เธอมองหลินในแง่ลบตั้งแต่แรกเจอ แค่เธอไม่ได้แสดงออกมา เธอทำหน้าที่ของเธออย่างดีในวันแรก ในขณะที่งานที่ได้รับมอบหมายของเธอกำลังเสร็จ ก็มีตัวก่อกวนเข้ามาสร้างปัญหา เป็นรุ่นพี่ที่ตามจีบเธอคนหนึ่ง ในฐานะที่เธอมีชื่อเสียงและมีกิจการอยู่ในสถาบันทำให้เธอไม่อยากสร้างปัญหาที่อาจนำมาซึ่งผลกระทบให้กับร้านของเธอได้ กลายเป็นว่าเด็กใหม่ที่เธอพามาได้ออกตัวช่วยเหลือเธอ ในทีแรกเธอคิดว่าเขาแส่หาเรื่อง เธอกลัวว่าจะทำให้เขามีปัญหาตั้งแต่วันแรก
แต่พอเห็นสีหน้าของอีกฝ่ายดูไม่เหมือนคนใจร้อน และเธอเองก็อยากทราบว่าคนที่อาจารย์โฮปแนะนำมาจะมีความสามารถแค่ไหนทำให้เธอหลบออกมา แต่ยังไม่ทันจะได้ลงมือการประลองก็จบลงโดยอาจารย์เป็นผู้ยุติ เธอรู้แค่ว่าชายที่มีชื่อว่าหลินมีความสามารถทางด้านร่างกายเท่านั้น
ภายในวันนั้นเองเธอได้ทราบเรื่องที่เธอไม่รู้มาก่อน เรื่องของคู่หมั้น มันทำเธอรู้สึกโกรธ เศร้า และเหงาในเวลาเพียงวันเดียว เธอโกรธท่านพ่อของเธอที่บังคับให้เธอทำสิ่งที่เธอไม่ต้องการทำ เธอเศร้าที่เธอไม่สามารถทำอะไรได้ หรือเปลี่ยนแปลงอะไรได้ เธอเหงาที่เธอไม่สามารถบอกเรื่องนี้กับใครแม้แต่เพื่อนสนิทของตัวเอง แค่เพราะเธอไม่ต้องการให้เพื่อนๆเป็นห่วง ทุกคนต่างมีเรื่องราวของตัวเอง เธอเดินๆไปเรื่อยๆคนเดียวในช่วงเวลากลางคืนจนไปหยุดที่บริเวณน้ำพุแห่งหนึ่งในสถาบัน เธอนั่งลงและกำลังเบื่อหน่ายกับชีวิตที่ตัวเองไม่สามารถควบคุมได้
เธอนั่งอยู่นานจนมีคนเดินมาและนั่งอยู่ข้างเธอ เธอเห็นว่าเป็นเด็กใหม่ที่เธอได้แนะนำเขาในวันนี้ แม้ว่าจะต้องการลุกและเดินจากไปแต่มันอาจจะดูไม่ดี ไม่รู้จะทำอย่างไรจึงได้นั่งอยู่แบบนั้น มันค่อนข้างอึดอัดจนเธอต้องบอกอีกฝ่ายว่าเธอไม่เป็นไรและให้อีกฝ่ายกลับไปก่อน ในตอนนั้นเองอีกฝ่ายก็เล่าเรื่องราวของตัวเองออกมา ตอนนั้นเองที่เธอรู้สึกว่าตัวเองตัดสินคนเพียงแค่เรื่องภายนอกเท่านั้น เธอยังไม่รู้จักอีกฝ่ายดีด้วยซ้ำก็ตัดสินไปแล้วว่าคนๆนี้เป็นแบบไหน
พอฟังจบมุมมองของเธอต่อเขาก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย เธอเล่าเรื่องของเธอให้กับคนที่เธอเพิ่งรู้จักแค่วันเดียวฟัง แม้ว่ามันจะไม่สามารถช่วยแก้่ปัญหา อย่างน้อยก็ยังสบายใจขึ้น พอได้ว่าฟังอีกฝ่ายพูดเล่นกับเธอแล้ว ก็ทำให้เธอหัวเราะออกมา ช่วงเวลานี้เองที่ทำให้เธอรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้สามารถไว้ใจได้ และเป็นช่วงเวลาเดียวกันที่เธอรู้ว่ามีบางอย่างก่อตัวขึ้นในหัวใจของเธอ หลังจากวันแรกเราก็ยังได้เจอกันอีกครั้งสองครั้ง เธอเริ่มมั่นใจว่าเธอชอบผู้ชายคนนี้จริงๆ แต่ว่ามันยังเร็วเกินไปที่จะตอบรับอีกฝ่าย
หลังจากนั้นไม่กี่วัน เป็นหนึ่งในวันที่เธอรู้สึกเจ็บที่หัวใจของเธอมากที่สุด เธอได้ปฏิเสธชายที่เธอชอบเพราะว่าเธอมีนัดกับคู่หมั้นที่ไม่เคยพบหน้ามาก่อนที่ร้านอาหารของเธอ โดยที่เธอไม่รู้มาก่อนว่าวันนั้นจะเป็นวันสุดท้ายที่เธอได้คุยกับเขา ในขณะที่เธอไม่รู้จะทำอย่างไร วันต่อมาพ่อของเธอได้โทรมา เธอไม่รู้ว่าพ่อของเธอทราบได้อย่างไรว่าเธอกำลังคบหาอยู่กับใคร พ่อของเธอบอกให้เธอเลิกคุยกับคนๆนั้นและสนใจคู่หมั้นของตัวเอง และยังบอกไว้ด้วยว่า "อย่าหาพ่อต้องลงมือ" เธอทราบความหมายของคำๆนี้ได้
เธอไม่อยากทำให้คนที่เธอชอบเดือนร้อน จึงเลือกที่จะเลิกติดต่อกับอีกฝ่าย เธอเองยังไม่ทราบว่าอีกฝ่ายชอบเธอจริงๆหรือแค่พูดเล่นกับเธอ ขอให้เป็นอย่างหลัง เพราะถ้าเป็นอย่างแรกจริงๆ....... เธอคงรู้สึกผิดเกินกว่าที่จะให้อภัยตัวเอง....... ในวันคัดเลือกเธอทราบดีว่าจะได้เจอกับเขา แต่เธอไม่มีหน้าพอที่จะมองเขาได้ ความรู้สึกผิดยังคงอยู่ในใจของเธออยู่ทุกวัน หลังจากเธอนั่งลงเธอแอบมองเขาอยู่หลายครั้ง พอเห็นว่ามีหญิงสาวนั่งอยู่ข้างอีกฝ่าย เธอรู้สึกโกรธเป็นอย่างมาก พอคิดอย่างนั้นแล้ว เขาเองก็เห็นว่าเธอเดินมากับ......ก็คงรู้สึกไม่ต่างจากเธอ
พอถึงรอบที่เขาต้องประลองเธอก็อดเป็นห่วงไม่ได้ โดยเฉพาะการที่คู่ประลองของเขาคือซีโน่ ในตอนที่เลือดของเขาไหลออกมา เธอทนดูไม่ไหวจึงลุกออกมา กลับมาอีกทีเธอรู้ว่าเขาชนะและเห็นเขายังเดินได้ปกติเธอก็รู้สึกดีขึ้น และยังดีใจมากที่เขาผ่านการคัดเลือกได้เข้าสู่ดันเจี้ยนพิเศษเหมือนกับเธอ อย่างน้อยช่วงเวลาเดินทาง เธอก็ยังได้เจอกับเขา ขอเพียงได้มองเห็นกันแค่เพียงเล็กน้อยก็มีความสุขมากแล้ว สิ่งนี้คงจะเรียกว่าความรัก เป็นเหมือนสิ่งวิเศษที่ทำให้เธอมีความสุขได้
เธอเคยคิดว่าถ้าไม่มีเรื่องคู่หมั้นของเธอเกิดขึ้นจริงๆ ชีวิตของเธอที่ได้ใช้คู่กับเขาจะมีความสุขมากแค่ไหนกันนะ ถ้าได้เจอหน้ากันทุกวัน กินข้าวด้วยกันทุกวัน ได้พูดคุยกันทุกวัน ได้แชร์ประสบการณ์และเล่าเรื่องต่างๆ ได้แสดงความคิดเห็นเรื่องนู้นเรื่องนีี้ ได้ไปเที่ยวด้วยกัน ได้เข้าสู่ดันเจี้ยนด้วยกัน เธออยากรู้จริงๆว่าตัวเธอที่เป็นแบบนั้นจะมีความสุขมากแค่ไหน ถ้ามีพรวิเศษที่เธอสามารถขออะไรก็ได้อยู่บนโลกใบนี้จริงละก็ เธออยากขอให้เธอได้อยู่กับเขาสองคนภายในดันเจี้ยนพิเศษแค่วันเดียวก็เพียงพอ