ตอนที่ 28
บททดสอบ
ภายหลังจากกับดักถูกกระตุ้นให้ทำงานนาวา์ไร้กาลพลันเกิดสั่นไหวตอบสนอง เสียงกลไกภายในลั่นดังะเืไปทั่ว แม้ผู้มาใหม่รู้ว่ามีวาสนาลี้ลับซุกซ่อนแต่เกรงอันตรายภายในทำให้เหล่าผู้นำค่ายสำนักรวมทั้งอี้เทียนเฉิน พร้อมใจกันใช้สมบัติวิเศษเหินบินหลบออกจากนาวา์ไร้กาลชั่วคราว ด้วยจุดมุ่งหมายตั้งหลักรอดูสถานการณ์
แต่แล้วจู่ ๆ พริบตาต่อมานาวาลอยฟ้าลำมหึมาพลันหายไปจากท้องฟ้าอย่างไร้ร่องรอย หลังจากรอคอยอยู่สิบวันค่อนเดือนในที่สุดขบวนผู้ฝึกตนชุดสุดท้ายก็ยินยอมจากไป หลงเหลือเพียงความหนาวเหน็บของฤดูกาลพายุหิมะที่พัดกระหน่ำรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
แม้ภายนอกนาวา์หายลับไปจากจุดเดิมแต่สถานที่ภายในเส้นทางทดสอบมิได้เกิดผลกระทบใด ๆ หลงจิวเมิ่งลืมตาตื่นขึ้น มองดูสิ่งต่างๆ รอบข้างด้วยความคิดที่สับสน ก่อนจะรู้สึกเจ็บแปลบรุนแรงที่กลางหน้าอกถึงได้รู้ว่าาแของคมกระบี่นั้นเฉือนลึกลงไปจนเกือบจะถึงกระดูกหากเป็ปุถุชนธรรมดา อาจจะตกตายไปแล้ว แม้แต่ตนเองที่เป็ผู้ฝึกตนชั้นแรกเริ่มหากว่ารอคอยให้ฟื้นฟูหายดี เกรงว่าจะต้องพักฟื้นยาวนานนับเดือน
เมื่อความคิดกลับมาแจ่มใสหลงจิวเมิ่งพลันนึกขึ้นได้ว่าตนเองหยิบฉวยถุงใส่ของที่ข้างเอวของมือกระบี่ชั่วช้าผู้นั้นติดมาด้วยรีบลงมือเทสิ่งของภายในออกดู พบกระบี่ชั้นเลิศสามเล่มกระบี่ระดับชั้นมนุษย์หนึ่งเล่ม โอสถบำรุงปราณชั้นเลิศ โอสถสงบจิต โอสถฟื้นฟูกายาอย่างละหนึ่งกระปุก ซึ่งนับว่าโชคเข้าข้าง...โอสถฟื้นฟูกายานับเป็โอสถฟื้นฟูชั้นมนุษย์ขั้นต้นเมื่อกินเข้าไปเพียงหนึ่งชั่วยามาแลึกพลันติดสมานอย่างน่าอัศจรรย์แม้ยังเ็ปที่ภายใน แต่ภายนอกคงเหลือแค่รอยขีดแดงปูดนูน โลหิตมิได้หลั่งซึมออกมาแม้แต่น้อย
หลังจากเรี่ยวแรงและสติฟื้นคืนระดับหนึ่งหลงจิวเมิ่งพลันรู้สึกว่าตนเองคอแห้งแต่เมื่อก้าวเท้าออกจากบริเวณที่ถูกส่งตัวเข้ามา มิติรอบข้างที่สงบนิ่งพลันสั่นไหวผู้ดูแลเส้นทางทดสอบในร่างของชายใบหน้ายาวคล้ายม้า รูปร่างผอมแห้งสูงชะรูดกว่าสิบเซี้ยะศีรษะโล้นดวงตาโปนออกดูพิกล พลันก้าวเท้าออกมาจากความเวิ้งว้างด้านหน้าของหลงจิวเมิ่ง
“เ้า ๆ เ้ารีบปิดผนึกเ้ากระถางเวรนั่นก่อน”ทันทีที่ผู้ดูแลกวาดสายตาจนรับรู้ถึง...กระถางิญญาแห่งความโลภ มันก็แสดงท่าทางตื่นกลัวออกมาในทันที
หลงจิวเมิ่งชี้ไปที่กระถางิญญาแห่งความโลภก่อนจะใช้แผ่นหนังสัตว์ห่อคุลมเอาไว้เช่นเดิม
“ค่อยยังชั่ว” ผู้ดูแลเส้นทางทดสอบนั้นมีสภาพเป็ิญญาไร้ร่างเมื่อหลงจิวเมิ่งปิดคลุมกระถางิญญาแห่งความโลภ มันค่อยยกมือขึ้นเกาศีรษะล้านของตนเองด้วยใบหน้าบูดบึ้ง“ทำไมเ้าถึงได้มีสิ่งของต้องสาปน่ากลัวเช่นนั้นติดตัวอยู่ หรือว่ามันตามเ้ามาเอง”
หลงจิวเมิ่งยกเกาศีรษะตนเองเลียนแบบ ด้วยไม่กล้าเอ่ยออกไปตรงๆ ว่าตนเองนั้นขโมยมันมา จึงคิดทำตัวโง่งมนิ่งเงียบไม่ตอบคำถาม
“ไม่ตอบก็ไม่เป็ไร แต่เ้าอย่าได้เปิดมันออกในตอนที่ข้าปรากฏกายขึ้นละเข้าใจไหม”
หลงจิวเมิ่งพยักหน้ารับ แต่ยังคงนิ่งงันไม่เอ่ยสิ่งใดออกมา
“ไม่พูดไม่จาใด ๆ หรือว่าเ้าเป็ใบ้กัน แต่เอาเถอะถึงจะเป็ใบ้หรือไม่เป็ ก็มิได้เกี่ยวข้องกับเส้นทางทดสอบแห่งนี้อยู่ดี”ิญญาผู้ดูแลหยิบเอาก้อนศิลาออกมาก่อนจะใช้พลังลึกลับเชื่อมต่อมันเข้ากับร่างของหลงจิวเมิ่ง“เส้นทางทดสอบที่เ้าเลือกมีชื่อว่า...อู่หวง(ห้าเหลือง)ซึ่งประกอบด้วยด่านทดสอบทั้งห้าด่าน เ้าสามารถที่จะเลือกออกไปจากเส้นทางทดสอบได้ก็ต่อเมื่อเ้าผ่านด่านทดสอบแรกไปแล้ว แต่จงจำเอาไว้ หากเ้าเลือกที่จะสู้ต่อในด่านถัดไปเ้าก็จะต้องผ่านด่านทดสอบนั้นเสียก่อน จึงจะสามารถเลือกออกจากเส้นทางทดสอบได้อีกครั้งซึ่งทุกด่านที่ผ่านเ้าจะได้รับสิ่งตอบแทนล้ำค่ากลับคืน ยิ่งผ่านไปยังด่านที่ไกลออกไปสิ่งของตอบแทนยิ่งล้ำค่ามากขึ้นเช่นนั้นจงคิดให้ดีก่อนที่จะเลือกเดินหน้าหรือละทิ้งจากไป”
“ข้าเข้าใจแล้ว”
“เ้ามิได้เป็ใบ้”
หลงจิวเมิ่งไม่ตอบเพราะเขาเคยพบิญญาเฝ้าสถานที่เช่นนี้มาก่อนซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็ิญญาที่เปลี่ยวเหงา ทำให้แทบจะทุกตนที่เจอล้วนพูดมากยิ่งนักการเลือกเอ่ยตอบโต้เฉพาะสิ่งที่จำเป็จึงช่วยประหยัดเวลาในการสนทนาได้มากกว่า
...ในเมื่อเข้ามาแล้ว หากอยากจะกลับออกไปคงต้องผ่านด่านทดสอบที่หนึ่งเป็อย่างน้อยสินะ
“เช่นนั้นก็เริ่มการทดสอบได้เลย”
“ตกลง”ิญญาทดสอบไม่ค่อยสบอารมณ์นักที่หลงจิวเมิ่งไม่คิดจะถามสิ่งใดเพิ่มเติมจากมันแต่เมื่อผู้เข้าทดสอบแจ้งต่อมันว่าให้เริ่มทำการทดสอบมันก็จำต้องกระทำตามโดยหน้าที่
หินิญญาที่หยิบออกมา ฉายแสงอาบร่างของหลงจิวเมิ่งก่อนจะแปรเปลี่ยนกลายเป็หุ่นกลที่มีลักษณะเหมือนมนุษย์ตนหนึ่ง
“น่าแปลกเ้ามีระดับลมปราณเพียงแค่ขั้นก่อกำเนิดสุดปลายแต่กลับเข้ามายังสถานที่ทดสอบแห่งนี้ได้ เฮ้อ...หรือว่าผู้ฝึกตนของโลกแห่งนี้เปลี่ยนแปลงกลายเป็อ่อนปวกเปียกไปกันเสียหมดแล้วหรือนี่”
“ข้าต้องชนะเ้านั่นสินะ”
“ใช่แล้ว เ้าต้องเอาชนะเ้าหุ่นศิลาตนนั้นให้ได้”ผู้ดูแลผายมือหนึ่งครั้ง เส้นแสงสีแดงอ่อนจางพลันปรากฏเด่นบนผืนทราย ปรากฏกรอบทรงสี่เหลี่ยมกว้างยาวหลายลี้เสมือนหนึ่งเวทีขอบเขต “เ้าสามารถยอมแพ้ได้สองครั้ง โดยการเดินออกเขตเส้นแดง แต่จงจดจำเอาไว้ให้ดีในการต่อสู้ครั้งที่สาม เ้าจะไม่มีโอกาสให้แก้ตัวอีกหากขึ้นเวทีประลองไปแล้วม่านพลังกักขังจะปรากฏขึ้นและจะสูญสลายไปต่อเมื่อมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถูกทำลายลงเท่านั้น” เมื่อเอ่ยจบ ิญญาผู้ดูแลจึงเปิดมิติว่างเปล่าก่อนจะแทรกตัวหายลับตา ปล่อยให้หลงจิวเมิ่ง ยืนมองหุ่นศิลาที่หยุดนิ่งรอคอยอยู่ภายในขอบเขตแสงสีแดงเพียงลำพัง
...มีโอกาสเพียงแค่สามครั้งเท่านั้น เห็นทีข้าคงต้องฟื้นฟูร่างกายให้หายดีเสียก่อนค่อยลงมือทดสอบ
หลงจิวเมิ่งนั่งฟื้นฟูลมปราณพร้อมกับกินโอสถฟื้นฟูกายาทุกวันต่อเนื่อง จนในที่สุดวันที่สามของการทดสอบ ร่างกายของเขาก็ฟื้นฟูสมบูรณ์
กระบี่ทั้งสี่เล่มถูกใช้เป็อาวุธหลักคู่กายทะยานเข้าไปต่อกรกับหุ่นศิลาด้วยพลังทั้งหมดที่มีแม้พลังลมปราณของหลงจิวเมิ่งจะอ่อนด้อยกว่าคู่ต่อสู้เพราะหุ่นศิลานั้นถูกจำลองให้มีพลังลมปราณสูงกว่าผู้ที่เข้าทดสอบสองขั้นแต่หุ่นศิลาเคลื่อนไหวเชื่องช้า ไม่อาจตามติดท่าร่างลับลับล่อล่อการต่อสู้จึงมีสภาพเป็การหาจังหวะรุกไล่เพียงฝั่งเดียว
หลังผ่านพ้นไปราวสองชั่วยาม หลงจิวเมิ่งที่ดูเหมือนเป็ฝ่ายได้ปรียบในตอนต้นแต่สุดท้ายกลับเป็ฝ่ายที่ตัดใจ กลับออกไปจากเส้นแสงสีแดงเสียเอง
...บัดซบเอ๊ยแม้แต่กระบี่ระดับชั้นมนุษย์ยังไม่อาจฟันเ้าก้อนศิลาตนนี้ให้เกิดริ้วรอยครั้นจะลงมือเร่งฝึกฝน สถานที่แปลกประหลาดแห่งนี้ กลับไร้สภาวะหนุนเสริมลมปราณภายนอกเบาบางยิ่ง แล้วข้าจะทำเช่นไรถึงจะผ่านด่านทดสอบบัดซบนี่ไปได้กัน
เหตุผลที่หลงจิวเมิ่งต้องปวดหัวนั้น มิได้เกิดจากลมปราณของตนอ่อนด้อยกว่าคู่ต่อสู้ซึ่งเป็หุ่นกลสอง ลำพังลมปราณขั้นต้นแตกต่างกันสองขั้นนั้นใหญ่ ๆ นั้นมิได้มากมายนักซึ่งในด่านทดสอบแรก โดยปกติก็มิได้เป็ปัญหาในการผ่านด่านทดสอบของผู้ฝึกตนที่เลือกเข้ามาแต่สำหรับหลงจิวเมิ่งที่ระดับฝึกตนต่ำเตี้ยเพียงแค่ระดับก่อกำเนิดลมปราณสุดปลายแม้พลังของหุ่นศิลาจะมากกว่าตนเองไม่มากและมีระดับเพียงแค่พื้นฐานลมปราณขั้นกลางเท่านั้นแต่ร่างกายของมันดันสร้างจากศิลาวิเศษ ที่มีพลังป้องกันโดยธรรมชาติอยู่ในระดับลมปราณเหนือธรรมชาตินี่จึงเป็ที่มาของปัญหาอันน่าปวดหัวที่หลงจิวเมิ่งจำเป็ต้องแก้ไขให้ได้ในการประลองอีกสองครั้งที่เหลือ
ผู้ดูแล ผู้ดูแล !!!
หลงจิวเมิ่งะโดัง
“มีสิ่งใดกัน เอะหรือว่าเ้าถอดใจยอมแพ้เสียแล้ว ต่อให้เ้าถอดใจข้าก็ไม่อาจช่วยให้เ้ากลับออกไปได้หรอกนะ”
“ไม่ใช่ ข้าแค่สงสัยว่าด่านทดสอบนี้มีเวลาจำกัดหรือไม่”
“เวลา...ไม่มีนะเ้าจะใช่เวลาเท่าใดในการผ่านด่านก็ตามใจเ้าเลย แต่จงจำเอาไว้ พลังลมปราณในสถานที่แห่งนี้ล้วนมีจำกัดหากคิดจะฝึกฝนเพื่อเพิ่มพูนฝีมือละก็ ข้าขอบอกเ้าเอาไว้เลยว่าเ้าคิดผิดแล้ว”
หลงจิวเมิ่งไม่ตอบคำ หรือเอ่ยสิ่งใดเพื่อสนทนาต่อแต่เลือกที่จะนั่งลงก่อนจะคลี่กางหนังสัตว์ที่ห่อคลุมกระถางิญญาแห่งความโลภเอาไว้ จนผู้ดูแลสบถคำหยาบก่อนจะเร่งหลบหายกลับไปยังมิติที่จากมา
...เมื่อไม่มีเวลาจำกัด เช่นนั้นข้าก็มิจะเป็ต้องเร่งร้อน