จักรพรรดิผีดิบ

    ตอนที่ 78 ราชาอันเดด (3)

    ตอนที่ 78 ราชาอันเดด (3) กาติรัสสีหน้าถมึงถึงเพ่งมองเยติจากเบื้องหลังราวกับผู้ล่า กาติรัสโอบร่างของลาซิเฟียไว้แน่น แม้ดวงใจของชายหนุ่มจะร้อนระอุด้วยเปลวเพลิงแห่งโทสะ ทว่า เขาก็ยังโอบร่างของลาซิเฟียอย่างอ่อนโยน ใบหน้าที่แทบจะไร้อารมณ์ตลอดเวลากลับกลายเป็นบิดเบี้ยว บิดเบี้ยวถึงขีดสุด!! ชายหนุ่มทะยานร่างตรงดิ่ง เพียงพริบตาเดียว ระยะห่างกว่าพันเมตรพลันลดลงเหลือเพียงเอื้อมมือ เส้นเลือดปูนโปนก่อนกวาดดาบหักในฝ่ามือ ฉัวะ! เสียงตัดผ่านเนื้อหนังดังขึ้นอย่างถี่ระรัว ร่างกายที่สูงใหญ่ราวสามสิบเท่าพลันถูกสบั้นขาด เนื้อชิ้นโตร่วงหล่นราวกับใบไม้ร่วง การตวัดดาบหนึ่งคราได้ฉีกชะตาชีวิตไปนับพัน ถึงกระนั้น เปลวเพลิงโทสะกลับไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย ชายหนุ่มกำดาบในมือแน่นพลันตวัดออกหลายครั้งครา ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ เสียงโหยหวนดังขึ้นก้องล่องนภา เพียงการตวัดดาบแค่ห้าครั้ง กองทัพเยตินับหมื่นพลันตกตายไปกว่าครึ่ง ทันทีที่เสียงกรีดร้องของพวกพ้องดังสะท้านน่านนภา สีหน้าของพวกมันยิ่งปรากฏความหวาดกลัว บางตัวถึงกับสิ้นสติเพราะอาการกลัว ถึงกระนั้นกาติรัสก็ไม่ปล่อยพวกมันให้รอดชีวิตไปได้แม้แต่ตัวเดียว ภายใต้การเข่นฆ่าล่าสังหาร กาติรัสนับว่าเป็นตัวตนที่เลิศเลอปัญญาและมีสติมาก ชายหนุ่มที่ถูกอารมณ์ความโกรธครอบงำ สีหน้าเคียดแค้นกลับกลายเป็นนิ่งสงบในทันใด การสังหารมันคือสิ่งที่ตนคุ้นชินที่สุดอยู่แล้ว ส่วนความโกรธานั้น เขาไม่รู้จะโกรธไปนานๆเพื่ออะไร เหตุเป็นเพราะสติของเขามีมากอย่างเหลือล้น “ลาซิเฟีย---เจ้าทำขนาดนี้ไปเพื่ออะไร…” น้ำเสียงฉงน ชายหนุ่มสับสนอย่างยิ่ง เขาไม่เข้าใจเลยว่าเธอทำขนาดนี้ไปทำไม เอาชีวิตเข้าแลกเพื่อช่วยเขาทำไม!! เพียงสิบลมหายใจ กองทัพเยตินับหมื่นก็ได้สูญสิ้นลง ตั้งแต่กาติรัสทะลวงผ่านระดับขอบเขตเลเวลหมื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสายโลหิตของอันเดดที่ไหลเวียนในร่าง มันเพิ่มพูนพลังให้ในระดับเหนือจินตนาการ หากจะให้กล่าวว่าทรงพลังเพียงใด กาติรัสอาจสามารถต่อกรกับสิ่งมีชีวิตที่มีเลเวลเหนือกว่าตนได้ไม่รู้ตั้งกี่เท่า ในช่วงเวลานี้เองที่เขาได้ตระหนักถึงสายโลหิตที่ไหลเวียนในกายา กาติรัสรู้สึกทึ่งเล็กน้อย เขาคิดว่าชายชราจะทำลายสายโลหิตของสัตว์เทพบรรพกาลทั้งหมดเว้นเสียแต่ของเทพเพลิงอมตะ แท้จริงแล้ว โลหิตของสัตว์เทพบรรพกาลล้วนอยู่ครบถ้วนสมบูรณ์ แต่ทว่า อัตราความเข้มข้นของเลือดนั้นมีต่ำเตี้ยเรี่ยดินราวกับหนึ่งในพันส่วน แม้จะมีความเข้มข้นน้อยเพียงใด หากแต่ยังนับว่ามี หลังจากสังหารกองทัพสัตว์อสูรนับหมื่นในเวลาไม่ถึงยี่สิบลมหายใจ กาติรัสก้มมองใบหน้าของลาซิเฟียคล้ายเอ็นดู นวลหน้านับว่างามล้นแล้ว ยามได้ประสบพบเจอใกล้เคียงกาย ความงดงามนั้นแม้กระทั่งทวยเทพยังดูหม่นหมอง มันราวกับเป็นบุญของทุกคนบนโลกหล้าที่เธอได้ถือกำเนิดขึ้นมา เพลานี้ โฉมงามล่มเมืองยังนับว่าอ่อนด้อยจนเกินไป กาติรัสส่ายศีรษะเบาๆเพื่อเรียกคืนสติ เขาพยายามครุ่นคิดว่าเป็นเพราะสาเหตุใดที่ทำให้ลาซิเฟียกระทำถึงขั้นเอาชีวิตมาเสี่ยง ปีศาจของลาปลาซเวียนว่ายตายเกิดด้วยชีวิตใหม่และความทรงจำเดิมถึงสิบภพชาติ ภายใต้สถานการณ์เสี่ยงตายอย่างยิ่งยวดเช่นนี้ ทำไมเธอถึงไม่วิ่งหนีหรือหนีไปเกิดใหม่ กาติรัสยังนับว่ารู้เรื่องราวน้อยเกินไป ชายหนุ่มได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ อย่างน้อยๆ ลาซิเฟียก็ยังไม่ตาย โฮกกกกกกกกกก ในช่วงเวลานั้นเองที่เสียงกู่คำรามดังสะท้านขจรไกล สุ้มเสียงนี้ราวกับมาจากสถานที่ซึ่งห่างไกลมากๆ น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความเคียดแค้นและแรงอาฆาตพยาบาท หนำซ้ำ มันยังดูทรงพลังจนน่าขนหัวลุก กาติรัสเปรยมองขึ้นบนนภา ทันใดนั้นเองที่บนท้องนภาก็ได้ปรากฏเงาร่างขนาดใหญ่โต มันเริ่มเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ เพียงสิบลมหายใจ เรือนกายสูงใหญ่กว่าห้าสิบเมตร ดวงตาทั้งสองมีสีเหลืองกลมโต ร่างกายกำยำบึกบึนยิ่ง โดยรวมนับว่าดูเหมือนมนุษย์ หากแต่ เป็นมนุษย์ที่มีหน้าตาอัปลักษณ์ที่สุดและมีร่างกายใหญ่โตอย่างที่สุด มือขวาของมันถือตะบองสีไม้ใหญ่โต บึ้ม!! สองฝ่าเท้าของมันเหยียบผืนธรณีเบื้องล่างแตกร้าวละเอียด กระแสลมอันเกรี้ยวกราดพัดหวนอย่างบ้าคลั่งพลางทะเลโลหิตที่สาดกระจาย แววตาสีเหลืองจ้องมองบุรุษเบื้องหน้าหนึ่งครา ทันใดนั้นเอง ตะบองใหญ่โตพลันทุบตีลงมา มันรวดเร็วผิดกับขนาดตัวอย่างสิ้นเชิง บึ้ม! เสียงดังดุจระเบิดสะท้านกัมปนาทดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า ตะบองโอฬารฟาดลงใส่กาติรัสอย่างไม่ปราณี ชายหนุ่มนำราชันพิษกลืนโลกามาป้องไว้ ในขณะนี้เอง ตะบองใหญ่โตกำลังต้านพลังกับดาบเล็กจิ๋ว เป็นศาสตราวุธที่มีขนาดต่างกันกว่าร้อยเท่าพันเท่า “หัวหน้าเยติตายแล้ว! มือขวาตายเช่นนั้น ยักษาผู้นี้จะทนอยู่ได้อย่างไร อีกไม่ช้า หนึ่งในสิบขุนพลเทพปีศาจสวรรค์ก็จะเคลื่อนไหว นำทัพมาไล่ล่าสังหารเจ้า!!” ยักษ์อัปลักษณ์กล่าวอย่างเดือดดาล ภายใต้ใบหน้าเคียดแค้นนั้น ปรากฏอาการหวาดกลัวอยู่หลายส่วน แรงพลังของตะบองที่กดลงไป มันเป็นพลังกายทั้งหมดแล้ว มันเริ่มรู้สึกแล้วว่าตนกำลังใช้ไม้ซุงทุบตีภูเขาเหล็กกล้า กาติรัสไม่กล่าวตอบ แววตาไร้อารมณ์วาบผ่านแฝงด้วยความโกรธาอันเกรี้ยวกราด ชายหนุ่มแผดเสียงก้อง “ข้าคือจักรพรรดิ!!” ทันทีที่กล่าวจบ ยักษาอัปลักษณ์รู้สึกราวกับถูกแรงอันมหาศาลดันกลับมา กาติรัสตวัดดาบขึ้นอย่างสุดแรง ตะบองปลิวกระเด็นออกจากแรงปะทะ ยักษาอัปลักษณ์ที่กำตะบองไว้แน่นพลันสูญเสียการทรงตัว ร่างมหึมาเอนไปข้างหลังราวกับจะล้มหงายหลังลง ในช่วงเวลานั้นเองที่กาติรัสทะยานร่างขึ้นฟ้า แสงกลมสีขาวนวลโอบคลุมราชันพิษกลืนโลกา ชายหนุ่มลงดาบอย่างไม่ลังเล ทะทว๊าปปปป ห้วงอากาศแตกร้าวละเอียด ดาบหักนั้นไม่ได้ตัดผ่านอากาศ มันดูราวกับทุบอากาศจนแตกเสียมากกว่า แรงดันสุดทรงอำนาจส่งผ่านคลื่นสั่นสะเทือนสู่บริเวณโดยรอบ ยักษาอัปลักษณ์กระอักเลือดคำโต บะตองในมือตนบังเกิดรอยร้าวกว้างก่อนแตกกระจาย ใบหน้าของมันแสดงอาการเจ็บปวดอย่างยิ่งยวด ฟันเขี้ยวคมโตหลายซี่ต่างแตกหัก กายาใหญ่โตราวห้าสิบเมตรนอนราบไปกับทะเลโลหิต มันสิ้นสติลงในทันที กาติรัสเปรยมองดาบหักที่เพิ่งอาบแสงกลมสีขาวนวลไป ชายหนุ่มพยายามจะไม่คิดถึงมัน พลังของมันนับว่าแข็งแกร่งอย่างไร้ข้อกังขา อาจเป็นรูปแบบพลังที่ทรงอำนาจที่สุดในโลกต้นกำเนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ด้านการทำลายล้าง!! ทว่า กาติรัสกลับมีความทรงจำไม่ดีเกี่ยวกับมัน ทำให้ชายหนุ่มยากจะใช้พลังรูปแบบนี้ออกมา มือซ้ายของหนึ่งในสิบเทพปีศาจขุนพลสวรรค์ สิ้นสติลงในการโจมตีเดียว กาติรัสไม่สนใจมันอีก เขารู้สึกเป็นห่วงหญิงสาวในอ้อมกอดของตนตลอดเวลา อยากจะพาเธอไปที่ที่ปลอดภัย ทว่า เมื่อได้ครุ่นคิดดูแล้ว การได้อยู่ในอ้อมแขนของจักรพรรดิ แล้วจะมีที่ไหนกันเล่าจะปลอดภัยไปมากกว่านี้ “ข้าจะรีบลบเผ่าพันธุ์พวกมันออกจากโลกใบนี้” กาติรัสกล่าวพลางมองใบหน้านวลงามที่นิ่งสนิท ในช่วงเวลาที่ลาซิเฟียอยู่ในอ้อมกอดของเขา ชายหนุ่มแผ่อำนาจการรักษาให้ลาซิเฟียอยู่ตลอดเวลา เพียงสิบลมหายใจหลังจากยักษาอัปลักษณ์ได้สิ้นสติไป แทบจะในทันทีที่กลุ่มก้อนพลังสายใหม่ได้ตามติดมา การมาเยือนของพวกมันล้วนเป็นรูปแบบเดียวกัน จากฟากฟ้า… บึ้ม บึ้ม บึ้ม ยักษาสามตัวใหญ่เหยียบลงธรณีด้วยสีหน้าเกรี้ยวกราด กลิ่นอายชีวิตของนายท่านตนได้สลายหายไป พวกมันจึงรีบตามมาอย่างสุดชีวิต กระโดดข้ามเขาลูกแล้วลูกเล่า ยักษาสามตัวนี้ต่างมีหน้าตาอัปลักษณ์ไม่แพ้นายของมัน รูปลักษณ์ล้วนไม่ต่างกันมาก จะต่างกันก็คงแค่เพียงพลังเท่านั้น พวกมันสามตัวต่างถูกเรียกว่า “ยักษาอหังการ” นามฉายานี้ไม่ได้แต่งตั้งกันเอง หากแต่ ถูกกล่าวขานกันโดยเหล่ามนุษย์ ชื่อเสียงของพวกมันต่างเป็นที่ประจักษ์ดี  เพียงพริบตาเดียว ราชันพิษกลืนโลกาก็ได้อาบแสงกลมสีขาวนวล กาติรัสทุบอากาศหนึ่งครา ทะทว๊าปปปป สามยักษากระอักเลือดคำโต ทั่วร่างต่างปริแตกราวกับเกิดระเบิดขึ้นจากภายใน ไม่ทันได้ตั้งตัว การโจมตีอันหนักหน่วงราวกับขุนเขากดทับร่างก็พุ่งเข้ามา ความเคียดแค้นไม่ทันหายสนิทดี ห้วงความคิดกลับกลายเป็นขาวโพลน พวกมันทั้งสามสิ้นสติลงในทันใด ไม่แม้กระทั่งจะได้เอ่ยคำสักคำ “น่าเหลือเชื่อจริงๆ” น้ำเสียงทุ้มต่ำดังก้องไปมาในแก้วหูของกาติรัส ชายหนุ่มกวาดมองบริเวณโดยรอบอย่างตั้งใจ ถึงกระนั้น เขากลับไม่พบกระแสพลังอันใด ทันใดนั้นเอง ม่านมิติราวกับค่อยๆเปิดออกทีละจุด ห้วงมิตินับหลายสิบหลายร้อยปรากฏขึ้น ฉับพลัน ยักษาร่างใหญ่โตก็ค่อยๆทยอยออกมา หนึ่งในนั้นมีกายาที่เด่นสดุดตาอยู่ ยักษ์ตัวนั้นสูงใหญ่ที่สุด ใบหน้าของมันปรากฏเพียงแค่หนึ่งดวงตา ทว่า ดวงตานั้นกลับมีทั้งด้านหน้าและด้านหลังครอบคลุมการมองเห็นรอบทิศทาง กายาใหญ่โตหากแต่อ้วนเผละผลฉุ หนึ่งเนตรเพ่งเล็งมนุษย์เบื้องหน้าอย่างทรนง อากัปกิริยาราวกับตนเองนั้นสูงส่งค้ำฟ้า “ฝีมือเจ้ามนุษย์นี้น่ะหรือ” น้ำเสียงทุ้มต่ำดังมาจากยักษ์ข้างกาย ยักษาตัวนี้มีสีผิวน้ำเงินเข้ม ใบหน้าปรากฏดวงตากลมโตเพียงหนึ่งเดียว “ไม่ผิดแน่” ยักษาร่างเขียวยักษ์เอ่ยขึ้น หนึ่งดวงตาส่องแสงสีเหลืองประกายระยิบระยับดั่งตะวันสว่างวาบ เพียงพริบตาเดียว ความร้อนระอุดั่งเพลิงนรกพุ่งตรงใส่หากาติรัสรวดเร็วดุจสายอัสนี  ทะทว๊าปปปปป กาติรัสใช้ดาบหักในมือทุบอากาศจนแตกร้าว คลื่นสั่นสะเทือนแผ่ซ่านขยายกว้าง คลื่นแสงสีเหลืองต้านเข้ากับคลื่นสะเทือนสีขาวกลม ต้านแรงกันกลางอากาศนานกว่าสิบลมหายใจ การต้านของคลื่นพลังทำให้ผืนธรณีโดยรอบแตกร้าวขยายเป็นวงกว้าง ทะเลโลหิตลอยสาดปลิวกระจายราวกับลมพายุยักษ์ ยักษารอบกายรู้สึกทึ่งเล็กน้อย มนุษย์เบื้องหน้ากำลังต้านพลังของนายแห่งตน ตัวตนดุจดั่งราชาของเหล่าปีศาจ หนึ่งในสิบขุนพลเทพปีศาจสวรรค์!! ฉับพลันนั้นเอง คลื่นพลังสีขาวนวลคล้ายได้เปรียบ เพียงพริบตาเดียว แรงพลังนั้นก็ตีกลับไป ราชาแห่งยักษ์ต่อยสวนคลื่นแสงสีขาวนวลหวังลองหยั่งพลังของเชิงศัตรู ว๊าปปปป หมัดของราชายักษ์ต้านเข้ากับคลื่นพลังสายนั้น ทันใดนั้นเอง คลื่นแสงสีขาวนวลก็ได้สลายหายไป โลกราวกับถูกผนึกปิดโดยสมบูรณ์ หนึ่งเนตรบนใบหน้าของราชายักษ์จับจ้องมนุษย์เบื้องหน้าไม่กระพริบตา แขนข้างขวาของมันรู้สึกชาไปทั่ว มันสัมผัสได้ทันทีว่ามนุษย์เบื้องหน้านั้นอันตรายอย่างยิ่งยวด บริวารยักษารอบข้างปรากฏอาการตื่นตะลึงงัน มันรู้ถึงพลังนายของตนเป็นอย่างดี ทว่า หมัดสุดทรงอำนาจนั้นกลับเสียเปรียบคลื่นพลังปริศนาอยู่เล็กน้อย เป็นที่เด่นชัดแล้วว่า มนุษย์เบื้องหน้าผู้นี้ ไม่ธรรมดา!! ช่างน่าเสียดายที่พวกมันไม่ได้รู้เลยว่าตนกำลังเผชิญหน้ากับนามแห่งจักรพรรดิ “เจ้าเป็นตัวอะไรกัน…” ราชาแห่งยักษ์กล่าวพลางเปรยมองกาติรัสอย่างละเอียด มือข้างขวาของเขาโอบร่างของหญิงสาวผู้หนึ่งไว้ สีหน้าของอิสตรีผู้นั้นดูซีดขาวดั่งกระดาษราวกับคนใกล้ตายเลยทีเดียว แต่ทว่า สีหน้าในตอนนี้นับว่าดีขึ้นกว่าตอนแรกมาก เหตุเป็นเพราะ  กาติรัสแผ่อำนาจการรักษาตลอดช่วงเวลาที่เธออยู่ในอ้อมแขน กาติรัสไม่กล่าวตอบ สีหน้าราบเรียบไร้อารมณ์กวาดมองเหล่ายักษาเบื้องหน้า พวกมันสมควรเป็นเผ่ายักษ์สายพันธุ์โฟโมเรียนส์ เพียงการมองแค่ครั้งเดียว เขาก็รู้ในทันทีว่าตัวไหนคือหัวหน้า ไม่ทราบด้วยเหตุอันใด ยักษาผิวสีเขียวกลับรู้สึกต่ำต้อยอย่างอธิบายไม่ได้ มันเอ่ยขึ้นอย่างสุภาพ  “นามของข้าคือบาลอร ราชาแห่งยักษ์โฟโมเรียนส์ หนึ่งในสิบขุนพลเทพปีศาจสวรรค์ เห็นแก่ความเก่งกาจของเจ้า จงเอ่ยนามของเจ้ามา การได้ตกตายภายใต้น้ำมือของขุนพลเทพปีศาจสวรรค์นับว่าเป็นเกียรติเจ้านัก” บาลอรกล่าวแนะนำตัว น้ำเสียงทุ้มต่ำพลางเปรยมองมนุษย์เบื้องหน้าแฝงความเคารพเล็กน้อย มนุษย์เบื้องหน้าไม่กล่าวตอบอยู่นานโขราวกับเมินเฉยต่อการให้เกียรติของราชายักษ์ผู้นี้ การยั่วยุของมันทำให้รู้สึกยักษาตนนี้โมโหอย่างยิ่ง ตัวตนของหนึ่งในสิบขุนพลเทพปีศาจสวรรค์ มันย่อมอ่อนไหวต่อการถูกหยามเกียรติโดยง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การที่ตนลดตัวลงเพื่อกล่าวตามประเพณีของนักรบ หากแต่ มนุษย์เบื้องหน้ากลับเมินเฉย!! “บังอาจหมิ่นเกียรติของข้า! สังหารมัน! มันเป็นแค่เพียงมนุษย์ พวกข้ามีกันถึงหนึ่งพันตน!!” ราชาแห่งยักษ์กล่าวอย่างเดือดดาล หากให้เทียบกองทัพอสูรหนึ่งล้านตนกับกองทัพยักษาหนึ่งพันตน กองทัพยักษาพันตนกลับทรงอำนาจยิ่งกว่า ความต่างของพลังมีมากราวฟ้ากับเหว ยักษาหนึ่งตนทัดเทียมได้กับอสูรเหมันต์หนึ่งแสนตัว!! พวกมันมีพลังอำนาจมากพอจะแหวกห้วงมิติเดินทางกันมาด้วยตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับบาลอร มิอาจนำราชายักษ์ตนนี้มาเปรียบเทียบกับสัตว์อสูรได้เลย ราชายักษ์เช่นมัน เพียงหนึ่งตนอาจทัดเทียมกับกองทัพสัตว์อสูรเหมันต์สิบล้านตัว!!  แววตาของมันปรากฏแสงสีเหลืองสว่างวาบ ราชาแห่งยักษ์กำลังโคจรพลังเต็มสิบส่วนเพื่อการโจมตีในครั้งนี้ ในขณะที่แสงสีทองกำลังรวบรวมพลัง ความเข้นข้นของแสงสีเหลืองยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นทวี ฉับพลันนั้น กาติรัสกลับเอ่ยกล่าวพึมพำอย่างแผ่วเบา “บทเรียนในเหตุการณ์นี้ล้ำค่ายิ่งกว่าครั้งใดๆ”  ก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่ดังขึ้นหวังให้ยักษาพันตนได้ยินกันอย่างชัดเจน “เจ้าเข้าใจผิดไปสามประการ หนึ่ง-ข้ามิใช่มนุษย์ซะทีเดียว สอง-ถ้าข้าตอบรับคำประเพณีของนักรบ นับว่าเสียเกียรติของข้าแล้ว ไม่มีเหตุผลอันใดที่จักรพรรดิผู้นี้จะต้องลดตัวเองลง เจ้านับว่าไม่คู่ควรเลยแม้แต่เสี้ยวเดียว สาม-ข้าไม่ได้มาตัวคนเดียว” ..สเตตัสปัจจุบัน...
    ชื่อ:กาติรัส อันเดลัส(เพศชาย) อายุ:15ปี เผ่าพันธุ์:มนุษย์กึ่งอันเดด อายุขัยโดยธรรมชาติ:อนันต์เลเวล:10,009 พลังกาย:50,130,020 พลังเวทย์:51,302,040 อาชีพ:จักรพรรดิผีดิบ 

    คล้ายกับเรื่องจักรพรรดิผีดิบ ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    152K 152
    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    นิยาย แฟนตาซี
    3.26M 1036
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    สุสานเทพผนึกมาร 【จบแล้ว】

    สุสานเทพผนึกมาร 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.08M 2015
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

    คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.87M 2416
    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    นิยาย แฟนตาซี
    196K 740