ข้าเป็นเพียงอดีตฮูหยิน

    EP : 24 ช่วยกันปั่นราคา




    EP : 24 ช่วยกันปั่นราคา


    “ของชิ้นต่อไปพวกท่านต้องพึงพอใจเป็นอย่างมากแน่นอนเจ้าค่ะ สินค้าชิ้นต่อไปก็คือโอสถทะลวงเซียนเจ้าค่ะ เริ่มประมูลในราคาหนึ่งแสนเหรียญทอง” หญิงสาวเอ่ยขึ้นบอก พลางยิ้มแย้มออกมาแล้วเอ่ยต่อ
    “โอสถทะลวงเซียนงั้นหรือ ข้าจะทุ่มเงินสุดตัวเลย หนึ่งทองคำแท่ง” ชายหนุ่มที่นั่งที่พิเศษร้องขึ้น
    “หนึ่งทองคำแท่งยังน้อยไป เอาไปเลยห้าทองคำแท่ง” ชายอีกคนเอ่ยขึ้น
    “ห้าทองคำแท่งยังน้อยไปเอาไปยี่สิบทองคำแท่ง” ชายชรากล่าวขึ้นพลางนั่งจิบน้ำชาไปด้วย
    เว่ยลู่เซียนมองชายชราที่นั่งปั่นราคาอย่างมีความสุข แต่ก็ไม่เอ่ยขัดอะไรเพราะตอนนี้ชายชรากำลังช่วยปั่นราคาโอสถของนางอยู่เลยเงียบเอาไว้ก่อน
    “ของวิเศษแบบนี้ราคาน้อยไป เอาไปเลยห้าสิบทองคำแท่ง” หลิ่วหมิงจื่อร้องบอกสมทบต่อไปอีก
    “หนึ่งร้อยทองคำแท่ง” เสียงหวานห้องพิเศษห้องหนึ่งร้องบอก จากนั้นทุกอย่างก็เงียบไป
    “เอาล่ะๆ พวกท่านอย่าได้เสียใจไปเรายังเหลืออีกสองขวดเจ้าค่ะ พวกท่านก็รู้ถึงประโยชน์ของโอสถทะลวงเซียนนี่เจ้าคะ แถมยังมีความบริสุทธิ์เต็มสิบส่วนเช่นนี้มันหาไม่ได้ง่ายๆ นะเจ้าคะ”หญิงสาวกล่าวขึ้นพร้อมกับเชิญชวนลูกค้าไปด้วย
    “เริ่มการประมูลโอสถทะลวงเซียนขวดต่อไปได้เจ้าค่ะ” หญิงสาวพูดขึ้นเมื่อทุกคนมีท่าทีสนใจขึ้นมา
    “ห้าสิบทองคำแท่ง”
    “หนึ่งร้อยทองคำแท่ง”
    “สามร้อยทองคำแท่ง” เสียงของหญิงสาวจากห้องพิเศษร้องขึ้นนั้นทำให้ทุกคนพากันคิดว่าจะสู้ราคาอีกหรือไม่ แต่เมื่อคิดว่ายังมีอีกขวดก็เลยพากันหยุดไป
    “เริ่มการประมูลโอสถทะลวงเซียนขวดสุดท้ายได้เลยเจ้าค่ะ” หญิงสาวเอ่ยขึ้นพลางคิดว่านี่เป็นครั้งแรกที่โรงประมูลมีการประมูลเยอะมากขนาดนี้
    “ของดีเช่นนี้ข้าทุ่มสุดตัวแน่” หลิ่วหมิงจื่อร้องขึ้นทันทีเพื่อเตรียมปั่นราคา
    “คงไม่มีใครมาแข่งกับข้าแล้วสินะ งั้นเอาไปเลยสองร้อยทองคำแท่ง” ชายชราร้องขึ้นพลางยิ้มขึ้นอย่างสนุกสนาน
    “ของดีเช่นนี้ข้าไม่ปล่อยไปแน่ ห้าร้อยทองคำแท่ง” เสียงของหญิงสาวคนหนึ่งร้องขึ้นน้ำเสียงฟังดูหยิ่งยโส
    “หกร้อยทองคำแท่ง” เสียงราบเรียบของหญิงสาวอีกคนดังขึ้น
    “ปั่นราคาอีกหน่อยดีหรือไม่ขอรับ” หลิ่วหมิงจื่อหันไปเอ่ยถามชายชรา
    “หยุดเอาไว้เท่านี้ก็พอ” ชายชรากล่าวบอกเพราะมันเสี่ยงเกินไป
    “วันนี้ข้ารู้สึกอารมณ์ดี” เว่ยลู่เซียนกล่าวขึ้นพลางนั่งจิบน้ำชาอย่างสบายอารมณ์
    “ต่อไปเป็นดาบวารีระดับจักรพรรดิขั้นกลาง เริ่มต้นที่เจ็ดหมื่นเหรียญทองเจ้าค่ะ” หญิงสาวเอ่ยขึ้นเมื่อการประมูลของโอสถทะลวงเซียนจบลง
    “ของดีเช่นนี้ต้องหนึ่งทองคำแท่ง”
    “อะไรกัน เท่านั้นมันยังน้อยไปเสียด้วยซ้ำ ยี่สิบทองคำแท่งไปเลย” เว่ยลู่เซียนเอ่ยขึ้นบ้าง
    “ข้าว่าห้าสิบทองคำแท่งดีน่าจะดีกว่า” ชายชรากล่าวทับถมไป
    “หนึ่งร้อยทองคำแท่งนั่นแหละเหมาะสมที่สุดแล้ว” แล้วในที่สุดก็มีชายคนหนึ่งกล่าวขึ้นราวกับอยากจะอวดว่าตัวเองมีเงินประมูล
    “ดูเหมือนว่าเราจะปั่นราคาได้เท่านี้” เว่ยลู่เซียนกล่าวขึ้นพลางหันไปสั่งอาหารมาทานต่ออย่างสบายอารมณ์
    “ไม่คิดว่าท่านหมอจะเป็นไปกับพวกข้าด้วย” หลิ่วหมิงจื่อกล่าวยิ้มๆ
    “เจ้ายังไม่รู้จักข้าดี” เว่ยลู่เซียนเอ่ยตอบพลางกระตุกยิ้มนิดๆ พลางคิดว่าอยู่กับสองคนนี้ก็ไม่เลวดีเหมือนกัน
    “ต่อไปเป็นดาบสายฟ้าระดับเซียนขั้นต้น เริ่มต้นที่เก้าหมื่นเหรียญทองเจ้าค่ะ” หญิงสาวกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
    “ห้าทองคำแท่ง” ชายคนหนึ่งรีบตะโกนขึ้นมาทันทีเพราะดาบระดับนี้ไม่ได้หากันได้ง่ายๆ
    “ของดีเช่นนี้มันต้องเหมาะกับข้าอยู่แล้ว สิบทองคำแท่ง” ชายคนหนึ่งร้องขึ้นจากห้องพิเศษ
    “นี่มันระดับหายากเลยนะไม่ได้หาได้ง่ายๆ เอาไปเลยห้าสิบทองคำแท่ง” ชายคนหนึ่งร้องบอก
    “มีอาวุธดีมีชัยไปกว่าครึ่ง สองร้อยทองคำแท่ง” ชายคนหนึ่งกล่าวพลางเอ่ยร้องบอกราคาไป คาดว่าตัวเองคงได้เป็นเจ้าของดาบเป็นแน่
    “จริงของท่าน ข้าให้ไปเลยห้าร้อยทองคำแท่ง” ชายที่อยู่ห้องพิเศษกล่าวพลางร้องบอกราคาไปด้วยเมื่อเห็นทุกคนเงียบก็ยกยิ้มนิดๆ เมื่อไม่มีใครสู้ราคาของเขาได้
    “เราไปฉลองสักหน่อยดีหรือไม่” หลิ่วหมิงจื่อยิ้มหน้าบานเมื่อได้เห็นว่าดาบของตัวเองถูกประมูลได้มากกว่าที่คิด
    “ต่อไปเป็นดอกบัวสวรรค์อายุยี่สิบปี เริ่มต้นที่ห้าหมื่นเหรียญทองเจ้าค่ะ” หญิงสาวกล่าวขึ้น พลางคิดว่าถึงแม้ดอกบัวสวรรค์จะมีประโยชน์มาก
    แต่ก็ไม่เป็นที่นิยมมากนักเพราะไม่ค่อยมีนักหลอมโอสถหลอมมันได้
    เพราะต้องมีระดับเซียนขึ้นไปถึงจะหลอมโอสถที่มีดอกบัวสวรรค์เป็นส่วนประกอบได้ซึ่งมันเป็นเรื่องยาก เพราะส่วนประกอบแต่ละอย่างนั้นเป็นของหายากทั้งนั้น
    “หนึ่งทองคำแท่ง” เว่ยลู่เซียนกล่าวขึ้นทันทีเพราะรอมานานแล้ว อีกอย่างดูเหมือนว่าทุกคนกำลังตกใจในสิ่งที่นางกล่าวขึ้น
    และทางโรงประมูลก็อาศัยฉวยโอกาสที่ทุกคนตกใจกับการที่มีคนประมูลดอกบัวสวรรค์
    “วันนี้ต้องขอบคุณทุกท่านมากที่มาโรงประมูลของพวกเรา หวังว่าครั้งหน้าพวกเราจะได้เจอกันอีกนะเจ้าคะ” หญิงสาวรีบกล่าวบอกทันที จากนั้นก็เดินลงจากเวทีทันที
    “วันนี้เราไปดื่มกันหน่อยดีหรือไม่” เว่ยลู่เซียนเอ่ยอย่างอารมณ์ดีอย่างมากที่ได้ดอกบัวสวรรค์มาครอบครอง
    “ดื่มงั้นหรือ ดีเหมือนกันข้าไม่ได้ดื่มมานานแล้ว” ชายชราเอ่ยพลางพยักหน้าไปด้วย
    “ไปดื่มที่ไหนดีขอรับ” หลิ่วหมิงจื่อเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
    “ที่บ้านเราไง เมาแล้วก็เข้านอนได้อย่างสบายใจที่สุด” เว่ยลู่เซียนเอ่ยบอกเพราะถ้าไปดื่มข้างนอกแล้วเมามันก็อันตรายเกินไป
    ถ้าหากไปดื่มกับพี่ชายของนาง นางก็สบายใจได้เพราะพี่ชายของนางคนหนึ่งจะไม่ดื่มเหล้าเพื่อที่จะดูแลนางเวลานางเมา
    “เป็นความคิดที่ดี” ชายชรากล่าวอย่างเห็นด้วย
    “ขออนุญาตขอรับ” เสียงด้านนอกดังขึ้นพร้อมเดินเข้ามา
    “นี่เงินของพวกท่านทั้งสอง แล้วนี่ดอกบัวสวรรค์ของท่านหมอขอรับ” ชายวัยกลางคนเอ่ยบอกพลางส่งแหวนมิติที่ใส่ทองคำแท่งอยู่ในนั้นไปให้กับทั้งสอง ก่อนจะส่งดอกบัวสวรรค์ไปให้กับหญิงสาว
    “ข้าได้ยินว่าท่านต้องการดื่ม ถ้าหากไม่รังเกียจข้ามีเหล้าชั้นดีกับเหล้าบ๊วยชั้นยอดให้พวกท่านด้วยขอรับ” ชายวัยกลางคนเอ่ยบอกหากผูกมิตรกับคนทั้งสามได้นั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ดีสำหรับเขามาก
    “ยินดีอย่างยิ่ง” เว่ยลู่เซียนกล่าวตอบเพราะนางไม่ได้ดื่มเหล้าบ๊วยมานานแล้ว นี่เป็นของชอบของนางเลยก็ว่าได้