เกิดอะไรขึ้นกันแน่ 3
หลังจากที่ฉันเดินเข้ามาในอุโมงค์ลับนี้แล้วที่นี้มืดมากแต่ก็ยังดีที่พี่หมิงหมิงเตรียมตะเกียงมาด้วยพวกเราเดินอยู่ในนี้ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่แล้ว ทำไมฉันต้องตื่นขึ้นมากลางดึกแบบนี้ด้วยแล้วการไปหาท่านตากับท่านยายทำไมต้องเดินทางออกจากจวนมืดค่ำแบบนี้ด้วยไม่เข้าใจเลยจริงๆ แต่ก็ชั่งเถอะ“พี่หมิงหมิงเมื่อไหร่เราจะถึงทางออกซะทีเจ้าคะข้าหิวแล้ว” ฉันพูดขึ้นเพราะตอนนี้พวกเราก็เดินทางออกมาจากจวนนานแล้วแต่ก็ยังไม่เจอทางออกสักที“ใกล้แล้วเจ้าคะ” เสียงของพี่หมิงๆ ดังขึ้น หลังจากนั้นบทสนทนาระหว่างเราก็จบลงเหลือไว้แต่ความเงียบจนเวลาผ่านไปซักพักพวกเราก็เจอทางออก บริเวณปากทางอุโมงเป็นเหมือนถ้ำเล็ก ๆ ที่มีเถาวัลย์เลื่อยเต็มไปหมดฉันกับพี่หมิงหมิงลอดออกจากถ้ำแห่งนั้นแต่สิ่งที่ปรากฎต่อหน้าฉันตอนนี้คือต้นไม้เต็มไปหมดที่นี้คือป่านั้นเองแล้วทำไมฉันต้องมาที่ป่าแห่งนี้ด้วยไหนพ่อกับแม่บอกว่าจะให้ฉันไปอยู่กับตายายไงแล้วทำไมไม่ให้ฉันนั่งรถม้ามาเหนื่อยนะโว้ย!ไม่เข้าใจเลยจริง ๆ แต่เดี๋ยวนะหรือว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นถึงต้องให้เราออกมากลางดึกขนาดนี้แถมยังต้องเดินมาโผล่ที่ป่าแห่งนี้อีก ซักแปลกๆ แล้วสิแล้วทำไมฉันพึ่งมาคิดอะไรได้ตอนนี้เนี่ยหรือเป็นเพราะว่าฉันหลงระเริงกับชีวิตใหม่ที่ได้จนไม่กังวลถึงอันตรายใด ๆ บวกกับร่างนี้ยังเด็กเกินไป ไม่ได้การแล้งถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไปชีวิตใหม่ฉันต้องตายอนาจอีกครั้งแน่นอนไม่เอาหรอก!ฉันที่กำลังคิดหาสาเหตุอยู่ว่าเพราะอะไรทำไมสัญชาตญาณและอะไรหลายอย่างในตัวฉันถึงหายไปแต่พี่หมิงหมิงก็ไม่ให้เวลาฉันได้คิดอะไรนานมากนั้นเพราะพี่หมิงหมิงเดินพาฉันมาที่รถม้าที่จอดอยู่ชายป่าห่างจากจุดที่ออกมาค่อนข้างไกลพอสมควรและตรงที่จอดรถม้าก็มีชายแต่งตัวชาวบ้านอยู่บริเวณใกล้เคียงประมาณห้าคนนี่เรากำลังหนีอะไรอยู่เนี่ย!แต่ถึงถามไปเราคงไม่ได้คำตอบหรอกและอีกอย่างคือตอนนี้ทุกคนมองว่าเราเป็นเด็กปัญญาอ่อนไปแล้วนี่สิเอาไงดีล่ะที่นี้จะบอกว่าตัวเองปกติดีทุกอย่างใครเข้าจะเชื่อล่ะ ไม่มีคนบ้าที่ไหนบอกว่าตัวเองบ้าหรอ โอ้ยยิ่งคิดยิ่งปวดหัว ไม่คิดแล้ว“คุณหนูเจ้าคะเรารีบไปกันก่อนดีกว่าเจ้าคะ” พี่หมิงเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าฉันไม่ยอมขึ้นรถม้าสักที ทำให้ฉันที่กำลังอยู่ในภวังค์ฺตกใจเมื่อหายตกใจแล้วฉันก็ขึ้นไปนั่งในรถม้าตามมาด้วยพี่หมิงหมิงไม่นานหลังจากนั้นรถม้าก็เคลื่อนตัวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วเหมือนหนีอะไรมา“พี่หมิงหมิงฮวาเออร์หิว” เสียงของฉันดังขึ้นหลังจากที่รถม้าเคลื่อนไปได้สักพักก็เกิดหิวขึ้นมาอีกครั้งก็คนมันหิวอ่ะจะให้ทำยังเด็กกำลังโตไม่รู้หรอไงแล้วไอ้ร่างกายนี้ก็ไม่ยอมฟังคำสั่งของฉันเลย“คุณหนูอดทดก่อนนะเจ้าคะเดี๋ยวอีกไม่นานเราก็จะถึงตัวเมืองจินแล้วถึงตอนนั้นเราค่อยหาอะไรกินดีไหมเจ้าคะ”“ก็ได้เจ้าคะฮวาเออร์ทดได้”หลังจากนั้นพวกเราก็ออกเดินทางกันไม่นานพวกเราก็ถึงเมืองจินพวกเรากินข้าวกันที่นั้นพร้อมกับเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อง่ายต่อการเดินทางจำเป็นต้องใส่ชุดชาวบ้านปกติที่พอมีเงินอยู่บ้างนับจากวันที่เราออกเดินทางมานี้ก็เป็นวันที่สิบแล้วแต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะถึงบ้านของท่านตากับท่านยายซักทีทำไมที่นี้ไม่มีเครื่องบินเนี่ยพวกคุณรู้จักไหมเครื่องบินนะ!ฉันได้แต่ตะโกนถามไปในใจเพราะถึงถามไปก็ไม่มีคำตอบอยู่แล้วมีแต่จะทำให้ทุกคนคิดว่าเธอบ้ามากกว่าเดิมสิไม่ว่าคิดแล้วก็เบื่อเข้าใจไหมว่าฉันเบื่อ!!!!!!ฮี่ๆๆๆ ตึก!!“โอ้ย”