บทที่ 93 จุดไร้คลื่นที่เก้าสิบแปด
เสียงของสายลมพัดผ่านร่างกายของชายหนุ่มไปอย่างรวดเร็ว
“ตู้ม”
ร่างของชายหนุ่มพุ่งปะทะเข้ากับคลื่นทะเลอย่างไม่อาจหยุดยั้ง ครู่ต่อมาชายหนุ่มก็สามารถยืนหยัดอยู่บนคลื่นที่ซัดไปมาได้ ถึงแม้ตัวของชายหนุ่มจะถูกคลื่นซัดไปมาก็ตามที
“ข้าไม่สามารถลอยตัวบนอากาศได้ มันเหมือนมีแรงกดดันบางอย่างคอยสกัดข้าไว้ไม่ให้ลอยเหนือคลื่นน้ำแห่งนี้ แต่อย่างน้อยข้าก็ยังพอที่จะยืนอยู่บนคลื่นได้ไม่จมน้ำล่ะนะ”
ชายหนุ่มคิดกับตัวเองขณะที่กำลังประเมินสถานการณ์โดยรอบ ในคลื่นทะเลนี่มีกฎสวรรค์และมรรควิถีต่างๆ ปะปนอยู่ด้วยหากชายหนุ่มต้องการจะไปยังจุดไร้คลื่นคงมีแต่จะต้องใช้ความเข้าใจในมรรควิถีของตนกดข่มกฎสวรรค์และมรรควิถีในคลื่นทะเลนี่อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
คิดได้เช่นนั้นชายหนุ่มจึงเริ่มใช้มรรควิถีของตน กดข่มมรรควิถีและกฎสวรรค์ในคลื่นทะเลพร้อมกับก้าวเดินฝ่าคลื่นทะเลกฎสวรรค์วิถีมรรคไปด้านหน้าเพื่อเข้าสู่จุดไร้คลื่น เพียงไม่นานชายหนุ่มก็สามารถมายังจุดไร้คลื่นแรกได้อย่างไม่ยากเย็น
ในจุดนี้ชายหนุ่มสามารถลอยตัวเหนือผิวน้ำได้เล็กน้อย นี่ก็คงจะมีไว้สำหรับผู้ที่จะนั่งทำความเข้าใจมรรควิถีและกฎสวรรค์ในที่แห่งนี้
ชายหนุ่มไม่สนใจอันใดอีก พร้อมกับฝ่าคลื่นทะเลไปอย่างต่อเนื่องเมื่อผ่านจุดไร้คลื่นไปห้าจุดชายหนุ่มก็เริ่มจะเห็นศิษย์ของทั้งสองสำนักที่กำลังนั่งทำความเข้าใจมรรควิถีบ้างแล้ว
ยิ่งไปไกลเท่าไหร่ กฎสวรรค์และมรรควิถีที่ผสมอยู่ในคลื่นนั้นก็เริ่มจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อชายหนุ่มมาถึงจุดไร้คลื่นที่แปดสิบถึงจุดไร้คลื่นที่เก้าสิบชายหนุ่มก็ไม่พบเจอศิษย์ของสองสำนักเลย
ในด้านของผู้อาวุโสหยินหยางที่อยู่ด้านบนตำหนักลอยฟ้าก็ได้มองการกระทำของชายหนุ่มด้วยสีหน้าคาดหวัง ข้างๆ ของชายชราในตอนนี้ปรากฏชายชราร่างผอมสูงอีกคนกำลังยืนจิบชาด้วยพร้อมแสดงสีหน้าไม่ต่างจากอาวุโสหยินหยาง ชายชราผู้นี้ก็คือร่างจำแลงของชายชราจิตวิญญาณอาวุธนั่นเอง
“นี่ตาเฒ่าหยินหยาง เจ้าว่าเจ้าหนูนี่จะสามารถไปจนถึงจุดไร้คลื่นที่หนึ่งร้อยได้รึไม่”
จิตวิญญาณอาวุธเอ่ยถามออกมาโดยที่สายตาไม่ได้ละไปจากชายหนุ่มเลย
“ข้าจะไปรู้ได้เช่นไร ตั้งแต่มีสำนักวิถีสวรรค์มามีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถไปถึงจุดสุดท้ายได้ ในระดับราชันย์ยุทธ์”
“ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรอีกไม่นานเดียวเราก็จะได้รู้กันแล้ว แต่ก่อนหน้านั้นเจ้าหนูนั่นจะต้องขัดเกลามรรควิถีในระดับกลางให้ถึงขีดสุดก่อนละนะ”
สิ้นเสียงของผู้อาวุโสหยินหยาง ชายชราทั้งสองก็ไม่เอ่ยอันใดอีกพร้อมจ้องมองไปยังชายหนุ่ม
ในด้านของชายหนุ่ม เมื่อเริ่มก้าวเท้าเข้าสู่คลื่นที่เก้าสิบเอ็ดสีหน้าของชายหนุ่มก็เริ่มจริงจังขึ้นมา ก่อนหน้านี้นั้นชายหนุ่มผ่านมาได้โดยไม่ยากเย็นอันใด นี่ก็ต้องขอบคุณซินแสเฒ่าที่ฝึกฝนชายหนุ่มให้มีพื้นฐานวรยุทธ์ที่มั่นคงตั้งแต่ระดับพลังน้อยๆ
หลังจากมาถึงตรงนี้ชายหนุ่มจึงสังเกตได้ว่า กฎสวรรค์และมรรควิถีในคลื่นที่ผ่านมานั้นล้วนแต่ค่อยๆ ไล่ตามระดับการฝึกฝนมาทั้งหมด จนมาถึงคลื่นที่เก้าสิบเอ็ดที่เป็นจุดเริ่มต้นของกฎสวรรค์และมรรควิถีระดับราชันย์ยุทธ์
และนี่คือสาเหตุที่สีหน้าของชายหนุ่มจริงจังขึ้นมา ตัวเขานั้นก่อนที่จะมาถึงระดับราชันย์ยุทธ์ก็ถูกซินแสเฒ่าคอยชี้แนะมาตลอด ความเข้าใจในมรรควิถีรวมถึงความแข็งแกร่งด้านอื่นๆ ในทุกระดับที่ผ่านมาจึงถูกขัดเกลาจนถึงขีดสุด ตัวเขาจึงผ่านคลื่นในระดับต่างๆ มาได้อย่างง่ายดาย
ทว่าตั้งแต่บรรลุระดับราชันย์ยุทธ์มา ตัวของเขานั้นก็ทำความเข้าใจและขัดเกลาด้วยตัวเองมาโดยตลอด ชายหนุ่มจึงรู้สึกกังวลและตื่นเต้นเล็กน้อย เขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าตัวเขานั้นจะไปได้ถึงจุดไร้คลื่นที่หนึ่งร้อยหรือไม่
ทว่าคิดมาถึงตรงนี้ ชายหนุ่มก็อดสงสัยเสียไม่ได้ สหายของตนทั้งสองไม่ว่าจะเป็นเจียงเป่าหรือหม่าฉือ ทั้งคู่ต่างก็ทำได้ดีในประตูฝึกฝนที่พวกเขาเลือกไม่ได้น้อยไปกว่าเขาเลย ชายหนุ่มจึงเริ่มสงสัยแล้วหรือว่าแท้จริงสหายทั้งสองของตนจะเป็นผู้สืบทอดตระกูลใหญ่บางตระกูลที่ล้มสลายไปในสงครามกันแน่
“ช่างเถอะไม่ว่าอย่างไรทั้งสองก็ยังเป็นพี่น้องร่วมสาบานของข้าไม่มีเปลี่ยน”
“เจ้าหม่าฉือ บอกว่าจะมาที่ประตูทำความเข้าใจมรรควิถีไม่ใช่รึ แล้วเหตุใดข้ายังไม่เจอเจ้านั่นเลยล่ะ”
“หรือว่าเจ้านั่นจะไปที่ประตูฝึกฝนพลังธาตุกันนะ”
ชายหนุ่มเอ่ยกับตัวเองพลางก้าวเท้าเข้าสู่คลื่นทะเลอีกครั้ง แม้จะยากเย็นแต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้งการก้าวเดินของชายหนุ่มได้ ผ่านไปสามวันชายหนุ่มจึงรับรู้เพิ่มมาอีกหนึ่งเรื่อง กฎสวรรค์และมรรควิถีในคลื่นที่เก้าสิบเอ็ดถึงเก้าสิบห้าคือขอบเขตความเข้าใจในระดับราชันย์ยุทธ์ระดับต้นหากยังไม่สามารถทำความเข้าใจในระดับนี้ถึงขีดสุดก็ไม่สามารถผ่านคลื่นลำดับที่เก้าสิบหกไปสู่จุดไร้คลื่นที่เก้าสิบหกได้ คลื่นที่เก้าสิบหกถึงเก้าสิบแปดนั้นเป็นระดับความเข้าใจของราชันย์ยุทธ์ระดับกลาง
จากการคาดเดาของชายหนุ่มคลื่นและจุดไร้คลื่นลำดับที่เก้าสิบเก้าและหนึ่งร้อยนั้นคงจะเป็นของระดับราชันย์ยุทธ์ระดับสูงไม่ผิดแน่ และในตอนนี้ชายหนุ่มก็มาถึงจุดไร้คลื่นที่เก้าสิบแปดแล้ว ไม่ไกลจากชายหนุ่มนั้นปรากฏร่างของเจียงเป่าที่กำลังนั่งขัดสมาธิทำความเข้าใจมรรควิถีโดยไม่ได้รับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นโดยรอบเลยแม้แต่น้อย
“ผู้อาวุโส ข้าเลือกที่จะทำความเข้าใจที่นี่ขอรับ” ชายหนุ่มเอ่ยออกมากับความว่างเปล่า
ไม่นานนัก ร่างของชายชราร่างสูงก็ปรากฏขึ้นด้านหน้าชายหนุ่ม
“ไม่เลวๆ ไม่ถือว่าทำให้ข้ารอนานเสียเท่าไหร่แม้เจ้าจะเป็นราชันย์ยุทธ์ระดับสูงแต่ก่อนที่เจ้าจะบรรลุ ความเข้าใจในมรรควิถีของเจ้าไม่มากพอจึงทำให้วิชามรรคของเจ้าไม่สมบูรณ์”
“ในตอนที่จิตวิญญาณของเจ้าเข้าสู่มิติในจุดไร้คลื่นนี้ ข้าจะส่งความเข้าใจในมรรควิถีของข้าที่ข้ารู้แจ้งเป็นแนวทางให้กับเจ้า เจ้าจงใช้มันให้เป็นแค่เพียงแนวทางจงอย่าได้นำความเข้าใจของข้าไปเป็นของตัวเจ้าเองเชียว ไม่เช่นนั้นเจ้าจะไม่มีวันเหนือล้ำข้าได้”
“นี่คือร่างจำแลงของผู้อาวุโสงั้นรึ”
ชายหนุ่มมองไปที่ชายชราร่างผอมสูงตรงหน้าด้วยแววตาสงสัย
“ช่างเรื่องของข้าไปเถอะ รีบๆ โคจรพลังปราณของเจ้าและปล่อยให้พลังมิติของจุดไร้คลื่นนี้ดึงจิตเจ้าเข้าไปซะ”
ได้ยินเช่นนั้น ชายหนุ่มจึงไม่เอ่ยอันใดอีก ขืนตัวเขาถามอะไรไปมากกว่านี้ชายชราคงจะบ่นให้เขาฟังอีกพักใหญ่เป็นแน่
คิดได้เช่นนั้น ชายหนุ่มจึงนั่งลอยตัวอยู่บนผิวน้ำเล็กน้อย พร้อมๆ กับโคจรพลังปราณของตนเมื่อชายหนุ่มโคจรพลังปราณ คลื่นพลังงานบางอย่างก็ได้พยายามพาจิตวิญญาณของชายหนุ่มออกไปจากร่างของเขา ชายหนุ่มที่ได้ฟังคำของผู้อาวุโสจิตวิญญาณอาวุธมาเมื่อครู่ จึงไม่ได้ต่อต้านพลังงานนั้นและปล่อยให้จิตวิญญาณของเขาถูกชักนำไป
ในด้านของจิตวิญญาณอาวุธ เมื่อเห็นว่าจิตวิญญาณของชายหนุ่มถูกชักนำไปยังมิติของจุดไร้คลื่นนี้แล้ว ชายชราจึงได้ส่งก้อนพลังงานบางอย่างเข้าไปในวางคิ้วของชายหนุ่มและก้อนพลังปราณนั้นก็ได้ถูกชักนำไปยังมิติของจุดไร้คลื่นนี้เช่นกัน
“ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ข้าจะช่วยชี้แนะเจ้าด้วยก็แล้วกัน”
ชายชราเอ่ยพร้อมกับส่งก้อนพลังแบบเดียวกับที่ให้ชายหนุ่มไปยังเจียงเป่าด้วยเช่นกัน
“เอาล่ะๆ หมดหน้าที่ของข้าแล้ว อีกสักสองสามวันข้าค่อยเข้ามาดูพวกเจ้าอีกทีก็แล้วกัน ข้าขอไปดูสหายของพวกเจ้าคนนั้นก่อนดีกว่า”
สิ้นเสียงร่างของจิตวิญญาณอาวุธก็หายไปจากจุดไร้คลื่นนี้
ลมหายใจต่อมาร่างของชายชราก็ได้มาปรากฏอยู่บนตำหนักลอยฟ้าข้างๆ ผู้อาวุโสหยินหยางอีกครั้ง
“นี่เจ้าเฒ่าหยินหยาง พวกเราไปดูสหายของเจ้าพวกนี้กันเถอะ”
“ว่าแต่เจ้าสุนัขกลืนสวรรค์นั่นเป็นอย่างไรบ้าง”
ผู้อาวุโสหยินหยางที่ได้ยินคำถามของชายชราข้างตนจึงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ย
“น่าจะต้องใช้เวลาอีกสักพักใหญ่ๆ กว่าเจ้านั่นจะฝึกฝนพลังธาตุเสร็จล่ะนะ สายเลือดของเจ้านั่นก็ไม่ธรรมดาหากเผ่าสุนัขกลืนสวรรค์ที่อยู่นอกทวีปฟ้านิรันดร์รู้ว่าสายเลือดอันสูงส่งในหมู่พวกเขาถูกกวาดล้าง ข้าคิดไม่ออกเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง”
“ช่างเรื่องนั้นไว้ก่อนเถอะนะ ยังไงเสียก็ยังคงมีเวลาอีกนานให้เราคิดเรื่องนี้”
“นั่นสินะ”
สิ้นเสียงร่างของชายชราทั้งสองก็ได้หายไปจากตำหนักแห่งนี้อย่างไร้ร่องรอย
ในด้านของชายหนุ่ม ตอนนี้รอบตัวของเขาถูกรายล้อมไปด้วยหมู่ดวงดารามากมาย
“ได้เวลาทำให้มันสมบูรณ์แล้ว”
ทางด้านของจิตวิญญาณอาวุธเมื่อออกมาจากประตูทำความเข้าใจมรรควิถี ก็นึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้
“ว่าแต่สหายของเจ้าหนูนั่นชื่ออะไรกันนะ แล้วตอนนี้เจ้านั่นอยู่ประตูฝึกฝนใดกันล่ะ”
จากผู้เขียน: สัปดาห์นี้ต้องขออภัยที่ลงช้าด้วยนะครับ :{
ติดตามฉบับนิยายเสียงได้ที่ Novel time studio