม้และต้นไม้ใหญ่แต่หญิงสาวกลับไม่ได้แยแสเท่าไหร่นัก
“เตรียมห้องที่ติดกับฉันให้คุณกุลนารีต่อไปเธอจะเข้ามาอยู่ที่นี่ในฐานะคุณผู้หญิงของบ้าน” คิมหันต์สั่งแม่บ้าน
แม่บ้านรับคำก่อนจะรีบไปจัดเตรียมตามคำสั่งนายใหญ่ของบ้าน
“คุณคิมหันต์เรามาคุยกันดี ๆ ดีกว่าไหม คุณปล่อยฉันไปเถอะ ฉันไม่ได้รักคุณ ฉันมีคนรักอยู่แล้วคุณก็รู้ดี คุณคงไม่อยากแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักคุณหรอก จริงไหม”กุลนารีพยายามเกลี้ยกล่อมชายหนุ่มตรงหน้า
ชายหนุ่มจับไหล่ทั้งสองข้างของหญิงสาวเข้าหาตัว
“ไม่มีทางคุณต้องเป็ของผม คุณเลิกทำให้ผมอารมณ์เสียได้แล้ว” คิมหันต์ตัดบท
“แต่..”ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะแย้งอะไร ชายหนุ่มโน้มริมฝีปากบดเข้าหาริมฝีปากบางทันที
หญิงสาวที่ไม่ทันระวังลิ้นร้อนซุกไซ้เข้าโพรงปาก กวัดรัดลิ้นบางอย่างเร่งเร้า ทั้งเรียกร้อง ทั้งลงทัณฑ์
“อื้อ...อื้อ...” หญิงสาวพยายามผลักไสประท้วงการกระทำอันน่ารังเกียจนี้
คิมหันต์กระชับร่างบางเข้าหาตัวยิ่งหญิงสาวพยศมากเท่าไหร่ ยิ่งทำให้เขาอยากปราบพยศเธอมากเท่านั้น
หญิงสาวดิ้นรนจนไม่อาจต้านความซาบซ่านที่ได้รับทำให้หญิงสาวค่อยหยุดการขัดขืนใด ๆ ชายหนุ่มบดจูบดูดดื่มความหวานล้ำจากหญิงสาวจนพอใจ ลิ้นรื้นพันเกี่ยวลิ้นบางดึงดุนลิ้นบางเข้าหาปากหนาอย่างคนมีประสบการณ์
“อ่าาา....อ่าาา..”หญิงสาวรู้สึกรัญจวนจากััที่ได้รับจนเผลอหลุดปากครางออกมา
ชายหนุ่มดูดดื่มความหวานจนพอใจก่อนจะผละปากหนาออกมา เขาจ้องตาเธอไม่กะพริบ สายตาที่ส่งไปบ่งบอกถึงความปรารถนาที่มากกว่านี้
“ปล่อยนะ” หญิงสาวที่ได้สติรีบสะบัดตัว ถอยออกมาทันที ก่อนจะหันหลังหนีชายหนุ่มตรงหน้า
คิมหันต์ยกมือลูบริมฝีปากอย่างมีชัยไม่นานหญิงสาวตรงหน้าตรงสยบแทบเท้าเขา ชายหนุ่มคิดอย่างมั่นใจ
ตลอดเวลาที่อยู่ในบ้านคิมหันต์กุลนารีเอาแต่พยายามหมกตัวอยู่แต่ในห้องนอนใหญ่ที่จัดเตรียมและพยายามหลบหน้าชายหนุ่มอยู่ตลอดเวลา ยิ่งเวลาผ่านไปมากขึ้น ๆหญิงสาวก็ยิ่งอับจนหนทางเข้าทุกที ในขณะที่คิมหันต์เอง ก็หาได้สนใจหญิงสาวไม่ขอเพียงเธอยังอยู่ในบ้านเขา เขาเองไม่จำเป็ต้องรีบร้อนอะไรให้ไก่ตื่น
ผ่านไป 1 เดือน คิมหันต์เปิดประตูเข้ามาในห้องหญิงสาว
“คุณเข้ามาทำอะไร” หญิงสาวแหวพร้อมปาหมอนใส่ชายหนุ่มทันที อย่างระวังภัย
ชายหนุ่มปัดหมอนออกไปอย่างไม่แยแส
“อีกสามวันเตรียมตัวเข้าพิธีแต่งงานได้แล้วผมให้คนจัดเตรียมทุกอย่างที่จำเป็สำหรับคุณทั้งหมด” ชายหนุ่มกล่าวเรียบ ๆก่อนจะเดินออกไป
หญิงสาวใกับสิ่งที่ได้ยินทำไมชายหนุ่มเร่งจัดงานเร็วขึ้นขนาดนี้ หญิงสาวได้แต่ฟุบหน้าลงบนหมอนก่อนจะร้องไห้โฮออกมาอย่างสุดกลั้น
ในงานแต่งงานที่ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ภาพเ้าบ่าวที่แต่งชุดสูทหรูสีขาว หน้าตาหล่อเหลา รูปร่างภูมิฐานในขณะที่เ้าสาวเองที่อยู่ในชุดเ้าสาวสีขาว ชุดยาวลากลงกับพื้น ทั้งคู่ดูเหมาะสมกันอย่างยิ่งในสายตาแเื่ที่มาร่วมแสดงความยินดี
ผิดกับหน้าเ้าสาวที่เอาแต่ก้มหน้านิ่งใบหน้าเศร้าหมอง น้ำตาคลอเบ้าตลอดเวลา ไม่มีแม้แต่รอยยิ้มเฉกเช่นเ้าสาวทั่วไป
“ทำหน้าให้มันดี ๆ หน่อยเดี๋ยวคนอื่นจะหาว่าผมรังแกเ้าสาวั้แ่ยังไม่ทันเข้าหอหรอก”คิมหันต์กระซิบข้างหูหญิงสาวอย่างเสียอารมณ์
“ฉันจะเป็อะไรจะทำอะไรก็เื่ของฉัน อย่ามายุ่ง” หญิงสาวสะบัดเสียงใส่
“ก็ดี....แล้วจะได้เห็นดีกัน”คิมหันต์ขู่
ในระหว่างงานแต่งเข็มทิศเดินเข้ามาในงานอย่างเศร้าสร้อยภาพหญิงสาวคนรักกำลังจะแต่งงานกับชายอื่นยิ่งทำให้เขารู้สึกเ็ปหัวใจทำไม์ต้องพรากหญิงสาวคนรักไปจากเขาด้วยทำไมเขาไม่สามารถปกป้องหญิงสาวที่เขารักยิ่งได้ด้วยเล่า
ทันทีที่กุลนารีเห็นเข็มทิศเธอรีบเดินเข้าไปหาเขาก่อนจะโผกอดชายหนุ่มทันที น้ำตาไหลรินออกมาอย่างไม่อาจกลั้นภาพดังกล่าวทำให้แเื่ถึงกับงุนงง
คิมหันต์เห็นเข้ายิ่งบาดตาบาดใจชายหนุ่มปรับสีหน้าก่อนจะเดินเร่งฝีเท้าเข้าหาคนทั้งสองแขกมากมายในงานต่างจับตามองภาพที่ไม่ค่อยพบเห็นบ่อยนักยิ่งทำให้เขาต้องสุขุมมากยิ่งขึ้น ไม่อย่างนั้นพรุ่งนี้คงขึ้นข่าวซุบซิบใหญ่โต
คิมหันต์เอื้อมมือไปจับไหล่บางทั้งสองก่อนจะดึงกลับเข้าหาตัวเขา
“สวัสดีครับดีใจที่คุณมาร่วมแสดงความยินดีกับเราทั้งคู่ จริงไหมที่รัก”คิมหันต์กดเสียงกระซิบหญิงสาวให้รักษาหน้าเขาไว้
เข็มทิศจ้องมองอย่างแค้นเคืองจนตาแทบจะถลนออกมาจากเบ้ากุลนารีส่งสายตาขอร้องแฟนหนุ่ม เธอไม่อยากให้มีเื่เกิดขึ้น
“ที่รัก แขกผู้ใหญ่รออยู่ด้านในเราควรรีบเข้างานกันได้แล้ว เชิญตามสบายนะครับ” คิมหันต์ตัดบทคนทั้งคู่ก่อนจะบีบต้นแขนหญิงสาวเบา ๆ ให้เดินตามเขาไปในงาน
“งามหน้าดีนะถึงขั้นชวนชายชู้เขามาในงานแต่งผม” คิมหันต์กระซิบข้างหูหญิงสาวฟันกัดกันแน่นอย่างโกรธแค้นยิ่งนัก
กุลนารีได้แต่สะบัดหน้าหนีอย่างรู้สึกรังเกียจเ้าบ่าวของตนเหลือเกิน
“คอยดูเถอะ กุลนารี สิ่งที่เธอทำผมจะเอาคืนให้คุณจำจนตาย” คิมหันต์คิดในใจ