ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 113 ปลีกตัวกลับบ้านนอก

            “เจ้าเด็กคนนี้เสียดายที่เป็นคนฉลาดมีไหวพริบ ทำไมไม่รู้จักคิดว่าอะไรควรไม่ควรจึงทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายถึงเพียงนี้” เสียงดังกังวานออกมาจากรัศมีแสงจ้าบนฟ้า

            “ย่าๆ……”

            ทารกน้อยในผ้าที่อยู่ในอ้อมแขนของสตรีชุดแม่ชีร้องย่าๆ ออกมาอย่างไร้เดียงสาท่าทางของเด็กน้อยราวกับสนใจในแสงจ้าที่ลอยอยู่บนฟ้า จ้องดวงแสงตาไม่กะพริบพร้อมกับโบกมือไปมาราวกับอยากจะคว้าแสงนั้นไว้

            “หืม……”

            มีเสียงอุทานเบาๆ ออกมาจากแสงจ้าบนฟ้า จากนั้นก็มีพลังงานไร้รูปร่างพุ่งลงมาเป็นแสงหลากสีผสมดูตระการตามากพลังแสงนี้โถมเข้าไปห่อหุ้มทารกที่อยู่ในอ้อมแขนของสตรีชุดแม่ชีจากนั้นพลังแสงหลากสีนี้ก็มีอักษรยันต์ท่วมท้นทารกน้อยคนนี้มีลมปราณที่น่าสะพรึงกลัวมาก

            “น่าอัศจรรย์น่าอัศจรรย์จริงๆ!”

            เสียงดังออกมาจากแสงจ้าด้วยความประหลาดใจจากนั้นก็มีพลังแสงหลากสีอีกพุ่งเข้าไปหาทารกน้อยอีกคนที่หัวใจหยุดเต้นไปแล้วเมื่อพลังงานอักษรยันต์เข้าไปห่อหุ้ม แสงนั้นก็หายไป ชายในแสงจ้าพูดต่อว่า “ทารกหญิงเกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์ที่ไม่ธรรมดา ชีพจรลมปราณเสมือนเทพทารกชายไร้พรสวรรค์ ชีพจรลมปราณพิการบางส่วน เกิดมาธรรมดา ทว่าดวงแข็งเส้นชีวิตยังไม่ขาดดี……”

            “พรสวรรค์ที่ไม่ธรรมดาชีพจรลมปราณเสมือนเทพ!”

            เมื่อชายที่อยู่ภายในแสงจ้าพูดออกมาเช่นนั้นกลุ่มคนที่มีรัศมีแสงจ้าต่างก็มองไปที่ทารกภายในผ้าที่อยู่ในอ้อมแขนของสตรีชุดแม่ชีคนนั้นด้วยความรู้สึกตะลึงชีพจรลมปราณเสมือนเทพเป็นพรสวรรค์ที่เลอค่าหายากมากจริงๆ

            “ช่างเถิดเรื่องวันนี้ให้ข้าตัดสินเลยแล้วกัน เอ้าถง เจ้าพาทารกหญิงกลับตระกูล ขอเพียงสัญญาว่าจะพ่อลูกสองคนนั้นปลีกวิเวกกลับบ้านนอกไปไม่มาพบพวกเจ้าสองแม่ลูกอีกตลอดไป ข้ารับประกันได้ว่าสองพ่อลูกจะมีชีวิตรอดจะไม่มีใครกล้าแตะต้องสองพ่อลูกนั่นอีก”ชายที่อยู่ในแสงจ้ากลางฟ้าประกาศออกมา

            “เจ้าอาวาส……” สตรีชุดแม่ชีพูดด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน……

            “หรือว่าเจ้าอยากให้สองพ่อลูกต้องมาตายวันนี้เลยล่ะ?” ชายในแสงจ้าบนฟ้ากล่าว “นี่คือการพิพากษาครั้งสุดท้ายทุกคนไม่ต้องมาถกเถียงอะไรกันอีก ให้ผลลัพธ์เป็นเช่นนี้แหละ”

            เมื่อพูดจบ แสงจ้าบนฟ้าก็ค่อยๆ หายไปไม่มีเสียงพูดอะไรออกมาอีก

            “ตู้ถิงเซวียนเจ้ากับสายเลือดผสมไร้ค่ากลับบ้านนอกอยู่ปลีกตัวอย่างสงบๆ ไปซะ หากทำอะไรแผลงๆเจ้าอาวาสคงรับประกันชีวิตเจ้าไม่ได้”

            ชายที่มีรัศมีแสงจ้าที่สุดเหลือบมองตู้ถิงเซวียนและทารกน้อยในอ้อมกอดของเขาสายตาเย็นชาไม่เห็นใจเลยแม้แต่น้อย เชิดหน้าเหล่ตามองต่ำอย่างเหยียดหยาม

            “โฮกๆ”

            “กรรซ์ๆ!”

            กลุ่มคนรัศมีแสงจ้าขี่อสูรร้ายที่เป็นพาหนะเดินทางจากไปสตรีชุดแม่ชีที่คุกเข่าอยู่หันหน้ากลับไปมองตู้ถิงเซวียนที่โลหิตโชกทั้งร่างและทารกน้อยที่อยู่ในอ้อมแขนของเขาอย่างอาลัยอาวรณ์ใบหน้าของนางอาบด้วยน้ำตาแห่งความเศร้าโศก จากนั้นก็ค่อยๆ ลอยหายไปบนฟ้าไกลขึ้นเรื่อยๆ

            หลังจากเงาของทุกคนหายไปผ่านมาสักพัก อสูรร้ายทั้งหลายจึงกล้าบินและวิ่งออกมาตามใจ เทือกเขาอันกว้างใหญ่เริ่มมีเสียงร้องของอสูรประจำเขาดังขึ้นมาอย่างครึกครื้น

            “เซ่าฝู่!”

            ตู้ถิงเซวียนกอดทารกน้อยไว้แน่น เอาแต่ร้องเรียกเสียงดังไม่หยุดพยายามส่งพลังปราณเข้าร่างทารกแต่ก็ไร้ผล

            ผ่านมาหนึ่งชั่วยามสีหน้าของทารกในผ้าก็เริ่มซีดจนขาว หัวใจของเขาหยุดเต้นไปแล้วลมปราณที่เหลืออยู่ดับลงในที่สุด

            “เซ่าฝู่……!!”

            ตู้ถิงเซวียนจ้องมองทารกน้อยในผ้าสีหน้าซีดเผือดและตะลึงทำอะไรไม่ถูก

            เวลาค่อยๆผ่านไป เข้าสู่ยามราตรี ท้องฟ้าสว่างด้วยแสงจันทร์ที่ลอยเหนือฟ้า

            บนยอดเขาที่เดิมตู้ถิงเซวียนยังคงกอดทารกน้อยไว้ด้วยความรัก ไม่ขยับไปไหน เอาแต่จ้องมองฟ้ามืด

            “ตึงโครม!”

            ทันใดนั้นเอง บนท้องฟ้า ก็มีเสียงฟ้าผ่าและท้องฟ้าก็เปลี่ยนสีในทันใด

            กลุ่มก้อนเมฆที่ลอยเหนือศีรษะมีสายฟ้าส่องประกายแปล๊บๆ พร้อมกับเสียงฟ้าร้องโครมครามนภาราตรีกลับกลายเป็นมีแสงจ้าสว่างราวกับฟ้ายามกลางวัน

            ฟ้าดินรัตติกาลที่มืดมิดทันใดนั้นธรณีสั่นไหวขึ้นมา สายน้ำในลำธารภายในเทือกเขาไหลซัดเกิดคลื่นสูงท้องฟ้ามีเสียงร้องดังโครมครามไม่หยุด แสงไฟแลบทำให้นภาจ้าดั่งยามตะวันขึ้นฟ้า

            ในบริเวณเทือกเขาฝั่งนี้อสูรจำนวนมากก้มคำนับให้กับท้องฟ้า เป็นปรากฏการณ์ที่น่าอัศจรรย์

            “โครม!”

            มีพลังงานโบราณและลมปราณอันยิ่งใหญ่ตกลงมาจากฟ้าพลังงานนี้มีความโบราณน่าขลังราวกับเดินทางผ่านมิติเวลาและพุ่งเข้าไปหาทารกน้อยที่อยู่ในอ้อมกอดของตู้ถิงเซวียน

            “ตึงโครม!”

            ฟ้าดินราวกับกำลังปลุกบางอย่างให้ตื่นจากการหลับใหลพื้นดินสั่นไหวเกิดเสียงโครมครามเกิดเสียงฝีเท้าดังของอสูรจำนวนมากที่วิ่งกันอย่างแตกตื่น

            บริเวณเทือกเขาเกิดรอยแยกลึกและยาวจำนวนมากต้นไม้สูงเสียดฟ้าจำนวนมากล้มพังครืน ยอดเขาแตกทลาย ธรณีกำลังเคลื่อนตัวได้

            เกิดฟ้าผ่าโครมครามแสดงถึงผู้มีแสนยานุภาพที่มาจุติ เป็นปรากฏการณ์แจ้งข่าวของฟ้าดิน!

            “เซ่าฝู่!”

            ตู้ถิงเซวียนตะลึง อานุภาพของพลังแห่งฟ้าที่เกิดขึ้นทำให้เขาเองก็สั่นตัวไหวระริกทารกน้อยที่กุมด้วยสองมือเพื่อผ่านพิธีการชำระร้างแห่งพลังข้ามมิติแววตาสั่นไหวและรู้สึกเกรงขาม

            พลังงานที่ตกลงมาจากฟ้าทำให้กลางอกของทารกน้อยที่ไร้คลื่นเคลื่อนไหวใดๆจู่ๆ ก็ปึ้งและมีเสียงหัวใจเต้นขึ้นมา ทำให้ทารกน้อยเริ่มมีคลื่นที่ชีวิตจางๆกลับมาอีกครั้ง ทารกน้อยสำลักโลหิตและเริ่มร้องไห้เสียงดัง

            “อุแว้ๆ……”

            ทารกน้อยร้องไห้เสียงดังแม้จะเป็นเสียงที่ฟังดูอิดโรย แต่ก็สามารถดังก้องสะท้อนไปไกล……

            บนยอดเขาลูกหนึ่งที่เขาหลังบ้านสกุลตู้เสียงร้องไห้ของตู้เซ่าฝู่น้อยร้องไห้อย่างเต็มที่ น้ำตาอุ่นๆ ไหลพรากเต็มใบหน้าทั้งสองมือกำหมัดแน่น หัวใจของเขาเต้นแรงเป็นจังหวะคลื่น

            ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในมิติในห้วงความฝันนี้ตู้เซ่าฝู่เสมือนสัมผัสด้วยตัวเอง ในใจรู้สึกถึงคลื่นหัวใจที่เต้นแรง จากนั้นสายตาที่เห็นเริ่มมัวลงในใจยังคงสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวด ความเศร้าหมอง ความโกรธเคืองอารมณ์ทั้งหลายที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์นั้น

            ตู้ถิงเซวียนเดินมาที่ข้างกายตู้เซ่าฝู่ตบที่บ่าของบุตรชายของตนเบาๆ ตู้เซ่าฝู่ไม่ได้พูดอะไร พยายามเก็บความรู้สึกไว้ฝืนกลั้นน้ำตาที่เอ่อขึ้นมาอุ่นๆ รอบดวงตาบางทีบิดาของตนอาจจะไม่อยากให้บุตรชายของตัวเองเห็นสภาพของเขาที่ไร้ความสามารถที่จะปกป้องครอบครัวได้เช่นนี้

            “ท่านพ่อสตรีคนนั้นคือท่านแม่ของข้าใช่หรือไม่?” ตู้เซ่าฝู่แหงนหน้ามองบิดาเมื่อก่อนที่บิดาเล่าเรื่องมารดาให้ฟัง เขาก็สงสัยมาตลอดว่าเป็นเรื่องโกหก

            “อืม” ตู้ถิงเซวียนพยักหน้า

            “ข้ายังมีพี่ชายหรือว่าน้องสาวอีกคนหนึ่งด้วย?”

            ความฝันที่ภาพเสมือนจริงนั้น ตู้เซ่าฝู่ยังเห็นทารกหญิงอีกคนเขารับรู้ได้ว่าทารกหญิงคนนั้นมีสายสัมพันธ์เชื่อมกันทางสายเลือด

           “น้องสาวของเจ้าเกิดช้ากว่าเจ้าหนึ่งชั่วยาม เจ้าชื่อเซ่าฝู่ น้องสาวเจ้าชื่อเซ่าจิ่ง” ตู้ถิงเซวียนยิ่งพูด ยิ่งกลั้นน้ำตาไว้ลำบาก ในที่สุดดวงตาที่กลั้นจนแดงคู่นั้นก็มีน้ำตาคลอออกมา

            “กลุ่มคนพวกนั้นแข็งแกร่งถึงขนาดไหนหรือ?” ตู้เซ่าฝู่มองบิดา เขาเองก็เริ่มน้ำตาคลอ กำหมัดสองข้างไว้แน่น

            ตู้ถิงเซวียนแหงนหน้ามองฟากฟ้ากล่าวว่า “แข็งแกร่งมากๆ!”

            “ต้องมีสักวันที่ข้าจะจัดการพวกเขาให้คว่ำทั้งหมดได้แล้วข้าจะไปพบมารดาและน้องสาวของข้าให้ได้!”

            ตู้เซ่าฝู่กำหมัดแน่นขึ้นเล็บของเขาจิกไปที่เนื้อมือจนเลือดประกายสีทองไหลออกมา

            “ข้าเองก็อยากแต่พวกเขาแข็งแกร่งมาก ตอนนี้ก็เริ่มมาหาพวกเราถึงที่แล้วเกรงว่าต่อไปจะยังตามมารังควานอีก เจ้ากลัวหรือไม่?” ตู้ถิงเซวียนหันหน้าไปมองบุตรชายของตนขณะพูด

            “ไม่กลัวข้าจะพยายามแข็งแกร่งขึ้นไปอีก ใครมาวุ่นวาย ก็ฆ่าคนนั้นทิ้งฆ่าจนกว่าข้าจะได้พบท่านแม่กับน้องสาว” ตู้เซ่าฝู่พูดพร้อมกับสายน้ำอุ่นๆจากดวงตาไหลอาบแก้ม

            ในความฝันเสมือนจริงนั้นเมื่อต้องเห็นมารดาต่อสู้ดิ้นรนอย่างพยายาม อ้อนวอนครวญครางอย่างเศร้าโศก ในใจของตู้เซ่าฝู่ก็เจ็บปวดรวดร้าวประหนึ่งถูกมีดกรีดกลางหัวใจ!

            “เมื่อก่อนข้าพาเจ้ากลับมาอยู่ที่เมืองสือเฉิงทว่าตอนนี้ข้าอยากให้เจ้าก้าวออกไปจาก เมืองสือเฉิงไปฝึกฝนให้เป็นคนที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น!”

            ตู้ถิงเซวียนพูดกับบุตรชายของตน “มิเช่นนั้น พวกเราสองพ่อลูกคงจัดการพวกนั้นไม่ได้”

            “แล้วท่านล่ะ พวกเราไปด้วยกันหรือไม่?” ตู้เซ่าฝู่เอ่ยถาม

            “ข้ามีที่ที่ตัวเองต้องไปไม่สามารถอยู่ข้างกายเจ้าแล้ว ก่อนหน้าที่เจ้าถูกพาเข้าเทือกเขาอสุรกายเรื่องสงครามแย่งชิงระหว่างอสูรเหยี่ยวยักษ์ปีกทองกับวิหคยักษ์เปลวเพลิงม่วงข้าก็รู้ทว่าจอมยุทธคนงามนางนั้นแข็งแกร่งเกินไป และนางไม่ได้คิดจะเอาชีวิตเจ้ากลับยังสอนเจ้าอีก ดังนั้นข้าเลยไม่ได้เปิดเผยตัว แต่นางต้องรู้แน่ว่าข้าแอบติดตาม”

            ตู้ถิงเซวียนมองไปที่บุตรชายและเล่าให้ฟังการเป็นพ่อคนคือการเป็นดั่งภูผาอันแข็งแกร่งที่สามารถเป็นที่พึ่งและสามารถปกป้องลูกของตนได้ทว่าขณะนี้เขามีเรื่องที่สำคัญมากที่ต้องไปทำ

            “ข้าไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว”

            ตู้เซ่าฝู่พยักหน้า หลายปีมานี้ แม้บิดาเขาจะทำตัวเป็นพวกขี้เมาเหมือนพวกไม่เอาไหนทว่าที่จริงกลับคอยปกป้องตนมาตลอด

            “หากเจ้าอยากพบมารดาและน้องสาวเจ้าเจ้าต้องแข็งแกร่งกว่านี้”

            ตู้ถิงเซวียนมองตู้เซ่าฝู่และยิ้มให้ทว่ารอยยิ้มนี้แฝงด้วยความเศร้าเล็กน้อย กล่าวว่า “ส่วนข้าเพื่อสตรีอันเป็นที่รักของข้าและบุตรสาวของข้า ข้าก็ควรไปทำเรื่องที่ต้องทำแล้ว”

            “จู่ๆข้าก็เริ่มรู้สึกอิจฉาตัวเองขึ้นมาแล้ว อิจฉาตัวเองที่มีบิดาอย่างนี้”

            ตู้เซ่าฝู่จ้องมองบิดาขี้เมาของตน เมื่อครั้นยังเด็กเวลาเขาเห็นเด็กครอบครัวอื่นได้รับความอบอุ่นและห่วงใยจากบิดามารดาเขาเองก็เคยแอบรู้สึกเสียใจเพียงลำพัง ทว่าเมื่อขณะนี้ตู้เซ่าฝู่รู้แล้วว่าบิดาของตนก็เคยทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อต่อสู้ศัตรูเพื่อภรรยาและบุตรของตัวเองอย่างอาจหาญและแน่วแน่เขาก็เริ่มรู้สึกภาคภูมิใจ

            “เจ้าเองก็ไม่เลวเลยข้าเชื่อว่าเจ้าต้องไม่ทำมารดาและน้องสาวของเจ้าผิดหวังแน่นอน” ตู้ถิงเซวียนตบที่บ่าของบุตรชายเบาๆ ขณะที่พูด

            “ชีพจรลมปราณเสมือนเทพคืออะไรหรือ?” ตู้เซ่าฝู่หันหน้าไปมอง เอ่ยถามบิดา “น้องสาวของข้าชีพจรลมปราณเสมือนเทพหรือ?”

            “ชีพจรลมปราณเสมือนเทพสำหรับโลกใบนี้คือพรสวรรค์ที่น่ากลัวที่สุด ใครก็ตามที่เกิดมาด้วยชีพจรลมปราณเสมือนเทพภายภาคหน้าจะแข็งแกร่งจนสามารถทำให้โลกสะเทือนได้แต่ละตระกูลและขุนนางทั้งหลายต่างให้ความเคารพ”

            ตู้ถิงเซวียนกล่าว นัยน์ตาของเขาสั่นไหวจากนั้นมองไปที่ตู้เซ่าฝู่ กล่าวว่า “เจ้าต้องพยายามเข้าล่ะมิเช่นนั้นตอนได้พบกับน้องสาวแล้วเจ้าอาจจะต้องอับอาย”

            “นางหนูจะแข็งแกร่งเพียงใดแต่ข้าคือพี่ชายของนางนางจะกล้ามาทำร้ายข้าด้วยหรือ”

            ตู้เซ่าฝู่ยิ้มเขาคิดถึงน้องสาวที่ไม่รู้ว่าขณะนี้อยู่แห่งหนใดน้องสาวฝาแฝดของเขาจะหน้าตาเหมือนตนเปี๊ยบเลยหรือไม่และนางหนูจะรู้หรือไม่ว่านางมีพี่ชายอยู่คนหนึ่งอยู่บนโลกใบนี้

            ตู้ถิงเซวียนไม่ได้พูดอะไรอีกสองพ่อลูกยืนนิ่งๆ อยู่บนยอดเขา มองดูทิวทัศน์ท้องฟ้าที่อยู่ห่างไกลออกไป

            ขณะนี้สองพ่อลูกรู้สึกว่าหัวใจผูกพันใกล้ชิดแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

            สองพ่อลูกคุยกันนานตู้เซ่าฝู่ยังได้รู้มาจากบิดาขี้เมาของตนว่า หลังจากผ่านภัยร้ายครั้งใหญ่นั้นมาตนก็กลับมาที่เมืองสือเฉิงและเติบโตขึ้นมาที่บ้านสกุลตู้

            เรื่องที่ชีพจรลมปราณของตู้เซ่าฝู่ใช้การไม่ได้ที่จริงบิดาติดสุราคนนี้รู้นานแล้ว ทว่าลุงใหญ่และลุงรองไม่รู้ และไม่รู้ว่าน้องสามของพวกเขาเคยประสบเรื่องใดข้างนอกมา

            ได้ยินมาว่าบิดาเคยไปอยู่ในเมืองหลวงจักรวรรดิสือหลงส่วนเรื่องที่ว่าอยู่ในเมืองหลวงจักรวรรดิสือหลงทำอะไร ตู้เซ่าฝู่ก็ไม่ได้ยินจากบิดามาก่อนเลยเรื่องของแคว้น บิดาขี้เมาของเขาไม่ค่อยพูดถึงเท่าไร

    คล้ายกับเรื่องยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว) ที่คุณอ่าน

    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 253
    จอมยุทธ์ซุปตาร์

    จอมยุทธ์ซุปตาร์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    280K 462
    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    7.72M 2500
    ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.02M 3752
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    สะเทือนสวรรค์ สะท้านอสูร

    สะเทือนสวรรค์ สะท้านอสูร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    243K 312