ท่านอ๋องกับชายาหมี(จบแล้วมีEbook)

    บทที่ 4 จงมาถูหลังให้สามี

    ร่างใหญ่ในชุดเจ้าสาวสีแดงมีลายปักดิ้นทองอยู่ทั่วตัวหงายผลึงลงเตียงใหญ่นางผงกศีรษะขึ้นมามองหน้าสวามีเล็กน้อยปากอูมอิ่มขยับขึ้นลง

                “ดีจริง! เช่นนั้นเตียงนี้เป็นของหม่อมฉัน”

                อ๋องเก้ามองดูหมีขาวตัวใหญ่กลิ้งไปมาบนเตียงวิวาห์แขนขากลมใหญ่นั้นตีไปมากับฟูกอย่างมีความสุข ก็รู้สึกคล้ายตนเองพลาดไปหนึ่งก้าว

            นางดูอัปลักษณ์ขนาดนี้น่าจะอยากให้สามีอย่างเขาอยู่กับตนควรที่จะอยากได้รับการยอมรับในฐานะพระชายา แต่ท่าทางของนางในยามนี้คล้ายไม่มีเขาจะดียิ่งแม้แต่การเป็นพระชายานางก็ไม่ได้แยแส

            เนื้อตัวอ้วนกลมนั้นกลิ้งไปมาเครื่องหน้าจุ๋มจิ๋มบนใบหน้าอวบอูมนั้น ขาวผ่องดูน่าจิ้มเล่นไม่น้อย วูบหนึ่งท่านอ๋องนึกอยากจะแกล้งนาง

                “จะอย่างไรคืนนี้ก็เป็นคืนเข้าหอ ข้าจะต้องนอนบนเตียงกับเจ้า”

                “เอ๋! ไม่ดีหรอกเพคะ”นางเอียงหน้ากลมใหญ่มาทางเขา

                “หรือเจ้าจะให้ข้าต้องทำให้ผ้าพรหมจรรย์มีรอยเลือดเล่า?” อ๋องเก้าแสร้งทำหน้ากรุ้มกริ่ม

                หมีขาวตัวใหญ่ในชุดแดงถึงกับผวา“โอ๊ะ! อย่าเลย ตัวหม่อมฉันไม่มีส่วนเว้าส่วนโค้งเร้าใจที่ใดท่านอ๋องไม่น่าจะพิศวาส เอาเป็นว่า เราแบ่งเตียงคนละส่วนก็แล้วกัน”นางถอดสายรัดเอวขึ้นมาทำเขตแดน ส่วนของนางกินพื้นที่สามในสี่ “ท่านตัวไม่ใหญ่นอนแค่นั้นก็คงพอ”

                ดวงตาคมเฉียงหรี่ลงมองนางริมฝีปากบางค่อนข้างกว้างของเขาเม้มเข้าเล็กน้อย “เช่นนั้นข้านอนด้านในจะดีหรือไม่?จะได้ไม่โดนเจ้ากลิ้งชนจนตกเตียง” จมูกโด่งรั้นเล็กเชิดขึ้นอย่างลืมตัว “หม่อมฉันไม่ได้นอนกลิ้งสักหน่อยแค่ผายลมบ่อยแค่นั้นเอง”

                “หา!” อ๋องเก้าถึงกับอ้าปากค้าง“ผายลมหรือ?”

                “ใช่! ร่างกายหม่อมฉันใหญ่ถึงเพียงนี้จึงควบคุมการผายลมไม่ค่อยได้”องค์หญิงหานซู่ลี่ข่มความอายนำเอาเรื่องน่าขายหน้ามาข่มขู่หวังให้อ๋องเก้าสละเตียงนอนให้ตน ชายหนุ่มที่รูปร่างหน้าตาหล่อเหลาเยี่ยงนี้คงจะถือตัวยิ่งนัก เขาเองก็มีชายาคนงามถึงสองนางอยู่แล้วย่อมรู้สึกรังเกียจเจ้าสาวอ้วนใหญ่แถมชอบผายลมเป็นแน่

                “เพื่อเป็นการแก้ปัญหานี้ข้ากับเจ้าต้องนอนหันหน้าเข้าหากัน เจ้าต้องถือพัดไว้ด้วยหากเจ้าผายลมก็จงพัดออกไปจากเปิ่นหวาง”

            อ๋องเก้าทำหน้านิ่งจนหานซู่ลี่ตกใจที่เขาคิดจะนอนร่วมเตียงกับนางแถมยังให้นอนหันหน้าเข้าหากันอีก นางรีบหาทางออกจากความอึดอัดนี้  

            “หม่อมฉันขอไปอาบน้ำก่อนก็แล้วกันท่านอ๋องโปรดรออาบทีหลัง”

            อ๋องเก้าพยักหน้าอนุญาต ‘หมีขาวเจ้านี่มันลีลาเยอะจริงๆข้าอยากจะดูนักว่า ถ้าข้าบีบคั้นเจ้าจะทำอย่างไร?’

            ท่านอ๋องนึกอยากเอาชนะนางขึ้นมาจึงนั่งรอจนนางกำนัลเข้ามาช่วยอาบน้ำแต่งตัวให้นางหลังฉากจนเสร็จ จากนั้นเหล่าคนรับใช้ชายจึงเข้ามาเตรียมน้ำอุ่นให้  ท่านอ๋องเขาโบกมือให้ทุกคนออกไปแล้วจึงลงอาบน้ำในถัง

            “น้องหญิง เจ้ามาถูหลังให้ข้าหน่อย”

            องค์หญิงได้ยินก็ตะลึง “หา! ท่านว่าอะไรนะ?”

            “ข้าเรียกเจ้า มาถูหลังให้สามีสักหน่อย”น้ำเสียงที่ฟังดูอ่อนโยนแต่เจือแววหยอกล้อดังมาอีก

            หานซู่ลี่จำใจเดินเข้าไปหลังฉากนั้นในอ่างไม้ใบใหญ่มีไอน้ำร้อนลอยกรุ่น ชายหนุ่มเปลือยอกร่างกำยำ ปล่อยผมยาวสยายร่างของเขาอีกครึ่งจมอยู่ในน้ำ แขนสองข้างทาบไปตามแนวขอบถังไม้

            “เจ้าเห็นผ้าหรือไม่?”

            มืออวบอูมจนแทบกลมป้อมของนางกำผ้าผืนเล็กลงชุบน้ำอุ่นค่อยๆ เช็ดไปตามคอและลาดไหล่ นางไม่กล้าแม้จะเหลือบแลท่านอ๋องเอื้อมมือมาทาบบนก้อนกลมนุ่มที่กำผ้าแน่น

            “เจ้าต้องทำเช่นนี้”เขาเห็นท่าทางขัดเขินของนางก็รู้ว่า นางคงไม่เคยเห็นชายเปลือยกายมาก่อนจึงหันหน้าไปหาแล้วจับมือนางมาถูแถวหน้าอกของตน“ที่จริงแล้วควรจะต้องถูด้านล่างด้วย”

            “ไม่นะ เพคะ” นางลนลานใบหน้าแดงก่ำ

            “เช่นนั้นก็ถูตรงนี้ด้วย”ท่านอ๋องดึงมือนางยื่นเข้าไปซอกแขนของตนทั้งสองข้าง “ในเมื่อข้าต้องนอนดมกลิ่นเจ้าผายลมเช่นนั้น เจ้าก็ต้องถูรักแร้ให้ข้าด้วย”

            มือที่ถูกเขากุมอยู่ส่งแรงร้อนผ่าวแปลบปลาบสะเทือนถึงหัวใจ ผิวของนางแดงไปถึงใบหู เบือนหน้าไปอีกทาง อ๋องเก้ายิ้มขำ เจ้าหมีตัวนี้น่ารักน่าหยอกเสียนี่กระไร

            “ท่านควรแต่งตัวได้แล้วประเดี๋ยวจะไม่สบาย” นางสะบัดหางเสียง

            “ถ้าน้องหญิงว่าเช่นนั้น ข้าก็จะรีบไปเข้านอน”เขาทำเสียงล้อเลียนเหมือนว่านางเร่งเร้าให้ไปเข้าหอ

            “หม่อมฉันหมายถึงน้ำเย็นแล้วต่างหาก” นางปลดมือออกจากการเกาะกุมช้าๆ แล้วเดินออกไปรอที่เตียง

                ชายหนุ่มในชุดนอนถือผ้าเช็ดผมเดินตามมา“น้องหญิง ช่วยเช็ดผมให้ข้าที”

                องค์หญิงที่นอนเอกเขนกบนเตียงจำต้องลุกขึ้นนั่งรับผ้าจากเขาไปเช็ดผมให้ นางแกล้งยีแรงๆ

                “เจ้าทำขนาดนี้เส้นผมของสามีคงจะขาดหมดแล้ว”

                หานซู่ลี่กระพริบตาปริบๆ‘อ๋องเก้าเพี้ยนหรือไรจึงอยากจะหยอกล้อข้า’นางไม่กล้าโต้ตอบได้แต่เช็ดผมให้เขาเงียบๆ

                “เจ้าคงไม่ได้มีขนาดตัวเช่นนี้ตั้งแต่เด็กหรอกนะข้าเคยได้ยินข่าวลือว่า เจ้ารูปร่างสวยงาม อรชรอ้อนแอ้นยิ่งนัก” จู่ๆชายหนุ่มก็ถามขึ้นมา ทำเอานางตั้งตัวไม่ถูก

                “เอ่อ....ร่างกายข้าเพิ่งผิดปกติไม่นานมานี้”นางนึกเรื่องโป้ปดไม่ทัน ในเมื่อแต่งงานหนีฮ่องเต้จอมเจ้าชู้ได้แล้วก็น่าจะเล่าให้ท่านอ๋องฟังได้

                “เป็นเพราะเหตุใด?”

                “หมอหลวงบอกว่าเป็นเพราะหม่อมฉันกินของแสลงกับร่างกายเข้าไป”

                “อาการนี้มีหนทางรักษาหรือไม่?” ลึกๆอ๋องเก้าก็นึกอยากเห็นนางเมื่อก่อนหน้านี้ นางที่ทุกคนลือกันนักว่า งามล่มเมือง

                “คงจะไม่เพราะเรื่องแบบนี้เกิดกับหม่อมฉันคนเดียว” นางรีบดักคอไว้ ไม่ให้เขามีความหวังจะรักษานางมิฉะนั้นเขาก็ต้องหวังจะกินนางแน่ๆ แล้วนางก็ย่อมจะไม่มีอิสระ

                น้ำเสียงที่ปฏิเสธไม่มีความเสียใจอยู่แม้แต่น้อย

                “ผมแห้งพอดีน้องหญิงเรานอนกันเถิด” ท่านอ๋องหยิบผ้าเปียกไปตากไปบนฉากที่อาบน้ำหยิบพัดกลมมาให้นางที่นั่งรอบนเตียง “นี่พัดของเจ้า”

                ชายหนุ่มรูปงามหันใบหน้ามานอนประจันกับนางดวงตากลมโตสีน้ำตาลอ่อนสบดวงตาน้ำตาลเข้มของเขาแล้วใจเต้นไม่เป็นส่ำ นางกลัวท่านอ๋องจะได้ยินเสียงหัวใจของนางเต้นโครมครามอยู่ข้างในใครใช้ให้เขาหล่อเหลาถึงเพียงนี้ แพขนตาหนาหลุบลง คิ้วเข้มเฉียงคมมีรอยย่นเล็กน้อยที่หัวคิ้ว

                “เจ้าจะมองข้าอีกนานไหม? หรือไม่อยากนอนแต่อยากทำอย่างอื่น”

                นางตกใจรีบร้องตอบ “นอนเพคะ นอน”

                อ๋องเก้ามองหน้าขาวอูมที่ตรงหน้าผิวของนางขาวกว่าคนแคว้นหมิงมาก ละเอียดลออน่าสัมผัส ปากนิดอูมหน่อยนั้นเป็นสีชมพูระเรื่อจมูกโด่งรั้น คิ้วนางหนาและโค้งไม่มากนัก เขาอดใจไม่ไหว ยื่นมาข้างหน้างอนิ้วชี้และนิ้วกลางหนีบรูดจมูกของนางเบาๆ

                “หลับตาได้แล้ว”

     ---------------------------------------------

               

     

     

     

    นิยายแนะนำ