เช้าวันต่อมา ณ คฤหาสน์สิรินทราอันกว้างใหญ่ไพศาล แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าตรู่สาดส่องส่องผ่านบานหน้าต่างกระจกทรงโค้งสูงสไตล์นีโอคลาสสิก เข้ามาตกกระทบกับพื้นหินอ่อนขัดเงาภายในห้องรับประทานอาหารสุดหรูหรา บรรยากาศยามเช้าดำเนินไปอย่างเงียบสงบและเป็นระเบียบเรียบร้อยตามแบบฉบับของตระกูลมหาเศรษฐี
ที่หัวโต๊ะอาหารไม้มะฮอกกานีตัวยาวที่สามารถรองรับแขกได้ถึงยี่สิบสี่คน 'เจ้าสัวสิรินทร์' ประมุขใหญ่แห่งอาณาจักรสิรินทรา กรุ๊ป กำลังนั่งจิบกาแฟดำรสชาติเข้มข้นสลับกับการสวมแว่นสายตาอ่านข่าวสารจากหน้าหนังสือพิมพ์ธุรกิจฉบับเช้า รอยยิ้มอารมณ์ดีประดับอยู่บนใบหน้าเหี่ยวย่นตามวัย ชายชรารู้สึกเบิกบานใจเป็นอย่างมากที่งานเลี้ยงเปิดตัวหลานชายสายเลือดแท้ๆ เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมาประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ทุกอย่างเป็นไปตามแผนการที่ท่านวางเอาไว้เพื่อปูทางอำนาจให้กับทายาทคนใหม่
ในขณะที่เจ้าสัวกำลังเพลิดเพลินกับข่าวสารในหน้าหนังสือพิมพ์อยู่นั้น เสียงฝีเท้าที่ก้าวเดินอย่างพร้อมเพรียงและเสียงพูดคุยหยอกล้อกันเบาๆ ก็ดังแว่วมาทางโถงทางเดิน ก่อนที่ประตูห้องรับประทานอาหารจะถูกเปิดออก
ชายชราละสายตาจากหน้ากระดาษหนังสือพิมพ์ มองลอดผ่านกรอบแว่นสายตาไปยังทิศทางของประตู ก่อนที่รอยยิ้มบนใบหน้าจะกว้างขึ้นกว่าเดิม เมื่อพบว่าผู้ที่ก้าวเดินนำเข้ามาเป็นคนแรกคือ 'เพียงฟ้า' หลานสาวบุญธรรมและผู้กุมบังเหียนสิรินทรา กรุ๊ปคนปัจจุบัน
ทว่า สิ่งที่ทำให้เจ้าสัวต้องเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย ก็คือภาพลักษณ์ของนางพญาสาวในเช้าวันนี้ เพียงฟ้าไม่ได้สวมใส่ชุดสูททำงานที่ดูเป็นทางการและเคร่งขรึมเหมือนอย่างทุกวัน หญิงสาวอยู่ในชุดเดรสลำลองสีพาสเทลสบายตา ใบหน้าที่แต่งแต้มเครื่องสำอางเพียงอ่อนๆ ดูสดใส เปล่งปลั่ง และเต็มไปด้วยออร่าของความมีชีวิตชีวา รอยยิ้มหวานละมุนประดับอยู่บนริมฝีปาก บรรยากาศรอบตัวของเธอดูผ่อนคลายและอารมณ์ดีเป็นพิเศษจนคนเป็นปู่สังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน
และที่เดินตามหลังซีอีโอสาวมาติดๆ ก็คือเพื่อนสนิททั้งสองคนของเธอ 'หยกนภา' โค้ชคิวบู๊สาวมาดเท่ที่วันนี้อยู่ในชุดเสื้อยืดพอดีตัวกับกางเกงยีนส์ทะมัดทะแมง และ 'โรส' ซูเปอร์โมเดลระดับโลกที่อยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตโอเวอร์ไซส์กึ่งเดรสที่ดูเซ็กซี่อย่างเป็นธรรมชาติ ลักษณะท่าทางของหญิงสาวทั้งสองคนดูสดชื่นและเต็มอิ่ม ราวกับว่าพวกเธอได้รับการพักผ่อนและนอนหลับสนิทมาอย่างเต็มที่ตลอดทั้งคืน
ก่อนที่บุคคลสุดท้ายจะก้าวตามเข้ามาเป็นรั้งท้าย... 'ธีร์' หลานชายของท่านนั่นเอง
อดีตทหารรับจ้างหนุ่มอยู่ในชุดเสื้อยืดสีพื้นและกางเกงขายาวที่ดูเรียบง่าย ทว่าต่างจากความสดชื่นของสามสาวอย่างสิ้นเชิง ใบหน้าหล่อเหลาคมคายของหมาป่าหนุ่มกลับดูอิดโรยเล็กน้อย ใต้ตาคมเข้มมีรอยคล้ำจางๆ บ่งบอกถึงการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ ท่าทีการเดินของเขาดูระแวดระวังและคอยรักษาระยะห่างจากกลุ่มหญิงสาวเบื้องหน้าอย่างเห็นได้ชัด
"อ้าว! ตื่นกันแล้วเหรอพวกหนูๆ ทั้งหลาย" เจ้าสัวสิรินทร์เอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ วางหนังสือพิมพ์ในมือลงบนโต๊ะ "มาๆ มานั่งทานมื้อเช้าด้วยกันก่อน... จะว่าไป นี่ก็นานมากเลยนะ ที่ปู่ไม่ได้เห็นพวกหนูหยกกับหนูโรสมาค้างคืนที่บ้านของปู่แบบนี้ เห็นแล้วก็นึกถึงสมัยก่อนเลยจริงๆ"
หยกนภาและโรสระบายยิ้มกว้างส่งให้ชายชรา ก่อนที่พวกเธอจะเริ่มแยกย้ายกันเข้าประจำที่นั่งที่เหล่าสาวใช้ได้จัดเตรียมเอาไว้ให้
ธีร์ขยับตัวเข้าไปเลื่อนเก้าอี้และทรุดตัวลงนั่งลงที่ฝั่งซ้ายของโต๊ะ โดยมีเพียงฟ้าก้าวเข้ามานั่งลงที่เก้าอี้ตัวติดกันเคียงข้างเขาอย่างเป็นธรรมชาติ ในขณะที่หยกนภาและโรสเลือกที่จะเดินไปนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ประจันหน้ากับคู่หมั้นหนุ่มสาวพอดี
ทันทีที่เจ้านายและแขกคนสำคัญนั่งลงประจำที่เรียบร้อย กลุ่มสาวใช้ในชุดเครื่องแบบก็ก้าวเข้ามาอย่างรู้หน้าที่ พวกเธอจัดการเสิร์ฟอาหารเช้าสไตล์อเมริกันเบรกฟาสต์สุดหรูที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่น ทั้งเบคอนอบกรอบ ไข่ดาว ไส้กรอกพรีเมียม ขนมปังปิ้ง และสลัดผักสดใหม่ พร้อมด้วยกาแฟดำและน้ำผลไม้คั้นสด ลงบนโต๊ะตรงหน้าของทุกคนอย่างเป็นระเบียบ
เจ้าสัวสิรินทร์ทอดสายตามองกลุ่มหญิงสาวรุ่นหลานด้วยความเอ็นดู ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาด้วยความจริงใจ "ปู่ต้องขอบใจจริงๆ นะ ที่พวกหนูอุตส่าห์เคลียร์คิวงานที่ยุ่งเหยิง เพื่อมาร่วมงานเลี้ยงต้อนรับหลานชายของปู่ในค่ำคืนที่ผ่านมาแบบนี้ โดยเฉพาะหนูโรส... ปู่ได้ยินจากหนูฟ้าว่าหนูถึงกับยอมยกเลิกงานเดินแบบที่ต่างประเทศเลยใช่ไหม ปู่เกรงใจพวกหนูจริงๆ"
เมื่อได้ยินคำขอบคุณจากผู้อาวุโส หยกนภาก็รีบโบกมือปฏิเสธเป็นพัลวัน โค้ชคิวบู๊สาวระบายยิ้มกว้างก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงห้าวหาญทว่าแฝงไปด้วยความเคารพ
"โอ๊ย! ไม่ต้องเกรงใจไปหรอกค่ะคุณปู่!" หยกนภาเอ่ยเจื้อยแจ้ว "ยังไงซะ พวกหนูก็ต้องมาอยู่แล้วล่ะค่ะ งานสำคัญระดับประเทศ แถมยังเป็นงานมงคลของยัยฟ้าเพื่อนรักทั้งที จะให้พวกหนูพลาดได้ยังไงกันล่ะคะ... จริงไหม?"
พูดจบ หยกนภาก็เบือนหน้าจากชายชรา แล้วหันขวับมาจ้องมองชายหนุ่มร่างกำยำที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม รอยยิ้มที่เคยมอบให้คุณปู่แปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มมุมปากที่แฝงไปด้วยความนัยบางอย่าง นัยน์ตาสวยเฉี่ยวของเธอหรี่ลงเล็กน้อยราวกับแม่เสือที่กำลังจ้องมองเหยื่ออันโอชะ
"..."
ธีร์ที่กำลังยกแก้วกาแฟดำขึ้นจิบถึงกับชะงัก ชายหนุ่มสัมผัสได้ถึงรังสีคุกคามที่แผ่ซ่านมาจากสายตาคู่นั้นอย่างชัดเจน รอยยิ้มของหยกนภาในเวลานี้มันช่างดูเย้ายวนและอันตรายจนทำเอาอดีตทหารรับจ้างผู้แข็งแกร่งถึงกับรู้สึก 'ขนลุกซู่' ขึ้นมาตามแนวสันหลัง สัญชาตญาณเตือนภัยในหัวของเขากรีดร้องดังก้อง ชายหนุ่มรีบวางแก้วกาแฟลงบนจานรองและทำเป็นแสร้งหันไปสนใจเบคอนในจานของตนเองแทน
ในขณะเดียวกัน โรส ซูเปอร์โมเดลสาวก็ไม่ยอมน้อยหน้า หญิงสาวยกแก้วน้ำส้มขึ้นจิบเบาๆ ก่อนจะเอ่ยสมทบคำพูดของเพื่อนสนิท พร้อมกับทอดสายตาจ้องมองตรงไปยังชายหนุ่มที่นั่งหน้าตึงอยู่ฝั่งตรงข้ามเช่นเดียวกัน
"นั่นน่ะสิคะคุณปู่... อุตส่าห์ได้มีโอกาสเจอกันทั้งที ทั้งที่ฉันเองก็อุตส่าห์เฝ้ารอคอยมาตั้งนานแสนนาน..." โรสเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานหยดย้อยทว่าแฝงไปด้วยความตัดพ้ออย่างเห็นได้ชัด ริมฝีปากสีสดคลี่ยิ้มเยาะเย้ย "แต่สุดท้าย... คนบางคนแถวนี้ ก็ดันใจขี้ขลาด 'หนี' ออกไปนอนตากยุงอยู่ 'นอกระเบียง' ซะได้ น่าเสียดายจริงๆ เลยนะคะ"
"แค่กๆ...!"
สิ้นประโยคของโรส ธีร์ที่เพิ่งจะตักไส้กรอกเข้าปากก็ถึงกับสำลักออกมาเบาๆ ชายหนุ่มรีบหยิบผ้าเช็ดปากขึ้นมาปิดปาก ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยมั่นคงเริ่มขึ้นสีระเรื่อด้วยความกระดากอาย เขาพยายามหลบเลี่ยงสายตาที่จ้องจับผิดของผู้หญิงฝั่งตรงข้ามทั้งสองคนอย่างสุดความสามารถ
"หืม...?"
เจ้าสัวสิรินทร์ที่กำลังฟังสาวๆ พูดคุยกันอย่างเพลิดเพลิน ถึงกับชะงักกึก ชายชราวางมีดและส้อมในมือลง ก่อนจะขมวดคิ้วเข้าหากันแน่นและเอ่ยถามด้วยความตกตะลึงระคนแปลกใจ
"อ้าว! นี่หลาน... หลานไปนอนอยู่ที่ 'นอกระเบียง' มาหรอกรึตาธีร์!?" เจ้าสัวหันไปจ้องหน้าหลานชายเขม็ง "เมื่อคืนนี้มันเกิดอะไรขึ้น? ทำไมหลานถึงหนีไปนอนตากลมหนาวอยู่ตรงนั้นล่ะ? ที่นอนบนเตียงคิงไซส์ในห้องก็ออกจะกว้างขวางแถมยังนุ่มสบายปานนั้น ทำไมถึงไม่นอนดีๆ!"
ธีร์ที่ถูกผู้เป็นปู่คาดคั้นถึงกับอึกอัก ชายหนุ่มอ้าปากค้าง สมองที่เคยประมวลผลยุทธวิธีได้อย่างรวดเร็วในสมรภูมิรบ บัดนี้กลับตื้อตันจนหาข้ออ้างดีๆ มาตอบคำถามไม่ได้ เขาจะกล้าบอกปู่ของตนเองได้อย่างไร ว่าที่เขาต้องอพยพตัวเองออกไปนอนกอดหมอนขดตัวอยู่ริมระเบียงทั้งคืน ก็เพราะเขาต้องหนีตายจากการถูกสามสาวเพื่อนสนิทรุมลวนลามและจับเขากินในห้องนอน!
"เอ่อ... คือว่า... พอดีผม..." ธีร์พยายามปั้นยิ้มแหยๆ และตอบเสียงตะกุกตะกัก "คือผมแค่... อยากจะออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์น่ะครับปู่ บรรยากาศตอนกลางคืนมันเย็นสบายดี ผมก็เลย... เผลอหลับยาวอยู่ตรงนั้นไปเลยน่ะครับ"
คำแก้ตัวที่ฟังดูไร้น้ำหนักและไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย ทำเอาเจ้าสัวสิรินทร์ยิ่งทำหน้างุนงงหนักกว่าเดิม ชายชราหรี่ตาแคบลงอย่างจับผิด ก่อนที่ความสงสัยอีกประการหนึ่งจะผุดขึ้นมาในหัว
"เดี๋ยวก่อนนะ..." เจ้าสัวละสายตาจากหลานชาย ก่อนจะหันขวับไปมองหญิงสาวสองคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม "แล้วนี่... พวกหนูสองคนไป 'รู้' ได้ยังไงกัน ว่าเมื่อคืนนี้เจ้าธีร์มันหนีออกไปนอนที่ระเบียงน่ะ?"
คำถามที่แทงทะลุกลางปล้องของเจ้าสัว ทำเอาธีร์ถึงกับสะดุ้งสุดตัว ชายหนุ่มแทบจะนั่งไม่ติดเก้าอี้ เขาหันไปมองหน้าหยกนภาและโรสด้วยสายตาวิงวอน หวังว่าพวกเธอจะไม่หลุดปากพูดอะไรที่ทำให้สถานการณ์มันเลวร้ายไปกว่านี้
ทว่า สองสาวเพื่อนสนิทกลับไม่ได้มีทีท่าเดือดร้อนหรือหวาดหวั่นต่อคำถามของชายชราเลยแม้แต่น้อย หยกนภาและโรสหันมามองหน้ากัน ก่อนที่พวกเธอจะคลี่ยิ้มกว้างออกมาพร้อมกันอย่างรู้ใจ และหันไปตอบคำถามของเจ้าสัวด้วยน้ำเสียงประสานกันอย่างพร้อมเพรียง
"ความลับค่ะคุณปู่!"
คำตอบสั้นๆ ที่มาพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของสองสาว ทำเอาเจ้าสัวสิรินทร์ถึงกับกะพริบตาปริบๆ ชายชราอ้าปากค้าง พูดไม่ออกบอกไม่ถูกกับความทะเล้นของกลุ่มหญิงสาว
ธีร์ได้ยินคำตอบนั้นก็ถึงกับลอบถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก อย่างน้อยพวกเธอก็ไม่ได้แฉความจริงเรื่อง 'สัญญาแชร์สามี' ออกมาให้ปู่ของเขาได้รับรู้ ชายหนุ่มหันขวับไปมอง 'คู่หมั้นสาว' ของตนเองที่นั่งอยู่เคียงข้าง หวังจะให้เธอช่วยพูดอธิบายหรือเปลี่ยนหัวข้อสนทนาเพื่อกอบกู้สถานการณ์ที่น่าอึดอัดนี้
แต่ทว่า... นางพญาสาวอย่างเพียงฟ้ากลับไม่ได้มีทีท่าจะเดือดเนื้อร้อนใจเลยแม้แต่น้อย เธอกำลังนั่งหั่นไส้กรอกเข้าปาก ทานมื้อเช้าของตนเองอย่างสบายใจเฉิบ ราวกับว่าเรื่องที่กำลังพูดคุยกันอยู่นี้ไม่ได้สลักสำคัญอะไรเลย
เมื่อเห็นว่าถามเพื่อนไม่ได้ความ เจ้าสัวสิรินทร์จึงตัดสินใจหันเป้าหมายไปหาหลานสาวบุญธรรมของตนเองแทน
"แล้วนี่มันยังไงกันล่ะหนูเพียงฟ้า..." เจ้าสัวเอ่ยถามเสียงเข้มขึ้นเล็กน้อย "ทำไมหนูถึงใจจืดใจดำ ปล่อยให้คู่หมั้นของตัวเองออกไปนอนตากลมหนาวอยู่ที่ระเบียงทั้งคืนแบบนั้นได้ล่ะลูก? ทะเลาะอะไรกันหรือเปล่า?"
เพียงฟ้าค่อยๆ วางส้อมในมือลง หญิงสาวหยิบกระดาษทิชชูขึ้นมาซับมุมปากอย่างเชื่องช้าและสง่างาม ก่อนจะหันไปสบตากับชายชราด้วยใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยรอยยิ้มละมุน ทว่าแววตากลับแฝงไปด้วยความขี้เล่นอย่างปิดไม่มิด
"ฟ้ารึคะจะปล่อยให้เขาไปนอนตากลม?" เพียงฟ้าเอียงคอเล็กน้อย แสร้งทำน้ำเสียงไร้เดียงสา "ฟ้าก็ไม่รู้เหมือนกันนะคะคุณปู่... ว่าเมื่อคืนนี้ จู่ๆ เขาก็เกิดนึก 'กลัว' อะไรขึ้นมากันแน่ ถึงได้ลุกพรวดพราดคว้าหมอนวิ่งหนีออกไปล็อกประตูขังตัวเองอยู่ข้างนอกระเบียงซะแน่นหนาขนาดนั้น..."
หญิงสาวจงใจปรายตามองคู่หมั้นหนุ่มที่นั่งหน้าตึงอยู่ข้างๆ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำเอาธีร์แทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี "ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว... ภายในห้องนอนของเรา ก็ไม่ได้มี 'สัตว์ร้าย' หรือตัวประหลาดที่น่ากลัวอะไรซุกซ่อนอยู่เลยนี่คะ จริงไหมคะธีร์?"
ธีร์ที่ถูกลากเข้าไปร่วมวงสนทนาได้แต่นั่งนิ่งเป็นรูปปั้น ชายหนุ่มเม้มริมฝีปากแน่น ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาคู่หมั้นสาวที่กำลังส่งยิ้มหวานอาบยาพิษมาให้เขา
สัตว์ร้ายงั้นเหรอ? ธีร์คิดค้านอยู่ในใจอย่างหนักหน่วง สำหรับเขาแล้ว ผู้หญิงสวยระดับประเทศสามคนที่มาเบียดเสียดเรือนร่าง รุกเร้า และจ้องจะจับเขากินในสภาพชุดนอนสุดเซ็กซี่นั่นแหละ... คือ 'สัตว์ร้าย' ที่อันตรายและน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าทหารรับจ้างฝ่ายศัตรูทั้งกองร้อยเสียอีก!
เมื่อเห็นเพียงฟ้าเปิดช่อง หยกนภาก็ไม่รอช้า โค้ชคิวบู๊สาวรีบรับลูกคู่และเอ่ยสมทบขึ้นมาทันที
"นั่นน่ะสิคะ! ใช่แล้วล่ะค่ะคุณปู่!" หยกนภาพยักหน้าหงึกหงัก สนับสนุนคำพูดของเพื่อนรักอย่างเต็มที่ "ห้องออกจะหรูหรากว้างขวาง ไม่มีอะไรน่ากลัวสักกะหน่อยเลย... แต่บางคนแถวนี้ก็ 'แค่นี้ทำเป็นกลัว' ไปได้! ไม่สมกับมาดทหารรับจ้างเดนตายเอาซะเลยนะคะเนี่ย น่าผิดหวังจริงๆ!"
"ฉันเห็นด้วยอย่างยิ่งเลยล่ะค่ะ" โรสกล่าวเสริมอย่างลื่นไหล รอยยิ้มเย้ายวนยังคงไม่จางหายไปจากริมฝีปากสีสด "บรรยากาศในห้องก็ออกจะดี แถมยังมีแต่ 'นางฟ้าแสนสวย' ถึงสามคนคอยอยู่เป็นเพื่อนแท้ๆ... ไม่รู้ว่าจะตื่นตระหนกตกใจ และกลัวอะไรนักหนานะคะ แปลกคนจริงๆ เลยผู้ชายคนนี้"
เมื่อเผชิญกับการรุมโจมตีด้วยคำพูดเหน็บแนมจากสามสาวอย่างพร้อมเพรียง ธีร์ก็ทำได้เพียงแค่นั่งก้มหน้า ยอมรับชะตากรรมอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง หมาป่าหนุ่มผู้ไร้เทียมทานในสมรภูมิ บัดนี้กลับถูกต้อนให้จนมุมอยู่กลางโต๊ะอาหารอย่างน่าสงสาร
ทางด้านเจ้าสัวสิรินทร์ที่นั่งฟังบทสนทนาอันแสนจะพิลึกพิลั่นนี้มาตั้งแต่ต้น ชายชราก็เริ่มขมวดคิ้วเข้าหากันแน่นขึ้นเรื่อยๆ สมองของผู้อาวุโสเริ่มประมวลผลคำใบ้ที่แฝงอยู่ในรูปประโยคของหญิงสาวทั้งสามคน
'ในห้องของเรา' ... 'มีนางฟ้าแสนสวยถึงสามคน' ... 'รู้ว่าเจ้าธีร์ไปนอนที่ระเบียง'
ยิ่งคิด เจ้าสัวก็ยิ่งรู้สึกแปลกๆ และทะแม่งๆ กับรูปประโยคเหล่านั้น ชายชรากะพริบตาปริบๆ ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความมึนงงอย่างปิดไม่มิด
"เดี๋ยวนะ..." เจ้าสัวมองหน้าหญิงสาวทั้งสามคนสลับกันไปมา "นี่พวกหนู... กำลังพูดเรื่องอะไรกันอยู่เนี่ย? ฟังจากที่พวกหนูพูดเมื่อกี้... มันฟังดูเหมือนกับว่า เมื่อคืนนี้... พวกหนูหยกกับหนูโรส... เข้าไปนอนรวมกันอยู่ 'ในห้อง' ของหนูฟ้ากับเจ้าธีร์เลยอย่างนั้นแหละ!?"
คำถามที่แทงทะลุใจดำของเจ้าสัว ทำเอาบรรยากาศบนโต๊ะอาหารชะงักงันไปเพียงเสี้ยววินาที
ธีร์หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ชายหนุ่มเกร็งตัวขึ้นโดยอัตโนมัติ รอคอยให้พวกเธอคนใดคนหนึ่งหลุดปากเฉลยความจริงอันน่าปวดหัวนี้ออกมา
ทว่า หญิงสาวทั้งสามคนกลับไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนก พวกเธอทำเพียงแค่หันมาสบตากันอย่างมีความหมาย ก่อนจะพร้อมใจกันอมยิ้มที่มุมปากอย่างมีเลศนัย
"..."
ไม่มีคำตอบใดๆ หลุดออกมาจากปากของพวกเธอ เพียงฟ้า หยกนภา และโรส เลือกที่จะไม่ตอบคำถามนั้นเพื่อปล่อยให้ชายชราได้แต่คาดเดาไปต่างๆ นานา หญิงสาวทั้งสามคนทำเพียงแค่ก้มหน้าก้มตา หันกลับไปจัดการกับมื้อเช้าในจานของตนเองต่อไปอย่างเงียบๆ ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ปล่อยให้เจ้าสัวสิรินทร์ ประมุขใหญ่ผู้กุมอำนาจล้นฟ้าแห่งอาณาจักรสิรินทรา กรุ๊ป... ได้แต่นั่งทำหน้างงงวย ขมวดคิ้วแน่น และเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจอย่างถึงที่สุด ว่าภายใต้รอยยิ้มปริศนาของกลุ่มหญิงสาวรุ่นหลานพวกนี้ มันเกิดเรื่องราววุ่นวายอะไรขึ้นในคฤหาสน์ของท่านกันแน่!
ขณะที่บรรยากาศบนโต๊ะอาหารกำลังถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบที่เต็มไปด้วยปริศนาและความนัยที่ซ่อนเร้น เสียงช้อนส้อมกระทบจานกระเบื้องเคลือบดังขึ้นเป็นระยะสลับกับเสียงจิบกาแฟ เจ้าสัวสิรินทร์ที่ยอมแพ้ต่อการคาดคั้นเอาความจริงจากกลุ่มหญิงสาวรุ่นหลาน จึงตัดสินใจเปลี่ยนหัวข้อสนทนาเพื่อทำลายความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้น
"ว่าแต่..." ประมุขแห่งอาณาจักรสิรินทรา กรุ๊ป กระแอมไอเบาๆ ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "แล้ววันนี้ล่ะ... พวกหนูๆ มีแผนจะทำอะไร หรือจะออกไปที่ไหนกันหรือเปล่าหืม?"
เพียงฟ้าค่อยๆ วางช้อนและส้อมในมือลงอย่างมีมารยาท หญิงสาวหยิบผ้าเช็ดปากขึ้นมาซับที่มุมปากเบาๆ ก่อนจะหันไปตอบคำถามของผู้เป็นปู่บุญธรรมด้วยน้ำเสียงฉะฉานและแฝงไปด้วยความมุ่งมั่นตามแบบฉบับของผู้บริหารระดับสูง
"วันนี้ฟ้าคิดว่าจะเข้าไปดูงานที่บริษัทสักหน่อยค่ะคุณปู่" เพียงฟ้าเอ่ยตอบ รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า "ดูเหมือนว่าโปรเจกต์ธุรกิจใหม่ที่ฟ้าเพิ่งจะเริ่มบุกเบิกไป... จะมีรายละเอียดและเอกสารสำคัญอีกหลายอย่างที่ฟ้าต้องเข้าไปจัดการและตัดสินใจด้วยตัวเองน่ะค่ะ"
หยกนภาที่กำลังเคี้ยวเบคอนอบกรอบอยู่ถึงกับชะงัก โค้ชคิวบู๊สาวเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสนใจ ก่อนจะเอ่ยถามเพื่อนสนิทด้วยความอยากรู้อยากเห็น "ธุรกิจใหม่เหรอฟ้า? ธุรกิจใหม่อะไรกันน่ะ? ปกติฉันเห็นครอบครัวเธอทำแต่พวกโลจิสติกส์ ขนส่งทางเรือทางอากาศอะไรพวกนั้นไม่ใช่เหรอ?"
นางพญาสาวแห่งสิรินทรา กรุ๊ป คลี่ยิ้มกว้างขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตากลมโตของเธอปรายมองข้ามโต๊ะอาหาร ไปหยุดอยู่ที่ใบหน้าคมเข้มของอดีตทหารรับจ้างหนุ่มที่กำลังนั่งเงียบอยู่เคียงข้าง ก่อนจะเอ่ยตอบเพื่อนสนิทด้วยน้ำเสียงที่มีนัยยะแอบแฝง
"เป็นโปรเจกต์เกี่ยวกับ 'เทคโนโลยีความมั่นคง' และอุปกรณ์สนับสนุนทางทหารน่ะจ้ะหยก..." เพียงฟ้าจงใจเน้นเสียงที่คำว่าทหาร "เป็นส่วนต่อยอดธุรกิจที่ฉันตั้งใจจะทำ เพื่อรองรับและเชื่อมโยงกับทักษะความสามารถของ 'ใครบางคน' ในอนาคตน่ะจ้ะ"
คำตอบของเพียงฟ้าทำเอาธีร์ที่กำลังดื่มน้ำผลไม้ถึงกับชะงัก ชายหนุ่มรับรู้ได้ทันทีว่าธุรกิจที่คู่หมั้นสาวกำลังพูดถึงนั้น เธอตั้งใจสร้างมันขึ้นมาเพื่อปูทางอำนาจและรองรับอดีตทหารอย่างเขาโดยเฉพาะ
เมื่อได้ยินดังนั้น หยกนภาก็พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ หญิงสาวในชุดเสื้อยืดทะมัดทะแมงหันไปมองหน้าธีร์สลับกับเพียงฟ้า ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นมาอย่างตรงไปตรงมา
"อ้าว... ถ้าเป็นธุรกิจที่เกี่ยวกับทหารแบบนั้น แล้ววันนี้เธอไม่ต้องพา 'อีตาธีร์' ไปที่บริษัทด้วยหรอกเหรอ?" หยกนภาตั้งคำถาม "ให้เขาไปช่วยดูงาน หรือไปเป็นที่ปรึกษาให้ก็น่าจะดีไม่ใช่หรือไง?"
ทว่า คำตอบที่หลุดออกมาจากปากของนางพญาสาว กลับทำเอาหมาป่าหนุ่มถึงกับต้องเสียวสันหลังวาบ!
"ไม่ต้องหรอกจ้ะ" เพียงฟ้าส่ายหน้าเบาๆ รอยยิ้มหวานปานน้ำผึ้งแต่แฝงไปด้วยยาพิษถูกส่งไปให้เพื่อนสนิท "วันนี้ที่บริษัทไม่ได้มีงานอะไรที่สลักสำคัญมากนักหรอก... เอาเป็นว่า วันนี้ฉัน 'อนุญาต' ให้เธอ... ลากเขาไปที่ไหนก็ได้ตามสบายเลยนะจ๊ะหยก"
"แค่กๆๆ...!"
สิ้นประโยคอนุญาตอันแสนจะใจกว้างของคู่หมั้นสาว ธีร์ที่กำลังพยายามกลืนน้ำผลไม้ลงคอก็ถึงกับสำลักพรวดออกมาอย่างรุนแรง! ชายหนุ่มไอค่อกแค่กจนหน้าแดงก่ำ รีบคว้ากระดาษทิชชูมาปิดปากแทบไม่ทัน
ธีร์หันขวับไปมองใบหน้าสวยหวานของเพียงฟ้าด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง ภายในหัวของเขามีแต่คำถามที่ตีรวนไปหมด 'นี่เธอกำลังคิดอะไรของเธออยู่กันแน่เนี่ย!?' ชายหนุ่มแทบอยากจะตะโกนถามออกไปดังๆ เมื่อคืนนี้ก็เพิ่งจะสั่งให้เพื่อนสองคนมารุมจัดการเขาในห้องนอน มาเช้านี้เธอยังจะใจกว้าง มอบตัวเขาใส่พานทองส่งเข้าปากเสือปากจระเข้อีกอย่างนั้นหรือ!?
ชายหนุ่มค่อยๆ หันหน้ากลับมามองที่ฝั่งตรงข้าม และเขาก็ต้องพบกับสายตาของ 'หยกนภา' ที่กำลังจ้องมองมาที่เขาด้วยแววตาเป็นประกายวาววับ โค้ชคิวบู๊สาวยกยิ้มที่มุมปากอย่างพึงพอใจ มันเป็นรอยยิ้มที่ทำให้ธีร์รู้สึกว่า... ผู้หญิงคนนี้ดูน่ากลัวและรับมือยากยิ่งกว่าตอนที่เธอสวมชุดยูโดสายดำ แล้วพุ่งเข้ามาท้าประลองกับเขาที่โรงฝึกเสียอีก!
ในขณะที่หมาป่าหนุ่มกำลังนั่งตัวแข็งทื่อราวกับรูปปั้นหิน เสียงหวานเย้ายวนของ 'โรส' ซูเปอร์โมเดลสาวก็ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะ
"ส่วนฉัน..." โรสเอ่ยขึ้นพลางใช้มีดหั่นไส้กรอกในจานอย่างเชื่องช้า "วันนี้ฉันคงต้องขอตัวไปเคลียร์งานที่คั่งค้างก่อนล่ะนะ เพราะคราวก่อน ฉันเล่นแคนเซิลคิวงานเดินแบบระดับนานาชาติไปซะหลายเจ้า เพื่อบินกลับมาดูหน้าคู่หมั้นของยัยฟ้า..."
ซูเปอร์โมเดลสาวปรายตามองธีร์ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูด "ถึงขั้นมีเอเจนซี่บางเจ้า ยอมระงับคิวถ่ายทำและพักงานทั้งหมด เพื่อรอให้ฉันกลับไปเคลียร์คิวให้ด้วยซ้ำไป... เพราะฉะนั้น วันนี้ฉันจะยอมถอยให้ก่อน ฉันจะไม่ยุ่งเรื่องของเธอในวันนี้ก็แล้วกันนะยัยหยก"
พูดจบ โรสก็หันไปจ้องหน้าเพื่อนสนิทลุคทอมบอยด้วยแววตาที่จริงจังขึ้น "แต่ฉันขอเตือนเอาไว้ก่อนเลยนะยะ... ถ้าวันนี้เธอมีเวลาอยู่กับเขาทั้งวัน แต่เธอดันไม่รู้จักใช้โอกาสนี้ 'จัดการ' ทุกอย่างให้เรียบร้อย... แล้วปล่อยให้ฉันปาดหน้าเค้กแย่งเขาไปกินก่อนล่ะก็ ถึงตอนนั้น... เธออย่ามาบ่น หรือมาร้องไห้ขี้มูกโป่งให้ฉันฟังก็แล้วกัน!"
หยกนภาที่ถูกเพื่อนท้าทายก็เชิดหน้าขึ้นทันที หญิงสาวตอบกลับด้วยความมั่นใจเกินร้อย "หึ! ไม่ต้องให้เธอมาสอนหรอกย่ะยัยโรส! ให้บ่นงั้นเหรอ? ฝันไปเถอะ! เพราะคนอย่างฉันเนี่ย... ไม่มีทาง 'ออมมือ' หรือปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไปง่ายๆ หรอกนะยะ!"
บทสนทนาที่เต็มไปด้วยศัพท์แสงอันตรายอย่างคำว่า 'จัดการ' และ 'ออมมือ' ทำเอาธีร์ที่นั่งฟังอยู่ตรงกลางถึงกับลอบกลืนน้ำลายก้อนใหญ่ลงคอ ชายหนุ่มรู้สึกขนลุกซู่ซ่าไปทั้งสรีระ เขาอยากจะยกมือขึ้นแล้วตะโกนถามเหลือเกินว่า 'ไอ้การออมมือที่ว่าเนี่ย มันออมมือเรื่องอะไรกัน!? มันไม่น่าจะเกี่ยวอะไรกับผมใช่ไหม!?'
แต่อดีตทหารรับจ้างรู้ดีว่าขืนถามออกไปตรงๆ เขาคงตกเป็นเป้าหมายให้พวกเธอรุมทึ้งหนักกว่าเดิมแน่ สมองอันชาญฉลาดและไหวพริบปฏิภาณที่ใช้เอาตัวรอดในสมรภูมิ เริ่มทำงานอย่างหนักหน่วง ธีร์รีบกวาดสายตามองหาทางหนีทีไล่ ก่อนจะโพล่งประโยคหนึ่งขึ้นมาเพื่อเอาตัวรอด
"อ้อ... จริงสิครับ! หรือว่า... พอดีผมเพิ่งนึกขึ้นมาได้ ว่าวันนี้ผมเองก็มี 'ธุระ' สำคัญที่ต้องไปจัดการเหมือนกันน่ะครับ..."
ทว่า ทันทีที่คำว่า 'ธุระ' หลุดออกจากปากของหมาป่าหนุ่ม... ช้อนและส้อมในมือของหญิงสาวทั้งสามคนก็หยุดชะงักลงแทบจะพร้อมกัน!
เพียงฟ้า หยกนภา และโรส ต่างพร้อมใจกันละสายตาจากอาหารเช้าตรงหน้า แล้วหันขวับมาจ้องมองใบหน้าของชายหนุ่มเป็นตาเดียว!
บรรยากาศภายในห้องรับประทานอาหารที่เคยกว้างขวาง บัดนี้กลับหดแคบลงจนน่าอึดอัด ธีร์สัมผัสได้ถึง 'แรงกดดัน' มหาศาลที่แผ่พุ่งออกมากดทับร่างของเขาจนแทบจะหายใจไม่ออก! ชายหนุ่มลอบกำหมัดแน่นใต้โต๊ะ เขายอมรับกับตัวเองจากใจจริงเลยว่า... แม้แต่ตอนที่เขาถูกวูลฟ์แฟงส่งไปทำภารกิจเสี่ยงตายระดับ S-Class บุกทะลวงเข้าไปในเขตแดนของกลุ่มก่อการร้าย หรือแม้แต่ตอนที่ต้องเผชิญหน้ากับพวกลัทธินิวอีเดนที่คลั่งศาสนาและมีอาวุธสงครามครบมือ เขายังไม่เคยรู้สึกกดดัน หวาดระแวง และขนหัวลุกได้มากเท่ากับการถูกผู้หญิงสวยสามคนนี้จ้องหน้าเลยสักนิด!
แต่ถึงกระนั้น ธีร์ก็ยังคงปั้นหน้าตาย กัดฟันฝืนพูดข้ออ้างของตนเองต่อไป "ค... คือว่า ผมมีธุระที่จะต้องไปทำจริงๆ นะครับ วันนี้ผมคง..."
"ธุระ...?"
น้ำเสียงนุ่มนวลทว่าเย็นยะเยือกของเพียงฟ้าดังแทรกขึ้นมา ซีอีโอสาวหันมาเผชิญหน้ากับคู่หมั้นของตนเอง รอยยิ้มหวานถูกส่งมาให้ แต่มันกลับเป็นรอยยิ้มที่ให้ความรู้สึกกดดันและอันตรายเป็นอย่างมาก
"ธุระอะไรกันคะธีร์...?" เพียงฟ้าเอียงคอถาม แววตาจับผิดอย่างเห็นได้ชัด "คุณเพิ่งจะเดินทางกลับมาถึงประเทศไทย เพิ่งจะย้ายเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์หลังนี้ได้เพียงแค่ไม่กี่วัน... คุณยังไม่ทันจะได้ออกไปไหนมาไหน หรือรู้จักใครที่ไหนเลยด้วยซ้ำ... แล้วจู่ๆ คุณจะมี 'ธุระ' ด่วนอะไรให้ต้องไปจัดการในวันนี้คะ?"
เจอคำถามไล่ต้อนที่แสนจะสมเหตุสมผลของคู่หมั้นสาวเข้าไป ธีร์ก็ถึงกับอึกอัก ชายหนุ่มตวัดสายตาไปมองที่หยกนภา ซึ่งตั้งแต่เหตุการณ์บุกรุกห้องนอนเมื่อคืนนี้ เขาก็เริ่มรู้สึก 'ไม่ไว้วางใจ' ทั้งตัวเธอและเพื่อนของเธอเป็นอย่างมาก เขาคิดคำนวณในหัวอย่างรวดเร็วว่าต้องหาข้ออ้าง หรือเหตุผลอะไรสักอย่างที่มีน้ำหนักมากพอ เพื่อที่วันนี้เขาจะได้ไม่ต้องตกเป็นเหยื่อ ถูกโค้ชคิวบู๊สาวลากออกไปเชือดนอกบ้าน
แต่ในขณะที่หมาป่าหนุ่มกำลังเค้นสมองคิดหาคำตอบอยู่นั้นเอง หยกนภาก็ไม่ยอมปล่อยให้เหยื่อของเธอหาทางรอดไปได้ โค้ชคิวบู๊สาวรีบพูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงร่าเริงและใจกว้างอย่างที่สุด
"เอาน่าๆ... ไม่เป็นไรหรอกนะธีร์!" หยกนภายิ้มกว้าง "ถ้านายมีธุระด่วนที่จะต้องไปทำจริงๆ ล่ะก็... เอาไว้เดี๋ยวเราค่อยไปทำธุระของนายด้วยกันก็ได้นะ! วันนี้ฉันเองก็ไม่ได้อยากจะให้นายไปช่วยดูงานที่สตูดิโอถ่ายหนังของฉันสักเท่าไหร่อยู่แล้วล่ะ... แต่ถ้านายมีธุระ เดี๋ยวฉันจะเดินเคียงข้าง ไปทำธุระเป็นเพื่อนของนายเอง! ฉันไม่มีปัญหาหรอกนะ สบายมาก!"
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเตรียมจะเกาะติดเขาไปทุกที่ ธีร์ก็รีบโบกมือปฏิเสธเป็นพัลวัน "ม... ไม่ต้องหรอกครับ! ไม่ต้องลำบากคุณหยกหรอกครับ! ธุระของผม ผมไปทำเองคนเดียวดีกว่า... ขืนให้คุณตามผมไปมา มันจะพาลทำให้เสียเวลางานของคุณที่สตูดิโอไปเปล่าๆ นะครับ"
"โอ๊ย! ไม่เสียงานหรอกน่า!" หยกนภาพูดสวนกลับทันควัน พร้อมกับหยิบแก้วน้ำขึ้นดื่มอย่างชิลๆ "คิวบู๊ของกองถ่ายในวันนี้ ส่วนใหญ่มันเป็นทักษะที่เกี่ยวข้องกับการ 'ใช้ปืน' และฉากดวลปืนซะเป็นส่วนใหญ่น่ะ... ถึงแม้ว่านักแสดงตัวหลักในวันนี้ จะยังคงเป็น 'เจ้าก๊อต' พระเอกจอมขี้เก๊กคนนั้นก็เถอะ..."
หยกนภากรอกตาขึ้นบนเมื่อเอ่ยถึงชื่อของก๊อต "ฉันล่ะไม่เข้าใจผู้กำกับจริงๆ ว่าทำไมถึงได้ปลื้มอะไรกับนักแสดงคนนี้นักหนา ทั้งที่นักแสดงแอ็กชันคนอื่นๆ ที่หน่วยก้านดีกว่านี้ก็มีตั้งหลายคน ถึงฉันจะยอมรับก็เถอะนะ ว่าหมอนี่มันมีความทุ่มเทและพยายามในการฝึกซ้อมจริงๆ... แต่มันก็น่าจะเปิดโอกาสให้นักแสดงคนอื่นได้แสดงฝีมือบ้าง"
โค้ชคิวบู๊สาวบ่นกระปอดกระแปดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาฉีกยิ้มให้ชายหนุ่ม "แต่ก็เอาเถอะ... สรุปก็คือ วันนี้ฉันมีหน้าที่แค่เข้าไป 'ดูภาพรวม' เฉยๆ แล้วก็ช่วยทีมงานจัดท่าทางคิวบู๊เล็กๆ น้อยๆ เท่านั้นเองล่ะ คนที่ต้องทำงานหนักและเหนื่อยจริงๆ น่ะ คือหัวหน้าทีมสตันต์แมนอีกคนหนึ่งต่างหาก..."
หยกนภาเท้าคางกับโต๊ะอาหาร จ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของธีร์ด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ "ความจริงแล้ว... วันนี้ฉันไม่ต้องโผล่หน้าเข้าไปที่สตูดิโอเลยก็ยังได้นะ แต่การทำงานแบบต่องานกัน ในตอนที่ฉันต้องกลับไปรับช่วงทำหน้าที่ต่อ มันจะดูยุ่งยากและวุ่นวายไปหน่อย ก็แค่นั้นเอง... เพราะฉะนั้น สรุปสั้นๆ ให้ฟังตรงนี้เลยนะ ว่าวันนี้... ฉันมีเวลา 'ว่าง' ที่จะอยู่กับนายได้ 'ทั้งวัน' เลยล่ะจ้ะ!"
ประโยคปิดท้ายของหยกนภาเปรียบเสมือนการปิดประตูตายให้กับข้ออ้างทุกอย่างของอดีตทหารรับจ้าง! ธีร์ได้แต่นั่งอ้าปากค้าง หมดสิ้นหนทางหนีโดยประการทั้งปวง ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นลูกแกะตัวน้อยที่กำลังถูกฝูงหมาป่าสาวต้อนเข้ามุมอย่างช้าๆ
ทางด้าน 'เจ้าสัวสิรินทร์' ที่นั่งเงียบฟังบทสนทนาอันแสนจะซับซ้อนซ่อนเงื่อนนี้มาตั้งแต่ต้น ชายชรากวาดสายตามองหลานสาวบุญธรรม ซูเปอร์โมเดล โค้ชคิวบู๊ และหลานชายสายเลือดแท้ๆ สลับกันไปมา ยิ่งฟัง... ประมุขแห่งสิรินทรา กรุ๊ป ก็ยิ่งรู้สึกแปลกประหลาดใจ ท่านชักอยากจะเอ่ยปากถามออกไปตรงๆ เหลือเกิน ว่าในหมู่พวกวัยรุ่นทั้งสี่คนนี้ มันมีความลับ หรือมีข้อตกลงอะไรที่ลึกซึ้งซ่อนอยู่เบื้องหลังกันแน่!?
แต่เมื่อประเมินจากบรรยากาศที่มาคุและการหยอกล้อที่ดูเหมือนมีรังสีอำมหิตแฝงอยู่ เจ้าสัวผู้มากประสบการณ์ก็เลือกที่จะถอนหายใจออกมาเบาๆ ท่านตัดสินใจที่จะ 'เงียบ' และไม่เข้าไปก้าวก่ายในสมรภูมิรบของหนุ่มสาว ปล่อยให้มันเป็นเรื่องของหนุ่มสาวจัดการกันเอง...
ชายชรายกแก้วกาแฟขึ้นจิบอีกครั้ง ก่อนจะลอบมองใบหน้าที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกของหลานชายตัวโต ได้แต่ภาวนาและหวังอยู่ลึกๆ ภายในใจว่า... วันนี้ หลานชายเพียงคนเดียวของท่าน จะสามารถเอาชีวิตรอดและกลับมาได้อย่าง 'ปลอดภัย' ครบสามสิบสองประการก็แล้วกัน...