หุ่นพยนต์
...ห้องที่สามารถเข้าไปได้เพียงห้องเดียว ณ ตอนนี้ สองมนุษย์ได้เคลื่อนตัวเข้ามาแล้ว
เช่นเคย คบเพลิงรอบผนังสว่างขึ้นราวกับมีเซนเซอร์ตรวจจับ
ภายในห้องนี้ เต็มไปด้วยรูปปั้น และชุดเกราะประดับ ตั้งเรียงกัน ชิดตามแนวผนัง
แต่ละรูปหินสลัก ผิวเรียบเนียนราวกับมีชีวิต แม้กระทั่งเส้นผมปลิวไสวยังสมจริง
ชุดเกราะประดับหลายรูปแบบหลากวัฒนธรรม ล้วนสีสด เป็มันวาวราวกับถูกเคลือบด้วยแก้วบาง ๆ
ชุดซับข้างในสีเข้มขับให้สีเกราะยิ่งโดดเด่น มีมวลเต็มแน่นมั่นคงสมส่วน อย่างกับมีใครบางคนอยู่ข้างใน กำลังจ้องมองมาจากส่วนมืดลึกใต้หน้ากากเพื่ออารักขาความปลอดภัย
ในมือของชุดเกราะยังถืออาวุธอยู่อีกด้วย ทั้งหอก ทวน ดาบสั้นดาบยาว กระบองหนาม ค้อน ขวานเหล็กเล็กใหญ่ แตกต่างกันไป บางเกราะมีสี่แขน ก็มีอาวุธถือครบทุกมือ...
...เข้าสู่ห้องนี้ได้เพียงไม่กี่ก้าว สองมนุษย์ก็รับรู้ถึงอันตราย จากประตูเื้ัปิดอัตโนมัติ ลงดานลั่น ปัง! ห้องนี้เป็ห้องกับดักอย่างแน่แท้ และมันปิดตายลงแล้ว
ทันใดนั้นเอง ชุดเกราะเรียงรายก็เริ่มขยับ ไหวตัวราวกับมีชีวิต เดินวนสลับกันไปมาภายในห้อง
ข้อต่อข้อปกของเกราะกระทบกันเกร่งกร่างดังระงม
เกราะเ่าั้ยังไม่เข้ามาโจมตีเลยเสียทีเดียว ไม่แม้แต่แสดงท่าทีอาฆาตมาดร้าย เหมือนมันเดินตามกลไกที่ถูกตั้งเอาไว้อย่างเคร่งครัดเท่านั้น
เกรงว่าหากใครสักคนเดินไปขวางทางหรือเข้าตาของมันละก็อาวุธที่มันถืออยู่อาจทำลายคนคนนั้นให้ถึงแก่ชีวิต
“เอาล่ะสิ!” ชายผมยุ่งอุทานขึ้นมาเบา ๆ
สถานการณ์เดินกลับก็ไม่ได้ เดินต่อไปก็ไม่รู้จะไปเพื่ออะไร เพราะเมื่อมองข้ามฝูงชุดเกราะเดินเพ่นพ่านเ่าั้ จนสุดทางก็ไม่เห็นมีประตูหรือสิ่งที่จะเป็ทางออกได้เลย มีแต่เสาหินสลักตั้งเอาไว้แทนโต๊ะเพียงต้นเดียวเท่านั้น
ตัวเล็กก็ได้แต่ยืนเฉยทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ เมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น
“อยู่ตรงนี้ และระวังตัวด้วย” คึหลื บอกตัวเล็กก่อนจะเดินหน้าไปตามลำพัง การทิ้งตัวเล็กเอาไว้เื้ัอาจจะปลอดภัยสำหรับเธอที่สุดแล้ว
เบื้องหน้าของชายหนุ่ม ชุดเกราะซึ่งถูกทำให้มีชีวิต ไม่ว่าจะด้วยเครื่องยนต์กลไก หรือเวทมนตร์กลใดก็ตามที บัดนี้มันเป็สิ่งที่ต้องเผชิญ และไม่ว่าสุดทางจะต้องจัดการกับอะไร หรืออาจไม่มีสิ่งใดให้แก้ไขเลย เขาก็ต้องลองฝ่าไปดูให้ได้เท่านั้น
ทุกย่างก้าวเดินไปด้วยใจระทึก ถึงขาจะดูมั่นคง ทว่าิญญาภายในกลับแกว่งไกวเหมือนสายลมไหวในอากาศ
เขาลองเดินเลียบเคียงเข้าไปหาเกราะที่อยู่ใกล้ที่สุดช้า ๆ มันสูงใหญ่กว่ามนุษย์หนุ่มหนึ่งเท่าตัว สีของเกราะแดงสดดุจเืนก เหน็บดาบไว้ด้านซ้ายของลำตัว มือข้างนั้นกำฝักดาบแน่น อีกข้างจับด้ามดาบเตรียมกระชากออกเพื่อฟาดฟัน
ชุดเกราะไม่มีทีท่าว่าจะมีอันตรายต่อผู้ที่เข้าไปใกล้ มันยังคงเดินช้า ๆ ตามปกติ
เมื่อมันหันกลับหลังมาประจันหน้า ในวินาทีที่ชายหนุ่มพลั้งเผลอเท่านั้นแหละ อาวุธในมือของมันก็กวัดแกว่งทันที
วัตถุตัดอากาศแล่นวูบออกจากฝักเฉียงขึ้น้า ด้วยความเร็วเทียบเท่าเสียง
ชายหนุ่มใ ผงะหลบแทบไม่ทัน ล้มลงก้นจ้ำเบ้า
หุ่นเกราะยังไม่หยุดราวี มันใช้สองมือกำด้ามดาบที่ตอนนี้ชูคมชี้ไปเบื้องบนตวัดลงมาตรงที่มนุษย์ซึ่งกำลังพยุงตัวขึ้น ดาบผ่าอากาศเสียงดัง วูป!
เกร้ง! เสียงดาบกระทบหินพร้อมประกายแสงแลบ หวุดหวิดจะตัดร่างมนุษย์ที่กลิ้งตัวหลบฉากออกไปได้ ชายผมยาวยันกายขึ้นในท่านคลาน
หุ่นเกราะ มันยังหันปลายดาบชี้มา ก่อนจะแทงออกด้านข้างชนิดสุดแขนเหยียด ปลายดาบแทงทะลุแผงขนของชายหนุ่มที่พุ่งหลาวบนพื้นราบเพื่อหนี
ห่วงสามดาบหลุดออกจากมือของมนุษย์ไปแล้ว เขานอนราบไปกับพื้นมองตรงหน้าขณะจะยันกายขึ้น ใจตระหนักทันทีว่าจะหนีมาทางประตูไม่ได้เพราะมีตัวเล็กยืนอยู่
ชุดเกราะผีสิงยังไม่หยุดตามราวี มันชูดาบขึ้นเหนือหัวอีกครั้ง
ชายหนุ่มกลับหลังมองเห็นด้วยสัญชาตญาณ หมุนตัวกลิ้งหลบ การโจมตีที่มาจาก้า หวิดตายไปนิดเดียว
ก่อนจะพลิกตัวยืนขึ้นวิ่งอ้อมไปอยู่ด้านหลังของเกราะอย่างรวดเร็วแข่งกับปลายดาบชี้ที่แทงมาในท่าก้ม มุ่งตรงจุดที่เขาเพิ่งลุกยืนได้เมื่อวินาทีที่แล้ว
เมื่อหลบไปอยู่ด้านหลังของมันได้ ชุดเกราะไม่เห็นสิ่งที่มันต้องจัดการอยู่ตรงหน้า มันจึงหยุดถือดาบค้างไว้ ก่อนจะออกก้าวเท้าไปเรื่อย ๆ ตามเดิม โดยมีชายหนุ่มเดินตามอยู่ข้างหลังด้วยความระมัดระวังอย่างที่สุด
คึหลืสบโอกาสเบี่ยงตัวหนีออกจากหุ่นเกราะสังหารออกมาได้ ระหว่างที่มันเปลี่ยนทิศทางการเดิน เขาวิ่งกลับมายืนพิงประตูด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ อาวุธของเขาถูกวางทิ้งไว้ตรงจุดที่มันหล่นไม่คิดจะคว้าติดมือกลับมาเลยแม้แต่น้อย
เสียงหัวใจเต้นระทึกดังขนาดที่ตัวเล็กเองก็ยังได้ยิน ชายหนุ่มทรุดตัวนั่งลงด้วยอาการเข่าอ่อน ร่างกายสั่นเทิ้มราวกับเป็ไข้สั่น ท่ามกลางเสียงจากเกราะโลหะเคลื่อนที่ดังกระทบ กลบไปทั่วห้อง ตอกย้ำความประหวั่นพรั่นพรึง...
..........................................................................................
...ความตายที่อยู่ตรงหน้า หุ่นเกราะไม่ได้เชื่องช้าขนาดที่จะหลบการจู่โจมได้ง่าย ๆ เกราะแข็งแกร่งไม่สามารถทำลายด้วยอาวุธธรรมดา ถูกโปรแกรมมาเพื่อสังหารอย่างเป็ระบบ ไม่ได้อาศัยกำลังมุทะลุเพียงอย่างเดียวเหมือนอสุรกาย การเคลื่อนไหวได้ราวกับมีชีวิต มันคือหุ่นยนต์สังหารระยะประชิดจากยุคโบราณ ที่แม้แต่อานุภาพของปืนในยุคสมัยเดียวกันก็หยุดมันไม่ได้ ประสิทธิภาพมันทรงสมรรถนะราวกับเพิ่งสร้างเสร็จใหม่ และมัน ไม่ได้มีอยู่แค่ตัวเดียว การจะฝ่าระบบรักษาความปลอดภัยนี้ไปได้ เท่ากับต้องวิ่งฝ่าความตายไปเท่านั้น
ชายหนุ่มผมหยักศกยาวยุ่งนามว่าคึหลื ใช้เวลานานที่เดียวกว่าจะรวบรวมกำลังใจได้ ในสภาวะบีบบังคับ ประตูถูกปิดตายเื้ั กับความหวังถึงทางรอดที่อยู่เบื้องหน้า ทำให้เขาจำเป็ต้องไปเผชิญกับมันอีกครั้ง
พยายามยืนให้มั่นคงที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตาจับจ้องไปสังเกตการณ์เคลื่อนไหวของหุ่นแต่ละตัว หาช่องว่างเพื่อที่จะผ่านไปให้ได้
จนแล้วจนรอดก็ไม่สามารถหาทางผ่านไปอย่างปลอดภัยได้เลย ‘อาจจะต้องวิ่งให้เร็วและขยับเข้าจุดปลอดภัยทีละจังหวะ’ แผนถูกวางไว้ในใจ
ทันทีที่รวบรวมกำลังใจได้ ก็ทะยานตัวออกไปก่อนที่หุ่นตัวแรกจะหันมาเห็น
ความสับสนในจิตผุดขึ้นเจือปนกับความตั้งใจแรก เขาวิ่งไปจวนจะถึงตัวหุ่น ความกลัวพลันเกิดหยุดเท้าไว้ วิ่งไม่ออก
ชายหนุ่มเผลอหลบหลังหุ่นตัวแรก แล้วเดินตามไปด้วยใจระส่ำ ยิ่งอยู่ยิ่งระแวงว่ามันจะหันกลับเมื่อไหร่ไม่ทราบ
กระทั่งอีกตัวสวนมา จึงต้องหลบเยื้องไปทางด้านข้าง เมื่อเกราะั์เดินผ่านกันไป จึงวกหลบเข้าแอบหลังตัวที่สอง
ตามก้นตัวที่สองอีก เหมือนเขาจะรอดได้ด้วยวิธีนี้
ทว่า ไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง
ในนาทีนั้นเองหุ่นเกราะตัวแรกหมุนตัวกลับแทนที่จะเลี้ยวไปทางอื่น หันหน้ามาสบตามนุษย์ตัวจ้อยโดยไม่ได้นัดหมาย ดาบในมือมันเตรียมสังหารอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว วงแขนมันตวัดลงราวกับสายฟ้าฟาด
ทุกวินาทีจากนี้ดุจวิ่งหนีมหัตภัย ชายหนุ่มแวบหลบไปอยู่ด้านข้างของหุ่นตัวที่สองจึงหลบการโจมตีได้ ทว่าหุ่นตัวที่สามกลับหันหน้ามาเจอและปรี่เข้ามา ในมือมันถือทวนยาวชี้ปลายสีเงินคมกริบเงาวับจับแสงไฟ พู่คอทวนปลิวไสวดุจเปลวเพลิง
ทันทีกับหุ่นตัวที่สองรู้ตัวแล้วว่ามีสิ่งแปลกปลอมอยู่ใกล้ มันหวดค้อนปอนด้ามสั้นในมือกวาดลงมาข้างตัว คึหลืเอนหลบชนิดหลังแอ่นเก้าสิบองศาล้มหงายหลังแขนยันพื้น
โลหะหนาหนักแล่นเฉียดปลายจมูกใกล้ชนิดปลายขนลู่ตามแรง หุ่นเกราะแดงตัวแรกดึงดาบกลับไปแล้ว หลังจากฟันพลาด ตอนนี้มันหวดลงมาอีกครั้ง
ชายหนุ่มดีดตัวกลับจากท่าเอนหลังมาเป็ท่านั่งยอง ๆ เหล็กกระแทกพื้นหินสะเก็ดไฟแลบแปลบไล่หลัง หากหลบไม่ทันมีหวังเหลือแต่ตัวหัวไม่มี
ตัวสามที่ชี้ปลายทวนแทงลงมาเห็นเงาแวบจากหางตาเป็สีฟ้าของเกราะ ชายหนุ่มพุ่งหลาวหลบสวนทิศทางทวน ปลายแหลมคมวาวแล่นฉิวเฉียดหลังแทงลงพื้นระหว่างขาทั้งสองข้าง
ชายหนุ่มกลิ้งขลุกลุกขึ้นตั้งใจจะอ้อมไปทางด้านหลัง เกราะสีฟ้ามหาภัยขยับเท้าขวาง
คึหลืดีดตัวะโข้ามแต่ไม่พ้น มันยกเท้าดีดเข้าซอกขา หมายจะช้อนให้ลอยขึ้น
ชายหนุ่มสองมือเปลือยเปล่าปราศจากอาวุธจึงใช้มือยันหลังเท้าหุ่นเกราะเอาไว้ได้ พร้อมกับส่งกำลังไปที่แขนดีดตัวหมุนตีลังกาคว้างข้ามบาทาไป เท้าถึงพื้นได้ก็ออกตัวทันที เสียงวัตถุขนาดใหญ่กระทืบพื้นะเืดังสนั่นตามหลังมาติด ๆ
หุ่นเกราะฟ้ามหาภัยหมุนตัวตามมาแล้ว จังหวะเดียวกับที่วิ่งออกตัวไปได้สองสามก้าว โชคดีที่ชุดเกราะในจุดนี้ยังหันหลังให้ จึงมีเวลาชำเลืองดูจักรกลั์สีฟ้าด้วยหางตา
พบว่าปลายทวนกำลังฝ่าอากาศลงมาอีกครั้ง ต้องหลบไปด้านซ้ายด้วยสัญชาตญาณ โดยไม่ทันมองด้วยตา
ร่างชายหนุ่มชนเข้ากับกำแพงหินหมดทางหนี เมื่อหันกลับมา คมทวนก็จวนจะทะลุกลางแสกหน้าเขาอยู่รอมร่อ
กลิ้งได้เป็กลิ้งชายหนุ่มหมุนตัวหลบสวนทางเข้าด้านใน ปลายอาวุธพุ่งเลยใบหูไปชนิดเส้นยาแดงผ่าแปด
เกราะสีฟ้าใช้สองมือจับด้ามทวนกดปลายกรีดกำแพง เร็วขนาดเกิดแสงสะเก็ดไฟแตกเป็ทางยาวพร้อมกับเสียงแหลมปี๊ดจนขนลุกซู่
คึหลืก้มหลบได้ทันก่อนที่มั่นจะบั่นคอ เขาดีดตัววิ่งทะยานอย่างกับหนีะเิ
ยังไม่ทันพ้นแนวหุ่นเกราะสีเหลืองประจำจุดหันตัวมาเห็นเข้าพอดี มันยืนดักหวดคมขวานผ่าตรงลงมากะจะผ่าทีเดียวเป็สองซีก
คึหลืไม่สนใจ วิ่งไปอย่างเดียวไม่คิดชีวิต เขาไม่สามารถหยุดขาตัวเองเอาไว้ได้อีกต่อไปแล้ว หัวใจเต้นเร่าอยู่นอกร่าง โลกหมุนคว้างสายตาพร่าอย่างกับภาพฝัน คมดาบปลายอาวุธจู่โจมโรมรันไม่ทันได้หยุดหายใจ คึหลืหลบซ้ายหลบขวา วิ่งซิกแซ็ก ทะยานกลิ้งล้มลุกคลุกคลานเป็ลูกแก้วตกพื้น ตามหลังมาด้วยเสียงโลหะกระทบหินเกรียวกราว
รู้ตัวอีกทีเขาก็นั่งตัวสั่นกอดหลักเสาสีขาวแน่นชนิดถึงตายก็ไม่ยอมปล่อย อ้าปากยิงฟันพะงาบ ๆ หายใจทางปากในตาเบิกโพลงอย่างกับคนสิ้นสติ เหงื่อเม็ดเป้งผุดขึ้นเต็มไปหน้าและแผ่นหลัง ลืมสิ้นทุกความเ็ปจากาแที่เคยได้รับ อุณหภูมิร่างกายเย็นเฉียบหากใครได้ััคงคิดว่าเป็ร่างไร้ชีวิตเลยทีเดียว
หลังจากรู้สึกตัว จึงก้มลงมองเรือนกายสำรวจไปทั่วเนื้อหนังมังสา ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง...
...ประหนึ่งว่าตายแล้วได้ชีพคืน หัวจิตหัวใจโปร่งโล่งเบาดุจเมล็ดดอกหญ้าลอยกลางลม
ชายหนุ่มผมยาวคลายวงแขนออกจากเสาเคลื่อนตัวขึ้น สายตาก็ประสบกับสิ่งที่อยู่้าสุดของหลักหิน คือแผ่นศิลาเรียบเปล่าสลักจารึกเป็รูปภาพเพียงเท่านั้นหาใช่แผงควบคุม
ใจที่เบาละล่องกลายเป็หนักหล่นตุบลงดินทันที สิ่งนั้นไม่ใช่สิ่งที่จะหยุดจักรกลสังหารซึ่งกำลังเดินเพ่นพ่านทั่วห้องได้อย่างแน่นอน
ถึงอย่างไรภาพสลักก็ยังชี้ปมให้บางอย่าง ภาพบนนั้นหากสังเกตโดยพิเคราะห์ มันคือภาพแผนผังของห้องเดียวกันนี้เอง สัญลักษณ์จุดตั้งรูปปั้น จุดวางหุ่นเกราะและเส้นบอกทิศทางการเคลื่อนไหว
ชายหนุ่มหันขวับมาทางเพื่อนตัวน้อยของเขา ที่ยืนลุ้นระทึกอยู่อีกฝั่งของลานกับดัก ทั้งคู่สบตากันเหมือนจะค้นให้เจอคำพูดในใจของอีกฝ่าย ถึงจะไม่เจอ ก็ไม่ใช่เื่จำเป็ที่จะรู้ใจกัน
ชายหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่เดินออกมายืนหน้าหลักหิน มองไปยังฝูงหุ่นสังหาร
ตัวเล็กจะงุนงงสงสัยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นมากน้อยเท่าไหร่ไม่อาจทราบ
คนจะจัดการปัญหาเท่านั้นมีแผนการอยู่ในใจ หลังจากได้มองภาพสลักจนกลายเป็นิมิตในดวงจิตความมั่นใจก็เพิ่มขึ้นมาเต็มกำลัง
ชายหนุ่มก้าวเท้าเข้าเผชิญกับดักหุ่นพยนต์ที่ไล่ล่าสังหารเขาเมื่อสักครู่ คราวนี้แผนการฝ่ายมนุษย์เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด เขาหลบเลี่ยงการมองเห็น หรือเซนเซอร์ตรวจจับของหุ่นได้อย่างเหนือชั้น
ชายหนุ่มเดินหลบการเผชิญหน้าเข้าไปยังรูปหินสลัก แท่นใต้รูปเทพยดาเ่าั้มีแผ่นหินรูปมืุ์นูนออกมาเล็กน้อย มองไกล ๆ สังเกตไม่เห็นเลยว่ามันแฝงกลสำหรับคลายปริศนา
คึหลืทาบฝ่ามือลงบนรูปมือที่ปรากฏ ทิ้งน้ำหนักลงไปสุดแรงรูปมือจมลงไปในแท่นทันที
ทุกอย่างยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง จนกระทั่งสามารถเดินหลบหุ่นเกราะกลับไปกลับมา เพื่อกดปลดผนึกกลไกของรูปปั้นตัวนั้นตัวนี้ตามรูปแบบที่บันทึกบนแท่นหิน
เมื่อจุดสุดท้ายได้รับการปลด พลันหุ่นพยนต์สังหารก็หยุด เก็บทุกสรรพาวุธกลับเข้าที่ แล้วพวกมันก็เดินถอยหลังมาประจำจุดเดิมของมัน
ดานประตูที่ถูกผนึกลั่น แกรก! บอกว่าได้รับการปลดปล่อย ห้องกับดักกลับมาเป็ห้องที่ปลอดภัยแล้ว
ชายหนุ่มยิ้มร่าเผยไรฟันผ่านเรือนผมยาวสยายปิดหน้า เดินผ่านแถวทหารหุ่นอย่างสบายใจ ไม่ลืมคว้าอาวุธคู่กายที่หล่นอยู่ลากตามหลังมาด้วย
สำหรับตัวเล็ก ภาพที่เห็นคงคล้ายจอมผีดิบกำลังแสยะยิ้มเดินเข้ามาหามากกว่า
“เราออกไปจากห้องนี้กันดีกว่า” คึหลืบอกทันทีที่มาถึง เขาเปิดประตูกว้างก้าวเท้าออกไป
ไม่ว่าตัวเล็กจะยังสงสัยอะไร ตอนนี้ก็ไม่ใช่เวลาที่จะถาม เธอจำต้องออกจากห้องนี้ตามไปโดยไม่มีข้อแม้...
ทันทีที่พ้นประตู ทั้งคู่ก็พบว่า ด้านนอกมีเพื่อนอสุรกายรอดักทางอยู่ก่อนแล้ว คราวนี้ไม่ใช่โครงกระดูกผีที่ลุกไหม้ด้วยเปลวไฟสีเขียว ไม่ใช่ลูกบอลปีศาจกระหายเนื้อและหาใช่อสูรหน้าสุนัขจอมอาฆาตที่เคยเจอ
ลักษณะของมันยืนด้วยสองขาโอนเอนตัวไปมาอย่างไร้เรี่ยวแรง แขนห้อย คอตก เนื้อหนังสีน้ำตาลเข้มปนดำของมันแห้งติดกระดูกเห็นเป็โครง
ร่างซากไม้แข็งเป็หินยืนคอตกหมุนตัวกระตุกช้า ๆ หันมาทางมนุษย์ เผยดวงหน้าผอมตอบของมันให้เห็นทีละน้อย
ขอบตามันโบ๋ลึกเป็หลุมขนาดเท่ากำปั้น ั์ตาสีหม่นเทา กลืนไปกับลูกตาขาวไร้วี่แววของความมีชีวิต
บางตัวลูกตาไม่มีแล้วเหลือเพียงหลุมดำโบ๋ขนาดเท่าลูกปิงปองอยู่บนใบหน้า ใต้เบ้าตาเบิกโพลง
ริมฝีปากมันเผยอหดหายไปเหมือนโดนใครกรีดทิ้ง เห็นเหงือกแห้งและฟันเรียงเป็แผงจากกรามด้านหนึ่งไปถึงอีกด้านเกือบจรดใบหู
สิ่งที่บอกว่ามันเคยสวมใส่เสื้อผ้าคือเศษขี้ริ้วรุ่งริ่งพาดอยู่ตามตัวบางส่วนห้อยเรี่ยระไปกับพื้น บ้างส่ายไปมาในอากาศ
สายตาไร้แววของมันจ้องมองมาประสานกับผู้ที่ยังมีชีวิตขณะที่ร่างกายมันโอนเอนแขนแกว่ง ทันใดนั้นเองปากปีศาจเผยออ้ากว้างอย่างที่สุด เปล่งเสียงลมแห้งเหือดออกจากช่องเพดานปากและโพรงมืดลึกลงไปในลำคอ พร้อมกับลากขาเคลื่อนสู่จุดที่สองมนุษย์ยืนอยู่
เสียงกรีดร้องของตัวเล็กดังลั่น เมื่อเห็นผีตายซากที่เคยเป็มนุษย์มาก่อนหลอนหลอกขู่ขวัญ เด็กผู้หญิงยกมือปิดหน้าทรุดตัวลงนั่งยอง ๆ ไม่สนสำเนียงใดจะเข้าหู ไม่รับรู้รับฟังสิ่งใดทั้งสิ้น
ถึงไม่ใช่หน้าที่แต่ก็ต้องทำ เมื่อภารกิจเกิดขึ้นเฉพาะหน้า
“จะซักเท่าไหร่วะ” ชายหนุ่มประกาศก้อง พาร่างกายบอบช้ำกระโจนเข้าประจันซากผีร้ายซึ่งย่างกรายเข้ามา
ปึก! เสียงฟาดอาวุธคู่มือเข้าปะทะร่างไร้ิญญา ดังประหนึ่งเอาเหล็กไปทุบท่อนไม้ ปีศาจร้ายไม่แสดงอาการรู้สึกรู้สาถึงแม้จะเซถลาไปตามแรง มันกลับดีดตัวยืนขึ้นและเดินเข้ามาอีก
คราวนี้มันยกสองแขนเหยียดตั้งท่าจะจับ คึหลืหลบฉากปล่อยปีศาจถลำตัว พร้อมกับะโหวดอาวุธไปที่ร่างนั้นอีกครั้งตรงท้ายทอย ศพหนังแห้งหน้าคะมำ เศษเนื้อและกะโหลกแห้งแข็งหลุดกระจาย ผงสมองป่นเป็ฝุ่นลอยฟุ้ง
แต่เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ปีศาจไม่ล้ม ไม่ยอมหยุดราวี หันกลับมาเดินเข้าหาอย่างไม่สะทกสะท้าน มนุษย์หนุ่มถึงกับเดินผงะถอยอย่างไม่รู้ตัว
ไม่ใช่เื่ง่ายแล้วคราวนี้ ถึงจะเชื่องช้าแต่ปัญหาคือมันไม่ยอมล้ม มันไม่กลัว ไม่ยอมหยุด ตัวอื่นก็กำลังปรี่เข้ามาจะถึงอยู่รอมร่อ
คึหลืหยุดต่อกรกับตัวที่อยู่ตรงหน้า หันไปหาตัวที่มาจากทางด้านหลัง เขายกเท้าถีบซากผีเต็มแรงเพื่อให้มันถอยออกไปบ้าง
มันเซถอยอยู่เหมือนกันแต่ก็ไม่กี่ก้าว เห็นเคลื่อนไหวเชื่องช้าโงนเงนแต่กลับยืนได้มั่นคงกว่าที่คิด
‘ข้อเท้า’ ความคิดประกายดุจแสงสว่าง ชายหนุ่มหมุนอาวุธควงเหนือหัว ก่อนจะหวดลงเบื้องต่ำ เป้าหมายคือข้อเท้าอสุรกายผีตายซากตัวแรก ซึ่งอยู่ตรงกลางระหว่างเขากับเด็กผู้หญิง
แรงเหวี่ยงบวกความหนักกับจะงอยอาวุธ เกี่ยวข้อเท้าผอมแห้งหลุดกระจุยขณะที่มันกะเผลกเข้ามา ปีศาจล้มคะมำคว่ำหน้าไร้หลักยึดทันที
ถึงอย่างนั้นก็ทำให้มันหยุดนิ่งไม่ได้ มันล้มก่ายร่างของมนุษย์เข้าพอดีจากทางด้านหลังคว้าแขนเขาไว้ได้สองข้าง
“เฮ้ย!” คึหลืร้องด้วยความใ
ร่างศพแห้งเหือดไม่รู้เอาแรงบีบมหาศาลมาจากไหน ยึดแขนคึหลืเอาไว้แน่น ชายหนุ่มใช้กำลังที่มีเบี่ยงตัว ยกร่างผีที่กำลังอ้าปากกว้างอยู่ข้างหัว หมุนคว้างเป็ลูกข่าง
มันไม่หลุด แถมยังจะกดกรามที่อ้ากว้างลงตรงบ่าขวาของมนุษย์ ชายหนุ่มถึงกับร้องลั่น ก้มตัวหนีด้วยสัญชาตญาณแห่งความกลัว ก็ไม่อาจหนีพ้น โชคดีที่ในมือมีดาบสี่คมอยู่ถึงสามเล่ม
ผีร้ายจึงได้ขบกรามแน่นกัดปลายดาบที่คึหลืจับยัดเข้าไปในปากกว้างเหมือนโพรงถ้ำของมัน
ปลายดาบสี่แฉกในเล่มเดียว ถูกร่างไร้ิญญาขบกัดด้วยความกระหายทั้งคู่ยื้อยุดฉุดเหวี่ยงกันไปมา ภาพที่เห็นไม่ต่างกับปีศาจสองตัวกำลังสู้กันเท่าไหร่นัก คึหลืมีเนื้อมากกว่าแค่นิดเดียวเท่านั้นเอง...
©Witchmedal