หลินอู๋เฉินไม่มีธุระกับเ้าอ้วนฉินอีก เขาเดินไปเปิดประตูด้วยสภาพร่างกายไร้ซึ่งาแ ท่าทางหมางเมิน คล้ายกับผู้ล่าสุดแกร่ง
แหงละสิ่งที่เขาซื้อไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อนคือทักษะหวิงชุนระดับสูง 5000 เหรียญ
มันคือมวยจีนรูปแบบคล้ายกังฟู ใช้อ่อนสยบคู่ต่อสู้ เหมาะกับสถานการณ์ที่ตกเป็ฝ่ายเสียเปรียบ หรือแม้แต่คู่ต่อสู้ตัวใหญ่คุณก็สามารถใช้แรงจากอีกฝ่ายเพื่อสะท้อนกลับไปได้อย่างง่ายดาย
ตอนนี้หลินอู๋เฉินยังไม่ได้เป็ผู้บ่มเพาะพลัง แต่ทว่าด้วยศิลปะการต่อสู้ที่มีอยู่บนโลก แม้จะเพียงแค่อย่างเดียวก็ทำให้เขากลายเป็ระดับปรมาจารย์ได้ไม่ยาก
“เริ่มจะเข้าใจวิธีคิดของเว็บแล้วสิ หวิงชุนทรงพลังก็จริงแต่ก็อยู่ในขอบเขตมนุษย์ธรรมดา ดังนั้นราคาเลยถูก เหมือนกับทักษะภาษา คณิตศาสตร์ ฯลฯ” ระหว่างเดินไปขึ้นรถหลินอู๋เฉินคิดเรื่อยเปื่อย ไม่นานจึงได้ข้อสรุป
“นั่นหมายความว่าเทคนิคการบ่มเพาะแข็งแกร่งมาก มันสามารถช่วยให้ฉันอยู่เหนืุ์ทุกคน และก้าวสู่ความเป็ะ!” หลินอู๋เฉินกำหมัดแน่น ยิ่งคิดเท่าไหร่ก็ยิ่งอยากแข็งแกร่งขึ้นให้มาก และส่วนที่ขาดไม่ได้ก็คือเงิน
รถ Lamborghini คันสีแดงขับออกไปจากวิทยาลัย
หวังเห่าที่แอบดูอยู่ตลอดมีสีหน้าปั้นยาก
“เกิดอะไรขึ้น ไอ้อ้วนฉินทำงานพลาด...?” หวังเห่าส่ายหน้าหลังจากคิดเื่ดังกล่าว “ไร้สาระ หมอนั่นหนักตั้งสองร้อยกิโลกรัม อาศัยข้อได้เปรียบด้านร่างกายหลินอู๋เฉินไม่สามารถล้มเขาได้อยู่แล้ว ถ้างั้นทำไมกัน...”
หวังเห่าหยิบโทรศัพท์ออกมา พยายามติดต่อหลายสายไปหาเ้าอ้วนฉิน แต่อย่างใดก็ตามไม่มีใครรับสาย เขาจึงต้องโทรไปคราวหลังอย่างไม่มีทางเลือก
.......
หลินอู๋เฉินยังไม่ได้ไปที่วิลล่า
ตอนนี้ยังบ่ายอยู่แทนที่จะเอาเวลาน่าเบื่ออยู่แต่ในบ้าน ไม่สู้นั่งเล่นที่สาธารณะมองดูผู้คนเดินผ่านไปผ่านมา มองดูผู้หญิงสวยๆ ดีกว่า
ระหว่างนั่งเล่น หลินอู๋เฉินตรวจสอบการเลื่อนระดับสมาชิก ดูเหมือนสิ่งที่เพิ่มขึ้นมาจะไม่ใช่เพียงเทคนิคการบ่มเพาะสู่ความเป็ะ แต่เขายังสามารถตั้งกระทู้ขายสินค้าได้ด้วย
“เดี๋ยวนะ นี่มันศพนี่นา...” หลินอู๋เฉินเบิกตากว้างเมื่อพบกระทู้ซื้อขายศพ
ชายคนดังกล่าวใส่ชุดราชวงศ์โบราณ ลวดลายกิเลนดำสี่กรงเล็บ ผมยาวสลวย ผิวขาวซีดตาสีแดงเหมือนทับทิม นอกจากนั้นยังขายพร้อมกับกระดิ่งทองคำ และราคาก็อยู่ที่หนึ่งล้านเหรียญ!
นอกจากทักษะการบ่มเพาะหลินอู๋เฉินก็เพิ่งเห็นศพนี่แหละที่แพงขนาดนี้
คำอธิบายเพิ่มเติมกล่าวว่า นี่คือศพที่ถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี สามารถควบคุมให้มันทำตามคำสอนด้วยกระกิ่งทองคำ เพียงแต่การเก็บรักษาค่อนข้างยาก ต้องแช่ไว้กับเืสุนัขดำ ไม่อย่างนั้นศพจะเน่าและสูญเสียการบ่มเพาะ
ระดับการบ่มเพาะของศพคือ ทะเลิญญาขั้นต้น
ซึ่งจากคำอธิบายรวมถึงที่หลินอู๋เฉินได้สำรวจทักษะการบ่มเพาะต่างๆ เขาก็เข้าใจได้ว่าระดับสมาชิกทองแดง ทำให้เขาสามารถบ่มเพาะถึงตำหนักิญญาขั้นปลายเท่านั้น
โดยระดับจะเรียงแบบนี้
ทะเลิญญา
ลูกแก้วิญญา
ตำหนักิญญา
โดยจะแบ่งเป็สามสาระ ขั้นต่ำ ขั้นกลาง ขั้นสูง
นั่นหมายความว่าศพราคาหนึ่งล้านเหรียญอยู่ในการบ่มเพาะที่ต่ำ
“น่าสนใจ แต่ว่าการให้ศพอยู่ในบ้านมันดูจะไม่เป็มงคลเนี่ยสิ” หลินอู๋เฉินมองผ่านๆ และไม่คิดให้ค่าศพตัวนี้อีก
ตราบเท่าที่เขามีเงิน สามารถซื้อทักษะบ่มเพาะดีที่สุดได้
แล้วทำไมถึงต้องซื้อตัวอุบาทกลิ่นเหม็นไว้ในบ้านด้วยเล่า
หลินอู๋เฉินนั่งปัดหน้าจอไปเรื่อยเปื่อย
ส่วนการยกระดับสมาชิกเขายังไม่คิดถึงมัน ตอนนี้ควรจะซื้อการบ่มเพาะเพื่อเข้าใกล้ความเป็ะ
.....
“เห้อ ทำไมหมัดของฉันถึงได้อ่อนปวกเปียกแบบนี้ ไม่เหมือนกับปรมาจารย์โจวเหมิน น่าละอายจริงๆ แบบนี้อีกไม่กี่วันมีหวังได้ขายหน้าเขาตาย”
“คุณปู่คะ แพ้ก็ไม่เห็นเป็ไรเลย แค่เื่เล็กน้อยเท่านั้นอย่าใส่ใจไปเลยค่ะ” หญิงสาวปลอบใจชายชรา น้ำเสียงเธอเหมือนฤดูเหมันต์ ทั้งเย็นทั้งบาดลึก แต่เมื่อรวมเข้ากับใบหน้าอันแสนหวานกับเข้ากันจนน่าประหลาด
“หลานไม่เข้าใจ การประลองครั้งนี้สำคัญกับปู่มาก ถ้าหากปู่แพ้ขึ้นมาตระกูลซ่งเราจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน” ซ่งซือเจียงถอนหายใจ ไม่ฟังคำพูดหลานสาว เอาแต่ออกหมัดไปข้างหน้า
ในสภาพดังกล่าวซ่งเฉินหยูทำได้เพียงส่ายหน้า
“คุณปู่คะ งั้นก็หาคนมาแทนสิคะ ด้วยอำนาจของตระกูลซ่ง ในชุนเหลียนมีใครบ้างไม่ยอมรับใช้เรา แค่พูดถึงซ่งซือเจียงแค่นี้ทุกคนก็กลัวกันหัวหด จริงไหมคะคุณปู่”
ซ่งซือเจียงหัวเราะขบขัน “หลานก็พูดไป ในชุนเหลียนใช่จะมีเราตระกูลเดียวสักหน่อย อีกอย่างปรมาจารย์หวิงชุนใช่จะหาได้ง่ายๆ”
ชายชรายังคงทำแบบเดิม ออกหมัดอันเฉื่อยชาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ดูไร้เรี่ยวแรงและไร้ประโยชน์ซึ่งทำให้ซ่งเฉินหยูทนไม่ไหวอีกต่อไป
แต่อย่างใดก็ตามก่อนที่เธอจะได้พูดอะไร เสียงเอ้อระเหยได้ดังขึ้น
“การออกหมัดของนายมันไร้ประโยชน์ หวิงชุนไม่ได้เคลื่อนไหวแบบนั้น ถึงนายจะฝึกไปแบบนี้อีกร้อยปีก็เสียเวลาเปล่า”
“นายเป็ใคร!” ซ่งเฉินหยูตวาดด้วยความไม่พอใจ และยิ่งเห็นอีกฝ่ายเป็แค่นักศึกษาก็ทำให้เธอโกรธ “รู้หรือเปล่าว่าฉันเป็ใคร และคนที่นายกำลังพูดอยู่...”
“หุบปาก!” หลินอู๋เฉินยังเป็แค่มนุษย์ก็จริงแต่ตอนนี้เขาได้กลายเป็ระดับปรมาจารย์หวิงชุน เพียงแค่เสียงก็ทำให้เกิดความกดดัน
“ขออภัยให้กับหลานไม่รู้ความของฉันด้วย ไม่ทราบว่าเพื่อนตัวน้อยคนนี้คือ...” ซ่งซือเจียงแก่แล้วก็จริงแต่สายตายังดีอยู่ ดังนั้นเขาจึงบอกได้ไม่ยากว่าหลินอู๋เฉินไม่ใช่คนธรรมดา ส่วนจะเป็แบบไหนเขาเองก็ไม่สามารถอธิบายได้เหมือนกัน
“ฉันไม่ใช่เพื่อนของนาย เรียกฉันว่านายท่าน!” หลินอู๋เฉินไม่มองใครหน้าไหนอยู่ระดับเดียวกับตน
คิดได้ยังไงเรียกเขาว่าน้อง แบบนี้มันออกจะดูถูกกันเกินไปแล้ว!
“นี่นายมันจะมากเกินไปแล้วนะ ปู่ของฉันพูดด้วยดีๆ ทำไมนายถึงได้...”
“ทำไมเธอมีปัญหาอะไร คิดว่า(มด)อย่างพวกเธออยู่ในระดับเดียวกับฉันงั้นเหรอ?” หลินอู๋เฉินเยาะเย้ย
ซ่งเฉินหยูกระทืบเท้า “ดี! ในเมื่อนายคิดว่าตัวเองแน่ก็สู้กับคนของฉันหน่อยเป็ไง อี้ฟานออกมานี่!”
หลินอู๋เฉินไม่ได้หวาดกลัว ยังคงยืนสงบนิ่ง คล้ายกับชายที่เดินออกมาจากพุ่มไม้ไม่ได้อยู่ในสายตา
“ครับคุณหนู ผมอยู่นี่แล้ว” อี้ฟานก้มศีรษะให้กับผู้หญิงอายุน้อยกว่า ซึ่งมันก็เป็เื่ปกติ เมื่อมองจากสถานภาพเ้านายและลูกน้อง
“อี้ฟานเป็หนึ่งในทีมชั้นยอดซ่งกรุ๊ป เขาเป็ทหารที่ปลดประจำการ มีความสามารถสูง สู้สิบครั้งชนะสิบครั้ง ไม่เคยแพ้ั้แ่เข้าสนามรบ นายกล้าสู้กับเขาหรือเปล่าล่ะ?” ซ่งเฉินหยูหัวเราะ มุมปากเล็กๆ ของเธอราวกับผลเชอรี่ น่าเด็ดดอมดื่มน้ำหวานให้หนำใจ
ซ่งซือเจียงไม่ได้พูดอะไร เขาเองก็รู้สึกไม่พอใจต่อหลินอู๋เฉิน กล้าดียังไงมาดูถูกกันแบบนี้
ในฐานะผู้นำตระกูลซ่งเขาปล่อยไปไม่ได้เด็ดขาด!
“มีอะไรก็รีบๆ ใส่เข้ามา เวลาฉันมีค่ามากกว่าพวกนายเยอะ” หลินอู๋เฉินหาวหวอดๆ และนั่นทำให้ซ่งเฉินหยูโกรธเป็ฟืนเป็ไฟ
“อี้ฟาน จัดการเขาซะ!” ซ่งเฉินหยูชี้นิ้วสั่ง
“ครับคุณหนู” ทหารแก่ปลดประจำการก้าวออกมาด้านหน้า ต่อให้อีกฝ่ายเป็แค่เด็กแต่เขาเองก็ไม่ประมาท มองหาจุดอ่อนและเตรียมเข้าโจมตี
แต่อย่างใดก็ตามช่องโหว่มีให้เห็นเยอะก็จริงทว่าอี้ฟานกับกลัวอย่างบอกไม่ถูก
คล้ายกับเขามองเห็นภาพของตัวเองนอนกองอยู่บนพื้น พ่ายแพ้และตายอย่างอนาถ
“อี้ฟาน! มัวทำอะไรอยู่ฮะ รีบๆ จัดการเขาได้แล้ว หรือว่านายอยากให้ฉันขายหน้าหรือไง” ซ่งเฉินหยูเห็นว่าเขาเอาแต่ยืนบื้อไม่เริ่มสักทีจึงกระตุ้น
อี้ฟานไม่มีทางเลือกอื่น แม้จะเกรงกลัวชายหนุ่มตรงหน้า แต่เมื่อเป็คำสั่งจากเ้านายต่อให้ต้องตายก็ต้องทำ
ทันใดนั้นอี้ฟานเริ่มเคลื่อนไหว ร่างกายของเขาเสมือนหนึ่งหายไปจากสายตา ทว่าในความจริงเป็การเคลื่อนที่ด้วยความเร็วต่างหาก
“สมกับเป็อี้ฟาน หน่วยรักษาความปลอดภัยที่แข็งแกร่งที่สุดในซ่งกรุ๊ป ฝีมือไม่ธรรมดาจริงๆ แค่การเคลื่อนไหวพวกนี้ก็บ่งบอกถึงผลแพ้ชนะ...” ซ่งซือเจียงพูดได้ไม่กี่คำต้องรีบหุบปากสนิท เมื่อเห็นว่านายทหารสุดแกร่งล้มตึงไปบนพื้น ในสภาพเอามือกุมท้อง ปากก็มีเืสดพ่นออกมา ล้มเหลวไม่เป็ท่า
“อี้ฟาน!” ซ่งเฉินหยูใ หล่อนไม่คิดเลยว่าผลลัพธ์มันจะออกมาแบบนี้
“คุณหนูผมขอโทษด้วย แต่ชายคนนี้แข็งแกร่งจริงๆ ผมไม่สามารถเอาชนะเขาได้ ทางที่ดีคุณหนูควรจะขอโทษเขาดีกว่านะครับ เื่มันจะได้จบๆ ไป” อี้ฟานยังคงรู้สึกเจ็บ อวัยวะภายในต่างบอบช้ำ แต่เพราะตระกูลซ่งดีกับเขามากจึงอยากจะเตือนเธอ อย่างน้อยก็ดีกว่าไม่พูดอะไร
“แค่มดปลวกตัวหนึ่ง กล้าดียังไงมาสู้กับฉัน” หลินอู๋เฉินยังยืนอยู่ที่เดิม ไม่ได้ขยับแม้แต่ก้าวเดียว
“น่ากลัว...น่ากลัวเกินไปแล้ว” ซ่งซือเจียงถึงกับกลืนน้ำลาย