“โอ้ย …………เบา…..เจ็บนะคนสวย”หยกร้องโว้ยวายที่น้ำพิมลงน้ำหนักกับแผลตนเอง
“เจ็บก็ดีสิเพค่ะ มีที่ไหน โดดลงทางหน้าต่าง ประตูมีทำไม่หนีไปทางนั้นละเพค่ะเห็นไม่เจ็บตัวจนได้ แล้วขาเนีย จะหายไม่ เพค่ะ ดูสิช้ำ ไปหมดทั้งตัวแบบนี้”น้ำพิมได้ที่บ่น เ้านายตัวเอง ปวดหัวยิ่งๆ จะเรียกเราให้เขาไปช่วยก็ได้ทำไม่ไม่เรียกให้คนอื่นเขาเป็ห่วง
“รู้แล้วน่าไม่อยากโดดลงมาหรอก ถ้าไม่โดนดักทางไว้แบบนั้นนะ แล้วแทนที่จะอยู่เป็เพื่อนกันหายไปไหนสะละ”หยกได้ที ต่อว่าอีกฝ่ายบาง
“หม่อมฉันก็ไปทำธุระส่วนตัวบางสิเพค่ะ”บ่นไปก็ยังทำแผลให้นายตัวเองอยู่ดี
“เอาน่ามึงจะบ่นทำไม่วะ”แทนพูดตัดรำคาญ
“มึงไม่เป็กูไม่รู้หรอก”หยกบ่น
“เออกูไม่รู้ เป็ไงละมึงนอนไม่ระวังตัวเอง สมน้ำหน้า”แทน เย้ยเพื่อน
“เอออย่าให้ถึงที่กูนะ กูไม่ช่วยมึงแน่ แทน”หยกมองเพื่อนด้วยหมั่นไส้
“เออ”แทนแทนได้แต่ถอดหายใจ ใจจริงก็สงสารมันนะครับ แต่ปากมันเนียโคตรน่าสงสารเลย
“จะทะเลาะกันทำไม่วะยุ่งจริงพวกมึงเนีย………… ไอ้ย่าพูดคำหยาบจนได้”หุบปากแถบไม่ทันหันไปมองนางกำนัลของตัวเอง พวกนางมองค้อนกันใหญ่
“ไม่ทันแล้วละเพค่ะ”
หยก คิมแทน ยิ้มแหย่ๆๆให้
“งั้นพวกเ้าออกไปก่อนนะ”คิมโบกมือ ให้พวกนางออกไป
“เพค่ะ”คานพร้อมกันพร้อมทั้งส่งค้อนมาให้งามๆอีกที
“ไปกันหมดแล้ว”พิมพูดหลังจากที่เงียบอยู่นาน
“มึงเจ็บปากปะวะหยก”แทน ถามเพื่อนตัวเอง หลังจากที่น้ำพิมทำแผลให้เสร็จก่อนจะโดนไล่ออกไป
“เจ็บกายไม่เท่าไรเจ็บใจมากกว่า นี้ถ้า ไอ้พิมไม่ให้มีดกูไว้แล้วละก็กูไม่อยากจะคิดว่ากูจะเสร็จมันหรือเปล่า ”หยกบอกเพื่อน หน้าเสียเจ็บใจตัวเองที่เสียท่างู จนได้ เกือบจะได้เป็เมียงู
“เออไม่เป็ไรวะ”พิม ตอบเพื่อน
“แล้วเราจะเอาไงต่อดีวะ”แทน
“กูไม่รู้วะแต่กูเบื่อ”หยกตอบ แต่ไม่วายร้องเบื่อตามมา เพื่อนๆๆต่างมองหน้าหยกไม่ว่างตา
“มองหน้ากูทำไม่วะ”หยกถาม
“ปากมึงเนียหน้ากวนส้นตีนชิบเลยวะ ”คิม ด่าเพื่อนไป
“แต่กูว่าดีวะไปเที่ยวบ้างจะได้หายเคลียดกัน”พิมเสนอความคิดเห็น
“งั้นกูเสนอบ้างในเมืองตอนนี้กำลังมีงานเฉลิมฉลองวันพระจันทร์เต็มดวง สนใจปะ”แทนเสนอความคิดบ้างความสนุกมันไม่ค่อยเข้าใครออกใคร
“แล้วพวกมึงจะไปไงวะออกไปอย่างนี้ไม่ได้หรอกออกไปทางประตูหน้าก็ไม่ได้มีหวังไอ้งูผีมันตามกูออกไปแน่”หยกบอกเพื่อนหน้าเคลียดกังวลใจว่าตัวเองจะหมดสิทธิ์เที่ยวกับเพื่อน
“กูมีทางลับหลายวันก่อนกูดันไปเจอทางเข้าพอดีวะ แล้วกูก็ไปสำรวจเส้นทางมาแล้ว”คิมมองเพื่อนเพื่อนๆต่างมองหน้าคิมยิ้มๆ
“หึหึหึหึหึหึนารี……หึหึหึหึ”
“หยกกูขอร้องอย่าหัวเราะแบบนั้นกูกลัววะ”พิม
“มันบ้ามึงก็รู้”แทนเสริม
“กูไม่บ้าโว้ย กูจะหานารีมาลบครามงู”หยกบอกความในใจให้เพื่อนรู้
“หึ ลบงูพูดเป็เล่น อิสระมึงนะหลือไม่กี่วันแล้วไอ้หยก”แทน
“กูมีเยอะ”หยกสวนกลับ
“พอๆๆ เอาไงจะไปหรือไม่ไปละ”คิม ถามอีกครั้ง
“ไป” หยก แทนพิม แถบจะตอบพร้อมกัน
“งั้นคืนนี้เจอกันอิอิอิอิ”คิมยิ้ม สนุกแน่งานนี้ผมมีลางสังหรณ์ว่าใครสักคนจะต้องเจอคู่ของตัวเองแน่ รึแต่ที่แน่ๆๆไม่ใช้ผมแน่ ผมเกือบลืมไปว่าพวกผมสี่คนนะมันนิสัยเดียวกันครับแล้วแต่ใครจะรั่วมากกว่ากันเ ท่านั้นเอง
ในเมืองจักรวะนคร วันงานเฉลิมฉลอง ผู้คนคับคลั่งมากมายหลายเผ่าพันธ์มารวมกันผู้คนต่างสนุกสนาน รวมถึงพวกเราสี่คนด้วยที่แอบหนีออกมาเที่ยวแต่ก็ไม่พ้นสายตาของใครบ้างคน ค่อยจับตาดูร่างบางไม่คาดสายตาไปไหน
ทั้งสี่คนแต่งกายเป็หญิงชายชาวบ้านหน้าตาไม่ได้ปกปิดเหมือนครั้งแรกที่ออกมาเที่ยวกันวันนี้ออกมาอย่างเปิดเผยเพราะคิดว่ากลางคืนแบบนี้คนคงเ้าไม่ได้กันหยกใส่เสื้อสีฟ้าอ่อน แทนใส่สีแดง ตามด้วยพิม สีเหลืองอ่อน คิมก็สีเขียวอ่อน
“งานแม่งน่าสนุกวะ”แทนที่เดินชมงานไปชวนออกปากชม
“นั้นสิไม่คิดว่าสมัยนี้เขาจะจัดงานได้หน้าเที่ยวมากขนาดนี้เลยวะ”คิมก็เป็อีกคนที่หลงความงามยามค่ำคืนของที่นี้เช่นกัน
“นั้นสิวะสู้ไม่ได้เลยจริง ”พิมเสริมอีกคน
“อืม สวยดีถ้าไม่ติดว่ามีงูอะนะ”หยกเสริมทัพ แต่ทำเอางานข่อยไปเลย
“มึงหยุดพูดเื่น่าเบื่อสักที่เถอะวะออกมาเที่ยวเราต้องลืมทุกอย่างเข้าใจ”แทน เอามือไปขยี้หัวหยก ด้วยความหมั่นไส้
“หยุดเล่นตัวกูสักที”หยกเอามือมาปัดมือแทนออกจากหัวตนเอง
“แค่นี้ทำบ่น”แทนว่า
“แม่นางทั้งสี่คนมเที่ยวงานกันหรือเ้า”ใครบางคนพูดขึ้นมาทามกลางพวกเราสี่คนแทนหันไปมองทำหน้าสงสัยใครวะ
“ไม่ต้องมองพี่อย่างงั้นเดียวพี่พาเดียวนะจ้ะคนดี”ว่าแล้วมันก็ดึงแขน แทนไปหามันแต่ดีที่แทนมันจับมืออีกฝ่ายเขาหาตัวเองแล้วบิลแขนอีกฝ่าย
“โอ้ย ………..ปล่อย”แทนพลักมันล้มลงพื้นก่อนจะตามด้วยตีนยันไปที่หน้าอกอีกฝ่ายอย่างจัง
“ปัก…..”
“มึงไม่ต้องพากูเที่ยวกูไปเองเป็แล้วจำไว้กูผู้ชายโว้ยไม่ใช่ผู้หญิง สัสหมา”แทนเหยียบซ้ำลงที่เดิม
“พอแล้วแทนคนมองกันใหญ่แล้ว”หยกร้องห้าม จับไหล่อีกฝ่ายให้ใจเย็นก็รู้นะครับว่าไอ้แทนมันไม่ชอบให้ใครมาถูกตัวมัน ยิ่งเป็หมาแล้วอย่าเข้าใกล้มันเลยดีว่าเดียวองค์จะลงอย่างที่เห็นเนียแหละครับ
“เออมึงไปไกลๆๆตีนกู ก่อนที่มึงจะเจอมากกว่านี้”แทนยกเท้าออกจากอกมันผมไม่อยากจะทำมันหรอกนะครับแต่เพราะมันเป็หมาที่ผมไม่ชอบแล้วอีกอย่างมาจับผมแบบนั้นไม่ได้ผมรังเกียจเอามากๆๆเลยเป็อย่างที่เห็น
“ใจเย็นวะเดียวงานไม่สนุก คนมองใหญ่แล้ว ไปที่อื่นกัน ”หยกพูดกล่อมเพื่อนเพื่อนคนอื่นๆๆก็พยายามปลอบใจมันให้ใจเย็นๆๆด้วย ก่อนที่เราจะไป
“เดียวแม่นาง”พวกผมทั้งกลุ่มหันกลับไปมองปรากฎว่าเป็ผู้ชายหน้าตาดีผิมเข้มดวงตากลมโต ดุหน่อยๆมองมาที่พวกเรา
“ขอบคุณแม่นางที่ช่วยสั่งสอนลูกน้องของข้า”แทนใเล็กน้อยที่เห็นอีกฝ่ายพอจำได้ว่าอีกฝ่ายคือคนที่จะหาแม่พันธ์ในตอนนั้นที่เขาดันทะเลาะกับมันแล้วสะดุดไปจูบปากมัน
“ไม่เป็ไรท่านก็ดูแลลูกน้องท่านดีๆๆก็แล้วกัน”แทนตอบกลับอีกฝ่าย ด้วยความไม่พอใจเป็ทุนเดิม
น่ารักคนอะไรน่ารักสะไม่มีหน้าตาแบบนี้แหละที่เอามาเป็แม่พันธ์ของเผ่าข้าอัศวินคิดมองหน้าอีกฝ่ายไม่ว่างตาวันก่อนนั้นก็เจอสาวงามชาวบ้านก็ยังสู้เจอแม่นางคนนี้สวยบาดตาบาดใจ ถึงอีกสามคนจะงามไม่แพ้กันแต่เรากับชอบนางผู้นี้เต็มๆๆตา
“ทั้งงามทั้งสวยเหมาะที่จะเป็แม่พันธ์ของเราสะเหลือเกิน”อัศวินพูดออกมาให้อีกฝ่ายได้ยิน
แทนที่รู้สึกชักจะทนไม่ไว้กับอีกฝ่ายที่มาชมตัวเองสวยอย่างนั้นอย่างนี้ยังไม่ติดใจตรงที่จะตัวเองเป็แม่พันธ์
“ฝันอยู่หรือไงไอ้หน้าหมา กูเป็ผู้ชายโว้ย ไม่ใช้ผู้หญิง”แทนที่ทนไม่ไว้ตอบกลับไป
“ใจเย็นๆๆ”หยกเอามือมาลูบหลังเพื่อนอีกสองคนก็ทำตามพวกเรายืนซ้อนกันอยู่แบบนี้แทนอยู่ด้านหน้าสุดพิมอยู่ทางซ้ายมือของแทนหยกอยู่ทางขวาคิมอยู่ด้านหลังหยก
“กูไม่ใจเย็นมึงดูมันพูดสิ”แทนหันมาหาเพื่อนที่ตอนแรกจ้องหน้าอีกฝ่ายอย่างเอาเื่
“เอาน่ามึงใจเย็นอย่ามีเื่ที่นี้ไม่ใช่ถิ่นเรานะโว้ย”พิมเตือนสติเพื่อนคนเริ่มมองพวกเรามากขึ้นแล้วเมื่อสักพักนี้ดันหันไปมองด้านข้างเจอว่าที่สามีไอ้หยกสบตากันพอดีจะเตือนมันอยู่แต่หาโอกาสไม่ได้เลย
“มึงจะเอาไงไอ้หมาบ้า”แทนเลิกสนใจเพื่อนกลับไปด่าคู่อริ
อัศวินคิดในใจงามเด็ดดึงใจ ปากแบบนี้ชอบสุดๆๆ
“ข้าคิดอยากจะเอาเ้าทำเมียจริงๆๆเด็ดๆๆแบบใช่เลย”ยังไม่ทันที่อีกฝ่ายจะตั้งตัวแทนสวนมัดน้อยๆๆเข้าเปาตาอีกฝ่ายเต็มๆตามด้วยยกขาขึ้นก้านคออีกฝ่ายอย่างจังจนลูกน้องของอีกฝ่ายเข้ามารุมมีหรือทั้งสี่คนจะยอม แตะต่อยกันหมด เหมือนคนบ้าแต่ตัวเองไม่ได้รับาเ็ตรงไหนเลย พวกนั้นล้มลงกันหมดแล้วหยกได้สติก่อนเพื่อน
“เอ๋ยไปได้แล้ว เดียวพ่อมึงก็ตื่นมาหรอกไป”หยกร้องเตือนเพื่อนก่อนจะพากันออกจากที่เกิดเหตุ ชาวบ้านแตกตื่นกันหมด
“โอ้ยมือเท้าหนักได้ใจ เหมาะแล้วที่จะเป็แม่พันธ์ หึหึ ”อัศวินคิด
“องค์อัศวิน ไม่เป็ไรพะยะค่ะ”คนสนิทขององค์อัศวิน
“เราไม่เป็อะไรเราอยากรู้ว่านางเป็ใคร พวกเ้าไปสืบให้เราด้วย”องค์อัศวินบอกกับคนสนิท
“ไม่ต้องหรอกองค์อัศวิน”เสียงใครร้องห้ามไว้
องค์อัศวินและคนสนิทจึงหันไปมองหน้าอีกฝ่ายว่าเป็ใครพอรู้ว่าเป็ องค์อินนาคา จึงก้มหัวน้อยพอเป็มารยาท อีกฝ่ายก็เช่นกัน
“ท่านรู้ รึว่าพวกนางเป็ใคร ”องค์อัศวินถามอีกฝ่าย
“รู้สิคนที่ท่านมีเื่ด้วยนั้นคือองค์ชายของจักรวะนครแห่งนี้ที่ตื่นขึ้นมาหลังจากครบรอบของการหาคู่ครอง รอบที่ท่านหมดโอกาสไปยังไงละ”
“องค์ชายอย่างั้นรึ ทำไม่ถึงงามได้ขนาดนั้นแล้วอย่างนี้จะเป็แม่พันธ์ให้ข้าได้อย่างไร”องค์อัศวินคิดหนัก
“ไม่ต้องห่วงไปพวกองค์ชายสามารถท้องได้”องค์อินนาคาบอกอีกฝ่าย ทำให้ต่างอมยิ้มเล็กๆๆ
“แล้วท่านละเลือกใครแล้วหรือยังในบรรดาทั้งสี่คนไม่ใช่คนเดียวกับข้าหรอกนะ”องค์อัศวินเริ่มสงสัยอีกฝ่าย
“ไม่ใช่หรอกของข้านะคนทางซ้ายมือเสื้อสีฟ้าส่วนเสื้อที่เหลืองแดงเขียวยังไม่มีคนจับจอง แต่อีกไม่นาน อาจไม่แน่ถ้าท่านมั่วแต่ชักช้า”องค์อินนาคาบอก ที่ต้องบอกอีกฝ่ายพระองค์จะหาตัวคนมาขัดทางหนีของร่างบางให้เหลือน้อยลง พึ่งรู้วันนี้เองว่าร่างบางต่อสู้ก็เป็แถบยังเก่งสะด้วย
“ก็ดีแล้วไม่อย่าง นั้นเราคงต้องสู้กันสักตั้งแล้วละ”องค์อัศวินยิ้ม เสร็จข้าแน่แม่พันธ์ชั้นดีของข้า อิอิ