ตอนที่3 งูเขียวโจมตีและทักษะใหม่
แมวน้อยเดินคอตกออกไปจากตรงนี้ ในใจได้แต่ครุ่นคิดถึงเงื่อนไขของระบบ
“ทำไมระบบถึงไม่ให้ทักษะกรงเล็บกับฉันกัน หรือว่าเพราะยังไม่ตรงกับเงื่อนไขแถมถามอะไรไปก็ตอบแต่...”
[ระดับของโฮสต์ต่ำเกินไป]
“เอาใหม่ลองมาทบทวนดูดีกว่า อย่างทักษะปกปิกตัวตน เหมือนว่าคำอธิบายจะบอกว่า...อะไรนะ?” เหมือนกับได้ยินความคิดของริค ระบบเปิดข้อความนั้นขึ้นมาอีกครั้ง
[โฮสต์ได้ทำการฝังศพของตัวเอง กลบฝังอดีตที่ผ่านมา ต่อไปนี้จะไม่มีใครล่วงรู้อดีตของคุณอีกแม้จะไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่ก็ถือว่าตรงกับเงื่อนไขของระบบ]
“ใช่ อันนี้แหละ กลบฝังอดีต ไม่มีใครล่วงรู้อดีตอืมดูแล้วก็เกี่ยวกับการปกปิดตัวตนอยู่ คงเป็เงื่อนไขลับในการได้รับทักษะถ้าอย่างนั้นก็คงทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ค่อย ๆ ลองกันไปแหละ”
“จริงด้วย ยังไม่ได้ตรวจสอบทักษะเลย”
[ทักษะปกปิดตัวตน ระดับเริ่มต้น (0/100)]
ไม่มีคำอธิบายอะไรนอกจากชื่อทักษะเท่านั้น
นั่นหมายความว่าริคจะต้องทดลองใช้ด้วยตัวเองดูส่วนวิธีการใช้
การใช้ทักษะก็เหมือนกับการขยับแขนขาเราสามารถขยับแขนขาได้โดยที่ไม่จำเป็ต้องเข้าใจว่ามันทำงานยังไงทักษะที่มีก็เป็อย่างนั้น
“ลองใช้ดูดีกว่า” แมวน้อยทำท่าตื่นเต้นและใช้ทักษะปกปิดตัวตน
ทันใดนั้นพลังงานแมวก็หายไปหนึ่งหน่วย
ริครอผลว่าเขาจะหายตัวไปแบบไหน แต่ปรากฏว่ามันแทบไม่ต่างจากเดิม
“ทำไมไม่เห็นหายตัว ระบบแกหลอกฉัน”
[ติ๊ง! ทักษะปกปิดตัวตนไม่ใช่ทักษะหายตัว] ระบบรีบแก้ต่างทันที
“ก็ได้ ฉันเข้าใจปิดเอง” ริคได้แต่ทำหน้าเซ็ง ๆ
“ดูแล้วระบบปกปิดตัวตนมันน่าจะใช้ปกปิดตัวตนจากการรับรู้ของคนอื่นสินะ อาจจะมีอย่างอื่นอยู่ด้วย ค่อย ๆลองดูไปแล้วกัน”
ตอนนี้ยังไม่มีคนให้ทดลองทักษะนี้ แต่เขาคิดว่าทักษะปกปิดตัวตนอาจจะหมายถึงการลบเลือนตัวเองไม่ก็ทำให้ตัวเองกลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อม
ริคลองทำอยู่หลายครั้ง แต่เขาพบว่าการใช้ทักษะนี้กินแรงกายมากไม่นานก็เหนื่อยแล้ว ถึงอย่างนั้นก็ยังพอได้อะไรมาบ้าง มันก็เป็อย่างที่เขาคิดนั่นคือมันช่วยให้ตัวเองกลมกลืนเข้ากับสภาพแวดล้อม ยากจะสังเกตุเห็นได้
เหมาะกับการซุ่มโจมตีหรือแอบติดตามแต่ข้อเสียก็ชัดเจน นั้นคือใช้ได้แค่ไม่กี่นาทีก็เหนื่อยจนใช้ไม่ไหวแล้ว
อาจจะเพราะตัวเขายังเป็ลูกแมวแรกเกิดอยู่
แมวน้อยนั่งหลบแดดอยู่ใต้ต้นไม้เพราะเมื้อกี้ใช้พลังเยอะไปหน่อย แต่ตอนนั้นก็รู้สึกได้ว่ามีบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่เหนือหัว
พอเงยหน้าขึ้นไปมองก็พบว่าเป็งูขนาดเล็กแต่ต่อให้ตัวจะเล็กยังไงก็ยังตัวใหญ่อยู่ดีสำหลับแมวน้อย
“งู! ไม่ใช่งูธรรมดาแต่เป็งูเขียวหางไหม้”
ในชีวิตก่อนก็เคยไปสวนสัตว์เคยเห็นงูเขียวห้างไหม้อยู่บ้างเป็งูที่ล่าสัตว์บนต้นไม้ แต่ไม่คิดว่ามันจะเล็งมาที่ตัวเขาด้วย
“แย่แล้ว ขาฉันก้าวไม่ออก ออร่าของนักล่าเหรอเหมี่ยว”แมวน้อยขาแข็งทื่อจนก้าวขาไม่ออก ราวกับว่างูตัวนี้มีออร่าของนักล่าในการสะกดเหยื่อ
“ดูเหมือนว่าเพราะขนาดตัวน้อยทำให้มันคิดว่าจะล่าฉันได้”
“เวรเอ๊ย มันคิดถูกซะด้วยเหมี่ยว...”
“ต้องหนี แต่ถ้าขยับมันได้โจมตีแน่ไม่สิมันรอเราขยับก่อน ไม่ได้ต้องหาจังหวะ โอกาสมีแค่ครั้งเดียวเท่านั้น”
แมวน้อยขนพองไปทั้งตัวแววตาจับจ้องไม่ยอมละไปจากงูเขียวหางไหม้ สุดท้ายคนที่หมดความอดทนก่อนก็เป็งูเขียวหางไหม้ตัวนั้น
ฟ่อ!
มันขู่พร้อมกับพุ่งเข้ามากัด
“โอกาศครั้งเดียวเหมี่ยว”
แมวน้อยใช้สัญชาตญาณกระโดนถอยหนีแต่งูก็ยังเคลื่อนไหวครั้งที่สองด้วยกล้ามเนื้อสุดจะโกงที่หันมากัดแมวน้อยที่ถอยหนีกลางอากาศ
“แย่แล้ว เหมี่ยว!”
ตอนนั้นอยู่ ๆ ร่างกายของแมวน้อยก็บิดตัวม้วนกลางอากาศหลบการโจมตีของงูเขี้ยวหางไหม้ได้อย่างฉิวเฉียดหลังจากรอดมาได้ครั้งหนึ่งและงูเขียวหางไหม้ก็ต้องดึงส่วนหัวกลับไปยังที่เดิม
แมวน้อยก็ออกมาจากระยะการโจมตีแล้ว
“เผ่นก่อนล่ะ แมวเผ่น”
ริคสับตีนแมววิ่งหนีจากใต้ต้นไม้ทันที กระทั่งคิดว่าหนีพ้นแล้วบวกกับหมดแรงแล้วจริง ๆ จึงได้หยุดลง เขาหาที่หลบซ่อนตัวมองซ้ายขวา เมื่อเห็นว่างูเขียวหางไหม้ไม่ได้ตามมาก็รู้สึกโล่งใจ
“บ้าจริงเลยเหมี่ยว แม้แต่งูก็เกือบจะฆ่าเราได้เหมี่ยว”
“เฮ้ย ติดคำว่าเหมี่ยวไปซะแล้ว”
แมวน้อยทำหน้าเหมือนอยากจะร้องไห้
“เอาล่ะ คราวหน้าคราวหลังถ้าไม่จำเป็จริง ๆก็อย่าใช้ทักษะเล่นดีกว่า ไม่อย่างนั้นตอนที่จำเป็ต้องใช้อาจจะไม่มีให้ใช้”
“แต่ตอนที่หนีเราก็ใช้ทักษะมาด้วย ไม่รู้ว่ามันล่าแค่ถิ่นมันหรือว่าเป็เพราะมันหาเราไม่เจอจากผลของทักษะกันแน่”
[ติ้ง!]
[โฮสต์ได้ค้นพบงูเขียวหางไหม้และหลบการโจมตีด้วยสัญชาตญาณจนรอดพ้นการโจมตีของงูเขียวหางไหม้มาได้ ตรงกับเงื่อนไขของระบบ]
[ได้รับทักษะสัญชาตญาณสัตว์ป่า ระดับเริ่มต้น (0/100)]
[โฮสต์ได้วิเคราะห์ชนิดของสัตว์ที่โจมตีสำเร็จตรงกับเงื่อนไขของระบบ]
[ได้รับทักษะประเมิน ระดับเริ่มต้น (0/100)]
เสียงระบบดังอย่างต่อเนื่อง
ริคมองดูมันด้วยความสนใส ถึงจะโชคร้าย แต่ก็ยังมีความโชคดีใครจะคิดว่าเขาจะได้รับทักษะถึงสองทักษะมาจากเหตุการณ์ในครั้งนี้
ทักษะทั้งสองก็ตรงตามตัว
“สัญชาตญาณสัตว์ป่า” ช่วยการเพิ่มขีดความสามารถการรับรู้และการตอบสนองให้เฉียบคมมากมันคือส่วนสำคัญของการเอาชีวิตรอดที่เป็พื้นฐานของทุกสัญชาตญาณ
ส่วนทักษะประเมิน
“ประเมิน” ริคลองใช้ทักษะใส่ก้อนหิน
[ก้อนหินธรรมดาx1]
[ก้อนหินธรรมดาx2]
[ก้อนหินธรรมดาx3]
[ต้นหญ้าธรรมดาx1]
[ต้นหญ้าธรรมดาx2]
“โอเค มันเหมือนกับฉันมีเครื่องอ่านฉลากไว้อ่านของรอบตัว” ริคสรุปแบบรวบลัด
“เอ๊ะ! ทักษะปกปิดตัวตนเพิ่มขึ้นแล้ว”
[ทักษะปกปิดตัวตน ระดับเริ่มต้น(1/100)]
ถึงจะเพิ่มมาแค่หนึ่งแต้ม แต่ว่าก็ทำให้ริคดีใจอย่างมาก
“รู้แล้ว ๆ แค่ใช้ทักษะให้บ่อยก็จะเพิ่มขึ้นเองสินะ แต่ตอนที่ลองใช้ตั้งหลายครั้งไม่เห็นจะเพิ่มเลยหรือว่าตอนที่ใช้แล้วไม่เกิดผลกับใช้แล้วเกิดผลจะให้ค่าต่างกันไปด้วย”
“เมื่อกี้ตอนหนีก็ใช้ไปครั้งหนึ่ง ถึงจะหนีมาไกลแล้วก็เถอะ แต่แสดงว่าโดนเ้างูเขียวชั่วร้ายนั่นจับจ้องไว้อยู่แล้วพอใช้ทักษะปกปิดตัวตน เลยหายไปจากการจับตาของมัน ซึ่งก็เท่ากับได้รับค่าประสบการณ์มากกว่าสินะ”
“โครก++”
“ใครกัน! เหมี่ยว”
ตอนนั้นเองก็มีเสียงคำรามดังขึ้นมา แมวน้อยใจนขนพองสัญชาตญาณทำให้เขาหวาดระแวงแต่พอมองรอบตัวก็ไม่เห็นมีใคร แถมที่ไกล ๆ ออกไปตรงต้นไม้ก็ไม่เห็นงูเขียวหางไหม้ตัวนั้นตามมาเลย
จึงก้มมองดูพุงของตัวเอง... พุงแฟบจนน่าสงสาร
“ที่แท้ก็ท้องร้องนี่เอง แต่ว่าหิวชะมัดเลย อยากกินอะไรจังเหมี่ยว” แมวน้อยฟุบตัวนอนกับพื้นด้วยความหิวก่อนหน้านั้นก็ใช้ทักษะเล่นจนหมดแรง ยังต้องมาวิ่งหนีจากงูเขียวอีก
ตอนนี้จึงแทบไม่มีแรงจะลุกไปไหนแล้ว
“ต้องหาอะไรกินก่อน ในนั้นจะมีอะไรกินไหม”
แมวน้อยผู้น่าสงสารมองไปที่ร้านสะดวกซื้อที่อยู่ด้านหน้ามันพังจนจะหมดแล้ว แต่ว่าแถว ๆ นี้หากที่ไหนจะมีอาหารก็คงจะเป็ที่นี่
“ลองไปเสี่ยงดูเหมี่ยว...”
แมวน้อยดีดตัวลุกขึ้นยืนวิ่งเหยาะ ๆ เข้าไปที่ร้านสะดวกซื้อที่อยู่อีกฝั่งของถนน
...
ร้านค้า K&U
“ร้านนี้คุ้น ๆ แฮะ จริงสิเคยมาสองสามครั้งนี่เอง หวังว่าด้านในของจะไม่โดนปล้นไปหมดแล้วนะ”
“โอ้โห้ พวกที่มาปล้นแม้แต่ชั้นวางของก็กวาดไปจนเกือบหมดมันเอาไปวางของกินในค่ายกันหรือยังไง”
“ไม่มีอาหารเหลือเลย แม้แต่โซนอาหารแมวก็กวาดไปจนหมด”
ร้านไม่ใหญ่มากนัก แม้จากมุมมองตอนนี้จะเหมือนเดินเข้ามาในบ้านของั์แต่พอมองดูก็ไม่เห็นของที่จะกินได้สักชิ้น
นอกจากฝุ่นที่หนาจับกันเป็แผ่น
“สงสัยว่าจะผ่านมานานมากแล้ว กี่ปีแล้วที่เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสซอมบี้”
เคล้ง!
“เอ๊ะ!”
แมวน้อยที่กำลังเดินสำรวจอยู่ในร้านถึงกับหยุดนิ่งไม่กล้าขยับเพราะเมื่อกี้มันมั่นใจว่าตัวเองไม่ได้หูฝาดไป มีเสียงบางอย่างดังมาจากหลังร้าน
“อันตรายเกินไป อาจจะมีตัวที่น่ากลัวแบบงูเขียวหางไหม้นั่นก็ได้”
“โครก...” เสียงท้องกำลังร้องประท้วง
“บ้าจริง หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ยังจะหิวอีกเหรอแต่ถ้าไม่เข้าไปดูจะหาอะไรกินแถวนี้ก็ยากแล้ว”
“โอ๊ะ จริงสิลืมได้ไง ยังมีทักษะปกปิดตัวตนอยู่ หลังนั่งพักไปก่อนหน้านี้ก็มีแรงใช้งานได้อีกพักหนึ่ง ถ้าไม่ใช่ตอนนี้แล้วจะไปใช้ตอนไหน”
แมวน้อยที่ใช้ทักษะปกปิดตัวตน ย่อตัวลงและค่อย ๆคลานเข้าไปที่หลังร้าน หลังร้านเป็ที่เก็บของและยังมีครัวกับที่พักของเ้าของร้านด้วย
ที่นี่เป็แบบหน้าบ้านเปิดร้าน ด้านหลังเป็บ้านดังนั้นอาจจะมีอะไรตกอยู่พอให้เขาได้กินก็ได้
เข้ามาด้านในมันค่อนข้างมืด แต่เขาเป็แมวย่อมมองโลกไม่เหมือนกับมนุษย์ทั่วไปอยู่แล้วความมืดด้านในไม่ส่งผลกับเขา
ริคเดินตามที่มาของเสียง จนในที่สุดก็เห็นสิ่งที่ทำให้เกิดเสียงเป็หนูตัวหนึ่งมันกำลังแทะกระป๋องปลากระป๋องอยู่
“มีของกินจริง ๆ แต่ว่าหนูนี่มันก็อันตรายอยู่เหมือนกัน ถึงจะไม่เท่างูเขียวหางไหม้ตัวนั้นก็เถอะ”
สัญชาตญาณของริคบอกแบบนั้น แต่เพื่อความชัวเขาใช้ทักษะประเมินใส่อีกฝ่าย
[หนูบ้านทั่วไปที่อดอยาก แต่มันก็ยังทำอันตรายโฮสต์ได้ เพราะโฮสต์อ่อนแอเกินไป]
“ไอ้ระบบบ้านี่จะแถมประโยคหลังมาเพื่อ ฉันรู้อยู่แล้วว่าตัวเองอ่อนแอ”ริคอดที่จะบ่นไม่ได้
“แต่คำเตือนของระบบก็เป็เื่จริง ฉันยังอ่อนแอเกินไปหนูบ้านตัวนี้ก็อาจจะทำร้ายฉันได้ ไม่สิ ฉันไม่ได้เป็แมวจริง ๆ สักหน่อย”
“นี่คือผู้ใหญ่ในร่างแมวต่างหาก”
“แปลก ๆ แฮะ ช่างเถอะ มันน่าจะมีวิธีอื่นอยู่”
แววตาของแมวน้อยเป็ประกาย เพราะรู้แล้วว่าจะทำยังไงดี