ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีฝังลึกลงภายใต้จิตใจอันหยาบกระด้างให้เขาไม่มีวันทำเื่เลว ๆ อย่างนั้นเด็ดขาด เขารีบชิ่งมาหามารดา
“แม่ครับผะ… ผมจะบ้าแล้วรู้ไหม...” อยู่ ๆ ก็มาบอกว่าอยากจะบ้า นี่มันเื่อะไรอีก สุดาได้แต่สงสัยสุดาตื่นใกังวลแทนลูกชาย เธอจับแขนรั้งให้เขามานั่งใกล้ ๆ
“มีอะไรลูก…” คำถามที่หาคำตอบไม่ได้ เขาจะเอ่ยปากพูดได้อย่างไรว่าเขารู้สึกชอบน้องสาวตัวเองเกินคำว่าพี่น้อง แต่สุดาพอจะมองออกว่าสิ่งที่แผ่นดินอมพะนำไว้นั้นคือเื่อะไร เธอจะไม่รู้เชียวหรือว่าเ้าลูกชายตัวดีคิดอะไรกับน้อง แค่อยากให้อะไร ๆ มันแน่ชัดกว่านี้ ไม่อยากให้ทั้งคู่ต้องมานั่งเสียใจภายหลังกันอีก
๒...
“ว่าไง...” สุดาถามหยั่งเชิงอีกที
เธอไม่อยากฝืนความรู้สึกใคร ถ้าไม่ชอบก็ให้พูดออกมาตรง ๆ อย่าอมพะนำ รักก็บอกรักไม่ต้องมานั่งอ้ำอึ้ง
เธอชักรำคาญลูกชายขึ้นมา อยากพูดอะไรทำไมไม่พูด จนเธอเอ่ยปากเริ่มก่อน
“หนูชอบน้องดาใช่ไหมลูก...”
แผ่นดินช็อกกับคำพูดมารดาที่กล้าถามออกมาตรง ๆ แต่เขาก็เฉไฉไปเื่อื่นจนได้ แม้จะรู้สึกพิเศษกับน้องสาวแต่เขากลับกลัวการที่จะต้องผิดหวังซ้ำอีกหน ไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าน้องสาวเขาคิดเหมือนกันกับเขาหรือเปล่า แผ่นดินอยากรอให้ตัวเองมั่นใจกว่านี้ ใช่รักหรือไม่ หรือแค่ความใคร่กันแน่
สุดาให้คนมาตามณาดาไปพบที่ห้อง เป็เหตุให้หญิงสาวกังวลใจ แต่เธอปฏิเสธไม่ได้ จำต้องไปหามารดาเลี้ยง เธอเดินเข้าไปนั่งลงข้าง ๆ ขยับมือเหนียวหนืดบีบเข้ากันแน่น
“แม่มีเื่อยากขอร้องลูกสักเื่... จะได้ไหมลูกแม่แม่อยากให้หนูอยู่ดูแลพี่เขาไปตลอด อย่าพึ่งมีคนรักได้ไหม…” สองหนุ่มสาวสบตากัน ณาดาไม่เข้าใจความหมายที่สุดาขอ แต่แผ่นดินรู้ซึ้งแก่ใจดีว่าท่านไม่อยากให้เธอจากเขาไปถึงต้องทำขนาดนี้
แม้จะยังฉงนสงสัยแต่ณาดาก็ยิ้มบางออกมา ยอมรับปากทั้งที่ใจรู้ดีว่าเขาไม่้าให้เธออยู่เป็หนามยอกอก เมื่อเสร็จธุระ ณาดาก็ขอตัวกลับห้อง
“แม่ครับ ผมขอตัวครับ…” แผ่นดินรีบออกจากห้องมารดาเดินตามเธอมาติด ๆ มือใหญ่กระชากแขนแล้วลากตัว
เธอเข้าห้อง ปิดขังไว้ไม่ยอมให้หนี เขาเดินเข้าใกล้ณาดาที่หลบเลี่ยงไปไหนไม่ได้ ได้แต่ยืนตัวแข็งทื่อมองอีกฝ่าย แผ่นดินปิดปากห้ามหญิงสาวส่งเสียงร้อง เขากระซิบกระซาบบอกความนัย้าบางอย่างจากเธอ
“คุณจะทำอะไรคะดากลัว… ปล่อยดาออกไปเถอะค่ะ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้าจะไม่ดี...” เขาไม่ฟังสิ่งที่น้องสาวนอกไส้พูดสักนิด แต่กลับสั่งให้เธอทำตามที่เขาบอก
“เลิกเรียกฉันว่าคุณสักที ไม่ชอบ เอาใหม่เรียกพี่ว่าพี่...” เขาให้เธอเรียกเขาว่าพี่ทำไมกัน นี่จะมาไม้ไหนอีก เธอสับสนว้าวุ่นใจหมดแล้ว
คนตรงหน้าคิดจะปั่นหัวเธออย่างไรก็ได้ตามใจเขางั้นหรือ เมื่อน้อยอกน้อยใจแต่ทำอะไรไม่ได้ น้ำตาก็เริ่มไหลรินออกมาแทน ทำเอาชายหนุ่มงุนงงกับกิริยาท่าทางที่เอาแต่ร้องไห้ของเธอ
“เป็อะไรของเธออีก” ผู้ชายอย่างเขาไม่มีทางเข้าใจผู้หญิงอย่างเธอได้เลยว่าอ่อนไหวแค่ไหน เธอไม่ได้ร้องไห้พร่ำเพรื่อ เพียงแต่น้ำตาที่ไหลออกมาก็เพราะความอัดอั้นตันใจต่างหากแผ่นดินนั่งเกาหัว เขาไม่เข้าใจอะไรทั้งนั้น แต่ทนเห็นน้ำตาเธอไม่ได้อีกต่อไปจึงพยายามหาทางให้เธอหยุดร้องให้ได้ ชายหนุ่มเรียกให้เธอเข้าไปหา
“มานี่ มานั่งนี่...เป็อะไรบอกพี่...” เสียงเขาอ่อนโยนลงไม่แข็งกระด้างเหมือนเมื่อกี้อีกแล้ว เขาลูบไล้พวงแก้มที่ยังมีคราบน้ำตาติดอยู่ นิ้วเรียวปาดมันทิ้งไปไม่ให้เลอะใบหน้าสวย
ก่อนที่จะบรรจงจูบกลีบปากชมพู ดูดกลืนความหวานค่อย ๆ เลื่อนมือลงผ่านคอเสื้อล้วงลูบเต้าอวบ มือใหญ่ปลดกระดุมทีละเม็ดจนหมด แล้วผลักร่างบางลงไปนอนทาบกับเตียงนุ่ม
ณาดาปรามไม่ให้เขาทำเกินเลยไปมากกว่านี้ ทว่าเขาไม่ฟัง กลับขึ้นคร่อมร่างบาง นาบลำตัวเบียดกายอันใหญ่โตพลางจัดการถอดเสื้อผ้าให้พ้นกาย
“อืม… พอเถอะค่ะดาว่าคุณ... เอ่อพี่พอแค่นี้นะ...” เสียงปรามเริ่มฟังไม่ค่อยรู้เื่ เขาไม่อยากเสียเวลากับสิ่งที่ไม่มีประโยชน์อีกแล้ว น้ำตาของเธอพรั่งพรูขอความเมตตาจากพี่ชายนอกไส้ แต่ดูเหมือนจะไร้ผล เธอไม่ให้เขาทำแบบนี้มันเป็การขืนใจเพราะเธอไม่ได้ยินยอม
“พี่คะ เห็นใจน้องดาเถอะค่ะ…” เขาเงยหน้ามองณาดา ก้มมองเนื้อตัวของทั้งคู่ก่อนจะได้สติขึ้นมา นี่เขาคิดทำบ้าอะไรของอยู่ ลุกสิลุก นั่นมันน้องสาวแกนะเว้ย ถึงจะน้องนอกไส้ก็เถอะ
แผ่นดินผุดออกไปยืนริมระเบียงสูดอากาศ มือใหญ่จับราวระเบียงแล้วตบมันแรง ๆ ระบายความอัดอั้น เขาเกือบจะหักหาญน้ำใจน้องสาวตัวเองไปแล้ว ณาดาจัดเสื้อให้เข้าที่บนเตียงนอนหลังใหญ่ของชายหนุ่ม
เท้าน้อย ๆ อยากก้าวไปหาใจจะขาดแต่เธอทำได้เพียงยืนมองเขาภายในห้อง ลมโชยมาพัดผ้าม่านปลิวไหวทำให้คนทั้งสองยืนสงบนิ่งไม่พูดจา เขาเดินเข้ามามองเตียงกว้างที่เคยมีเธอคนนั้นนอนอยู่บนเตียง กลิ่นกายเธอยังติดผ้าอยู่ไม่จาง เขาสวมเสื้อให้เรียบร้อยแล้วเดินไปยังห้องอาหารของบ้านหลังใหญ่