บทที่ 102
สามสาวเข้าไปภายในร้านเพื่อคุยงานกับช่างฝีมือที่มาตกแต่งร้านคาเฟ่ โดยหน้าที่จะเป็นของบิวตี้ที่รู้รายละเอียดซะส่วนใหญ่ มันจึงทำให้สองสาวที่ไม่มีอะไรทำเดินออกมารับลมที่ริมระเบียงบนชั้นสอง ด้วยความคิดที่ต่างคนต่างคิดในมุมของตัวเอง ‘ทำไมยัยนี่ต้องโผล่มาตอนนี้ด้วยนะ อุตส่าห์ลืมๆเธอไปแล้ว’ หลินฟางฟางกล่าวพร้อมกับคิดในใจ ‘ดูเหมือนว่าคุณหลินฟางฟางจะชอบไอซ์เหมือนกันนะ..’ ปังปอนเองก็คิดเช่นกัน จนมันมีจังหวะหนึ่งที่ทั้งสองหันมามองกันและกันด้วยความบังเอิญ ทั้งๆที่อยู่คนละฝั่งของมุมระเบียง หลินฟางฟางที่เห็นอย่างนั้นก็สะบัดหน้าหนีไปราวกับไม่อยากจะญาติดีด้วย มันทำให้ปังปอนต้องถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้ เธอไม่ชอบบรรยากาศอย่างนี้เลย บรรยากาศที่เรียกว่า ‘มาคุ’ และมันทำให้เธอตัดสินใจเดินเข้าไปหาหลินฟางฟางเพื่อพูดคุยด้วย“คุณหลินคะ.. ครั้งที่แล้วเราไม่ทันได้พูดอะไรกันดีๆ หวังว่าเราจะเพื่อนที่ดีต่อกันได้นะคะ” ปังปอนเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้มประจำตัวบนใบหน้า แต่มันก็เป็นรอยยิ้มเดียวกับที่หลินฟางฟางเกลียดมันไม่น้อยเลยทีเดียว ‘ยัยจิ้งจอกน้อยนี่จะมามุขไหนอีกเนี่ย.. หรือว่าเธอต้องการที่จะอวดอะไรฉัน’ หลินฟางฟางได้แค่คิดเพียงเท่านั้น แต่สีหน้าของเธอก็ต้องเฟรนลี่ราวกับไม่ได้คิดอะไร เธอไม่อยากจะให้ศัตรูอันดับหนึ่งของหัวใจ รู้ว่าเธอนั้นชอบไอซ์ เพราะเธออยากให้ศัตรูชะล่าใจ“ค่ะคุณปังปอน.. ครั้งก่อนพวกเราต่างรีบกันทั้งคู่ มันก็ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีที่เราจะสนิทๆกันไว้” หลินฟางฟางกล่าวด้วยรอยยิ้มอันจอมปลอม“คุณหลินฟางฟางเรียกฉันว่าปอนเฉยๆเหมือนไอซ์ก็ได้ค่ะ..” ปังปอนกล่าว“ถ้าอย่างนั้นคุณปอนก็เรียกว่าฟางฟางเฉยๆก็ได้เหมือนกัน ไอซ์ก็เรียกฉันอย่างนั้น” หลินฟางฟางกล่าวตอบกลับ แน่นอนว่ามันเกิดเดดแอร์ชั่วขณะหลังจากที่ปังปอนพยักหน้ารับคำ ปังปอนหันไปมองที่ไอซ์ก่อนจะยิ้มหวานราวกับต้องการจะสื่ออะไรสักอย่าง หลินฟางฟางก็ได้แต่มองบนใบหน้าของเธอเช่นกัน เธอกำลังเดาว่าอีกฝ่ายกำลังจะเล่นเกมอะไรกับเธอ“ไอซ์เป็นคนดีมากจริงๆ ฟางฟางคิดอย่างนั้นไหมคะ” ปังปอนที่จู่ๆก็เอ่ยขึ้นมา มันเล่นเอาหลินฟางฟางสะดุ้งเล็กน้อย เธอหายใจเข้าลึกๆเพื่อปรับเปลี่ยนอารมณ์ ก่อนจะยิ้มออกมาตอบคำถามของปังปอนไป“นั่นสินะคะ สำหรับฉันแล้วเขาเป็นคนที่ค่อนข้าง อื้มม..กวนประสาท แต่เขาก็ถือว่าเป็นคนดีมากคนหนึ่งค่ะ” หลินฟางฟางกล่าวตอบ ปังปอนหันกลับมายิ้มให้กับหลินฟางฟางอีกครั้ง“ก็เพราะว่าความดีนั่นแหละค่ะที่ทำให้ปอนสนใจในตัวเขา ไอซ์ช่วยเหลือครอบครัวของปอนเอาไว้มากจริงๆ แล้วเพราะเหตุผลเดียวกันหรือเปล่าคะ ที่ทำให้ฟางฟางชอบไอซ์เขา..” ปังปอนกล่าว“ไม่หรอกค่ะ ของฉันมันเกิดขึ้นมาตอนไหนก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่จู่ๆในหัวของฉันก็ปรากฏเขาขึ้นมาตลอดเวลา.. เอ๊ะ! เดี๋ยวนะ! เธอ..หลอกถามฉันอย่างนั้นเหรอ” หลินฟางฟางกล่าวตอบตามปกติ แต่ดูเหมือนว่าความตั้งใจที่จะปกปิดกลับกลายเป็นเปิดเผยเพียงแค่คุยกับผู้หญิงคนนี้ไม่กี่ประโยค“ไม่เห็นจำเป็นต้องหลอกถามเลยนี่คะ เขาว่ากันว่าผู้หญิงมักจะมองผู้หญิงด้วยกันออก เหมือนที่ฟางฟางมองปอนออกว่าปอนเองก็เริ่มมีใจให้กับไอซ์เขา..” ปังปอนกล่าว“เฮ้ออ.. เธอนี่ประมาทไม่ได้จริงๆเลยนะคะ ไหนๆเธอก็รู้แล้ว.. พวกเราควรทำยังไงต่อล่ะคะ” หลินฟางฟางถอนหายใจก่อนจะกล่าวถามออกไปตรงๆ“ก็ไม่เห็นต้องทำอะไรเลยนี่คะ ยังไงตอนนี้เรายังเป็นเพื่อนกันได้อยู่..” ปังปอนกล่าว“มันจะเป็นไปได้เหรอคะที่เราจะเป็นเพื่อนกัน เรามีเป้าหมายเดียวกัน และสรุปท้ายก็ต้องมีใครคนใดคนหนึ่งเจ็บ ถึงตอนนั้นมันจะลำบากใจกันเอาได้ สู้เป็นศัตรูกันตั้งแต่เลยไม่ดีกว่าเหรอคะ” หลินฟางฟางกล่าวตามเหตุผลที่เธอคิด“มันก็จริงอย่างที่ฟางฟางว่ามา สุดท้ายแล้วไอซ์ก็ต้องเลือกใครสักคนหนึ่ง และต้องมีคนหนึ่งที่ต้องเดินจากไป แต่ฟางฟางไม่คิดบ้างเหรอว่าไอซ์เขาจะรู้สึกยังไง หากต้องสูญเสียเราคนหนึ่งไปถ้าต้องเลือกอีกคนหนึ่ง.. ถ้าอย่างนั้นมันจะเกิดทางเลือกที่สามเอาได้นะคะ..” ปังปอนกล่าว“ทางเลือกที่สาม?.. หมายความว่ายังไงเหรอคะ” หลินฟางฟางที่ได้ฟังก็ยิ่งมึนงง เธอไม่เข้าใจเลยสักนิดเดียว อาจจะเป็นเพราะว่าเธอคือลูกคุณหนู และดาราดังที่ใครต่อใครต่างก็ต้องการ ทำให้เธอตามไม่ทันเหมือนกับปังปอนที่มีแม่กับพี่สาวเป็นพวกชอบดูละครน้ำเน่ามาเยอะ ถึงไม่อยากจะเชื่อ แต่มันทำให้มุมมองความรักของเธอเปลี่ยนไปจากเดิม“ทางเลือกที่เราทั้งสองมองดูคนอื่นเข้าเส้นชัยยังไงล่ะคะ.. ปอนเดาว่าฟางฟางคงจะรู้ดีว่าไอซ์เขาเป็นคนสำคัญระดับโลกมากแค่ไหน เอาตรงๆแค่ปอนมีคู่แข่งเป็นฟางฟาง ปอนก็หนักใจมากแล้ว ในเกมนี้มันมีเราแค่สองคนที่เล่นอยู่ไม่ดีกว่าเหรอคะ..” ปังปอนกล่าว และเธอก็หันมองไอซ์ที่กำลังคุยโทรศัพท์ด้วยรอยยิ้ม“..มันก็จริงของเธอ ในอนาคตเขาจะต้องมีผู้หญิงคนอื่นมาเกาะแกะอีกมาก นี่ยังไม่รวมยัยนภัสสรนั่นอีกคน ฉันเดาเธอไม่ออกเลยว่ากำลังคิดอะไรอยู่..” หลินฟางฟางกล่าว และเธอก็อดนึกถึงมีมี่ขึ้นมาไม่ได้ ด้วยชื่อเสียง อำนาจ การเงินของไอซ์ มีผู้หญิงอีกมากที่พร้อมจะเข้ามาในชีวิตเขาได้ นั่นไม่เท่ากับว่าเธอจะเป็นศัตรูกับสาวโสดทั่วทั้งโลกอย่างนั้นเหรอ“เห็นไหมล่ะคะ เผลอแป๊บเดียวก็มีใครไม่รู้เข้ามาในเกมแล้วอีกหนึ่งคน เรายังมีอะไรอีกหลายอย่างที่ไม่สามารถคาดเดาได้.. ดังนั้น..ทำไมเราไม่ร่วมมือกัน กั้นคนอื่นออกไปก่อน จนเหลือเราอยู่ในเกมแค่สองคน จากนั้นเราค่อยมาเป็นศัตรูกัน.. มันเป็นข้อเสนอที่ดีไม่ใช่เหรอคะ” ปังปอนกล่าว หลินฟางฟางคิดตามเช่นกัน ความหนักใจของทั้งสองมันมีแตกต่างกัน สำหรับปังปอนแล้วถึงเธอจะคอยได้รับคำสารภาพแบบอ้อมจากไอซ์ แต่เธอก็ไม่รู้ว่าเขานั้นจริงจังกับเธอมากแค่ไหน เธอไม่เคยลืมว่าจริงๆแล้วเธอคือหญิงบ้านๆคนหนึ่งเพียงเท่านั้น ไอซ์ยังมีโอกาสอีกมากที่จะได้รู้จักกับสาวสวยราวกับหลอดไฟบนท้องถนนที่มีให้เขาขับรถผ่านไป ในอนาคตเขาอาจจะไม่ชอบเธอแล้วก็เป็นไปได้ และถ้าเขายังทำดีกับเธออย่างนี้อยู่มันก็อาจจะทำให้เธอไม่สามารถตัดใจจากเขาไปได้ อย่างที่ว่าผู้ชายนั้นมักจะเริ่มรักผู้หญิงเต็มร้อย แต่เมื่อนานวันมันจะค่อยลดลงเรื่อยๆ ซึ่งมันตรงข้ามกับผู้หญิงที่เริ่มรักจาก 0 และนับวันมันมีแต่จะเพิ่มกับเพิ่ม หากเขายังทำเหมือนวันแรกที่พบกัน สำหรับหลินฟางฟางแล้ว ถึงเธอจะมีทุกอย่างทั้งชื่อเสียง เงินทอง และอำนาจ แต่สิ่งเหล่านั้นที่กล่าวมาไอซ์ก็มีมันทุกอย่างเช่นกัน นับว่าข้อดีในด้านนี้มันไม่เป็นแต้มต่อแต่อย่างใด และสิ่งที่เธอเป็นกังวลกับความรักในครั้งนี้คงจะเป็นสาวน้อยที่อยู่ตรงหน้าเธอก็หนักหนาสาหัสอยู่แล้ว ถ้าเธอจะต้องสู้กับคนอื่นๆไปพร้อมๆกัน เธอต้องพยายามเข้าหาไอซ์มากกว่านี้อีกกี่เท่าตัว สุดท้ายแล้วเขาจะมองเธอในฐานะผู้หญิงคนหนึ่งหรือไม่ก็ยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำ ข้อเสนอนี้มันนับว่าเป็นข้อเสนอที่ไม่เลวร้ายเลยทีเดียว“โอเค ฉันจะร่วมมือกับเธอ.. เมื่อถึงเวลาที่สมควร เราก็ค่อยมาสู้กันอย่างยุติธรรม” หลินฟางฟางกล่าวพร้อมกับยื่นมือออกมาจับเพื่อทำข้อสัญญาตกลงกับปังปอน“ปอนก็หวังไว้เช่นนั้น.. ยินดีที่ได้ร่วมมือ และเป็นเพื่อนกันอย่างเป็นทางการนะคะฟางฟาง”ปังปอนกล่าวพร้อมกับยื่นมือของเธอไปจับกับอีกฝ่าย และมันเป็นวินาทีเดียวกันที่รถยนต์ยี่ห้อดังวิ่งเข้ามาภายในตัวร้าน แน่นอนว่ามันสร้างความสงสัยให้กับทั้งสองคนเอามากๆ พวกเธอหันไปมอง และพบเห็นว่าคนที่ขับรถมาเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง จากออร่าตามร่างกายของเธอคนนั้นแล้ว มันทำให้ทั้งสองต้องมองหน้ากัน“ฉันไม่คิดเลยว่าจะได้เริ่มงานแรกของพวกเราเร็วขนาดนี้..” หลินฟางฟางกล่าว“นั่นสิคะ.. มันเร็วมากจริงๆ” ปังปอนกล่าวตอบกลับเช่นกัน