การแจ้งเตือนเื่รางวัลมาช้าแต่ในที่สุดก็มาถึงเสียที โจวลั่วรู้สึกยินดีเป็อย่างยิ่ง เขาไม่รอช้า รีบสำรวมจิตใจแล้วเปิดฟังก์ชันสุ่มรางวัลทันที และเป็ไปตามคาด วงล้อสีขาวที่มีเจ็ดส่วนปรากฏขึ้นกลางความว่างเปล่า เขาจดจ่อสมาธิอย่างเคร่งครัดและยังไม่เริ่มในทันที
'หวังว่าคราวนี้คงจะไม่หลอกลวงกันนะ' เขาพึมพำในใจก่อนจะกดยืนยันเพื่อเริ่มการสุ่ม กลุ่มแสงสีทองหมุนวนอย่างรวดเร็วผ่านพื้นที่ทั้งเจ็ดส่วน หัวใจของโจวลั่วเต้นระทึกจนแทบจะกระดอนออกมาจากอก ผ่านไปเพียงไม่กี่วินาที แสงสีทองก็ค่อย ๆ ช้าลง และในที่สุดก็หยุดลงที่ส่วนของทักษะอาชีพอีกครั้ง
มาอีกแล้วหรือ โจวลั่วใในใจ ทันใดนั้นเสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้น
[ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับวิชาปรุงยาระดับหนึ่ง!]
[รางวัลถูกส่งเข้าสู่กระเป๋ามิติของโฮสต์โดยอัตโนมัติ โปรดตรวจสอบ!]
"เป็วิชาปรุงยาจริง ๆ ด้วย!" เมื่อได้ยินดังนั้นโจวลั่วก็ตกตะลึงอย่างยิ่ง เขามองสัญลักษณ์รูปเม็ดยาในช่องเก็บของด้วยความตื่นเต้น
[วิชาปรุงยาระดับหนึ่ง : หลังจากใช้งาน จะสามารถทำความเข้าใจทักษะการปรุงยาระดับหนึ่งขั้นสูงสุด รวมถึงตำราโอสถฉบับสมบูรณ์ที่เกี่ยวข้อง]
หลังจากเห็นข้อมูล โจวลั่วก็ยินดีเป็อย่างมาก ใช่แล้ว มันคือวิชาปรุงยาจริง ๆ และไม่มีสิ่งใดมาหลอกลวงเขาเลย วินาทีนั้นโจวลั่วรู้สึกราวกับความยากลำบากที่ผ่านมาได้รับผลตอบแทนเสียที
ต่างจากวิชาผลิตยาพิษ วิชาปรุงยาถือเป็หนึ่งในทักษะอาชีพที่เป็ที่้าและได้รับความนิยมสูงสุดในบรรดาสายอาชีพทั้งหมด มันถูกจัดให้เป็หนึ่งในสี่ทักษะระดับสูงสุดร่วมกับค่ายกล การหลอมศัสตรา และวิชาเขียนยันต์
ขอเพียงทักษะใดทักษะหนึ่งในสี่อย่างนี้ อนาคตย่อมรุ่งโรจน์ไร้ขีดจำกัดและเป็ที่้าของตระกูลหรือสำนักต่าง ๆ แม้จะเป็เพียงวิชาปรุงยาระดับหนึ่ง แต่หากตระกูลหลินล่วงรู้เข้า เขาคงจะกลายเป็แขกผู้มีเกียรติในทันที
ที่สำคัญที่สุดคือ ก่อนหน้านี้เขาแสร้งทำเป็ศึกษาการปรุงยาเพื่อปกปิดเื่การผลิตยาพิษ แต่ตอนนี้เขากลับวิชาปรุงยาจริง ๆ แล้ว หลังจากนี้เขาจึงไม่ต้องแอบผลิตยาพิษโดยอ้างเื่การปรุงยาอีกต่อไป และยังสามารถอธิบายได้อย่างแเีว่าเหตุใดตนเองถึงเรียนรู้การปรุงยาได้สำเร็จ
ทว่าในตอนนี้เขายังไม่สามารถแสดงระดับการปรุงยาระดับหนึ่งที่แท้จริงออกมาได้ทันที มิฉะนั้นอาจทำให้ตระกูลเกิดความสงสัยและนำภัยมาสู่ตัว
เมื่อสงบสติอารมณ์ได้แล้ว โจวลั่วตั้งใจว่าพรุ่งนี้จะไปซื้อสมุนไพรมาสักชุด เพื่อเริ่มจากการฝึกปรุงโอสถระดับพื้นฐานก่อน แล้วจึงค่อยเป็ค่อยไปตามลำดับ
เช้าวันรุ่งขึ้น โจวลั่วตรงไปยังหอไป่ฮั่วเก๋ออีกครั้ง และขึ้นไปยังร้านไป่เฉาถังบนชั้นสี่
"โจวลั่ว มาซื้อสมุนไพรอีกแล้วหรือ?" ชายชราหลังโต๊ะไม้ทักทายขึ้น พลางนึกสงสัยในตัวเขยแต่งเข้าตระกูลผู้นี้ หลังจากที่โจวลั่วมาซื้อสมุนไพรติดต่อกันหลายครั้ง ชายชราจึงเริ่มชวนคุยอย่างไม่เคยเป็มาก่อน เมื่อผ่านไปหลายครั้งเข้า ประกอบกับท่าทางที่นอบน้อมของโจวลั่ว ทั้งสองจึงเริ่มสนิทสนมกัน
"ขอรับท่านลุงโซ่ว" โจวลั่วตอบกลับ
จากการสนทนาทำให้ทราบว่า ชายชราผู้นี้มีนามว่าหลินจือโซ่ว เขารับหน้าที่ดูแลไป่เฉาถังมานานกว่าร้อยปีแล้ว นับเป็ผู้ที่มีรุ่นราวคราวเดียวกับผู้นำตระกูลหลิน สำหรับชายชราที่มีทั้งคุณวุฒิและฐานะสูงส่งเช่นนี้ โจวลั่วย่อมไม่พลาดโอกาสที่จะสร้างสายสัมพันธ์ที่ดีไว้
"เ้าหนุ่มนี่ขยันปรุงยาทุกวัน ช่างสิ้นเปลืองสมุนไพรจริง ๆ "
หลินจือโซ่วส่ายหน้ากล่าว เขาได้รับรู้เื่ที่โจวลั่วพยายามปรุงยาด้วยตนเองแล้ว จึงอดรู้สึกว่ามันเหลวไหลไม่ได้ การปรุงยาเป็เื่ยากลำบากและต้องอาศัยพร์ จะสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวคนเดียวได้อย่างไร หากมันง่ายดายปานนั้น นักปรุงยาคงมีอยู่เกลื่อนเมืองไปแล้ว
ในสายตาของนักปรุงยาอย่างหลินจือโซ่ว การกระทำของโจวลั่วคือการสิ้นเปลืองสมุนไพรโดยแท้จริง ดังนั้นทุกครั้งที่โจวลั่วมาซื้อสมุนไพร เขาจึงมักจะพูดเตือนสติด้วยความเป็ห่วงเช่นนี้เสมอ
"ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่นขอรับ" โจวลั่วยิ้มตอบ
"เ้านี่มันไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตาจริง ๆ มีทรัพยากรเหล่านี้ เอาเวลาไปตั้งใจบำเพ็ญเพียรไม่ดีกว่าหรือ?" หลินจือโซ่วเบ้ปาก
โจวลั่วไม่ได้อธิบายอะไรมาก เขาเพียงนำสมุนไพรที่เลือกไว้มาวางบนโต๊ะไม้ หลินจือโซ่วเริ่มคัดแยกและจดบัญชีอย่างชำนาญ
"เอ๊ะ?"
ทันใดนั้น เมื่อเขามองดูสมุนไพรตรงหน้าก็อุทานออกมาด้วยความฉงน จากนั้นเขาก็ใช้มือเหี่ยวหย่นเขี่ยดูสมุนไพรเ่าั้อย่างลวก ๆ แล้วเงยหน้ามองโจวลั่วด้วยความใ "เ้าหนุ่ม เ้าปรุงยาได้สำเร็จในระดับเบื้องต้นแล้วหรือ?"
ในฐานะนักปรุงยา หลินจือโซ่วมองออกในทันทีว่าสมุนไพรที่โจวลั่วซื้อไปเหล่านี้คือวัตถุดิบในการปรุงโอสถอดอาหาร ซึ่งเป็โอสถระดับเริ่มต้น คราวก่อน ๆ เ้าหนุ่มนี่ซื้อสมุนไพรปนเปกันไปหมด แต่ครั้งนี้กลับเลือกซื้อเฉพาะวัตถุดิบเหล่านี้เพียงอย่างเดียว จึงทำให้หลินจือโซ่วเกิดความสงสัย
โจวลั่วไม่เลือกที่จะปิดบัง "ท่านลุงโซ่ว ่นี้ข้าพอจะเริ่มจับทางได้บ้างแล้วขอรับ"
เขารู้ดีว่าวิชาปรุงยาที่แข็งแกร่งนี้ต่างจากวิชาผลิตยาพิษ ไม่จำเป็ต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ เขาจึงตั้งใจจะให้ตระกูลหลินรับรู้เื่นี้
หากตระกูลหลินเห็นว่าเขามีศักยภาพที่จะเป็นักปรุงยา ย่อมมีโอกาสสูงที่จะเลือกสนับสนุนและบ่มเพาะเขา ต่อให้ไม่สนับสนุน แต่อย่างน้อยความเป็อยู่ย่อมดีขึ้นอย่างแน่นอน เพราะพร์การปรุงยามีโอกาสสืบทอดไปยังทายาทรุ่นต่อไปได้ และในตอนนี้ หลินจือโซ่วคือตัวเลือกที่ดีที่สุดในการเปิดเผยข้อมูลนี้
เป็ไปตามคาด เมื่อได้รับคำตอบที่ยืนยัน หลินจือโซ่วลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้จ้องมองโจวลั่วด้วยความไม่อยากเชื่อสายตา
"เ้าไม่ได้หลอกคนแก่อย่างข้าใช่หรือไม่?"
"ท่านลุงโซ่ว ข้าเองก็ยังไม่แน่ใจว่าจะสำเร็จหรือไม่ นี่ก็กะว่าจะกลับไปลองดูสักคราขอรับ" โจวลั่วแสร้งทำเป็ไม่มั่นใจ
"พูดได้ถูกต้อง เ้ารีบกลับไปลองดูเถิด หากปรุงโอสถอดอาหารสำเร็จจริง ๆ ต้องรีบมาบอกข้าทันทีนะ" หลินจือโซ่วกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
"ได้เลยขอรับท่านลุงโซ่ว" โจวลั่วพยักหน้ายิ้มแย้มแล้วหอบของเดินออกจากร้านไป
หลังโต๊ะไม้ ชายหนุ่มคนหนึ่งมองตามแผ่นหลังนั้นด้วยสายตาเหยียดหยาม "ท่านปู่โซ่ว เขาที่เป็เขยแต่งเข้าตระกูล จะสามารถเรียนรู้การปรุงยาจนสำเร็จได้ด้วยตัวเองจริง ๆ หรือ?" ชายหนุ่มถามด้วยความสงสัยเต็มประดา
หลินจือโซ่วไม่ได้มองเขา เพียงแต่ก้มดูรายการสมุนไพรที่โจวลั่วเพิ่งซื้อไปพลางพึมพำว่า "เื่แบบนี้ หากไม่สำเร็จสิถึงจะปกติ แต่ถ้าทำสำเร็จขึ้นมาจริง ๆ นั่นแหละถึงจะเรียกว่าปาฏิหาริย์"
"ข้ากล้าเอาหัวเป็ประกันเลยว่าเขาทำไม่ได้หรอก" ชายหนุ่มกล่าวอย่างมั่นใจ
หลินจือโซ่วไม่ได้พูดอะไรต่อ จะจริงหรือไม่ อีกไม่นานย่อมได้รู้กัน
ใกล้เวลาพลบค่ำ ในขณะที่ไป่เฉาถังกำลังจะปิดร้าน ร่างที่คุ้นตาหลังหนึ่งก็ปรากฏขึ้นที่หน้าประตูร้าน หลินจือโซ่วเพ่งมองและพบว่าเป็โจวลั่วนั่นเอง
"ท่านลุงโซ่ว ดูเหมือนข้าจะทำสำเร็จแล้วขอรับ!" โจวลั่ววิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นเต้นดีใจ ดูราวกับกำลังฮึกเหิมอย่างยิ่ง
"เ้าปรุงโอสถอดอาหารสำเร็จแล้วหรือ?" หลินจือโซ่วอุทานด้วยความใ "เร็วเข้า เอามาให้ข้าดูหน่อย"
โจวลั่วรีบหยิบกล่องไม้เล็ก ๆ ออกมา เมื่อเปิดออก ด้านในมีเม็ดยาสีแดงชาดวางอยู่หนึ่งเม็ด หลินจือโซ่วหยิบขึ้นมาพินิจพิจารณาอย่างละเอียดทันที
"สีสันดูจะมีตำหนิอยู่บ้างนะ" หลินจือโซ่วกล่าวออกมาตามสัญชาตญาณ
แน่นอนว่าโอสถอดอาหารนี้ย่อมต้องมีตำหนิ เพื่อให้มีตำหนิเช่นนี้ โจวลั่วต้องใช้ความพยายามอยู่นานกว่าจะทำได้ เพราะเขาความรู้วิชาปรุงยาระดับหนึ่งขั้นสูงสุดแล้ว การจะปรุงโอสถระดับเริ่มต้นให้มีตำหนิจึงเป็เื่ที่ยากยิ่งสำหรับเขา ทว่าสิ่งนี้กลับทำให้ดูน่าเชื่อถือได้มากกว่า
หลินจือโซ่วปากก็ว่ามีตำหนิ แต่ในใจกลับตกตะลึงอย่างถึงที่สุด เขาไม่นึกเลยว่าโจวลั่วที่เป็เขยแต่งเข้าตระกูลจะสามารถเรียนรู้ด้วยตัวเองจนปรุงโอสถออกมาได้จริง ๆ
แม้จะเป็เพียงโอสถระดับเริ่มต้นและคุณภาพไม่ใช่ระดับสูงสุด แต่การทำสำเร็จได้ด้วยตัวคนเดียวเพียงลำพัง ก็นับว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว
ในฐานะนักปรุงยา หลินจือโซ่วััได้ถึงพร์การปรุงยาในตัวโจวลั่วได้อย่างรวดเร็ว หากได้รับการส่งเสริมและบ่มเพาะ ไม่แน่ว่าตระกูลอาจจะมีนักปรุงยาเพิ่มขึ้นอีกคนหนึ่ง เมื่อคิดได้เช่นนี้ สายตาที่เขามองโจวลั่วก็เริ่มแปรเปลี่ยนเป็ความกระตือรือร้น
"โอสถเม็ดนี้ข้าขอไว้ก่อนนะ วางใจเถอะ ข้าจะรับซื้อไว้ในราคาของโอสถอดอาหารระดับสูงเลยทีเดียว" หลินจือโซ่วกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"ไม่เป็ไรขอรับท่านลุงโซ่ว ถือว่าเป็สิ่งที่ข้ามอบให้เพื่อเป็การทำประโยชน์แก่ตระกูลก็ได้ขอรับ" โจวลั่วแสร้งทำเป็ใจกว้าง
"เด็กดีจริง ๆ " หลินจือโซ่วรู้สึกซาบซึ้งใจยิ่งนัก จากนั้นเขาก็หันไปมองชายหนุ่มที่ยืนอึ้งงันอยู่ข้าง ๆ
"เสี่ยวเหนียน ไปเตรียมหินปราณมาให้โจวลั่วเดี๋ยวนี้"