ได้เกิดใหม่ข้าจะไม่ขี้เกียจแล้วสาบานเลย

    ขาทองคำของลูกหนี้

    ขาทองคำของลูกหนี้

               ชิงเถาได้แต่มองตามอันธพาลน้อยที่หานตงบอกไปเขาก็ไม่เห็นจะเหมือนพวกอันธพาลเลยนะ ทั้งเสื้อผ้าที่สวมใส่ หน้าตาผิวพรรณควรจะเป็นคุณชายจากสักจวนมากกกว่า แต่ทำไมถูกเรียกเช่นนี้ได้

    “แล้วเราก็ต้องยอมเขารึพี่หานตง”ชิงเถาถามออกมาอย่างไม่เข้าใจจากที่หานตงเอ่ยบอก

    “เดี๋ยวไม่กี่วันพ่อบ้านของเขาก็นำเงินมาจ่ายให้เองขอรับคงต้องรอไปก่อนเพราะพ่อบ้านเขางานยุ่งมาก” หานตงบอกออกมาอีกส่วนที่เขาบอกว่างานยุ่งก็งานไล่จ่ายเงินตามล้างตามเช็ดให้คุณชายของเขานั่นแหล่ะกว่าจะถึงคร่าวของชิงเถาก็ต้องรอไปก่อน

    “ถ้ามีคนมาตามจ่ายให้ทีหลังก็เบาใจไปได้สักนิดว่าแต่เขาก็ไม่น่าจะเหมือนพวกอันธพาลเสียเท่าไหร่ ทำไมถึงได้เรียกว่าอันธพาลได้รึ”ชิงเถายังสงสัยในตัวเจ้าอันธพาลน้อยผู้นั้นจึงถามออกมาอีก

    “จริงๆเขาเพียงมีนิสัยเที่ยวเตร่ เข้าโรงน้ำชาบ้าง โรงสุราบ้าง ชอบมีเรื่องกับคนอื่นหรือกลั่นแกล้งคนก็หลายทีจนเป็นที่กล่าวถึงเช่นนี้แหล่ะขอรับ”หานตงเล่าเรื่องราวของคนผู้นั้นให้ชิงเถาได้ฟัง

    “เช่นนั้นเขาก็เป็นคุณชายที่ไม่เอาไหนคนหนึ่งใช่หรือไม่เจ้าคะ”ชิงเถาเมื่อได้ฟังจึงสรุปออกมาเอง

    “ก็ไม่ผิดมานักขอรับเพียงแต่ผู้อยู่เบื้องหลังของเขาใหญ่กว่าจะเป็นเพียงคุณชายไม่เอาไหนหรืออันธพาลน้อยมาก”หานตงบอกออกมาอีก

    “ผู้อยู่เบื้องหลังใครรึเอ๊ะแล้วทำไมท่านถึงรู้เรื่องเขาไปหมดแบบนี้ได้”ชิงเถาเริ่มสงสัยแล้วทำไมหานตงถึงได้รู้เรื่องผู้อื่นดีนัก

    “เรื่องนี้ใครๆเขาก็รู้กันขอรับมิใช่เรื่องปิดบังอะไร ส่วนเบื้องหลังหรือว่าขาทองคำเขาก็คือองค์ฮ่องเต้อย่างไรเล่า”หานตงเอ่ยให้นางได้รู้ก่อนจะยื่นหน้าเข้ามาใกล้ในท้ายประโยคไม่ให้ผู้อื่นรู้ว่ากำลังพูดถึงใคร

    “ฮ่องเต้ใหญ่เพียงนั้นเชียว” ชิงเถาตกใจจนตาโตกับเบื้องหลังของชายผู้นั้น ถึงว่าชายหนุ่มผู้นั้นถึงกล้าทำกริยาแบบนี้โดยไม่เกรงอกเกรงใจใครเขาเลย

     “ใหญ่ปานนั้นแหล่ะขอรับเขาน่ะลูกรักของฮ่องเต้เลยนะ” หานตงยังเอ่ยสิ่งที่เขารู้ออกมาอีกเขาทำงานในร้านต่างๆ เรื่องพวกนี้จึงได้ยินคนพูดมาอีกทีถึงจะดูเกินจริงไปหน่อยแต่ใครๆ ก็พูดกันเช่นนี้

    “ลูกรักแสดงว่าเขาก็เป็นองค์ชายนะสิ” ชิงเถายิ่งตกใจกว่าเดิมเสียอีกกับสถานะของชายผู้นั้นที่เริ่มจะสูงขึ้นไปเรื่อยๆ

    “มิใช่ๆ ขอรับเขาเป็นคล้ายๆ บุตรบุญธรรมของฮ่องเต้ที่พระองค์จะรักกว่าองค์ชายอื่นๆเสียอีกเพราะเขาได้เรียกพระองค์ว่าเสด็จพ่อทุกคำแต่กลับในองค์ชายหลายๆคนยังไม่เคยจะได้เรียกว่าพ่อด้วยซ้ำ” หานตงรีบเอ่ยห้ามความคิดชิงเถาออกมาก่อนที่นางจะตกใจไปมากกว่านี้แต่ด้วยการอธิบายของเขาก็ไม่ได้ทำให้นางตกใจจนตาโตปากค้างให้ลดน้อยลงอยู่ดี

    “คุณหนูขอรับสรุปเขาคือคุณชายที่มีฮ่องเต้เป็นพ่อบุญธรรม หรืออาจจะเป็นพ่อจริงๆก็ได้ยังไม่มีใครรู้แน่ชัด” หานตงเอ่ยประโยคสุดท้ายให้นางได้รู้ก่อนจะหันไปรับหน้าลูกค้าตรงหน้าที่เริ่มมากันอีกหลายคนต่อ ส่วนด้านชิงเถาที่ได้รับรู้ประวัติผู้อื่นมาที่ไม่ธรรมดาเอาเสียเลยจึงยืนคิดต่อสักพักก่อนจะสรุปได้ว่าเขาก็เป็นเพียงลูกหนี้นางเท่านั้น ส่วนเรื่องอื่นไม่ต้องสนใจแล้ว

    “ข้าไปให้กำลังพี่สาวประกวดก่อนนะเจ้าคะทางนี้ฝากด้วย”ชิงเถาเอ่ยกับหานตงแล้วเดินไปยังที่นั่งใกล้เวทีประกวดที่ครอบครัวของนางจับจองที่ไว้นั่งชมการประกวดไม่ให้พลาดเพียงพริบตาเดียว

     

               ด้านลี่ถิงกับเยว่ซินที่กำลังแข่งขันรอกแรกของวันนี้ซึ่งโจทย์การแข่งขันก็คือการทำอาหารอาหารที่ทำออกมาสำหรับบำรุงกายใจให้สงบนี่จึงมิใช่เรื่องยากนักเพราะพวกนางก็ได้ทำอาหารพวกนี้อยู่บ้างเพราะครอบครัวของพวกนางมีเป็นผู้ฝึกปราณกันฉะนั้นก็จะต้องได้ทานอาหารพวกบำรุงแบบนั้นอยู่แล้ว

    “ถึงไหนกันแล้วเจ้าคะท่านแม่”ชิงเถาที่เข้ามานั่งร่วมกับครอบครัวดูการประกวดถามออกมา

     “รอบนี้แข่งขันทำอาหาร อาหารที่บำรุงกายใจให้สงบแม่คาดว่าพวกพี่สาวเจ้าคงจะทำอาหารที่เคยทำกินในจวนสักอย่างเป็นแน่” นางลี่จูเอ่ยตอบลูกสาวที่เข้ามานั่งอยู่ข้างๆ

    “เป็นเช่นนั้นก็ไม่ต้องห่วงอันใดมากใช่หรือไม่เจ้าคะพวกนางทำอาหารกับท่านแม่ไม่ขาดอยู่แล้วไหนจะได้เรียนรู้จากท่านแม่อีก”ชิงเถาถามออกมาเพราะเรื่องอาหารต่างๆ มารดานางถนัดดี

    “แม่ก็คิดว่าเป็นเช่นนั้นนี่ก็ใกล้จะถึงช่วงส่งจานอาหารแล้ว คงได้รู้ผลในไม่ช้า”นางลี่จูเอ่ยตอบบุตรสาวออกมาอย่างยิ้มๆ ก่อนจะหันไปดูการแข่งขันต่อ

    “เช่นนั้นก็ดีเจ้าค่ะ”ชิงเถาเอ่ยตอบกลับไปก่อนจะหันมาตั้งใจดูการแข่งกันต่อทันที

               ด้านในเวทีประกวดเมื่อเวลาทำอาหารหนึ่งชั่วยามหมดลง ผู้เข้าประกวดก็วางมือลงปล่อยให้ผู้คุมเข้าจัดการยกจานชามอาหารไปด้านหน้าเวทีที่มีกรรมการหลายคนนั่งอยู่กรรมการเป็นผู้มีชื่อเสียงอาหารหลายคน และหลายคนก็เป็นขุนนางใหญ่ที่ให้เกียรติมาช่วยตัดสินในครั้งนี้ผู้เข้าประกวดเมื่ออาหารถูกยกออกไปแล้วพวกนางจึงเดินออกมาด้านหน้าผู้ตัดสินเพื่อฟังผลที่จะถูกเอ่ยบอกอีกในไม่ช้าทั้งลี่ถิงและเยว่ซินพวกนางยืนจับไม้จับมือกันรอลุ้นผลกันแล้ว

    “พวกเขาเริ่มชิมอาหารแล้วๆ”สองแฝดร้องออกมาเมื่อมองเป็นกรรมการเริ่มชิมอาหารไปที่ละจานๆ

    “ชามไหนของพี่ใหญ่กับพี่เยว่ซินกันนะอยู่ไกลพวกเราเลยมองตามไม่ทัน” สองแฝดเริ่มบ่นออกมาเพราะตอนที่ผู้คุมมายกไปพวกเขายังจับตามองตามอยู่เลย แต่ตอนนี้กลับแยกไม่ออกแล้ว

    “ไม่ต้องมองหรอกว่าชามไหนรอฟังผลเอาเถิด” จิ้นสิงบอกบุตรชายของเขาออกมาอย่างเอ็นดูดูสิพวกเขาตั้งใจดูตลอดเวลาไม่เอ่ยปากอยากออกไปเดินเล่นเลยทั้งๆ ที่เขาก็เอ่ยชวนแล้วด้วยซ้ำแต่ได้ความว่าอยากนั่งให้กำลังใจพี่สาวจนจบ

     

     

    คล้ายกับเรื่องได้เกิดใหม่ข้าจะไม่ขี้เกียจแล้วสาบานเลย ที่คุณอ่าน