Tale of Tales Online: Age of Apocalypse อภิมหาสงครามภัยพิบัติถล่มจักรวาล

    ตอนที่ 40 ด้วยอำนาจแห่งเงินตรา จงสำแดงฤทธา ณ บัดนี้


    ขึ้นชื่อว่าอีเว้นท์สงครามทั้งที การสูญเสียนั้นย่อมต้องมีอยู่แล้ว แต่ผมก็ไม่คิดว่าจะมีคนตายเยอะขนาดนี้ ไหนจะเมืองทั้งเมืองที่พังยับเยินไม่มีชิ้นดี ซึ่งยังดีที่บริเวณท่าเรือไม่ได้เสียหายมาก ไม่รู้ว่าจะต้องใช้เวลาอีกกี่วันในการฟื้นฟูให้กลับมาเป็นปกติ ถ้าจะบอกว่า ‘ฟื้นฟู’ คงไม่ถูกต้องนัก หากใช้คำว่า ‘สร้างใหม่’ น่าจะเป็นคำเหมาะสมกว่านอกจากผู้เล่นที่ตายไปจะถูกนับเป็นผู้สูญเสียแล้ว คนที่ยังมีชีวิตรอดก็อยู่ก็เสียหายไม่ต่างกัน เนื่องจากการตายของอสรพิษนากะได้ทิ้งคำสาปงูพิษอัมพาตเอาไว้ให้แก่ผู้เล่นทุกคนที่อยู่ในเขตแดนเมืองอัลปาป้า ซึ่งเป็นคำสาปที่ไม่สามารถลบล้างได้จนกว่าจะครบเวลา 2 วันภายในเกม ส่งผลให้เมื่อใดที่ผู้ต้องสาปทำการโจมตีหรือใช้สกิลจะมีโอกาสกระตุ้นผลของคำสาปให้ทำงาน โดยมันจะเรียกอสรพิษจิ๋วออกมากัดผู้ต้องคำสาปทำให้ร่างกายเป็นอัมพาตไปชั่วระยะเวลาสั้นๆ พร้อมทั้งยกเลิกผลการโจมตีหรือการใช้สกิลดังกล่าวให้สิ้นผลบัดนี้ได้ปรากฏเป็นบอร์ดประกาศไม้ขึ้นมาหลายแผ่นตรงบริเวณลานกลางเมืองที่ถูกแบ่งเป็นสองฟาก บ้างก็แสดงรายชื่อของผู้เล่นที่ตายไปในเหตุการณ์ครั้งนี้รวมไปถึงชื่อของเหล่าเอ็นพีซีด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเหล่าทหารยามหรือชาวเมืองเองก็ตาม บ้างก็แสดงเป็นลำดับรายชื่อผู้ที่ฆ่าสมุนนากะได้เยอะที่สุด ตลอดจนลำดับรายชื่อคนที่สามารถสร้างความเสียหายให้นากะควีนได้มากที่สุด แต่ชื่อที่โดดเด่นที่สุดก็คงหนีไม่พ้นคนที่สามารถสังหารบอสลงได้หรือเรียกอีกอย่างว่าคนที่สามารถ ‘ลาสท์ช็อต(Last shot)’ จักรพรรดินีนากะได้นั่นเอง โดยตอนแรกผมหลงคิดไปว่ามันจะเป็นชื่อของพี่มาร์คัส หรือ‘ไลท์’ ผู้เล่นดีกรีหัวหน้ากิลด์เดอะจัสติส เจ้าของดาบแสงที่บั่นหัวราชินีอสรพิษให้ขาดออกจากร่าง แต่เปล่าเลย ชื่อนั้นกลับกลายเป็นชื่อ ‘ไซโกะ’ เสียนี่แน่นอนว่าผมไม่ลืมที่จะเช็กรหัสผู้เล่นที่แสดงอยู่บนนั้นกับรหัสผู้เล่นในหน้าต่างรายชื่อเพื่อนของผมที่มีชื่อเดียวกัน ปรากฏว่าเป็นไซโกะแม่ค้าผู้แสนเกรี้ยวกราดคนนั้นจริงด้วย ไม่ว่าเธอจะใช้วิธีไหนในการฆ่าบอสก็ตาม แต่ผมสามารถพูดได้เต็มปากเลยว่าแม่ค้าคนนี้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ“ว้า! เสียดายจัง เจ้ามาร์คอดได้รางวัลเลย”“ต่อให้ใช้สกิลต่อจากดาบแสงนั่น ก็ไม่แน่ว่าจะได้เป็นคนฆ่าอยู่ดี”“จริง! แม่ค้าที่ชื่อไซโกะเนี่ยไม่ได้มาเล่นๆ ขอบอก ผมเคยเจอตัวละครของเธอมาแล้ว”“ตามที่ป้าอ่านมาตามเว็บบอร์ดเกมออนไลน์ ไม่ใช่ว่าพวกคลาสพ่อค้าแม่ค้านี่เน้นไปทางขายของหาไอเท็มมากกว่าเน้นไปสายสู้หรอกเหรอ?”“ไม่เสมอไป”“ผมก็คิดแบบนั้นนะ ก็เลยทักแชทไปถาม ไซโกะไม่ได้ตอบมา แต่แชร์รายละเอียดสกิลหนึ่งมาให้แทน” พูดจบผมก็อธิบายสกิลดังกล่าวให้ป้าโซฟีกับพี่มาร์คัสฟังทันที เนื่องจากไซโกะคงตั้งค่าบางอย่างเอาไว้ทำให้ผมไม่สามารถแชร์ข้อมูลสกิลต่อไปได้สกิลไพรส์แท็ก(Price Tag)เป็นสกิลที่สามารถทำให้การโจมตีหนึ่งครั้งของเป้าหมายรุนแรงขึ้นเป็น 5 เท่า เปลี่ยนแปลงการโจมตีดังกล่าวให้เป็นเสมือนการโจมตีของผู้ใช้เอง เป้าหมายได้รับเงินเท่ากับค่าความเสียหายออริจินัลที่เกิดขึ้น ผู้ใช้งานสกิลสูญเสียเงินในการเรียกใช้เป็นจำนวนเท่ากับ ‘เลเวลของเป้าหมาย x ค่าความเสียหายที่เกิดขึ้น x 100’“เธอเพิ่งตอบกลับมาว่าเงินในตัวหายไปราว 50 ล้านกว่าเทลล์…” ผมถึงกับกลืนน้ำลายลงไปอึกใหญ่เมื่อได้อ่านข้อความดังกล่าว“ได้ไอเท็มกับรางวัลไป ยังไงก็คุ้ม”“แถวบ้านป้าเรียกว่าเอาเงินฟาดหัว” พูดจบป้าก็หัวเราะด้วยความชอบใจ “จบแบบหักมุมเหมือนในซีรีส์เลยอะ ตอนแรกป้าคิดว่าจะเป็นเจ้ามาร์คหรือไอ้หนุ่มดาบแสงเสียอีกที่เป็นคนฆ่า”“ผมไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าหากใช้พลาดขึ้นมาจะเป็นยังไง”“มีบ้านขายบ้าน มีรถขายรถ” พี่มาร์คัสพูดจบป้าก็ยิ่งหัวเราะชอบใจเข้าไปอีก“เอ้อ! แล้วนี่วิคกับมาร์คจะไม่ไปดูรายชื่อหน่อยเหรอ? เผื่อว่าตี้ของพวกเราจะมีใครติดรายการอะไรกับชาวบ้านเขาบ้าง”“ดูจากสภาพแล้วผมว่าไม่น่าจะติดโผอะ” ผมพูดยังไม่ทันจะขาดคำ แชทของไซโกะก็เด้งขึ้นมาทันที‘โหดเหมือนกันนะ ตีบอสมากสุด’ ผมอ่านแชทดังกล่าวอย่างงุนงง แต่เมื่อถามไซโกะกลับไปเธอดันไม่ตอบแชทกลับมาไม่นานนัก ป้าโซฟีก็ตะโกนเรียกผมให้ไปดูรายชื่อบนกระดานอันดับผู้เล่นที่สร้างความเสียหายให้บอสมากที่สุด“เห้ย! เดี๋ยว! ผมเนี่ยนะ” ผมแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง บนกระดานไม้อันนั้นมันเป็นชื่อและรหัสผู้เล่นของผมไม่ผิดแน่“ไปไงมาไงวะเนี่ย” ขนาดพี่มาร์คัสเองก็ยังงงไปตามๆ กัน“ดีนะ เซ้นส์ป้าบอกให้มาส่องดูก่อน”“นี่ถ้าป้าไม่ดูให้เนี่ย นายคงพลาดรางวัลนี้ไปแล้วนะวิค”“ขอบคุณมากเลยครับป้าโซฟี” ผมพูดพลางใช้มือนวดไหล่ให้ป้าโซฟี ก่อนจะแทรกตัวฝูงชนเข้าไปดูรายละเอียดการรับรางวัลที่ปรากฏเป็นระยะเวลาและสถานที่แจ้งเอาไว้“นี่ไง! ป้ากับมาร์คก็ติดอันดับด้วย มาร์คได้อันดับสี่สิบ ส่วนป้าได้อันดับห้าสิบสอง”“แบบนี้ต้องฉลองแล้วครับ”“เอ่อ… นายลืมไปหรือเปล่าว่าเมืองโดนพังไปหมดแล้ว”“งั้นไปฉลองกันนอกเกมไหมล่ะ? ป้าพอจะมีร้านอาหารดีๆ แนะนำอยู่นะ” ป้าโซฟีพูดพลางจิ้มไปในอากาศ“ผมโอเค พี่มาร์คว่าไง?” ผมกับป้าโซฟีพลันช่วยกันหันไปทำตาแป๋วกระพริบถี่รัวเพื่อกดดัน“ถ้าตามที่นายเคยบอก น่าจะมีเวลาเหลืออีกราวสองสัปดาห์ ก่อนที่อารีน่าเมืองเอลฟ์จะเริ่ม ไว้ฟาร์มของกันสักสัปดาห์ก่อนไหม? แล้วค่อยล็อกเอาท์ไปช่วงก่อนการแข่งขัน”“ผมเห็นด้วยนะครับ เพราะการล็อกเอาท์เตรียมพร้อมน่าปลอดภัยต่อพวกเราด้วย อย่างน้อยก็ไม่มีความเสี่ยงที่บอสจะโผล่มาไล่ฆ่าไล่แกงกันกลางเมืองแบบนี้อีก” พลันป้าโซฟีก็หัวเราะออกมาด้วยความชอบใจ ซึ่งผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าป้าแกถูกใจอะไรกับประโยคเมื่อกี้จากนั้นพวกเราใช้เวลาไปพักใหญ่ในการหาคำตอบถึงสาเหตุที่ทำให้ผมติดอันดับผู้ที่ลดเลือดบอสได้มากที่สุดเป็นอันดับแรก โดยสาเหตุที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดก็น่าจะเป็นเพราะการบริจาควัสดุในการสร้างรถป้อมปืนฉมวกให้กับหน่วยอาวุธนั่นเอง สัดส่วนค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจึงน่าจะนำมาเฉลี่ยให้กับผู้มีกำลังศรัทธาทุกคนที่ได้เสียสละแร่หินและท่อนไม้ไป แน่นอนว่าพวกเราไม่ได้คิดไปถึงตรงนั้นหรอก แต่เป็นเพราะวงสนทนาด้านข้างที่เป็นกลุ่มคนของกิลด์เดอะจัสติสที่ทำให้พวกเราเอามาปะติดปะต่อเรื่องราวจนปั้นน้ำให้เป็นตัวได้‘ลึกๆ แล้วผมก็ดีใจเหมือนกันนะที่หัวหน้ากิลด์นั่นไม่ได้ลาสท์ช็อตไป’

    ตะวันลับขอบฟ้า เมืองอัลปาป้ายังไม่สิ้นแสงแห่งความหวัง จากเมืองที่เคยสว่างไสวจากโคมไฟเวทมนตร์ตามตึกรามบ้านช่อง(บ้านหิน) กลับถูกแทนที่ด้วยแสงไฟจากทักษะของผู้เล่นและโคมไฟย้อนยุคของเอ็นพีซีที่เมื่อรวมกันแล้วก็ให้ความสว่างไม่แพ้กับตอนก่อนหน้านี้เลย เต็นท์ที่เป็นตัวแทนของสิ่งก่อสร้างเดิมในเมืองส่วนใหญ่ก็ได้ถูกขนย้ายจากเนินเขาหญ้าเหลืองมายังเขตตัวเมืองจนเกือบหมดแล้ว ไม่ต้องบอกก็รู้ว่านั่นเป็นการย้ายฐานหนีจากลามะจอมบูลลี่อย่างแน่นอนกว่าจะสามารถรับรางวัลผู้ทำดาเมจอันดับหนึ่งได้ก็น่าจะเป็นพรุ่งนี้เช้าที่เต็นท์ของพระราชา พวกเราเลยใช้เวลานี้ให้เป็นประโยชน์โดยการพากันไปหาไข่อีสเตอร์ที่ดร็อปจากมอนสเตอร์ทุกชนิด ซึ่งกิจกรรมจะหมดเขตภายในสองสัปดาห์นี้แล้วตอนแรกพวกเราตกลงจะไปที่แชลโลสวอมบ์กัน แต่ด้วยความที่ผมกลัวว่ามันจะเกิดเหตุร้ายอะไรขึ้นมาอีก พวกเราจึงเลี่ยงไปเก็บเลเวลตรงที่ราบข้างเนินเขาเยลโลว์เฮย์แทน และถ้าลงไปในดันเจี้ยนสุสานกิ้งก่าก็จะได้เก็บเวลกับมอนสเตอร์ที่มีเลเวลอยู่ระหว่างเลเวล 9 ถึง 15 ซึ่งเป็นระดับที่สูงพอๆ กับนากะ ไม่เวลต่ำเกินไปแบบลามะ

    พวกเราใช้เวลาทั้งคืนในการล่าไข่อีสเตอร์ในดันเจี้ยนสุสานกิ้งก่าที่ไร้ซึ่งวี่แววของบอสใดๆ แต่ก็ต่อสู้กันได้อย่างยากลำบากเนื่องจากคำสาปจากนากะควีนยังแสดงผลอยู่ การล่ามอนสเตอร์ยังคงดำเนินต่อไปจนถึงเช้าของวันรุ่งขึ้น พวกเราจึงได้พากันเดินทางกลับมายังเมืองอัลปาป้า ที่ซึ่งเต็มไปด้วยโต๊ะเลี้ยงฉลองมากมาย พร้อมอาหารและเครื่องดื่มมากหลายที่วางเรียงรายเย้ายวนให้แก่ผู้เล่นที่ผ่านไปผ่านมาแถวนั้น แต่สำหรับคนที่ได้อันดับหนึ่งถึงสามของรายการสังหารมินเนี่ยนสูงสุด กับทำดาเมจบอสได้มากที่สุดนั้น จะมีโต๊ะนั่งพิเศษแยกออกมา ซึ่งรวมไปถึงโต๊ะของผู้ที่สังหารนากะควีนลงได้เช่นกันโต๊ะทั้งเจ็ดนั้นไร้ซึ่งวี่แววของผู้คน ผิดกับโต๊ะฟรีสไตล์ที่เต็มไปด้วยผู้เล่นและเอ็นพีซี แต่ก็นะ นานๆ ทีกว่าจะได้มีโอกาสเอ็นจอยกับชีวิตบ้าง พวกเราจึงกลายเป็นคนกลุ่มแรกที่เข้ามาร่วมฉลองรับประทานอาหารบนโต๊ะพิเศษ รสชาติของอาหารถือว่าดีมาก ไม่ได้มีรสชาติเป็นยางลบแบบในอารีน่าครั้งก่อน หลังจากทานไปได้พักหนึ่งป้าโซฟีก็ดันมีอาการบางอย่าง ทำให้ป้าแกดูเพี้ยนไป“ป้าโซฟีเป็นอะไรหรือเปล่าครับ?”“ม่ายเป็นราย กินเลย… กินเลยลูก เดี๋ยวป้าเลี้ยงเอง...” พูดยังไม่ทันจบป้าก็สะอึกขึ้นมา เมื่อได้ยินดังนั้นผมกับพี่มาร์คัสก็เข้าใจเหตุการณ์นี้ได้ทันที“เอ่อ… ในเกมนี้มีเมาเหล้าด้วยเหรอ?”“ผมก็เพิ่งจะรู้พร้อมพี่เนี่ยแหละครับ”“งั้นล็อกเอาท์กันเลยไหม? เดี๋ยวค่อยมาหาของกันทีหลัง”“ยังก่อนพี่ อีกสี่ห้าวันเอง” ผมไม่รู้จะทำยังไง มองซ้ายมองขวาไม่เห็นใคร ก็เลยพยุงปีกของป้าโซฟีออกจากพื้นที่เกิดเหตุด้วยกันกับพี่มาร์คัสทันใดนั้นเองก็มีผู้เล่นคนแคระคนหนึ่งเดินเข้ามาทำท่าร่ายมนตร์บางอย่างใส่ป้าโซฟี แต่ไม่รู้ว่าคำร่ายนั้นคืออะไร แม้ว่าจะเห็นปากของเธอจะขยับก็ตาม“เซย์มอร์แอนด์มอร์(Say More And More)”ทักษะดีบัฟของคลาสสตอล์กเกอร์ถูกเรียกใช้งานขึ้น ซึ่งเป็นทักษะที่สามารถทำให้ได้ผู้ร่ายและคนในปาร์ตี้ยินการใช้งานทักษะและคำพูดของเป้าหมายเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ ส่งผลให้ผมได้ยินคำร่ายท่อนหนึ่งกับการเอ่ยชื่อทักษะของบุคคลปริศนา“ตื่นขึ้น... ไวด์อเวค(Wide Awake)”สิ้นเสียงทักษะดังกล่าวอาการเมามายของป้าโซฟีก็เริ่มหายไป“ไม่ต้องขอบคุณหนูหรอกค่ะ” เมื่อสังเกตให้ชัดก็พบว่าเจ้าของคำพูดเหล่านั้นไม่ใช่คนแคระ แต่เป็นผู้เล่นที่ปรับแต่งตัวละครเป็นเด็กสาวที่มีชื่อว่า ‘โพนิก้า’ กำลังเดินจูงมือมากับนักดาบโล่คนหนึ่งที่ตัวสูงกว่า “บายค่ะ” เธอกล่าวลาโดยไม่หันมามอง พร้อมยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาสะบัดบ๊อบ ทั้งๆ ที่ผมของตัวเธอนั้นยาวแทบถึงพื้น ทำให้ผมเกิดคำถามกับตัวเองขึ้นมาว่า ‘ผู้หญิงผมยาวก็สะบัดบ๊อบได้เหรอ?’ แต่เอาเข้าจริงๆ บางคนที่ไม่มีผมยังสะบัดบ๊อบได้เลย อันนี้ก็น่าจะเป็นกรณีเดียวกัน ที่สำคัญคงเป็นอินเนอร์เสียมากกว่าเมื่อผมนึกจะขอบคุณ โพนิก้ากับ ‘แบรี่’ ก็ได้จูงมือเดินกันไปไกลแล้ว จึงได้แต่ตะโกนตามหลังไป ในขณะเดียวกันนั้นป้าโซฟีก็ได้ฟื้นคืนสติขึ้นมาเต็มที่พอดิบพอดีพวกเราจึงรีบเดินทางไปเข้าเฝ้าพระราชาในเต็นท์พระที่นั่งซึ่งเต็มไปด้วยข้าราชบริพาร เพื่อรอรับไอเท็มรางวัลจากอีเวนท์สงครามนากะ ซึ่งมันก็ไม่ได้มีพิธีการอะไรมากมาย พวกเราแค่เข้าไปคำนับและกล่าวทักทาย ก่อนที่ราชาจะมอบกล่องไอเท็มหลากขนาดมาให้พวกเราทีละคน แต่มีชั่วแว๊บหนึ่งที่สายตาของเขามองผมอย่างพินิจพิเคราะห์ ในตอนนั้นเองที่ผมมีความเสียวสันหลังขึ้นมา กลัวว่าเขาจะรู้ว่าผมเป็นคนปลุกนากะควีนขึ้นมา แล้วสั่งประหารหรือเนรเทศผมออกจากเมืองอัลปาป้าตลอดกาล แต่โชคดีที่สิ่งเหล่านั้นไม่ได้เกิดขึ้นแต่อย่างใดเมื่อออกมาข้างนอกแล้ว พวกเราก็เปิดกล่องรางวัลนั่นทันที ปรากฏเป็นแสงสีทองอร่ามสว่างจ้า พร้อมกับเอ็ฟเฟ็คเลเวลอัพที่ปรากฏขึ้นมาอย่างถี่รัว พร้อมกับเสียงแจ้งของระบบที่ประกาศออกมาเร็วถี่ไม่แพ้กัน ทันทีที่แสงทองอร่ามสิ้นสุดลงก็ทำให้เห็นถึงสิ่งที่อยู่ภายในกล่อง ผมจึงเอื้อมมือไปหยิบมันออกมาใส่ช่องเก็บของ
    ไอเท็ม: ชุดไพ่ทาโรต์เฟทเดสทิเนีย(Fate Destinia)ระดับ: ตำนาน(Legendary)ประเภท: อาวุธ[4]รายละเอียด: สำรับไพ่ทาโรต์แห่งโชคชะตาในตำนาน ว่ากันว่าเป็นสำรับไพ่แห่งการอำนวยพรและเป็นชุดไพ่ต้องสาปในขณะเดียวกัน ทุกครั้งที่ถึงเวลาเที่ยงคืน ชุดไพ่เฟทเดสทิเนียจะถูกเปลี่ยนเป็นชุดไพ่อื่นแบบสุ่ม*สามารถใช้โดยสายอาชีพผู้ทำนายเท่านั้น
    ป้าโซฟี พี่มาร์คัสและผมต่างได้มาเป็นบัตรโดยสารเรือล่วงหน้าที่เป็นไอเท็มที่อยู่ในช่วงทดสอบระบบ ส่วนพี่มาร์คัสเองก็ได้มาเป็นน้ำยาเพิ่มค่าสเตตัสทุกอย่างค่าละ 40 แต้มมาด้วย ซึ่งถ้าเทียบเป็นจำนวนเลเวลที่จะทำให้ได้แต้มสเตตัส 240 แต้มมานั้นคิดเป็น 24 เลเวลเลยทีเดียว นับว่าเป็นของรางวัลที่คุ้มค่า นี่ยังไม่นับค่าประสบการณ์มหาศาลที่ทำให้ผมเลื่อนระดับเป็นเลเวล 40 พี่มาร์คัสเวลอัพเป็น 28 และป้าโซฟีเลื่อนเป็นเลเวล 25 และแน่นอนว่าไอเท็มชุดไพ่ที่ผมได้มานั้นถูกเปลี่ยนมือไปให้ป้าโซฟีที่เป็นคลาสผู้พยากรณ์ใช้งานอย่างไม่ต้องสงสัยพวกเราจึงไปฟาร์มต่อกันอีกหน่อยในสุสานกิ้งก่า โดยเช้าวันถัดมาผมจึงรวมไข่ของแต่ละคนกันไปแลกเป็นกาชาไข่อีสเตอร์มาเปิด ซึ่งเมื่อได้อ่านรายละเอียดของไอเท็มที่จะได้ในกาชาดูแล้ว ก็พบว่ามันแทบจะเป็นกาชาครอบจักรวาลที่มีโอกาสเปิดเจอได้แทบทุกอย่างภายในเกม แต่สิ่งที่โดดเด่นที่สุดก็คงหนีไม่พ้นเหล่าอาวุธที่เป็นตัวแทนของเทพอย่างหอกอสนีบาตของเทพซุส ค้อนสายฟ้าพิโรธของเทพธอร์เป็นต้น ถ้าหากว่าได้มาสักอันก็คงทำให้การเก็บเลเวลในเกมนี้ง่ายขึ้นมากไข่มหาสมบัติ 9 ใบถูกแบ่งให้แต่ละคนในจำนวนที่เท่าๆ กัน ได้ถูกเปิดออกใบแล้วใบเล่า“ผมเกลืออีกแล้ว!” ผมอุทานออกมาหลังจากเปิดไข่ไป 3 ใบด้วยกัน ซึ่งได้มาเป็นโพชั่นเพิ่มค่าสเตตัส 2 แต้มเหมือนกันหมดเลย“เกลือเหมือนกัน” พี่มาร์คัสก็ดวงซวยไม่แพ้กัน ได้เป็นโพชั่นเพิ่มพลังโจมตีชั่วคราว โพชั่นรักษาสถานะผิดปกติทุกชนิด และโพชั่นชุบชีวิต ตอนนี้ก็เหลือแต่ของป้าโซฟีคนเดียวแล้ว“โห! ป้าได้คัมภีร์เพิ่มแต้มสกิลมานี่เกลือไหม?”“เกลือ” ผมกับพี่มาร์คัสตอบพร้อมกัน“เกลือที่ว่าเนี่ยไม่ได้หมายถึงพวกโพชั่นอย่างเดียวใช่ไหม?”“ใช่ครับป้า เกลือที่ว่าเนี่ยคืออาการที่เปิดกล่องสุ่มกาชาออกมาแล้วได้แต่ของกากๆ น่ะครับ” ผมอธิบายให้ป้าแกฟัง“แล้วคัมภีร์เพิ่มเวลหนึ่งเวลล่ะ?”“ก็ยังเกลือ” พี่มาร์คัสตอบ“แล้วบัตรสุ่มเลือกคลาสพิเศษระดับกลางอะ?”“ไม่เกลือ” ผมกับพี่มาร์คัสตอบพร้อมกันอีกครั้ง ก่อนที่ผมจะให้ป้าแกแชร์ข้อมูลไอเท็มมาให้ผมกับพี่มาร์คัสดู เนื่องจากชื่อมันค่อนข้างคุ้นหูเลยทีเดียว และมันก็เป็นแบบนั้นจริงเสียด้วย เนื่องจากมันเป็นไอเท็มบัตรสุ่มอันเดียวกันกับตอนที่ผมใช้เปลี่ยนเป็นคลาสบรรณารักษ์ตอนเวล 20 ไม่มีผิดแม้จะน้อยเนื้อต่ำใจอยู่บ้างที่ผมต้องทุ่มแรงกายไปแย่งชิงเพื่อให้ได้มันมา โดยที่ป้ากลับได้มันมาจากกาชาอย่างง่ายดาย แต่เพราะเป็นป้าโซฟี ความรู้สึกด้านลบเหล่านั้นจึงหายไปภายในเวลาไม่กี่วินาที“ใช้เลยป้า แต่ผมเตือนไว้ก่อนนะ ถ้าป้าไม่ชอบคลาสที่สุ่มออกมา ป้าก็ไม่จำเป็นต้องเลือก”ป้าแกจิ้มไปในอากาศอยู่ราวสองสามครั้ง ก่อนจะบอกพวกเราถึงผลลัพธ์เกิดขึ้น“ป้าเลือกคลาสโหร สตาร์เกเซอร์(Stargazer)น่ะ” ได้ยินดังนั้นผมก็หัวเราะก๊ากออกมา“ต้องแบบนี้สิครับป้า มาทางนี้แล้วต้องไปให้สุด” ผมคงต้องยอมแพ้ให้กับความหลงใหลในเรื่องดวงของป้าแกจริงๆ“แต่มันต้องไปทำเควสเปลี่ยนอาชีพที่โวลเคโน่ไอซ์แลนด์(Volcano Island)อะไรนี่แหละ”“เกาะภูเขาไฟ… มันเป็นเกาะ แต่ตัวเกมยังไม่ได้เปิดให้นั่งเรือกันอย่างเป็นทางการเลยนะครับ”“ถ้าจำไม่ผิด เราก็มีตั๋วเรือแล้วหนิ” พี่มาร์คัสเตือนความจำ“ใช่ๆ ของรางวัลที่พวกเราได้มาจากราชาเดอเมอร์ ป้าจำได้”“แล้วนี่จะไปกันเลยเหรอ? ” พี่มาร์คัสถาม“ผมไม่แน่ใจเรื่องเวลาเดินทาง แต่ถ้าเรารีบกันหน่อยอาจจะกลับมาทันอารีน่าก็ได้”“เผื่อเวลาล็อกเอาท์ด้วยนะ” ป้าโซฟีกล่าวเตือน“จริงๆ ไม่ต้องเผื่อเวลาล็อกเอาท์ก็ได้นะครับ เพราะเราสามารถเล่นได้เป็นเวลาห้าสิบวันของเวลาในเกมเลย ต้องขอบคุณเจลลี่สารอาหารเลยเนี่ย”“เท่าที่อ่านมา ไม่ใช่ว่ามันขึ้นกับกิจกรรมที่ผู้เล่นทำในเกมหรอกเหรอที่เป็นตัวกำหนดระยะเวลาการในการเล่น” พี่มาร์คัสแย้ง“ฮืม… แต่เราก็เล่นกันมาแบบชิลๆ นะ น่าจะอยู่ได้ถึงห้าสิบวัน”“ป้านี่ชิลมาก” ป้าเน้นคำท้ายอย่างออกรส“ถ้าวัดตามความรู้สึกอาจจะชิลนะ แต่ถ้าวัดกันตามเวลาที่พวกเราอยู่ในการต่อสู้แล้ว ยังไงก็ไม่น่าอยู่ถึงห้าสิบวันเต็มได้แน่นอน”“อ้อ! อย่าลืมนะ ว่าอารีน่าทีมสามคนครั้งนี้จะจัดที่เมืองเอลฟ์” ป้าโซฟีกล่าวเตือนอีกครั้ง“งั้นพวกเรามาโหวตกันเลย ผมโหวตให้ไปเปลี่ยนอาชีพกันทั้งป้าทั้งพี่มาร์คเลย เพราะถ้าเปลี่ยนอาชีพแล้วพวกเราน่าจะมีโอกาสชนะในอารีน่ามากขึ้นไปอีก”“เอลเวนฟอเรส เตรียมสู้” พี่มาร์คัสพูดห้วนๆ“ผลลัพธ์ประชามติครั้งนี้ขึ้นอยู่กับป้าแล้วครับ”“อย่าหาว่าป้าอย่างงั้นอย่างงี้เลยนะ พอเป็นมันเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการดูดวง สำหรับป้าแล้วยังไงเรื่องดวงก็ต้องมาก่อนเสมอ”“เยส!”“เอาจนได้นะ” พี่มาร์คัสถึงกับส่ายหัว “เตือนแล้วนะ พลาดอารีน่าขึ้นมาก็ไม่รู้ด้วยแล้ว”“มาร์คอยากสู้กับคนแหละป้าดูออก” ป้าโซฟีพูดพร้อมหันไปอมยิ้มใส่พี่มาร์คัส ทำเอาเจ้าตัวเขินจนต้องหลบหน้า“หรือพี่จะมาวัดกับผมตอนนี้เดี๋ยวนี้เลยก็ได้นะพี่” ผมแหย่“ไว้หลังอารีน่าแล้วกัน”

    จากนั้นพวกเราก็ได้มุ่งหน้าจุดหมายใหม่ ‘เกาะภูเขาไฟ’ ที่ยังไม่รู้ว่าอยู่ส่วนไหนในแผนที่ การเดินทางของพวกเรายังคงดำเนินต่อไป เพราะมันยังไม่ถึงเวลาที่จะล็อกเอาท์ยังไงละ ผมก็ได้แต่หวังว่าพวกเราคงจะกลับมาทันกิจกรรมอารีน่าในเร็ววัน

    คล้ายกับเรื่องTale of Tales Online: Age of Apocalypse อภิมหาสงครามภัยพิบัติถล่มจักรวาล ที่คุณอ่าน