ร่างใหญ่ในชุดเจ้าสาวสีแดงมีลายปักดิ้นทองอยู่ทั่วตัวหงายผลึงลงเตียงใหญ่นางผงกศีรษะขึ้นมามองหน้าสวามีเล็กน้อยปากอูมอิ่มขยับขึ้นลง
“ดีจริง! เช่นนั้นเตียงนี้เป็นของหม่อมฉัน”
อ๋องเก้ามองดูหมีขาวตัวใหญ่กลิ้งไปมาบนเตียงวิวาห์แขนขากลมใหญ่นั้นตีไปมากับฟูกอย่างมีความสุข ก็รู้สึกคล้ายตนเองพลาดไปหนึ่งก้าว
นางดูอัปลักษณ์ขนาดนี้น่าจะอยากให้สามีอย่างเขาอยู่กับตนควรที่จะอยากได้รับการยอมรับในฐานะพระชายา แต่ท่าทางของนางในยามนี้คล้ายไม่มีเขาจะดียิ่งแม้แต่การเป็นพระชายานางก็ไม่ได้แยแส
เนื้อตัวอ้วนกลมนั้นกลิ้งไปมาเครื่องหน้าจุ๋มจิ๋มบนใบหน้าอวบอูมนั้น ขาวผ่องดูน่าจิ้มเล่นไม่น้อย วูบหนึ่งท่านอ๋องนึกอยากจะแกล้งนาง
“จะอย่างไรคืนนี้ก็เป็นคืนเข้าหอ ข้าจะต้องนอนบนเตียงกับเจ้า”
“เอ๋! ไม่ดีหรอกเพคะ”นางเอียงหน้ากลมใหญ่มาทางเขา
“หรือเจ้าจะให้ข้าต้องทำให้ผ้าพรหมจรรย์มีรอยเลือดเล่า?” อ๋องเก้าแสร้งทำหน้ากรุ้มกริ่ม
หมีขาวตัวใหญ่ในชุดแดงถึงกับผวา“โอ๊ะ! อย่าเลย ตัวหม่อมฉันไม่มีส่วนเว้าส่วนโค้งเร้าใจที่ใดท่านอ๋องไม่น่าจะพิศวาส เอาเป็นว่า เราแบ่งเตียงคนละส่วนก็แล้วกัน”นางถอดสายรัดเอวขึ้นมาทำเขตแดน ส่วนของนางกินพื้นที่สามในสี่ “ท่านตัวไม่ใหญ่นอนแค่นั้นก็คงพอ”
ดวงตาคมเฉียงหรี่ลงมองนางริมฝีปากบางค่อนข้างกว้างของเขาเม้มเข้าเล็กน้อย “เช่นนั้นข้านอนด้านในจะดีหรือไม่?จะได้ไม่โดนเจ้ากลิ้งชนจนตกเตียง” จมูกโด่งรั้นเล็กเชิดขึ้นอย่างลืมตัว “หม่อมฉันไม่ได้นอนกลิ้งสักหน่อยแค่ผายลมบ่อยแค่นั้นเอง”
“หา!” อ๋องเก้าถึงกับอ้าปากค้าง“ผายลมหรือ?”
“ใช่! ร่างกายหม่อมฉันใหญ่ถึงเพียงนี้จึงควบคุมการผายลมไม่ค่อยได้”องค์หญิงหานซู่ลี่ข่มความอายนำเอาเรื่องน่าขายหน้ามาข่มขู่หวังให้อ๋องเก้าสละเตียงนอนให้ตน ชายหนุ่มที่รูปร่างหน้าตาหล่อเหลาเยี่ยงนี้คงจะถือตัวยิ่งนัก เขาเองก็มีชายาคนงามถึงสองนางอยู่แล้วย่อมรู้สึกรังเกียจเจ้าสาวอ้วนใหญ่แถมชอบผายลมเป็นแน่
“เพื่อเป็นการแก้ปัญหานี้ข้ากับเจ้าต้องนอนหันหน้าเข้าหากัน เจ้าต้องถือพัดไว้ด้วยหากเจ้าผายลมก็จงพัดออกไปจากเปิ่นหวาง”
อ๋องเก้าทำหน้านิ่งจนหานซู่ลี่ตกใจที่เขาคิดจะนอนร่วมเตียงกับนางแถมยังให้นอนหันหน้าเข้าหากันอีก นางรีบหาทางออกจากความอึดอัดนี้
“หม่อมฉันขอไปอาบน้ำก่อนก็แล้วกันท่านอ๋องโปรดรออาบทีหลัง”
อ๋องเก้าพยักหน้าอนุญาต ‘หมีขาวเจ้านี่มันลีลาเยอะจริงๆข้าอยากจะดูนักว่า ถ้าข้าบีบคั้นเจ้าจะทำอย่างไร?’
ท่านอ๋องนึกอยากเอาชนะนางขึ้นมาจึงนั่งรอจนนางกำนัลเข้ามาช่วยอาบน้ำแต่งตัวให้นางหลังฉากจนเสร็จ จากนั้นเหล่าคนรับใช้ชายจึงเข้ามาเตรียมน้ำอุ่นให้ ท่านอ๋องเขาโบกมือให้ทุกคนออกไปแล้วจึงลงอาบน้ำในถัง
“น้องหญิง เจ้ามาถูหลังให้ข้าหน่อย”
องค์หญิงได้ยินก็ตะลึง “หา! ท่านว่าอะไรนะ?”
“ข้าเรียกเจ้า มาถูหลังให้สามีสักหน่อย”น้ำเสียงที่ฟังดูอ่อนโยนแต่เจือแววหยอกล้อดังมาอีก
หานซู่ลี่จำใจเดินเข้าไปหลังฉากนั้นในอ่างไม้ใบใหญ่มีไอน้ำร้อนลอยกรุ่น ชายหนุ่มเปลือยอกร่างกำยำ ปล่อยผมยาวสยายร่างของเขาอีกครึ่งจมอยู่ในน้ำ แขนสองข้างทาบไปตามแนวขอบถังไม้
“เจ้าเห็นผ้าหรือไม่?”
มืออวบอูมจนแทบกลมป้อมของนางกำผ้าผืนเล็กลงชุบน้ำอุ่นค่อยๆ เช็ดไปตามคอและลาดไหล่ นางไม่กล้าแม้จะเหลือบแลท่านอ๋องเอื้อมมือมาทาบบนก้อนกลมนุ่มที่กำผ้าแน่น
“เจ้าต้องทำเช่นนี้”เขาเห็นท่าทางขัดเขินของนางก็รู้ว่า นางคงไม่เคยเห็นชายเปลือยกายมาก่อนจึงหันหน้าไปหาแล้วจับมือนางมาถูแถวหน้าอกของตน“ที่จริงแล้วควรจะต้องถูด้านล่างด้วย”
“ไม่นะ เพคะ” นางลนลานใบหน้าแดงก่ำ
“เช่นนั้นก็ถูตรงนี้ด้วย”ท่านอ๋องดึงมือนางยื่นเข้าไปซอกแขนของตนทั้งสองข้าง “ในเมื่อข้าต้องนอนดมกลิ่นเจ้าผายลมเช่นนั้น เจ้าก็ต้องถูรักแร้ให้ข้าด้วย”
มือที่ถูกเขากุมอยู่ส่งแรงร้อนผ่าวแปลบปลาบสะเทือนถึงหัวใจ ผิวของนางแดงไปถึงใบหู เบือนหน้าไปอีกทาง อ๋องเก้ายิ้มขำ เจ้าหมีตัวนี้น่ารักน่าหยอกเสียนี่กระไร
“ท่านควรแต่งตัวได้แล้วประเดี๋ยวจะไม่สบาย” นางสะบัดหางเสียง
“ถ้าน้องหญิงว่าเช่นนั้น ข้าก็จะรีบไปเข้านอน”เขาทำเสียงล้อเลียนเหมือนว่านางเร่งเร้าให้ไปเข้าหอ
“หม่อมฉันหมายถึงน้ำเย็นแล้วต่างหาก” นางปลดมือออกจากการเกาะกุมช้าๆ แล้วเดินออกไปรอที่เตียง
ชายหนุ่มในชุดนอนถือผ้าเช็ดผมเดินตามมา“น้องหญิง ช่วยเช็ดผมให้ข้าที”
องค์หญิงที่นอนเอกเขนกบนเตียงจำต้องลุกขึ้นนั่งรับผ้าจากเขาไปเช็ดผมให้ นางแกล้งยีแรงๆ
“เจ้าทำขนาดนี้เส้นผมของสามีคงจะขาดหมดแล้ว”
หานซู่ลี่กระพริบตาปริบๆ‘อ๋องเก้าเพี้ยนหรือไรจึงอยากจะหยอกล้อข้า’นางไม่กล้าโต้ตอบได้แต่เช็ดผมให้เขาเงียบๆ
“เจ้าคงไม่ได้มีขนาดตัวเช่นนี้ตั้งแต่เด็กหรอกนะข้าเคยได้ยินข่าวลือว่า เจ้ารูปร่างสวยงาม อรชรอ้อนแอ้นยิ่งนัก” จู่ๆชายหนุ่มก็ถามขึ้นมา ทำเอานางตั้งตัวไม่ถูก
“เอ่อ....ร่างกายข้าเพิ่งผิดปกติไม่นานมานี้”นางนึกเรื่องโป้ปดไม่ทัน ในเมื่อแต่งงานหนีฮ่องเต้จอมเจ้าชู้ได้แล้วก็น่าจะเล่าให้ท่านอ๋องฟังได้
“เป็นเพราะเหตุใด?”
“หมอหลวงบอกว่าเป็นเพราะหม่อมฉันกินของแสลงกับร่างกายเข้าไป”
“อาการนี้มีหนทางรักษาหรือไม่?” ลึกๆอ๋องเก้าก็นึกอยากเห็นนางเมื่อก่อนหน้านี้ นางที่ทุกคนลือกันนักว่า งามล่มเมือง
“คงจะไม่เพราะเรื่องแบบนี้เกิดกับหม่อมฉันคนเดียว” นางรีบดักคอไว้ ไม่ให้เขามีความหวังจะรักษานางมิฉะนั้นเขาก็ต้องหวังจะกินนางแน่ๆ แล้วนางก็ย่อมจะไม่มีอิสระ
น้ำเสียงที่ปฏิเสธไม่มีความเสียใจอยู่แม้แต่น้อย
“ผมแห้งพอดีน้องหญิงเรานอนกันเถิด” ท่านอ๋องหยิบผ้าเปียกไปตากไปบนฉากที่อาบน้ำหยิบพัดกลมมาให้นางที่นั่งรอบนเตียง “นี่พัดของเจ้า”
ชายหนุ่มรูปงามหันใบหน้ามานอนประจันกับนางดวงตากลมโตสีน้ำตาลอ่อนสบดวงตาน้ำตาลเข้มของเขาแล้วใจเต้นไม่เป็นส่ำ นางกลัวท่านอ๋องจะได้ยินเสียงหัวใจของนางเต้นโครมครามอยู่ข้างในใครใช้ให้เขาหล่อเหลาถึงเพียงนี้ แพขนตาหนาหลุบลง คิ้วเข้มเฉียงคมมีรอยย่นเล็กน้อยที่หัวคิ้ว
“เจ้าจะมองข้าอีกนานไหม? หรือไม่อยากนอนแต่อยากทำอย่างอื่น”
นางตกใจรีบร้องตอบ “นอนเพคะ นอน”
อ๋องเก้ามองหน้าขาวอูมที่ตรงหน้าผิวของนางขาวกว่าคนแคว้นหมิงมาก ละเอียดลออน่าสัมผัส ปากนิดอูมหน่อยนั้นเป็นสีชมพูระเรื่อจมูกโด่งรั้น คิ้วนางหนาและโค้งไม่มากนัก เขาอดใจไม่ไหว ยื่นมาข้างหน้างอนิ้วชี้และนิ้วกลางหนีบรูดจมูกของนางเบาๆ
“หลับตาได้แล้ว”
---------------------------------------------
