ตอนที่ 1 (1)
เวลากลางดึกเที่ยงคืน เสียงกระดิ่งของร้านสะดวกซื้อดังขึ้น ‘ติ๊งต่อง’ เจี่ยนอินยืนอยู่หน้าประตู แต่ประตูเลื่อนอัตโนมัติกลับไม่ยอมเปิด
เขาเงยหน้ามองเซนเซอร์บนประตูเลื่อนอัตโนมัติอย่างงงงวย ยื่นมือขึ้นไปโบก แต่ก็พบว่าไร้ประโยชน์ ประตูเลื่อนอัตโนมัติยังคงไม่ยอมเปิดให้
ประตูกระจกที่เดิมทีแปะโฆษณาเอาไว้เต็ม วันนี้ถูกแกะออกไปไม่เหลือ จึงสะท้อนให้เห็นโครงหน้าของเขา
ตัวเล็กเตี้ย สวมเสื้อยืดสีขาวสกรีนลายเป็รูปหัวของสไปเดอร์แมน กางเกงยีนธรรมดาๆ ใบหน้ากลมสวมแว่นตาทรงกลมกรอบสีดำหนา บนแก้มมีกระสีน้ำตาลจางๆ ผมสีดำสั้น รูปร่างหน้าตาเหมือนนักเรียนมัธยมปลายธรรมดาๆ ที่ตัวเตี้ยไปสักหน่อย
แม้ว่าจะอายุสิบแปดแล้ว แต่เจี่ยนอินก็ดูเด็กกว่าอายุจริงมาก รูปร่างหน้าตาเหมือนคนที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ
เมื่อผู้จัดการร้านที่อยู่ในร้านสะดวกซื้อเห็นเจี่ยนอิน ก็รีบเดินออกมาจากด้านหลังเคาน์เตอร์แคชเชียร์ แล้วออกแรงผลักประตูเลื่อนอัตโนมัติให้เปิดออก
ผู้จัดการร้านคนนี้ตัวสูงใหญ่ ใบหน้าดุร้ายน่ากลัว กล้ามเนื้อทั้งร่างแทบจะทำเสื้อปริ ถ้าไม่ใช่ว่าเขาสวมเครื่องแบบอยู่ ก็แทบไม่ต่างจากพวกที่อยู่แก๊งอันธพาล
ตอนที่ผู้จัดการร้านไม่ยิ้ม สีหน้าโหดร้ายป่าเถื่อน แต่พอเห็นเจี่ยนอินลูกค้าประจำผู้นี้ก็เผยรอยยิ้มออกมา แต่ว่ายิ้มไปก็ไม่มีประโยชน์ เพราะเมื่อเทียบกับตอนไม่ยิ้มแล้วยังดูน่ากลัวเสียกว่า “ประตูมันพังน่ะครับ ซ่อมไปเมื่อเช้านี้ แต่ว่าตอนนี้…”
ผู้จัดการร้านมองออกไปข้างนอกแล้วส่งเสียง ‘จิ๊’ ออกมาเสียงหนึ่ง “เริ่มปิดเทอมฤดูร้อนแล้ว เลยมีพวกไม่ปกติมาก่อเื่ แม้แต่ประตูเลื่อนอัตโนมัติของผมก็กล้าทำ!”
ผู้จัดการร้านมองออกไปนอกประตู เจี่ยนอินจึงหันไปมองด้านหลังตามไปด้วย เห็นเพียงถนนโล่งๆ เมื่อกี้นี้ จู่ๆ ก็มีคนหลายคนกำลังหัวเราะด้วยความสนุกสนานอยู่ตรงนั้นเพิ่มขึ้นมา
ไฟถนนสลัวๆ ในสวนสาธารณะฝั่งตรงข้ามส่องสว่างอยู่ ลมพัดแรง ต้นไม้ในสวนสาธารณะจึงพลิ้วไหวจนเกิดเสียงดังซู่ซ่า เงามืดมิดก็สั่นไหวตาม พานทำให้เจี่ยนอินรู้สึกใจไม่สงบตามไปด้วย
เจี่ยนอินเข้าไปในร้านสะดวกซื้อ หลังจากที่หยิบข้าวปั้นกับนมถั่วเหลืองและขนมอีกสองสามห่อแล้วก็จ่ายเงินออกไป
วันนี้เขาเอาแต่หวาดผวาตลอดทั้งวัน หัวใจราวกับแขวนห้อยอยู่กลางอากาศ หวาดผวาเอามากๆ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็อะไรกันแน่
เมื่อก่อนเคยได้ยินผู้เฒ่าผู้แก่พูดว่าห้ามออกไปเตร็ดเตร่ข้างนอกหลังเที่ยงคืนเด็ดขาด โดยเฉพาะในเดือนเจ็ดตามปฏิทินจันทรคติ[1] เพราะจะพบเจอสิ่งไม่ดีได้ง่าย
เจี่ยนอินไม่ใช่คนที่เชื่อเื่ผีสางนางไม้ เขาเชื่อในพระเ้า แม้ว่าจะไม่ได้เคร่งและเลื่อมใสศรัทธามากนัก แต่ว่าก็ไปโบสถ์บ้างเป็ครั้งคราว ไม่ค่อยสนใจเื่แบบนี้สักเท่าไรมาโดยตลอด
“คนก็เยอะเกิน…” เจี่ยนอินพึมพำ
ขณะที่ยืนอยู่ปากทางเพื่อรอข้ามถนนอยู่นั้น จู่ๆ ลมที่ไหนไม่รู้โหมพัดมาในเวลานี้ ฉับพลันบนท้องฟ้าก็มีสายฟ้าสีเงินสว่างวาบขึ้น เจี่ยนอินนับในใจ ‘หนึ่ง สอง สาม!’
หากภายในสามวินาทีไม่มีเสียงฟ้าร้อง เช่นนั้นเสียงฟ้าร้องก็จะดังขึ้นจากที่ไกลๆ
เป็อย่างที่คิด เสียงฟ้าร้องดังขึ้นจากที่ไกลๆ จริงด้วย ความตึงเครียดของเจี่ยนอินจึงคลายลง เขากลัวฟ้าร้องมาั้แ่เด็ก
สัญญาณไฟคนข้ามถนนสีเขียวสว่างขึ้นแล้ว เจี่ยนอินหิ้วถุงขนมเดินข้ามถนนไป และในเวลานี้นี่เองที่ทางเข้าของสวนสาธารณะฝั่งตรงข้ามก็ปรากฏเงาร่างซูบผอมร่างหนึ่งขึ้น
คนคนนั้นสวมเสื้อฮู้ดสีดำกับกางเกงขายาวสีดำ หมวกฮู้ดถูกดึงมาปิดข้างหน้า ส่วนด้านล่างของปีกหมวกก็ถูกเงามืดบดบังเอาไว้ ตลอดทั้งร่างจึงกลายเป็กลุ่มก้อนสีดำ
สายฟ้าสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ราวกับสว่างวาบขึ้นมาตรงหน้าเขา แทบจะสว่างวาบไปทั่วทั้งท้องฟ้ายามค่ำคืน เจี่ยนอินนิ่งค้างไปครู่หนึ่ง ก่อนที่จะคิดนับหนึ่ง สอง สามอีกครั้ง แต่ว่าเสียงฟ้าร้องนั่นกลับดังขึ้นตอนนับถึงสาม ราวกับมาร้องข้างหูอย่างไรอย่างนั้น ขณะเดียวกัน เจี่ยนอินก็สะดุ้งจนตัวโยน
สิ่งที่ทำให้เขาสะดุ้ง ไม่ใช่สายฟ้าที่อยู่ใกล้แค่ลัดนิ้วมือเดียวนั่น แต่เป็ชายชุดดำทั้งตัวคนนั้นที่ชนเขา
เจี่ยนอินรู้สึกเพียงว่ามีอะไรบางอย่างถาโถมเข้ามาในหัวทันทีในชั่ววินาทีที่เขาปะทะกับชายสีดำคนนั้น
ภาพเบื้องหน้าเป็สีแดงเข้ม สิ่งที่ตาเห็นล้วนถูกย้อมไปด้วยสีนั้น กลิ่นเหม็นหืนอันน่าสะอิดสะเอียนโชยมาปะทะจมูก เสียงเคี้ยวของแข็งๆ ดังขึ้น ‘กร้วมกร้วม’ อยู่ที่ข้างหูอย่างช้าๆ เสียงนั้นเหมือนกับ...เสียงกินกระดูกอ่อนของซี่โครง ตอนที่ใช้แรงบดเคี้ยวให้แตกละเอียด…
เจี่ยนอินถูกชนล้มลงไปกับพื้นทางม้าลายด้วยใบหน้าซีดเซียว
เขาพยายามหันกลับไปมองชายคนนั้น แม้จะกลัวมาก และแม้จะรู้ว่าไม่ควรหันไปมอง แต่เขาก็ยังคงฝืนที่จะทำ โดยออกแรงที่แม้แต่ตนเองก็ยังสามารถได้ยินเสียงกระดูกคอลั่น จนสุดท้าย เขาก็หันไป
เงาร่างสีดำ...เจี่ยนอินสะท้อนภาพเงาด้านหลังของคนคนนั้นเข้าไปในส่วนลึกของหัวสมอง...
ทันใดนั้นสายฟ้าครั้งที่สามก็ฟาดลงมา ตามมาด้วยเสียงฟ้าร้องดังกระหึ่มะเิอยู่ข้างหู หนังศีรษะของเจี่ยนอินชาหนึบไปชั่วขณะ เมื่อเขาเงยหน้าขึ้น ก็เห็นเพียงท้องฟ้าที่เปลี่ยนเป็สีขาวเงินเท่านั้น จากนั้นฟ้าแลบที่เจิดจ้ายิ่งกว่าก็ตามมา และขยายใหญ่เข้ามาในดวงตาของเขา
‘ปี๊นนนนนนนนนน’
เสียงแตรของรถยนต์ดังขึ้น แต่กลับถูกกลบไปอยู่ด้านหลังด้วยเสียงฟ้าร้องที่ดังกระหึ่ม พร้อมกับการพุ่งชนที่ไร้ที่มา เจี่ยนอินรู้สึกว่าตัวเองลอยขึ้น ถูกเหวี่ยงขึ้นไปอยู่กลางอากาศ ครั้นแล้วก็ร่วงลงมาอย่างแรง
เมื่อเขากระแทกบนถนน ทันใดนั้นก็พบว่าทุกสิ่งทุกอย่างล้วนหยุดนิ่งไปแล้ว ความเ็ปรุนแรงจู่โจมเข้ามา ในหัวราวกับมีอะไรบางอย่างแตกดัง ‘โพล๊ะ’ เหมือนกับร่างกายของเขาที่แตกตามไปด้วย...
…
เชิงอรรถ
^ เดือนเจ็ดตามปฏิทินจันทรคติของทุกปีเรียกอีกอย่างว่าเดือนผี ซึ่งวันที่ 1 กรกฎาคมเป็นวันที่ “ประตูผีเปิด” ซึ่งผู้เฒ่าผู้แก่ต่างก็เชื่อว่าเดือนนี้จะต้องระมัดระวังเรื่องการเดินทางไปไหนมาไหนเป็นพิเศษ และก็ยังมีข้อห้ามมากมายที่ต้องหลีกเลี่ยงอีกด้วย