ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงหมู่บ้านที่เกิดโรคระบาด ผู้นำทางทั้งสองคนรีบพาเจียวซินและเอี้ยนเฟยซาไปยังบ้านผู้ใหญ่บ้าน บรรยากาศในหมู่บ้านเงียบสงบยังกับดินแดนรกร้างที่ไม่มีผู้คนอาศัยอยู่ ทุกบ้านช่องล้วนปิดประตูสนิท ไม่มีเสียงสุนัขเห่าหอนหรือเสียงไก่ขัน ให้ความรู้สึกวังเวงชวนอึดอัดใจเป็ที่สุด เอี้ยนเฟยซารู้สึกไม่ชอบมาพากล จึงเอ่ยถามว่า
“ผู้คนหายไปไหนหมด?”
“พวกเราทั้งหมดย้ายไปอยู่ท้ายหมู่บ้าน เพราะไม่้าให้เชื้อโรคสะสมปะปนอยู่ในหมู่บ้าน ที่นั่นมีความสะดวกสบายในการขับถ่าย ตอนนี้ทุกคนล้วนไม่มีเรี่ยวแรงในการไปตักน้ำมาชำระล้างห้องขับถ่ายผู้ใหญ่บ้านจึงไปสร้างที่พักชั่วคราวที่อยู่ติดริมน้ำและมีที่ขับถ่ายตามธรรมชาติเยอะแยะมากมาย”
“นั่นก็ยังไม่ถือว่าดีมาก หากปลดปล่อยเชื้อลงในแม่น้ำลำคลองหรือที่โล่งแจ้ง คนในพื้นที่อาจกลับมาติดซ้ำอีกได้ บางทีสายน้ำอาจพัดพาเชื้อโรคไปยังชุมชนอื่น ทำให้เกิดโรคระบาดที่อื่นได้”
เจียวซินดูจะไม่สบอารมณ์กับการแก้ปัญหาของผู้ใหญ่บ้านมากนัก ความจริงแล้วหมอเทวะและตนเองเคยมาให้ความรู้กับคนพวกนี้หลายครั้งแล้ว เกี่ยวกับเื่สุขอนามัยที่ถูกต้อง นางไม่เข้าใจทำไมคนเหล่านี้ถึงไม่ใส่ใจปฏิบัติตาม
ผู้ใหญ่บ้านลงจากเรือนมาต้อนรับทั้งสองด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขใจ โรคระบาดทำให้มันกินไม่ได้นอนไม่หลับมาหลายวัน การทำหน้าที่ผู้นำใน่เวลาเช่นนี้ทำให้มันผ่ายผอมลงไปบ้างแล้ว เมื่อผู้มาโปรดเช่นเจียวซินมาถึง จึงไม่สามารถปกปิดความยินดีเอาไว้ได้
“โอ เราไม่รู้ว่าต้องทำเช่นไรแล้ว โชคดีที่คุณหนูมาถึง ชาวบ้านที่ติดเชื้อทุกคนล้วนเฝ้ารอการมาของท่าน ดีที่คนหาฟืนในหมู่บ้านเห็นท่านเดินทางไปเก็บสมุนไพรแถวทุ่งหมาหอน เราจึงให้พวกเขาไปตามท่านมาให้เร็วที่สุด ก่อนที่จะมีคนตายไปมากกว่านี้”
“พาเราไปหาคนป่วยตอนนี้ เล่าอาการของคนป่วยมาด้วย”
“บางคนมีอาการถ่ายอุจจาระเหลวเป็น้ำ วันละหลายครั้ง ผู้ใหญ่บางคนมีอาการปวดท้องหรือคลื่นไส้อาเจียนด้วย ซึ่งคนพวกนี้อาการไม่รุนแรง แต่บางคนมีอาการท้องเดิน มีเนื้ออุจจาระมาก ต่อมามีลักษณะเป็น้ำซาวข้าว มีกลิ่นเหม็นคาว ถ่ายอุจจาระได้โดยไม่มีอาการปวดท้องบางครั้งไหลพุ่งออกมาโดยไม่รู้สึกตัว มีอาเจียนโดยไม่คลื่นไส้ แต่บางคนอุจจาระออกเยอะ มีอาการขาดน้ำอย่างมาก ลุกนั่งไม่ไหว ปัสสาวะน้อยหรือไม่มีเลย บางคนมีอาการเป็ลม หน้ามืด จนถึงกับหมดสติ ซึ่งทำให้หลายคนเสียชีวิต”
“นี่เป็โรคติดต่อที่เกิดขึ้นจากเชื้อโรคชนิดหนึ่ง มันเข้าสู่ร่างกายโดยการรับประทานเข้าไป เชื้อจะไปอยู่บริเวณลำไส้ และจะสร้างพิษออกมา ทำปฏิกิริยากับเยื่อบุผนังลำไส้ ทำให้เกิดอาการท้องร่วง อุจจาระจะเป็สีน้ำซาวข้าว หากร่างกายเสียน้ำและเกลือแร่อย่างรวดเร็วและรุนแรง อาจทำให้ถึงแก่ชีวิตได้ หากเป็อย่างไม่รุนแรง พวกนี้มักหายภายในหนึ่งวันหรืออย่างช้าห้าวัน”
เจียวซินวิเคราะห์หาเชื้อโรคได้เหมือนตาเห็น ประสบการณ์หลายปีในการเดินทางออกรักษาผู้คนพร้อมกับหมอเทวะ ทำให้นางรู้จักโรคชนิดนี้เป็อย่างดี ปกติแล้วโรคชนิดนี้จะเกิดขึ้นใน่ฤดูฝน แปลกที่ตอนนี้ย่างเข้าต้นหนาวแล้วยังคงมีการระบาด
เจียวซินมองไปยังผู้ป่วยที่นอนอยู่ในเพิงชั่วคราวนับร้อยคน ทุกคนล้วนแล้วแต่มีสีหน้าซีดเซียว มีอาการอ่อนล้า ไม่มีเรี่ยวแรง
“สาเหตุมาจากการกินอาหารหรือน้ำที่มีเชื้อโรคปะปนอยู่เช่น อาหารที่มีแมลงวันตอม อาหารสุกๆ ดิบๆ อาหารข้ามวันข้ามคืนที่เสียแล้ว”
ผู้ใหญ่บ้านรับคำคราหนึ่งจึงว่า
“ปกติไม่ค่อยมีแมลงวันแล้วใน่นี้ แต่สามวันก่อนกลับมีฝูงหนึ่งบนเข้ามาในหมู่บ้าน สร้างความเดือดร้อนมากมาย หลังจากนั้นโรคระบาดนี้ก็เริ่มต้นขึ้น”
เจียวซินเพียงเดินสำรวจรอบเดียวก็หันมากล่าวกับเอี้ยนเฟยซาว่า
“เ้าเอาหญ้าขนกระต่ายสี่กำ รากไม้สกุณาสี่กำ ต้มรวมกันหนึ่งเค่อ จากนั้นให้เติมหญ้าฟื้นชีพสองกำลงไปต้มอีกหนึ่งเค่อ หญ้าขนกระต่ายและรากไม้สกุณาจะฆ่าเชื้อโรค หญ้าฟื้นชีพช่วยฟื้นฟูลมปราณให้คนป่วย ลุงผู้ใหญ่บ้านช่วยก่อไฟต้มน้ำให้ด้วย”
“ศิษย์รับคำสั่ง”
เอี้ยนเฟยซาตอบคำด้วยนิสัยยียวนดังเดิม เขารอจนผู้ใหญ่บ้านต้มน้ำจนเริ่มเดือด จึงใส่หญ้าขนกระต่ายลงไปสี่กำมือ ใช้มีดสับรากไม้สกุณาได้สี่กำมือ ใส่ลงไปในหม้อที่น้ำกำลังเดือด นี่เป็ครั้งแรกที่เขามีโอกาสทำหน้าที่เป็หมอ ต้องบังเกิดอาการตื่นเต้นใจสั่น หากเขาทำผิดพลาดคงต้องถูกคนป่วยพวกนี้สาปแช่งอย่างแน่นอน ดังนั้นเขาจะผิดพลาดไม่ได้เป็อันขาด
เวลาผ่านไปราวหนึ่งเค่อ เอี้ยนเฟยซาหยิบเถาวัลย์หลับใหลขึ้นมาสับได้สองกำมือ เขานึกว่ามันเป็หญ้าฟื้นชีพ ด้วยความตื่นเต้นเขาจำสรรพคุณของสมุนไพรทั้งสองชนิดสลับกัน โชคร้ายที่เจียวซินก็ไม่ได้อยู่ใกล้ นางกำลังเดินสำรวจอาการของคนป่วยอยู่
เวลาผ่านไปอีกหนึ่งเค่อ เอี้ยนเฟยซาดับไฟในเตา เขารอให้น้ำในหม้ออุณหภูมิลดลงพอดื่มกินได้ จึงส่งสัญญาณให้กับเจียวซินและผู้ใหญ่บ้าน
เหล่าคนป่วยได้รับยากันถ้วนหน้า ผู้ใหญ่บ้านถอนหายใจด้วยความโล่งอก เมื่อโรคระบาดหายไปมันจะได้พักผ่อนเสียที คนป่วยทั้งหลายเมื่อได้ดื่มยาสมุนไพรแล้ว ก็พากันพักผ่อนอย่างสงบ ไม่มีผู้ใดส่งเสียงออกมาอีกเลย พวกเขาจึงนั่งลงพักผ่อนอย่างสบายใจ
เจียวซินเป็คนแรกที่รู้สึกถึงความผิดปกติ โดยธรรมชาติแล้วนั้น ผู้ป่วยที่ทานยาเข้าไป ก่อนเวลาหนึ่งเค่อจะต้องลุกไปขับถ่ายอีกครั้ง ก่อนที่อาการท้องร่วงจะหายดี แต่นี่ผ่านไปเกือบสองเค่อแล้วยังไม่มีใครลุกไปขับถ่ายแม้แต่คนเดียวนางจึงเดินไปหาคนป่วยที่อยู่ใกล้ที่สุด พบว่าคนผู้นั้นนอนสลบอยู่ เมื่อตรวจดูชีพจรก็พบว่ายังคงหายใจเป็ปกติ แต่มีสิ่งที่ไม่ปกติเกิดขึ้น กลิ่นเหม็นโชยมาแตะจมูก คนป่วยได้อุจจาระในสภาพที่นอนหลับอยู่เช่นนี้
พวกเขาได้สำรวจคนป่วยทุกคน ซึ่งทุกคนมีสภาพเหมือนกันหมด แต่ละคนนอนสลบไสลไม่ได้สติ ในขณะที่ระบบขับถ่ายก็ได้ทำงานครั้งสุดท้ายไปแล้ว อุจจาระส่งกลิ่นเหม็นอบอวลไปทั่ว ทั้งสามจำเป็ต้องเดินออกมาจากตรงนั้น
“ลุงผู้ใหญ่บ้านไม่ต้องเป็ห่วงนะ พวกเขาแค่นอนสลบไสลเพราะฤทธิ์ยาเท่านั้นเอง อีกหนึ่งชั่วยามพวกเขาจะตื่นขึ้นมา วานท่านลุงช่วยไปเตรียมข้าวปลาอาหารสำหรับพวกเขาด้วย”
ผู้ใหญ่คล้ายกับมีคำถามเกิดขึ้นในใจ แต่ก็ไม่ได้ถามออกมา จึงเดินจากไปทำหน้าที่ของตนเอง เจียวซินหันกลับมามองหน้าศิษย์ของตนเอง กล่าวว่า
“เ้าใส่อะไรลงไปในหม้อต้มยา?”
“ข้าก็ใส่สมุนไพรตามที่ท่านบอกมา หญ้าขนกระต่ายกับรากไม้สกุณา ต้มนานหนึ่งเค่อและใส่หญ้าฟื้นชีพลงไปต้มอีกหนึ่งเค่อ”
“หยิบมาให้ข้าดูหน่อย”
“นี่ไงหญ้าขนกระต่าย นี่ก็รากไม้สกุณา และอันนี้เป็หญ้าฟื้นชีพ”
“นั่นไม่ใช่หญ้าฟื้นชีพ นั่นเป็เถาวัลย์หลับใหล ซึ่งสรรพคุณของมันก็เหมือนชื่อของมันนั่นแหละ ข้าไม่น่าวางใจเ้าเลย”
เจียวซินได้แต่เอามือปิดหน้าตนเอง คราครั้งนี้ชื่อเสียงของหมอเทวะต้องมัวหมองเพราะตนเองแน่นอน นางไม่รู้ว่าจะต้องไปรายงานเื่นี้กับหมอเทวะเช่นไร เอี้ยนเฟยซาขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิม กระซิบว่า
“พวกมันจะเป็อันตรายไหม?”
“ไม่เป็อันตราย ก็แค่อับอายขายขี้หน้าที่ถ่ายอุจจาระใส่ตนเองเท่านั้นแหละ ปัญหาใหญ่คือเรากำลังทำให้ชื่อเสียงของท่านอาจารย์ต้องมัวหมอง”
“ถ้าเป็เช่นนั้นก็ไม่มีปัญหา ข้าจะแก้ปัญหาทั้งหมดให้เอง ขอเพียงเ้าช่วยสนับสนุนคำพูดของข้า เื่อื่น ๆ ล้วนไม่เป็ปัญหา”
เอี้ยนเฟยซาทำหน้าครุ่นคิดพร้อมรอยยิ้มที่มุมปาก เจียวซินที่ยืนอยู่ด้านข้างมีสีหน้าดีขึ้นมาบ้างแล้ว แต่นางยังระแวงว่าลูกศิษย์จะทำพังอีกครั้ง
ทั้งสองลงมือต้มสมุนไพรที่ถูกตำราอีกหนึ่งหม้อ เพื่อแจกจ่ายให้กับผู้ป่วยอีกครั้งเมื่อฟื้นตื่นขึ้นมา
“เริ่มตื่นกันแล้ว...”
เอี้ยนเฟยซาชี้มือไปยังผู้ป่วยที่ทยอยตื่นนอน บางคนเริ่มลุกขึ้นยืนด้วยอาการมึนงง บางคนเริ่มสังเกตเห็นความทุเรศทุรังของตนเองจนโวยวายออกมา
“ทุกคนฟังทางนี้ ทุกคน...ฟังทางนี้ ให้ทุกคนลงไปอาบน้ำในลำคลอง อีกสักครู่คุณหนูเจียวซินจะอธิบายให้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้น”
ผู้ป่วยเ่าั้คล้ายเข้าใจคล้ายไม่เข้าใจ แต่ก็ปฏิบัติคำพูดของเอี้ยนเฟยซา พวกมันลงไปอาบน้ำในแม่น้ำกันทุกคน เมื่อทุกคนชำระล้างร่างกายเสร็จเรียบร้อยจึงมารวมตัวกันเบื้องหน้าของพวกเขา เจียวซินหันมาส่งซิกให้กับชายหนุ่มคราหนึ่ง
เอี้ยนเฟยซาเดินออกยืนอยู่หน้าผู้คนเ่าั้ กล่าวด้วยเสียงอันดังว่า
“ตอนนี้พวกท่านได้ฆ่าเชื้อโรคในร่างกายแล้ว หลังจากนี้ให้ดื่มยาอีกหนึ่งรอบก็สามารถกลับไปบ้านได้ ผู้ใหญ่บ้านได้เตรียมมื้อใหญ่ไว้ต้อนรับที่หมู่บ้านแล้ว”
ผู้ป่วยทุกคนส่งเสียงเฮออกมาโดยพร้อมเพรียง กลยุทธ์แรกของเอี้ยนเฟยซาสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี การเสริมสร้างกำลังใจจะทำให้ผู้คนมองข้ามเื่ร้ายไป
“จากการตรวจสอบของคุณหนูเจียวซิน เชื้อโรคในร่างกายของพวกท่านมีมากเกินไป ไม่อาจใช้ยาแบบเบาบางได้ ต้องใช้ยาสูตรพิเศษซึ่งมีฤทธิ์รุนแรง คุณหนูเจียวซินเป็ห่วงกลัวว่าพวกท่านจะทนความเ็ปไม่ไหว จึงผสมยาผ่อนคลายลงไปจำนวนหนึ่ง ทำให้พวกท่านไม่ต้องทนเ็ปตอนฤทธิ์ยาทำงาน โอ จิตใจของคุณหนูประเสริฐถึงเพียงนี้ พวกท่านต้องเชื่อฟังนางให้ดี”
ผู้ป่วยทั้งหลายส่งเสียงะโขอบคุณดังออกมาหลายครา จากนั้นก็ส่งสายตาแห่งความรักและสำนึกบุญคุณให้กับหมอทั้งสองเอี้ยนเฟยซาเห็นว่าเป็เวลาอันเหมาะสมแล้วที่จะให้อาจารย์ได้แสดงความสามารถออกมา จึงเชื้อเชิญให้นางออกมากล่าวคำพูดบ้าง
“ข้ารู้สึกดีใจที่พวกท่านหายจากการเจ็บป่วย แต่ตอนนี้จงฟังและจดจำเอาไว้ให้ดี ข้อควรปฏิบัติเมื่อเกิดอาการท้องเสีย อย่างแรกเลยควรงดอาหารที่มีรสจัดหรือเผ็ดร้อนหรือของหมักดอง ให้ดื่มน้ำชาเข้มข้นแทนน้ำ หากอาการหนักต้องงดอาหารชั่วคราว ดื่มน้ำเกลือสลับกับน้ำต้มสุก”
เจียวซินหยุดพูดพร้อมกับส่งสายตาไปให้กับผู้ป่วยทุกคน นี่เป็บุคลิกและการกระทำอันเคยชินของหมอเทวะ นางจดจำและเลียนแบบในที่สุด
“การป้องกันตัวต่อจากนี้ไปควรรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ และดื่มน้ำสะอาด ภาชนะที่ใส่อาหารควรล้างให้สะอาดทุกครั้ง หลีกเลี่ยงอาหารหมักดอง สุกๆ ดิบๆ ไม่ควรกินอาหารที่มีแมลงวันตอม ควรล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนกินอาหารและหลังขับถ่าย ไม่เทอุจจาระ ปัสสาวะ และสิ่งปฏิกูลลงในแม่น้ำลำคลอง หรือทิ้งเรี่ยราด ต้องถ่ายในที่มิดชิดที่ถูกสุขลักษณะและกำจัดสิ่งปฏิกูลโดยการเผาหรือฝังดิน เพื่อป้องกันการแพร่ของเชื้อโรคตอนนี้หลีกเลี่ยงการััผู้ป่วยที่ยังรักษาไม่หาย ตอนนี้งดใช้น้ำจากแม่น้ำเป็เวลาสามวัน เชื้อโรคในน้ำยังคงอยู่”
หลังจากพูดจบนางก็เดินไปที่หม้อสมุนไพร เชิญชวนให้ทุกคนมาดื่มอีกครั้ง ผู้ป่วยทั้งหมดล้วนมาต่อคิวดื่มน้ำสมุนไพรโดยไม่ลังเล คล้ายกับลืมเลือนไปแล้วว่าสองชั่วยามก่อนตนเองได้หลับใหลไป เพราะดื่มน้ำสมุนไพรจากหม้อเดียวกัน
เอี้ยนเฟยซาแก้ตัวได้สำเร็จ เขาใช้ไหวพริบของตนเองในการอธิบายให้ชาวบ้านเข้าใจว่าพวกเขาเจตนาดี หาใช่ความผิดพลาดที่เป็ความจริง
ครั้งนี้โชคดียังเป็ของเขา