ฉินลู่หัวเราะและพูดว่า "ฟื้นตัวได้ดีหรือเปล่า"
หวังต้าเฉียงเกาหัวแล้วพูดอย่างเขินอายว่า“ฟื้นตัวค่อนข้างดี ตอนนี้ไม่เจ็บแล้ว ผมกะจะรออีกสักระยะแล้วจะไปหาพี่ที่นั่นเพื่อตรวจอีกสักรอบน่ะ”
“อืมรออีกสองสามวันนายค่อยไปหาฉันที่นั่น ฉันจะเอายาให้นายอีกสักชุด กินยาครบอาการก็น่าจะดีขึ้นแล้วชีวิตหนุ่มพรหมจรรย์ของนายน่าจะสิ้นสุดได้แล้วล่ะ” ฉินลู่พูดติดตลก
“แหะๆๆ” หวังต้าเฉียงหัวเราะ
“เฮ้! หวังต้าเฉียง ทำอะไรอยู่ ยังเล่นอยู่หรือเปล่า” นักศึกษาที่อยู่ไกลตรงสนามตะโกนถามหวังต้าเฉียง
“เอ่อ เพื่อนร่วมทีมกำลังชวนให้ผมไปเล่นล่ะ ทำไมพี่ไม่มาเล่นด้วยกันล่ะ”หวางต้าเฉียงพูดเชื้อเชิญ
ฉินลู่ส่ายหัวและพูดว่า"ไม่ได้หรอก ฉันเล่นของพวกนี้ไม่เป็น นายไปเล่นเถอะ"
“มาเล่นด้วยกันเถอะออกกำลังกายกัน วันทั้งวันอยู่แต่ห้องทำงานไม่ทำให้ร่างกายป่วยหรือ มาๆๆ มาเล่นกัน”ไม่ปล่อยให้อธิบายอะไร หวังต้าเฉียงก็ดึงฉินลู่ไปที่สนามบาสเกตบอลแล้วหยิบลูกบาสขึ้นมาจากชั้นวางยื่นให้เขา
ฉินลู่รับลูกบาสมาเดาะสองสามที
ทุกคนในสนามเห็นท่าทางการเลี้ยงบอลของฉินลู่ก็รู้ว่าเขาไม่เคยเล่นบาสเก็ตบอลมาก่อน เพราะเดาะลูกอ่อนกว่าเด็กด้วยซ้ำ
“กฎมีอะไรบ้าง ควรจะเล่นอย่างไรกัน ช่วยสอนฉันหน่อยได้ไหม” ฉินลู่เดาะบอลอยู่สองสามทีก็รู้สึกสนใจขึ้นมาบ้างแล้วจึงถามหวังต้าเฉียง
“พวกนายเล่นกันก่อน เดี๋ยวฉันมา” หวังต้าเฉียงทักทายเพื่อนร่วมทีม แล้วหยิบลูกบาสขึ้นมาเดาะข้างๆฉินลู่เพื่อสาธิตให้ดู “ควรเลี้ยงลูกบาสแบบนี้ ต้องว่องไว ไม่ต้องตั้งใจเดาะ”
“อ๋อ แบบนี้เหรอ” ฉินลู่เลียนแบบท่าทางของหวังต้าเฉียงแม้ว่าในตอนแรกท่าทางอาจจะไม่คล่อง แต่ผ่านไปไม่กี่นาทีก็เลียนแบบได้เหมือนเป๊ะ
เมื่อหวังต้าเฉียงเห็นว่าฉินลู่เรียนรู้ได้เร็วมากจึงพูดอย่างสงสัยว่า “พี่ฉิน ล้อผมเล่นใช่หรือเปล่า พี่เคยเล่นบาสเกตบอลมาก่อนใช่ไหม”
ฉินลู่ส่ายหัว"ไม่นะ ฉันไม่เคยเล่นบาสเกตบอลมาก่อน"
พูดจบก็โชว์ทักษะการเลี้ยงลูกระดับสูงอย่างคล่องแคล่ว
“...”
ลูกบาสในมือหวังต้าเฉียงตกลงพื้น"แต่พี่เรียนรู้ได้เร็วมาก การเลี้ยงบอลของพี่ดีกว่านักเรียนมัธยมทั่วไปซะอีก”
“จริงเหรอฉันคิดว่ามันง่ายมากนะ” ฉินลู่พูดในขณะกำลังเลี้ยงลูกบาสด้านหลังระดับเอว
“ผมพูดผิดไปตอนนี้การเลี้ยงบอลของพี่ดีกว่านักศึกษามหาลัยทั่วไปแล้ว...” หวังต้าเฉียงเกาหัว“พี่ฉิน พี่ต้องโกหกผมแน่ๆ พี่เลี้ยงลูกได้ไม่เลวเลย เมื่อกี้แค่ล้อกันเล่นใช่ไหม”
ฉินลู่หยุดเลี้ยงลูกถือลูกบาสไว้ที่อก แล้วหัวเราะ “นายจะคิดอย่างงั้นก็ได้ แต่ตอนนี้นายช่วยสอนกฎของบาสเกตบอลให้ฉันหน่อยได้ไหมเล่นอย่างไร ฟาวล์คืออะไร"
“พี่ไม่รู้จริงๆ เหรอ” หวังต้าเฉียงมองไปที่ฉินลู่อย่างแปลกใจ
ฉินลู่เอือมระอา“สรุปนายจะบอกฉันไหม ไม่สอนฉันจะไปแล้วนะ จะไปกินข้าวแล้ว”
“สอนๆๆ ...” หวังต้าเฉียงพยักหน้าอย่างเร็ว จากนั้นดึงฉินลู่ไปที่ที่นั่งและเริ่มอธิบายกฎของบาสเกตบอล
“โดยทั่วไปบาสเกตบอลแบ่งเป็นการแข่งขันแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการการแข่งขันแบบเป็นทางการมักจะเล่นห้าต่อห้าหรือสามต่อสาม ส่วนการแข่งขันแบบไม่เป็นทางการก็จะเหมือนกับที่พวกเรากำลังเล่นอยู่ตอนนี้ก็คือสามารถเล่นสองต่อสอง สามต่อสาม สี่ต่อสามหรือเล่นแบบอื่นๆ ก็ได้ส่วนกฎกติกาก็มีไม่มาก เช่น ไม่สามารถใช้เท้าเตะบอล ห้ามถือลูกบอลเดิน...”
หลังจากอธิบายไปสิบกว่านาทีในที่สุดฉินลู่ก็เข้าใจกฎกติกาของบาสเกตบอลทั้งหมด เอ่ยว่า "เข้าใจนิดหน่อยแล้วงั้นพวกเรามาเริ่มเล่นกันเลยเถอะ"
“ดี”หวังต้าเฉียงยิ้มและปรบมือ และพูดกับนักศึกษาในสนามว่า “ทุกคนมานี่หน่อย”
จะเห็นได้ว่าหวังต้าเฉียงมีอิทธิพลกับนักศึกษาเหล่านี้มากแค่เรียกครั้งเดียวก็ทำให้นักศึกษาหกคนหยุดเล่นและเดินเข้ามาหา
“นี่คือเพื่อนของฉันเขาชื่อพี่ฉินเป็นเจ้าหน้าที่ที่ห้องพยาบาลของมหาวิทยาลัยของเรา” หวังต้าเฉียงชี้ไปที่ฉินลู่และแนะนำให้ทุกคนรู้จัก
“สวัสดีพี่ฉิน” นักศึกษาทุกคนพยักหน้าและพูดสวัสดี
“สวัสดี” ฉินลู่ยิ้ม
“นี่เป็นครั้งแรกที่พี่ฉินเล่นบาสเกตบอล พวกเราก็ช่วยสอนเขาหน่อย เล่นแบบสี่ต่อสี่เล่นทั้งสนาม” หวังต้าเฉียงตบไหล่ฉินลู่และพูดว่า “พี่ฉิน พี่เป็นมือใหม่มาอยู่ทีมเดียวกับผม พวกเรามาเล่นด้วยกัน”
“ได้เลย ถ้าฉันเล่นไม่ดีอย่ามาโทษฉันนะ” ฉินลู่พูดอย่างยิ้มๆ
หวังต้าเฉียงโบกมือปฎิเสธ“จะเป็นแบบนั้นได้อย่างไร ฉันเห็นทักษะการเลี้ยงบอลของพี่รู้สึกเหมือนพี่กำลังแกล้งเป็นหมูกินเสือเลย”
เนื่องจากนี่ไม่ใช่การแข่งขันอย่างเป็นทางการเป็นแค่การแข่งขันของนักศึกษากลุ่มหนึ่งจึงแบ่งทีมกันเองและเป่ายิงชุบเลือกทีมที่จะเป็นฝ่ายได้บอล
เมื่อเทียบกับนักศึกษาที่เล่นบาสเกตบอลด้วยกันฉินลู่ถือว่าค่อนข้างเตี้ย แต่เพราะเขาเลี้ยงบอลได้ดี จึงได้ไปอยู่แดนหลัง
หลังจากรับบอลที่ถูกส่งมาจากขอบสนามฉินลู่ก็เลี้ยงบอลข้ามสนามอย่างคล่องแคล่ว
เมื่อผู้เล่นในสนามเห็นการเลี้ยงบอลของฉินลู่ต่างก็เกิดอาการแปลกใจ"นี่คือมือใหม่หรือ เลี้ยงบอลเก่งกว่าตัวหลักของทีมมหาวิทยาลัยพวกเราซะอีก!"
เมื่อยืนอยู่ในตำแหน่งระยะเส้นสามแต้มฉินลู่กำลังจะส่งบอล แต่เห็นหวังต้าเฉียงพูดกับเขาว่า "พี่ฉิน ชู้ตเลย"
“ชู้ตหรือ”ฉินลู่ลังเลอยู่พักหนึ่ง เขาพยักหน้าแล้วกระโดดชู้ต
นักศึกษาที่ต้องป้องกันฉินลู่ไม่อาจป้องกันลูกชู้ตของเขาได้ถอยหลังหนึ่งก้าว
ลูกบาสออกจากมือเกิดเป็นเส้นโค้งที่สวยงามกลางอากาศ...
“องศานี้...” หวังต้าเฉียงตกใจ
“ปัก..."
บอลเลยแป้นไปกระแทกโดนหน้านักศึกษาที่กำลังเดินอยู่
ฉินลู่”…”
นักศึกษาทั้งหมด"..."
นักศึกษาที่โดนบอลกระแทกหน้ามึนงงเล็กน้อยหลังจากลูกบาสกลิ้งไปไกลแล้ว จึงหันมามองที่สนามบาส และตะโกนด้วยความโมโหว่า"ใครกัน!”
ฉินลู่ยกมือขึ้นอย่างอึกอักเขาวิ่งไปโค้งคำนับและกล่าวขอโทษ "ฉันขอโทษจริงๆ ฉันชู้ตพลาดแล้วกระแทกไปโดนนายฉันขอโทษจริงๆ"
แม้ว่านักเรียนที่โดนบอลกระแทกจะรู้สึกเจ็บอยู่บ้างแต่เมื่อได้ยินคำขอโทษอย่างจริงใจของฉินลู่ เขาจึงแค่ด่าพึมพำอยู่สองสามคำและเดินจากไป
ฉินลู่หยิบลูกบาสขึ้นมาวิ่งกลับไปที่สนามและพูดกับทุกคนว่า "พวกเรามาเล่นกันต่อเถอะ"
“พี่แน่ใจนะว่าจะไม่ไปกระแทกใครอีก” หวังต้าเฉียงถามหยั่งเชิง
ตอนนี้เขารู้สึกเสียใจแล้วเสียใจมากที่ชวนฉินลู่มาเล่นบาสเกตบอล หากครั้งหน้าไปทำร้ายคนอื่นอีกจะทำอย่างไร...
“ไม่เป็นแบบนั้นหรอก ครั้งหน้าจะไม่เป็นแบบนี้แน่นอนฉันเริ่มรู้วิธีชู้ตแล้วล่ะ ครั้งหน้าจะไม่ชู้ตลูกออกนอกสนามแน่นอน” ฉินลู่พูดอย่างตื่นเต้นว่า“บาสเกตบอลนี่สนุกจริงๆ"
นักศึกษาทุกคนมองหน้ากันในที่สุดก็ได้ข้อสรุปว่าหมอคนนี้เล่นบาสไม่เป็นจริงๆ
การแข่งขันเริ่มต้นอีกครั้งฝ่ายตรงข้ามได้ครองลูกบอล
ฉินลู่ป้องกันแดนหลังแต่ไม่ป้องกันอย่างจริงจัง
เพราะหวังต้าเฉียงพูดไว้ว่าในการแข่งขันที่ไม่เป็นทางการไม่จำเป็นต้องป้องกันอย่างจริงจัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเล่นในสนามควรปล่อยให้ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามได้มีโอกาสในการทำแต้ม นี่ถือเป็นเรื่องที่ปกติ
ถึงฉินลู่จะเห็นข้อบกพร่องของพอยต์การ์ดก็ไม่ได้เข้าไปแย่งบอลแต่ด้วยการตอบสนองทางร่างกายอันรวดเร็วของเขา ลูกบาสก็ถูกแย่งมาจนได้