บทที่136 เทศกาลล่า12
เวลาผ่านไป3วัน
องค์ชาย13อยู่ในห้องในถ้ำไม่ออกไปไหนเขานั่งเฝ้าเตาสามขาไม่ห่างเลยแม้แต่ครั้งเดียว เขายังวางกำลังคนของตนเองและองค์กรนักฆ่าเพื่อความปลอดภัยอีกด้วยเขาไม่ยอมให้มีสิ่งผิดพลาดอย่างเด็ดขาดนี่คือสิ่งที่เขาเฝ้าคอยมาเป็นเวลานานเขาจะไม่ยอมให้สิ่งใดผิดพลาด
ในช่วงสามวันที่ผ่านมามีอยู่สองสามครั้งที่เกิดเหตุมีสำนักขนาดใหญ่มุ่งมาและหาเรื่ององค์กรนักฆ่าเกิดการต่อสู้กันวุ่นวายและถึงกับเกิดเป็นเรื่องราวใหญ่โตต้องให้ระดับเจสันและองค์ชาย13ไปจัดการกวาดล้างด้วยตนเองจึงจะสงบลง
มันเป็นเรื่องปกติในมิติทับซ้อนเทศกาลล่าแห่งนี้ที่จะเกิดการปะทะกันระหว่างสองกองกำลังการสังหารผู้คนในนี้ไม่ใช่จะไร้ประโยชน์ประโยชน์แรกๆเลยก็คือผู้ที่สังหารฝ่ายตรงข้ามได้ผู้นั้นจะได้รับแต้มเทศกาลล่ามาหนึ่งในสี่ของผู้ที่เขาสังหารดังนั้นแล้วนี่ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีสำหรับการได้แต้มเยอะๆ
ด้วยกฎข้อนี้ทำให้เทศกาลล่ามีความโหดร้ายรุนแรงในทุกรอบที่มีเทศกาลล่า
แม้แต่องค์กรนักฆ่าเองก็ยังมีอยู่บางครั้งที่ลอบสังหารค่ายพรรคหรือสำนักเพื่อเอาแต้มพวกเขาคือผู้ใด เป้นนักฆ่าใช่หรือไม่ แล้วเหตุใดไม่ทำสิ่งที่พวกเขาถนัดที่สุด นั่นคือการลอบสังหารผู้คน!
ในวันนี้เป็นวันที่เขาคาดการณ์ว่ายาโอสถในหม้อสามขานี้จะปรุงกลั่นจนสำเร็จองค์ชาย13สั่งให้ทุกคนออกไปข้างนอกให้หมดแล้วปิดประตูพร้อมผนึกด้วยค่ายกลมนตรา องครักษ์สาวทั้ง5ของเขายืนแน่นิ่งอยู่ที่หน้าประตูราวกับยามรักษาการก็ไม่ปานส่วนเจสันนั้นเนื่องจากยังไม่ได้รับความไว้วางใจสูงสุดจึงอยู่หน้าปากถ้ำเท่านั้นรวมทั้งโซเฟียร์และเหมยด้วย
“อย่าให้ผู้ใดเข้าออกประตูนี้จะปิดสนิทและไม่ว่าสิ่งใดมันจะไม่เปิดออกจนกว่าข้าจะเปิดออกมาเอง พวกเจ้าจงเฝ้าระวังให้ดีข้าไม่ทราบว่าจะใช้เวลานานเพียงใดในการชุบหลอมร่างกายดังนั้นขอให้พวกเจ้าจงอดทนจนกว่าทุกสิ่งจะเสร็จสิ้นเมื่อข้าทำสำเร็จพวกเจ้าจะได้รับรางวัลอย่างงาม”องค์ชาย13สั่งเพียงเท่านี้ก็ปิดผนึกประตูทันทีพร้อมกับร่ายคาถาปิดผนึกประตู
องค์ชาย13ยืนแน่วนิ่งอยู่หน้าเตาสามขาราวกับขุนเขาแม้ว่าร่างกายของเขาจะแบบบางราวกับอิสตรีแต่สภาวะของเขานั้นช่างลี้ลับและยอดเยี่ยมอย่างที่สุดสมกับเป็นยอดฝีมือในระดับปลายของระดับSRอย่างแท้จริง
เวลาผ่านไปไม่ทราบแน่ชัดว่าเท่าใดอยู่เปลวไฟสีทองใต้เตาสามขาก็อ่อนจาง
แววตาขององค์ชาย13เจิดจ้าขึ้น
นี่คือช่วงเวลาที่เขาเฝ้ารอคอยไม่ทราบว่ากี่ร้อยปีที่เขาเฝ้าศึกษาค้นคว้าและตามหาสิ่งนี้ในที่สุดแล้วเหลืออีกเพียงแค่เอื้อมมือเท่านั้นเขาจะได้ครอบครองแล้ว อารมณ์ตื่นเต้นที่น้อยครั้งจะปรากฏกลับชัดเจนบนใบหน้าของเขาแววตาสีม่วงงดงามของเขานั้นจับจ้องไม่วางตาที่เปลวไฟ
ฟู่...
เปลวไฟสีทองอ่อนแสงและมอดดับในที่สุด
องค์ชาย13อดไม่ได้ให้หัวเราะด้วยความเปรมปรีดิ์อารมณ์เอ่อล้นด้วยความสุข เสียงหัวเราะของเขาดังมากและหลุดภาพลักษณ์ที่ยอดเยี่ยมของเขาอย่างง่ายดายมีน้อยครั้งนักที่จะเห็นเขาหลุดมาดอันอ่อนโยนของตนเองนี่จะโทษว่าเขาไม่ได้เพราะว่าทุกคนย่อมมีอารมณ์ความรู้สึกกันทั้งนั้น
กับสิ่งที่ตามหามาเป็นร้อยๆปีเมื่อได้พบเจอเขาจะดีใจก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
ทันใดนั้นเองในระหว่างที่เขากำลังหัวเราะลืมตัวทุกอย่างพลันเปลี่ยนแปลงไปปรากฏสิ่งที่ทำให้ใบหน้าขององค์ชาย13เปลี่ยนสีนั่นเพราะว่าอยู่ๆก็ปรากฏโซ่พุ่งขึ้นมาจากเงาของเขาและรัดพันร่างกายของเขาอย่างสมบูรณ์โซ่สีแดงดำนี้รัดพันทุกส่วนของร่างกายทำให้เขาไม่อาจแม้แต่จะขยับเคลื่อนไหว
พลังต่างๆของเขาถูกผนึกจนใช้ได้แค่เล็กน้อยจนไม่ควรค่าให้พูดถึง
ยามนี้เขาทำอะไรไม่ได้ไม่แม้แต่จะพูดออกมาซักคำเพราะว่าโซ่เส้นนี้รัดปิดปากเขาเสียแน่น
องค์ชาย13เกิดความสงสัยใจและโกรธเคืองอย่างมากความสำเร็จอยู่ใกล้แค่เอื้อมแต่ยามนี้เขากลับถูกบางสิ่งฉุดเขาเอาไว้ เขาโกรธโกรธเกรี้ยวอย่างมากจนนัยน์ตาแดงฉาน
ฉับพลันนั้นเองใต้เงาของเขาก็มีบางสิ่งโผล่ขึ้นมา
มันคือศีรษะของมนุษย์คนผู้นี้โผล่ขึ้นมาจากเงาของเขาและปรากฏรูปร่างที่สมบูรณ์เบื้องหน้าของเขาอีกฝ่ายเป็นเด็กหนุ่มใบหน้าธรรมดาอย่างมากแต่แววตาและกลิ่นอายนั้นกลับลี้ลับอย่างมากชั่วขณะที่องค์ชาย13ได้เห็นคนผู้นี้ถึงอุทานในใจ นั่นเพราะว่าอีกฝ่ายนั้นถึงกลับมีกลิ่นอายของสายเลือดแห่งโอลิมปัสอย่างไม่น่าเชื่อ
องค์ชาย13นั้นใฝ่รู้อย่างมากทำให้เขาทราบชื่อและความสามารถขององค์ชายองค์หญิงรวมถึงญาติหรืออาวุโสแห่งราชวงศ์ทุกคนหากจะถามถึงว่าใครเป็นผู้ที่มีความรอบรู้เกี่ยวกับราชวงศ์มากที่สุดองค์ชาย13ย่อมเป็นหนึ่งในนั้นอย่างแน่นอนด้วยความรอบรู้นี้ทำให้เขาเป็นที่ยำเกรงของทุกคน
ในบรรดาองค์ชายองค์หญิงด้วยกันนั้นองค์ชาย13คือหนึ่งในผู้ที่ไม่มีใครอยากหาเรื่องมากที่สุด
น่าเสียดายที่เขาพูดกล่าววาจาไม่ได้ไม่อย่างนั้นเขาคงจะสอบถามเด็กหนุ่มเบื้องหน้าไปแล้วถึงกลิ่นอายสายเลือดโอลิมปัสในกายของเขา
ผู้ที่โผล่มานั้นแน่นอนว่าคือเทวานั่นเอง
เทวามาถึงองค์กรนักฆ่าเมื่อสามวันก่อนสืบข่าวคราวไปเสียหนึ่งวันเขาจึงได้รู้ความลับขององค์ชาย13เข้าให้ทันใดนั้นความสนใจของเขาก็ถูกยาชุบหลอมร่างกายดึงดูดโดยพลันเขาคิดว่านี้แหละคือสิ่งที่ระบบบอกใบ้เขา หากเขาได้ครอบครองยาโอสถนี้เขาก็จะเปลี่ยนเป็นคนละคนได้เลย
แต่ถึงจะได้รู้ข่าวสารเขาก็ต้องมาเห็นกับตาว่ายานี่ดีจริงหรือไม่จึงได้แต่ลอบเร้นเข้ามาหากเป็นแต่ก่อนเขาจะไม่ทำสิ่งนี้เพราะมันเสี่ยงที่จะถูกองค์ชาย13จับได้องค์ชาย13นั้นมีสายตาที่ยอดเยี่ยม เขาย่อมรับรู้ถึงการคงอยู่ของเทวาได้อย่างง่ายดายเมื่อเข้าสู่ระยะของเขา
แต่เมื่อเทวาได้รับคะแนนจำนวนมากและซื้อของไปหลายรายการจากเทศกาลล่าทำให้เขาย่อมมีหนทางมากกว่าหนึ่งในการแฝงตัว
สิ่งที่เทวาใช้สำหรับการแฝงตัวมีหลายอย่างประกอบกันหนึ่งคือทักษะอำพรางเงาที่ได้รับมาจากมังกรมิติ ทักษะนี้เขาสามารถย้ายเข้าไปอยู่ในเงาได้ประสิทธิภาพของทักษะนี้ดีมาก แม้ว่าจะเป็นแค่ทักษะระดับSแต่มันก็แข็งแกร่งอย่างมาก มากพอที่จะตบตาระดับSRขั้นกลางที่ไม่มีทักษะจำพวกค้นหาตรวจจับได้เลยทีเดียว
แต่ทักษะนี้แค่อย่างเดียวย่อมไม่อาจรอดพ้นสายตาขององค์ชาย13ไปได้เทวาจึงใช้ทักษะจิตเทพพิสุทธิ์ บอดีคอนโทรลและหัวใจแห่งความว่างเปล่าทักษะเหล่านี้เพื่อใช้สำหรับทำให้เทวาหลอมกลืนกับธรรมชาติ ทำให้เขาไม่แตกต่างจากอากาศธาตุทักษะทั้งหลายนี้ยอดเยี่ยมมากทำให้เขาเหมือนจะไร้ตัวตนไปเลย
แต่นี่ยังไม่เพียงพอเทวายังใช้ยันต์ไร้ตัวตนที่ซื้อมาจากเทศกาลล่าแผ่นละ1ล้านแต้ม 1แผ่นใช้ได้1ชั่วโมงเทวาจัดการมาเสียหลายใบ ผลของมันคืออะไรอย่างนั้นเหรอ ก็ตามชื่อมันทำให้เขาไร้ตัวตน สัมผัสถึงไม่ได้ ปกปิดได้แม้แต่สัมผัสที่หก แต่มีข้อแม้คือผู้ใช้จะยืนโทงๆต่อหน้าไม่ได้มันแค่ลบตัวตนจากสัมผัสเท่านั้นไม่ได้ทำให้ร่ากงายล่องหนดังนั้นเพื่อประสิทธิภาพอย่างแท้จริงต้องใช้กับทักษะหรือไอเท่มจำพวกล่องหนหรือแอบซ่อนด้วย
ซึ่งเทวามีอยู่แล้ว
และเมื่อทุกอย่างผสานกันมันจึงกลายเป็นการพลางกายที่ยอดเยี่ยมที่สุด
เทวาคิดว่าต่ำกว่าระดับSSRลงไม่มีทางค้นหาเขาพบเมื่อเขาใช้ทุกสิ่งเหล่านี้ในการปิดซ่อนตนเอง
เทวายังแอบนำพาสำนักบางสำนักมาโจมตีกองกำลังขององค์กรนักฆ่าอีกด้วยด้วยเหตุนี้ทำให้การแฝงตัวของเขาราบรื่นและสมบูรณ์แบบมากขึ้น
เมื่อได้เวลาที่สมควรแล้วเทวาก็ใช้โซ่ตรวนทัณฑ์นรกกับองค์ชาย13อย่างไม่ลังเลองค์ชาย13คือศัตรูที่เทวาไม่คิดเสียเวลาด้วย หากสู้กันจริงๆเทวาจะต้องปวดหัวเพราะแอสโม๊ดคือผู้ที่ใช้ปัญญาเข้าต่อสู้สำหรับคนเช่นนี้มักมีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว ดังนั้นเทวาจึงตัดบทดื้อๆและใช้งานโซ่ทันทีอย่างไม่ลังเล
“แกเรียกว่าองค์ชาย13สินะแอสโม๊ด? หน้าหล่อนักใช่ไหม ดวงตางดงามมากใช่หรือไม่ เจอนี่หน่อยเป็นไง”เทวากล่าวเรียบๆแล้วทำสิ่งที่น่าเหลือเชื่อ
เขาถอดรองเท้าก่อนจะยกฝ่าเท้าทาบกับใบหน้าหล่อเหลาขององค์ชาย13ทันที
เพลิงโทสะขององค์ชาย13แทบจะพวยพุ่งออกมานี่คือครั้งแรกที่มีผู้ที่ทำแบบนี้กับเขา นัยน์ตางดงามนั้นจ้องมองเทวาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อหากเขาพูดได้คงต้องด่าทอเทวาเสียยกใหญ่พร้อมกับฝากคำแค้นเอาไว้อย่างแน่นอน
เทวายกยิ้มมุมปาก
นี่กลับเป็นครั้งที่สองแล้วที่เขาได้ใช้ฝ่าเท้านาบหน้าองค์ชายแห่งราชวงศ์โอลิมปัสนิ้วหัวแม่โป้งของเขานวดคลึงที่ใบหน้าขององค์ชาย13ราวกับกำลังวาดศิลปะก็ไม่ปาน นิ้วหัวแม่โป้งของเขาวาดไปทั่วหน้าของแอสโม๊ดถึงกับแย่นิ่วเข้าไปที่รูจมูกของอีกฝ่าย
พอดีว่าเทวาไม่ได้อาบน้ำมาหลายวันและในสองสามวันนี้ก็แต่แต่แฝงตัวอยู่ในเงาของแอสโม๊ดทำให้เขาตัวค่อนข้างเหม็นไม่น้อยแม้ว่ากลิ่นตัวของผู้ที่อยู่ในขั้นเหนือเทพจะหอมสดชื่นราวกับกลิ่นของธรรมชาติ แต่หากสะสมหมักหมมไปนานก็มีกลิ่นเหม็นได้เช่นกัน
นอกจากนี้เทวายังแอบเตรียมตัวไว้ก่อนแล้วด้วยโดยการแช่เท้าของเขาไปในไหปลาร้าที่เขาทำขึ้นมาโดยเฉพาะ นี่จึงไม่ต้องพูดถึงเลยว่ากลิ่นเท้าของเขาจะเหม็นบัดซบขนาดไหน
ใบหน้าขององค์ชาย13เขียวคล้ำและนัยน์ตายิ่งแดงฉานจวนเจียนจะระเบิดอยู่รอมร่อแล้ว
เทวารู้สึกสนุกจึงนาบฝ่าเท้ากับรูจมูกจนมิดแล้วบี้ๆเท้าข้างนั้นอย่างสบายอารมณ์
องค์ชาย13ตัวสั่นเทาทั้งโกรธทั้งเหม็นบัดซบความโกรธที่ตีขึ้นมาในอกนั้นแทบทำให้เขากระอักเลือดตายแล้ว
‘บัดซบ! ข้าผู้นี้ถึงกับต้องมาตกอยู่ในสภาพเช่นนี้เชียวหรือ น่าอับอาย! น่าอับอายเกินไปแล้ว! แล้วนี่มันเท้าคนหรืออย่างไรทำไมถึงได้เหม็นบัดซบแบบนี้ ชาตินี้แกไม่เคยล้างเท้าหรืออย่างไร บ้าบัดซบจริงๆอ้ากกกกกกกกกกก’ยามนี้องค์ชาย13เริ่มคลุ้มคลั่งแล้ว
เทวายิ้มกริ่มอย่างสนุกสนาน
ถึงแม้ว่าจิตใจของเขาจะพัฒนาเพิ่มขึ้นจนแทบจะเปลี่ยนเป็นคนละคนแต่ทว่าความเกรียนเช่นนี้ยังอยู่ในสายเลือด!
เทวานาบฝ่าเท้าที่จมูกขององค์ชาย13ไปชั่วโมงกว่าจากนั้นก็หันไปสนใจกับหม้อสามขา
ชื่อ -หม้อเทพจักรพรรดิ ระดับSSR
คุณสมบัติ -หลอมกลั่นยาได้ประสิทธิภาพมากขึ้น1,000%
-ลดระยะเวลาหลอมกลั่นยา1,000เท่า
-ลดโอกาสหลอมกลั่นล้มเหลว1,000เท่า
หมายเหตุ -นี่คือหม้อปรุงยาหนึ่งในสิบชั้นยอดแห่งจักรวาล๔กใช้โดยผู้หลอมโอสถที่แข็งแกร่งมานับล้านๆปี
หม้อปรุงยานี้ยอดเยี่ยมมากแต่ยามนี้เทวากลับหันไปสนใจหาโอสถที่อยู่ด้านในมากกว่าเทวาจ้อมองไปยังยาโอสถเหลวสีทองอร่ามราวกับทองคำเหลวในหม้อด้วยสายตาแวววับ
ชื่อ -โอสถหลอมกายาเทพบรรพกาลระดับSSR
คุณสมบัติ -สามารถชุบปลอมร่างกายของสายเลือดโอลิมปัสให้กลายเป็นกายเทพบรรพกาลได้
หมายเหตุ -ยาโอสถนี้ใช้เวลาปรุงกลั่น100ล้านปีแต่ด้วยประสิทธิภาพของหม้อปรุงยาเทพจักรพรรดิทำให้ลดเวลาลง1,000เท่าและยังเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุด
เทวาที่ได้อ่านข้อมูลนี้ก็ยิ่งตาวาว
เขาไม่รีรอใดๆทั้งสิ้นกระโดดลงหม้อสามขาทันที
ร่างของเทวาหายเข้าไปในหม้อท่ามกลางสายตาเปี่ยมโทสะขององค์ชาย13เมื่อเห็นร่างของเทวาจมหายไปในหม้อเพลิงโทสะขององค์ชาย13ก็ถึงขีดสุดเขากระอักเลือดออกมาแล้วสลบไปเพราะเพลิงแค้น
มีคำกล่าวที่บอกว่าเมื่อผู้คนโกรธถึงขีดสุดจะทำให้เส้นเลือดในสมองแตกได้คำกล่าวนี้ถือว่าไม่เกินเลยจริงๆ
...................................................