ถังฉีไม่หมกเม็ด นางนำถั่วเหลืองบางส่วนออกมา
“นำถั่วเหลืองแช่น้ำไว้ข้ามคืน จากนั้นวางไว้ในที่ชื้นและมืด รดน้ำวันละสองหรือสามครั้งเพื่อรักษาความชื้นเอาไว้ เพียงสี่หรือห้าวันก็กินได้แล้วเจ้าค่ะ”
ถังฉีอธิบายทุกขั้นตอนให้เหล่าหญิงชาวบ้านฟังอย่างละเอียด และจะไม่หยุดจนกว่าทุกคนจะเข้าใจ
“ท่านป้า ข้าสอนวิธีเพาะถั่วงอกให้พวกท่านเท่านั้น หากพบว่ามีคนอื่นล่วงรู้เข้าละก็ ข้าจะไม่แบ่งปันอะไรให้พวกท่านอีก”
“อย่าห่วงเลยฉีเอ๋อร์ พวกเรารู้ดีว่าเจ้าพยายามช่วยพวกเรา”
ทุกคนให้สัญญาก่อนจะจากไปด้วยความกระตือรือร้น
เพาะถั่วงอกเร็วขึ้นหนึ่งวัน ก็สามารถสร้างรายได้เร็วขึ้นหนึ่งวัน!
เช้าวันรุ่งขึ้น ถังฉีนำถั่วงอกที่บ้านไปยังเมืองชิงเหลียง
เมื่อมาถึงด้านหน้าร้านเยว่ไหลเค่อ นางก็ลงจากเกวียนเทียมวัว
“ฉีเอ๋อร์ คุณชายฉีจะยอมรับถั่วงอกสองตะกร้านี้หรือ? ถ้าไม่รับ ข้าจะพาเจ้าไปร้านอื่นดู เผื่อจะโชคดี” ถังโส่วเหรินเอ่ยด้วยความกังวล
“ท่านอาไม่ต้องเป็นห่วง พวกท่านได้ลองกินถั่วงอกพวกนี้ดูแล้ว ข้าเชื่อว่าคุณชายฉีจะต้องชอบมันแน่ ๆ เจ้าค่ะ”
ถังฉีเอ่ยด้วยความมั่นใจ นอกจากถั่วงอกแล้ว นางยังเตรียมถั่วชนิดอื่นไว้ด้วย
นางตระหนักดีว่าอีกไม่นาน คนอื่น ๆ จะต้องรู้วิธีเพาะถั่วงอก ดังนั้น นางจึงวางแผนที่จะกอบโกยผลประโยชน์ให้มากที่สุดในตอนที่ยังทำได้
ทันทีที่ถังฉีเข้าไปในร้าน เสี่ยวเอ้อร์ที่มีไหวพริบก็รีบไปตามฉีเซิ่ง
ถังฉีดื่มชาสองถ้วยในห้องส่วนตัวที่หรูหรา จากนั้นฉีเซิ่งก็เข้ามา
ห้องส่วนตัวเต็มไปด้วยกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของยาสมุนไพรขึ้นทันที
“ข้าไม่รู้ว่าคุณชายฉีจะกำลังยุ่งอยู่”
ถังฉีสังเกตเห็นว่าเขารีบร้อนกลับมาจากข้างนอก
“แม่นางน้อย ท่านคงไม่รู้ว่าคุณชายของพวกเราเป็นเจ้าของร้านขายยาจี้ซื่อ ในตอนกลางวัน เขาจะไปทักทายลูกค้าที่ร้านขายยาขอรับ” เสี่ยวเอ้อร์อธิบายด้วยความภูมิใจ
ถังฉีเข้าใจดี และนางก็อดไม่ได้ที่จะมองฉีเซิ่งอีกครั้ง ไม่คิดว่าชายหนุ่มที่โดดเด่นผู้นี้จะมีทักษะทางการแพทย์!
ถังฉีพลันนึกถึงยารักษาโรคมากมายในห้วงมิติ
“ฉีเอ๋อร์ ข้าได้ยินว่าเจ้านำวัตถุดิบทำอาหารมาด้วยใช่หรือไม่?”
ฉีเซิ่งมองถังฉีด้วยรอยยิ้ม รู้สึกประหลาดใจที่ได้พบกันเร็วเช่นนี้
“ใช่แล้ว พวกมันอยู่ในถังไม้ในครัว ข้าจะพาท่านไปที่นั่นเดี๋ยวนี้”
เมื่อพูดจบ นางก็ลุกขึ้นและมุ่งหน้าไปยังห้องครัว
ถังโส่วเหรินไม่ได้ตามไปด้วย เขารู้ดีว่าควรวางตัวอย่างไร
ไม่นาน ทั้งสองก็มาถึงห้องครัว
“พืชสีเหลืองนี่คืออะไรน่ะ มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ด้วย…รูปร่างหน้าตาเหมือนถั่ว”
ฉีเซิ่งสำรวจสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว
“ใช่แล้วเจ้าค่ะคุณชายฉี สิ่งนี้เรียกว่าถั่วงอก เกิดจากการเพาะถั่วเหลือง”
ถังฉีอธิบายพลางหยิบถั่วงอกจำนวนหนึ่งออกมาล้าง วางให้สะเด็ดน้ำข้างถังล้างจาน จากนั้นก็เริ่มปรุงเหมือนที่ทำที่บ้าน
ไม่นาน ผัดถั่วงอกหอมกรุ่นก็พร้อมรับประทาน
แม้แต่ฉีเซิ่งที่เคยชินกับการกินอาหารดี ๆ จากทั่วทุกสารทิศก็ยังอดไม่ได้ที่จะสูดกลิ่นหอม
เขาแทบรอไม่ไหวที่จะหยิบตะเกียบขึ้นมาชิม แม้แต่พ่อครัวที่อยู่ด้านข้างก็ทำคอยืดคอยาวด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“ยอดเยี่ยมไปเลย!”
หลังจากชิมไปสองสามคำ ฉีเซิ่งก็เอ่ยชมไม่หยุดปาก
“ฉีเอ๋อร์ เจ้าส่งถั่วงอกให้ข้าได้มากน้อยเท่าไรในแต่ละวัน?”
นายน้อยฉีเอ่ยถามด้วยความตื่นเต้น ตั้งใจจะส่งถั่วงอกพวกนี้เข้าไปในเมืองหลวง เชื่อว่าครอบครัวของเขาจะต้องชอบมากเป็นแน่
“ตอนนี้พวกเรามีเพียงเท่านี้เจ้าค่ะ แต่ในอีกสามสี่วัน ชาวบ้านตระกูลถังจะเพาะได้มากพอสำหรับส่งให้ท่าน”
นี่เป็นข้อตกลงระหว่างถังฉีและชาวบ้าน
“สามสี่วันหรือ อืม…” ฉีเซิ่งพินิจพิเคราะห์ถั่วงอกเหล่านั้น
“เจ้าค่ะ ถั่วงอกพวกนี้จะมีคุณภาพดีที่สุดหากปรุงในวันเก็บเกี่ยว ท่านนำมาทำอาหารจานใหม่ให้แขกที่ร้านได้ลิ้มลองดูสิ”
ถังฉีครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ภายในใจเต็มไปด้วยวิธีมากมายที่จะทำอาหารด้วยถั่วงอก
นางนึกถึงอาหารที่ใส่ถั่วงอกและเนื้อสัตว์
ตัดหัวและส่วนปลายของถั่วงอกออก ให้เหลือเพียงตรงกลางยาวหนึ่งข้อนิ้ว หลังจากตัดแล้วก็แช่น้ำไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ถั่วงอกเหี่ยว
หลังจากนั้นก็ขึ้นอยู่กับพ่อครัวว่าจะใส่เนื้อสัตว์ชนิดใดลงไป ตั้งน้ำมันให้ร้อนแล้วราดลงบนถั่วงอกซ้ำ ๆ จนเป็นสีเหลืองทองทั้งสองด้าน เท่านี้ก็พร้อมรับประทานแล้ว
ฉีเซิ่งรู้สึกถูกใจถั่วงอกพวกนี้มาก
เหล่าพ่อครัวก็ไม่ทำให้นางผิดหวัง ทุกคนใช้จินตนาการและร่วมมือกันสร้างสรรค์อาหารที่หลากหลาย
ฉีเซิ่งให้ราคาถังฉีสี่อีแปะต่อหนึ่งชั่ง
ถั่วเหลืองหนึ่งชั่งสามารถเพาะถั่วงอกได้เจ็ดถึงแปดชั่ง และถั่วเหลือหนึ่งชั่งมีราคาเพียงสามถึงสี่อีแปะ
ดังนั้น การขายถั่วงอกหนึ่งชั่ง ชาวบ้านจะมีกำไรเพิ่มขึ้นหกหรือเจ็ดอีแปะ
นี่เป็นการค้าขายที่ไร้ต้นทุนสำหรับชาวบ้าน! เพราะทุกครัวเรือนในหมู่บ้านตระกูลถังสามารถเพาะถั่วงอกได้
หลังจากปรึกษาเรื่องเวลาในการจัดส่งกับฉีเซิ่งแล้ว ถังฉีก็ถ่ายทอดสูตรอาหารบางอย่างให้กับพ่อครัว
เมื่อเห็นพริกที่อยู่ข้าง ๆ นางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ตัดสินใจที่จะเก็บงำเอาไว้ก่อน หม้อไฟเหมาะสำหรับหน้าหนาว!
เมื่อถังฉีจะกลับ ฉีเซิ่งก็มอบเงินมัดจำหนึ่งร้อยตำลึงให้นาง และสั่งให้เถ้าแก่ออกไปพร้อมกับถังฉี สิ่งสำคัญคือการลงนามในสัญญากับคนในหมู่บ้าน
เมื่อกลับไปถึงหมู่บ้าน ถังฉีก็ให้น้องชายทั้งสามไปเรียกชาวบ้านที่ได้เรียนรู้การเพาะถั่วงอกมารวมตัวกัน
ผู้นำตระกูลเป็นคนแรกที่มาถึงอย่างเร่งรีบ จากนั้นเขาก็เริ่มพูดคุยกับเถ้าแก่ ทว่าสายตาของเขาเหลือบมองถังฉีเป็นครั้งคราวด้วยความซาบซึ้ง
ไม่นาน คนที่ช่วยงานก็ได้ยินเรื่องนี้ พวกเขารีบมาโดยไม่สนใจเรื่องการสร้างบ้าน
ถังฉีไม่ได้ใส่ใจ ท้ายที่สุดแล้ว ชาวบ้านเหล่านี้เติบโตขึ้นมาจากความยากลำบาก ตอนนี้พวกเขาเริ่มมีรายได้ ย่อมต้องรู้สึกกังวลเป็นธรรมดา และการสร้างบ้านก็ไม่จำเป็นต้องเร่งรีบ
หลังจากนั้นไม่นาน เถ้าแก่ก็ร่างสัญญาขึ้นฉบับหนึ่ง เมื่ออ่านดูแล้ว ผู้นำตระกูลและถังฉีพบว่าไม่มีอะไรผิดปกติ จึงขอให้ชาวบ้านลงนาม พวกเขาตกลงที่จะส่งถั่วงอกให้ถังฉี และนางจะให้ราคาเดียวกับที่ได้รับจากฉีเซิ่ง
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ใบหน้าของชาวบ้านก็เต็มไปด้วยความตื้นตันและซาบซึ้งใจ จากนั้นถังฉีก็เอ่ยขึ้น
“อีกไม่นาน คนอื่นจะรู้วิธีเพาะถั่วงอกนี้อย่างแน่นอน ดังนั้นหากพวกเราเก็บเป็นความลับได้หนึ่งวัน พวกเราก็สามารถทำเงินได้มากขึ้นอีกหนึ่งวัน!”
*******************************