มหาศึกห้าแผ่นดิน

    ตอนที่ 40 มรสุมตระกูลฟง

    “ ข้าเติบโตมากับวิญญาณ หากเป็นภูตผีจริงข้าต้องสัมผัสพวกมันได้ แต่พวกมันเป็นแค่โจรชั่ว ที่ปลอมเป็นภูตผีหลอกผู้คนที่เดินทางผ่านมาเท่านั้น”

    “ พวกมันน่าจะเป็น จอมโจรหัวกระโหลก ที่มีชื่อเสียงอยู่แถวนี้ ได้ข่าวว่า พวกมันมีพลังขั้นปรมาจารย์ระดับกลาง หากไม่ได้นักพรตพวกเราคงแย่แน่ ข้าในฐานะตัวแทนของตระกูลฟง ต้องขอขอบคุณท่านด้วย” คุณหนูใหญ่ยกมือประสานขอบคุณราเชนอย่างจริงใจ

    “ เป็นหน้าที่ของข้าอยู่แล้ว บอกทุกคนพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้เราต้องเดินทางต่อ”

    “ ท่านนักพรตอู๋ สุดยอดไปเลย” เสี่ยวตงเอ่ยพร้อมกับยกนิ้วให้กับราเชน

    ราเชนได้แต่ยิ้มให้ และมองไปรอบๆ เพื่อค้นหาผีของนายท่านสี่ แต่ไม่พบ

    คืนนั้นราเชนกำลังจะเคลิ้มหลับ ก็ได้ยินเสียงผีของนายท่านสี่กระซิบข้างๆ หูของเขา

    “ ขอบใจมากนะ นักพรตน้อย”

    ราเชนถึงกับสะดุ้งขึ้นมาทันที 

    “ ไม่ต้องมาขอบคุณก็ได้”  ราเชนเอ่ยออกไปเบาๆ

    “ นักพรตน้อย ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ใช่นักพรตตัวจริง”

    ราเชนถึงกับตาลุกวาว หันไปมองซ้ายขวา หาผีของนายท่านสี่ ที่ปรากฏร่างข้างหน้าเขา เจ้าโมโม่ ถึงกับคำรามแยกเขี้ยว เห่าไปหลายที ทุกคนต่างหันมามองราเชน  ที่กำลังลูบหัวเจ้าโมโม่ แล้วบอกทุกคนว่าไม่มีอะไร 

    แต่เริ่มใช้กระแสจิต ติดต่อกับ ผีนายท่านสี่แทน

    “ แล้วไง ข้าไม่ได้คิดร้ายกับลูกของท่านสักหน่อย หากท่านไม่พอใจข้าแยกทางไปก็ได้”

    “ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้าไม่ได้ว่าอะไร แต่ข้ามีข้อเสนอ”

    “ ข้อเสนอ?”

    “ ใช่ ข้าอยากให้เจ้าพาลูกของข้ากลับเข้าตระกูลฟง แล้วคุ้มครองพวกเขาจนกว่า คุณชายเซี่ยเสียน คู่หมั้นของอี้หลัน มารับนางไปที่อาณาจักรบูรพา แล้วข้าจะมอบทองคำให้กับเจ้า 20 ล้านเหรียญ เป็นรางวัลตอบแทน”

    “ 20 ล้านเหรียญทอง? โอ้...แต่ว่าท่านเป็นผีจะเอาทองคำมากขนาดนั้น มามอบให้ข้าได้อย่างไรกัน”

    “ ฮ่า ฮ่า ฮ่า เรื่องนั้นไม่มีปัญหา ข้าเก็บทองคำเอาไว้หลายแห่ง เมื่อเจ้าทำงานสำเร็จ ข้าจะบอกที่ซ่อนทองคำนี้ให้กับเจ้า”

    “ เดี๋ยว ท่านมีทองคำมากขนาดนี้ แสดงว่า ศัตรูของท่านย่อมไม่ใช่คนธรรมดาแน่ๆ ใช่ไหม?”

    “ ฮ่า ฮ่า ฮ่า นักพรตกล่าวถูกต้อง ทรัพย์สินส่วนตัวของข้าไม่เกี่ยวข้องกับตระกูลฟง มีมากมายโดยเฉพาะเหมืองทองคำ มีอยู่ 108 แห่งทั่วห้าอาณาจักร ผู้ใดได้ไป ย่อมเป็นทุนรอนในการแย่งชิงแผ่นดิน ได้อย่างสบาย ข้าเลือกคุณชายเซี่ยเสียน เพราะเชื่อมั่นในบิดาของเขาแม่ทัพเซี่ยอี ที่เป็นแม่ทัพใหญ่ของอาณาจักรบูรพา แม้จะอยู่ห่างไกล แต่ก็ปลอดภัยจากสงครามในอนาคตอย่างแน่นอน แต่ว่า คนในตระกูลของข้า มีบางคนไม่เห็นด้วย พวกเขาคิดจะให้อี้หลันตบแต่งให้กับเชื้อพระวงศ์ตระกูลหลี่ แต่ข้าเห็นว่า คนอย่างองค์ชายรองหลี่คัง หรือ องค์ชายสี่หลี่หมิงนั้นไม่ใช่คนที่จะฝากชีวิตของลูกสาวของข้าเอาไว้ได้ พวกมันเลยคิดสังหารข้า และค่อยบีบ เสี่ยวตงกับอี้หลันต่อไป ดังนั้นลูกของข้าตอนนี้อยู่ในสถานะอันตราย”

    “ ใครเป็นคนสั่งฆ่าท่าน ให้ข้าไปจัดการกับมัน จะได้จบๆ ไป ดีกว่าไหม”

    “ คนในตระกูลฟงก็รับมือยากแล้ว แต่ศัตรูที่สำคัญที่สุดเจ้าไม่มีทางทำอะไรเขาได้แน่ๆ”

    “ ใครกันเล่า?”

    “ จักรพรรดิหลี่เอี้ยน แห่งอาณาจักรปัจจิม”

    “ อะไรนะ จักรพรรดิหลี่เอี้ยน เขาจะทำเช่นนี้ทำไม?”

    “ ความมั่นคงของอาณาจักรปัจจิมไงล่ะ หากให้ข้าย้ายไปเข้ากับ อาณาจักรบูรพา แล้วหากคหบดีคนอื่นๆ ทำตามบ้าง เศรษฐกิจของ อาณาจักรปัจจิมจะเกิดอะไรขึ้น แม้ว่าเขาไม่ออกหน้าลงมือ แต่ข้ารู้ คนที่สังหารนั้นไม่ใช่นักฆ่าทั่วไป แต่เป็นองครักษ์เงา ของจักรพรรดิหลี่เอี้ยน อย่างแน่นอน”

    ราเชนได้ฟังก็ได้แต่อึ้ง เขาไม่คิดว่า เรื่องราวจะใหญ่โตขนาดนี้ ตัวตนระดับจักรพรรดิหลี่เอี้ยน คงมองภาพรวม เลยสั่งตาย นายท่านสี่แบบนี้ ขืนเขาเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย เท่ากับหาเรื่องยุ่งยากใส่ตัว แต่ทองคำ 20  ล้านเหรียญนั้นมันก็ช่างยั่วยวนเสียเหลือเกิน หากทำสำเร็จ ชาตินี้เขาก็ไม่ต้องดิ้นรนหาเงินทองอีกต่อไป เอาวะ

    เพื่อทองคำ 20  ล้านเหรียญ กับอนาคตที่ดี รู้ว่าต้องเสี่ยง แต่ก็ต้องขอลองกับมันสักตั้ง ราเชนคิดอย่างถี่ถ้วน แล้วเอ่ยว่า

    “ งานเสี่ยงแบบนี้ ข้าต้องขอมัดจำเอาไว้ก่อน สักครึ่งหนึ่งได้ไหม”

    “ ไม่ได้ แต่ว่าข้าจะมอบทองคำให้เจ้า 1 ล้านเหรียญทอง เมื่อถึงตระกูลฟงที่เมืองหลวงแล้ว”

    “ ตกลง”  ราเชนยกมือจะจับเป็นสัญญากับ ผีนายท่านสี่ แต่ผีนายท่านสี่กลับสงสัยว่าการจับมือนั้นคืออะไร

    “ อ้อ จับมือสัญญาไง”

    ผีนายท่านสี่เลยยื่นมือมาจับเช่นกัน แม้ว่าจะไม่อาจสัมผัสกันได้จริงๆ มีแค่ลมเย็นพัดผ่านวูบหนึ่ง แต่ก็เป็นงานแรก ที่ราเชนนักฆ่าแห่งโลกมนุษย์ รับจ้างคุ้มครองคนแทนที่จะสังหารคนตามที่เขาถนัด

    ในตอนเช้า ขบวนศพนายท่านสี่ ก็เดินทางต่อไป ซึ่งหนทางข้างหน้าล้วนแต่เป็นหนทางธุรกันดาร ระหว่างทางพบเห็นชาวบ้านหลายคน ต่างเริ่มอพยพย้ายถิ่นฐาน

    กันเป็นจำนวนมาก แต่พอเห็นขบวนศพ ก็ต่างหลีกทางให้ไม่มีใครอยากจะเข้าใกล้

    ทุกๆ คนต่างเชื่อว่า อาจจะทำให้เกิดโชคร้าย

    จนกระทั่งเวลาเที่ยง ขบวนศพก็มาถึงเมืองใหญ่ มีชาวบ้านต่างเข้าคิวเพื่อจะเข้าเมืองเป็นจำนวนมาก

    “ นี่ใช่เมืองหลวงหรือไม่” ราเชนเอ่ยถามกับ หัวหน้าหวังฉี

    “ ไม่ใช่ นี่คือเมืองหาน”

    “ โอ้ ทำไมถึงได้สร้างกำแพงใหญ่โตขนาดนี้”

    “ เมืองหานเป็นเมืองใหญ่เมืองหนึ่งของอาณาจักรปัจจิม   ผ่านเมืองหานไปต้องเดินทางอีก  30  วันจะเข้าเขตเมืองหลวง ซึ่งจะมีเมืองหน้าด่านแรกเป็นเมืองป้อมปราการขนาดใหญ่”

    ราเชนพยักหน้า หวังฉีส่งคนนำเอกสารผ่านทางของตระกูลฟง ไปมอบให้กับหัวหน้าทหารรักษาประตูเมือง เพื่ออำนวยความสดวกในการผ่านเมืองหาน

    ขบวนศพยืนรออยู่ด้านนอก  ไม่นานนัก ก็มีทหารสวมชุดเกราะ ขี่ม้านำทหารอีกนับร้อยนาย เข้ามาที่ขบวนศพ หัวหน้าทหารรีบเข้ามาคำนับ คุณหนูใหญ่ตระกูลฟง

    “ คำนับคุณหนูฟง”

    “ รองแม่ทัพเหลย ออกมาต้อนรับเอง เกรงใจจริงๆ”

    “ มิได้ นายท่านสี่มีบุณคุณต่อข้าและครอบครัว เรื่องแค่นี้เป็นเรื่องเล็กน้อย”

    “ พวกเราแค่จะเดินทางผ่านเมืองหานเท่านั้น ขอให้รองแม่ทัพช่วยแจ้งข่าวท่านอาหญิงให้กับข้าด้วย”

    “ เรียนคุณหนูใหญ่ ตอนนี้สถานะการณ์วุ่นวายนัก ฮูหยินท่านเจ้าเมืองสั่งให้ข้าพาท่านไปที่จวนแม่ทัพก่อน”

    “ เกิดเรื่องอันใด?”

    “ ท่านเจ้าเมืองถูกลอบสังหารเสียชีวิตแล้ว”

    “ อะไรนะ ท่านอาเขยตายแล้ว ใครเป็นคนร้าย?”

    “ ตอนนี้ในเมืองหาน มีคนกลุ่มหนึ่งคิดก่อการกบฏต่อราชวงศ์หลี่ พวกมันรวบรวมผู้คนสร้างสถานการณ์ แล้วลอบสังหารเจ้าเมืองหานจนเสียชีวิตไปเมื่อคืน ตอนนี้ฮูหยินเจ้าเมือง เกรงว่า หากพวกมันรู้ว่า คุณหนูใหญ่เดินทางมา พวกมันอาจคิดจับตัวคุณหนูเพื่อเรียกค่าไถ่ ก็เป็นได้”

    คุณหนูใหญ่ตอนนี้ตกใจ ฮูหยินเจ้าเมืองหานคือ น้องสาวแท้ๆของนายท่านสี่บิดาของนาง

    “ พาข้าไปหาท่านอาหญิงก่อน”

    รองแม่ทัพเหลย รีบพาขบวนศพ เข้าเมืองโดยไม่ต้องเข้าคิวเหมือนกันกับชาวบ้านที่ต่างยืนเรียงแถวกันยาวเหยียด ราเชนได้แต่มองสภาพผู้คน ที่อพยพด้วยสายตาเรียบเฉย เขาเคยผ่านสงครามมามากมายหลายครั้ง ในตอนที่เขาไปทำงานที่แถวตะวันออกกลาง แอฟริกา ผู้คนต่างอพยพหนีตายจากสงครามมากมายกว่านี้มากนะ เด็ก ๆ และ คนชรา ต่างก็ตายไปอย่างช้าๆ เพราะหิวตาย

    แต่ชาวบ้านแถวนี้ พอเห็นราเชน ต่างก็เข้ามาคุกเข่ากราบไหว้ ขอยันต์ศักดิ์สิทธิ์เพื่อคุ้มครองคนที่รัก และตัวของเขาเองเป็นจำนวนมาก ราเชนได้แต่มอบให้ยันต์รักษา คุ้มครองสุขภาพทั่วไปให้กับพวกเขา แม้ทหารจะเข้ามาคอยขวางเอาไว้

    แต่ด้วยชาวบ้านมากมาย ทำให้ราเชนได้แต่โยนยันต์ขึ้นไปบนท้องฟ้า ปล่อยให้มันลอยออกไปไกลๆเส้นทาง ทุกๆ คนต่างก็เข้าไปยื้อแย่งกัน ทำให้เปิดทางเข้าเมืองได้อย่างสดวกขึ้น

    “ ต้องขออภัยแทนชาวบ้านที่โง่เขลาพวกนี้ ที่ทำให้ขบวนของท่านล่าช้า”

    “ ไม่เป็นไร ชาวบ้านต่างหนีภัยสงคราม ไร้สิ้นหนทาง ต้องทิ้งบ้านเรือน แม้นว่าจะเป็นกระดาษธรรมดา ก็สามารถทำให้พวกเขามีความหวังที่จะสู้ชีวิตต่อไป”

    “ แต่ยันต์ของพี่นักพรต ไม่ใช่กระดาษธรรมดานะพี่ใหญ่” เสี่ยวตงรีบแย้งขึ้นมา เพราะในมือของเขาก็กำยันต์ป้องกันภัยของ ราเชนเอาไว้สามสี่ใบ

    “ แค่ของหลอกเด็ก คุณชายน้อยอย่าไปเชื่อเรื่องนี้ให้มากนัก” รองแม่ทัพเหลยเอ่ยออกมาเสียงดัง ทุกๆ คนในขบวนศพ ต่างขมวดคิ้วไม่เห็นด้วย ที่ผ่านมาหากพวกเขาไม่ได้ยันต์คุ้มครองของราเชนเอาไว้ พวกเขาอาจต้องตายกันไปแล้วก็ได้

    “ ฮึ ท่านไม่รู้เรื่องอะไร พี่นักพรตปราบปีศาจ ทั้งไล่โจรร้าย ...”

    “ พอแล้ว เสี่ยวตง”

    “ แต่ข้าพูดเรื่องจริงนะ”

    คุณหนูใหญ่หันมาทำตาดุใส่น้องชายของตน เสี่ยวตงจึงได้แต่เงียบ

    “ พวกนักพรตล้วนแล้วแต่ฝึกมายากลเพื่อหลอกลวงผู้คน คุณชายน้อยยังเด็ก ไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมพวกเขา  ต่อไปนี้ ข้าจะดูแลพวกท่านทั้งสองคนเอง” รองแม่ทัพเหลย ส่ายหัว ไม่สนใจว่า ราเชนที่ยืนฟังอยู่จะรู้สึกอย่างไร

    “ แต่ท่านนักพรตอู๋ติ้งมีบุญคุณช่วยเหลือพวกเรา ขอให้ท่านรองแม่ทัพเหลยโปรดให้เกียรติด้วย เชิญพาข้าไปพบท่านอาหญิงเถอะ"

    รองแม่ทัพเหลย ถึงกับถลึงตาใส่ ราเชนด้วยความไม่พอใจ แต่ก็ไม่กล้าขัดคำสั่งของคุณหนูใหญ่ จึงได้แต่นำทุกๆ คนไปที่จวนเจ้าเมืองทันที..........