Antimage Master

    บทที่​ 17 อะไรวะเนี่ย​ พาร์ท​ 1

    บทที่ 17 อะไรวะเนี่ย พาร์ท 1

     อาเรียรีบกลับไปที่ร้านค้าอีกครั้งเพื่อซื้อของที่เกี่ยวข้องกับการตรวจจับทั้งหมด(ทั้ง 3 ชิ้นคือผงตรวจจับ, รูนหาพลังเวทและสูตรจารึกรูนเพิ่มประสิทธิภาพรูนตรวจจับ) เธอเหลือคะแนนอยู่เล็กน้อย แต่เธอตัดสินใจว่าจะไม่จ่ายในตอนนี้เพราะในอนาคตอาจมีเหตุจำเป็นที่เธอจะต้องใช้

     “รูนนี้ใช้ยังไงคะ” อาเรียถามพนักงาน

     "เพียงแแค่จ่ายพลังเวทแบบที่ต้องการค้นหาเข้าไปรูนจะแสดงทิศทางที่พลังเวทรูปแบบเดียวกันอยู่" 

     “ขอบคุณค่ะ”

     “ด้วยความยินดี”

     หลังจากนั้นอาเรียออกจากเขตร้านค้าและเริ่มทดสอบรูน

     เธอดัดแปลงพลังเวทที่ค่อนข้างพิเศษเพื่อฝังไว้กับรูท ดังนั้นในตอนนี้เธอจำเป็นต้องจ่ายพลังเวทรูปแบบเดียวกันให้กับรูนหากรูนนี้ใช้งานได้มันจะชี้ทิศทางให้เธอหากรูทอยู่ใกล้ๆ

     หลังจากที่เธอจ่ายพลังเวทย์เข้า​ รูนเพียงเรืองแสงเท่านั้นและไม่ได้แจ้งทิศทางใดๆกับเธอ

     “หากรูนนี้ใช้งานได้ ดูเหมือนว่าเด็กคนนั้นไม่ได้อยู่ในระยะตรวจจับ” สคัลกล่าวหลังจากที่เห็นว่ารูนไม่ได้ชี้ทิศทาง

     “เราควรตรวจสอบว่ารูนนี้ใช้ได้หรือไม่หลังจากนั้นมาตรวจสอบระยะใช้งาน”

     “นั่นคือสิ่งที่เจ้าควรทำเด็กน้อย”

     เมื่อทั้งคู่เห็นตรงกันอาเรียจึงส่งพลังเวทลักษณะเดียวกันไปที่ต้นไม้ที่ห่างไปประมาณ 20 เมตร และรูนเริ่มชี้ไปที่ต้นไม้ทันที

     เธอทำลายร่องรอยของพลังเวทนั้นและเริ่มทำซ้ำอีกครั้งด้วยระยะทางที่ต่างกัน จนกระทั่งเธอได้ผลสรุปถึงระยะทางมากสุดที่รูนนี้สามารถตรวจจับ

     “ประมาณ 500 เมตร​ ก่อนที่จะไม่สามารถตรวจจับได้”

     “นั่นค่อนข้างใกล้”

     อาเรียพยักหน้าเห็นด้วยกับสิ่งที่สคัลกล่าว พื้นที่ทดสอบครั้งนี้ค่อนข้างกว้าง แม้พื้นที่ทดสอบโดยรวมจะประมาณเพียง 10 ตารางกิโลเมตร แต่นั่นก็เป็นเพราะพื้นที่เขตชั้นในซึ่งอยู่ตรงกลางไม่นับรวมเป็นพื้นที่ทดสอบ

     “ข้าอาจต้องพึ่งโชค”อาเรียกล่าวด้วยคิ้วที่ขมวด อย่างไรก็ตามในสายตาของสคัลเธอดูน่ารักและเอาแต่ใจเมื่ออาเรียทำหน้าเช่นนั้น

    ***

     ต่างจากนักเรียนส่วนใหญ่ โทบี้ถูกส่งไปที่สุดขอบของพื้นที่ทดสอบในทางตะวันออก หลังจากที่อ่านเอกสารที่จักรกลมอบให้เขา เขารู้สึกว่าตัวเองทั้งโชคดีและโชคร้ายในเวลาเดียวกัน

     “ฉันไม่ได้อยู่ใกล้กับแหล่งสมบัติ” นั่นคือสิ่งที่โทบี้มองว่าเขาโชคร้าย

     “… แต่อย่างน้อยดูเหมือนว่าข้าจะไม่ได้อยู่ใกล้ใครเลยและนี่ถือเป็นความโชคดี”

     โทบี้ตัดสินใจที่จะมองหาจักรกลรบเพื่อเก็บคะแนนพิเศษ อย่างน้อยเขามีประสบการณ์การต่อสู้กับจักรกลมากกว่ากับมนุษย์

     โทบี้เริ่มกางรูนเขตแดนทันทีเพื่อล้อมรอบพื้นที่ที่เขาจะใช้ล่าจักรกล

     รูนนี้เป็นรูนชุดที่ต้องสลักรูนหลายตัวล้อมอาณาเขตที่ต้องการ รูนนี้จะเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติของอากาศที่อยู่ระหว่างรูนให้เป็นม่านหมอกบางๆ อย่างไรก็ตามหากมีบางสิ่งที่ขนาดใหญ่พอผ่านม่านหมอกรูนที่เชื่อมต่อ​ ม่านหมอกนั้นก็จะหมดประสิทธิภาพทันที

     สิ่งที่จำเป็นอีกอย่างสำหรับเขตแดนนี้คือกระดานสำผัสรูนซึ่งเป็นอุปกรณ์เวทที่ใช้ตรวจจับรูน นั่นจะทำให้เขารู้ว่ามีคนเข้ามาในเขตแดนทันทีเนื่องจากกระดานจะไม่สามารถสัมผัสรูนที่สิ้นประสิทธิภาพแล้วได้

    หลังจากทุกอย่างเสร็จสิ้นเขาห้อยกระดานไว้ที่เอวด้านซ้ายของตนเพราะแขนขวาของเขาในปัจจุบันถูกสวมด้วยเครื่องชักดาบสำหรับจักรกลรบและทำให้ไม่ค่อยสะดวกในการหยิบจับ

    เขาคอยสังเกตจักรกลรบหลังจากที่วางเขตแดนเสร็จ

    “ดูเหมือนจะมีแค่การโจมตีระยะประชิดจากอาวุธทีสังเกตได้.. และเกราะบางกว่าจักรกลรบที่ข้าเคยปะทะ บางทีความเร็วอาจสูงกว่า”

    “ไม่มีทางที่ข้าจะยอมปะทะตรงๆ ก่อนอื่นก็คงต้องทำอะไรกับความเร็วของจักรกลรบนี้ก่อน”

    หลังจากสังเกตการณ์และวางแผนคร่าวๆ โทบี้ก็เริ่มวางกับดักเพื่อจัดการกับความเร็วของจักรกล

    กับดักของเขานั้นค่อนข้างเรียบง่ายเช่น การเปลี่ยนคุณสมบัติของพื้นให้เหนียว หรือเปลี่ยนคุณสมบัติของพื้นให้เป็นโคลนด้วยการจารึกรูน จากนั้นจึงพยายามล่อจักรกลรบให้มาติดกับ

    “สวัสดี ตามหาเพื่อนคุยอยู่หรือเปล่า”

    โทบี้โบกไม้โบกมือและส่งเสียงเพื่อดึงดูดจักรกลรบให้โจมตีเขา ไม่นานความพยายามของเขาก็เห็นผล

    *เคล้ง*

    จักรกลรบชักดาบและโล่ออกมาจากแขนทั้งสองข้างและพุ่งมาที่เขา เขาค่อยๆถอยออกมาจากจักรกลรบและเริ่มวิ่ง

    ‘กับดักแรกเหนียวหนืด’ เมื่อมาถึงบริเวณกับดักโทบี้กระโดดผ่านพื้นที่กับดักของเขา และทำท่าทางเล็งไปที่จักรกลรบสักพัก เมื่อมันเขาใกล้ เขาจึงเริ่มเคลื่อนที่เพื่อหนีอีกครั้ง

    “อะไรวะ”

    จักกลรบนั้นกระโดดข้ามพื้นเหนียวหนืดของเขาและไล่ตามเขาต่อไป

    “รู้ได้ไงวะ.. เป็นจักรกลจำเป็นต้องฉลาดขนาดนั้นเลยเหรอ”

    เขารู้สึกว่าต้องบ่นกับเรื่องนี้ แม้แต่มนุษย์ส่วนใหญ่ยังไม่สามารถตรวจจับกับดักรูนได้แต่จักรกลทำได้ง่ายๆ นั่นทำให้เขาท้อ

    เขาพุ่งไปที่กับดักถัดไปที่เรียบง่ายกว่ามากเช่นบ่อโคลน แม้พื้นผิวของบ่อโคลนจะถูกอำพรางไว้อย่างดี แต่โทบี้ก็อดไม่ได้ที่จะกังวล

    “ถ้าเทียบกันในด้านการอำพรางกับดักเหนียวหนืดของฉันอำพรางได้ดีกว่ากว่าบ่อโคลนมาก จะรอดมั้ยเนี่ย”

    อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าจักรกลรบจะไม่หลบกับดักของเขาในครั้งนี้

    มันจมลงไปในบ่อโคลนมากกว่าครึ่งตัวแทบจะทันทีด้วยน้ำหนักของมัน

    “นายเลือกที่จะติดกับดักแบบนี้??”

    โทบี้กล่าวอย่างเหยีดหยาม เขาเดาได้ว่านี่อาจเป็นเพราะจักรกลเหล่านี้สามารถตรวจจับร่องรอยของเวทมนตร์ บ่อโคลนถูกสร้างด้วยเวทมนตร์ก็จริงแต่มันเป็นเพียงการสร้างน้ำเพื่อผสมกับพื้นดินเพียงเท่านั้น มันคือการเปลี่ยนเวทมนตร์ให้เป็นน้ำดังนั้นจึงแทบไม่มีร่องรอยเวทมนตร์เหลืออยู่เลย

    เขาเดินเข้าไปใกล้ อย่างไรก็ตามจักรกลยังคงไม่ยอมแพ้

    พลังเวทถูกปล่อยออกมาจากมันจำนวนมากเพื่อผลักตัวขี้นจากบ่อโคลน แต่มันขึ้นมาเพียงทีละน้อยเท่านั้น

    “เชี่ย.. “

    แม้จะขึ้นมาจากบ่อโคลนทีละน้อยแต่ว่าแขนดาบและโล่ยังคงโจมตีและปัดป้องโทบี้อย่างแข็งขันจนเขาไม่สามารถทำอะไรต่อไปได้

    โชคดีที่เขาเตรียมการไว้อีกอย่าง หินก้อนใหญ่ที่ถูกรูนเปลี่ยนคุณสมบัติให้เบาขึ้นถูกยกโดยโทบี้

    ขาของโทบี้สั่นเล็กน้อยเมื่อพยายามยกหินเพราะแม้จะจะถูกทำให้เบาขึ้นแน่มันยังคงหนักพอๆกับคนหนึ่งคน

    *ฮึ่ม*

    หินถูกโยนใส่จักรกลรบมันยกโล่รับในขณะที่โทบี้ชักดาบออกมาเพื่อทำลายรูนที่สลักอยู่บนหิน ทำให้น้ำหนักของหินก้อนใหญ่กลับมาเท่าเดิมและผลักจักรกลลงบ่โคลนอีกครั้ง

    *ชวิ้ง*

    “อะไรวะเนี่ย”

    จักรกลรบปล่อยพลังเต็มที่ตัดครึ่งหินก้อนใหญ่จากนั้นปล่อยพลังเวทเพื่อดันตังเองขึ้นจากบ่อโคลนอีกครั้ง

    โทบี้ทำได้เพียงกลืนน้ำลายและก้าวถอยหลังทีละก้าว ในตอนนั้นเองที่จักรกลรบหยุดลงเกราะอกของมันเปิดออกและชิ้นส่วนเข็มกลัดพร้อมเอกสารปรากฎขึ้น

    โทบี้นำเอกสารขึ้นมาพร้อมอ่านและเก็บชิ้นส่วนเข็มกลัดไว้ในกระเป๋า

    “อะไรวะเนี่ย”

    โทบี้อดไม่ได้ที่จะพูดคำเดิมอีกครั้งอย่างไรก็ตามครั้งนี้เขามีรอยยิ้มทั่วไปใบหน้า

    “หืม เขตแดนสลายไปจากทางเหนือ ดูเหมือนฉันต้องหลบไปทางใต้”

    โทบี้รีบหลบออกไปทันทีที่มีคนเข้ามาในเขตแดนและพยายามมองหาจักรกลตัวต่อไป

    เอกสารระบุคะแนนจากการล่าจักรกลรบเวทมนตร์และรายละเอียดของอีกชิ้นที่เขาได้รับมา

    ‘ชิ้นส่วนมหาสมบัติ’

    มหาสมบัติจะทำให้สมบัติทั่วไปไร้ผล และยังมีความสามารถของสมบัติทั่วไปอีกด้วย

    ต้องรวบรวมชิ้นส่วนมหาสมบัติให้ครบสี่ชิ้นเพื่อประกอบกันเป็นมหาสมบัติ และหลังจากนั้นเขาจะทำตัวเป็นนักล่าที่แท้จริงในพื้นที่ทดสอบโดยปราศจากความกังวล

    เขาชอบที่จักรกลมอบคะแนนและชิ้นส่วนมหาสมบัติให้เขา เขามีความมั่นใจที่จะจัดการกับจักรกลมากกว่าจัดการกับมนุษย์

    “รู้สึกเหมือนกฏเขียนมาเพื่อฉัน ราวกับว่าฉันได้ 250 คะแนนตั้งแต่ต้นขณะที่คนอื่นได้เพียงเริ่มจากศูนย์