“ เอ๊ะ ” ทุกคนตกตะลึง เพราะไม่คิดว่าบันจะซ่อนไพ่ตายที่ร้ายกาจขนาดนี้ แต่มีผู้เดียวที่ไม่ตระหนก แถมยังผุดรอยยิ้มจางๆที่มุมปาก คนผู้นั้นคือ “จาบุ”
“ หึ หึ ”
สิ้นเสียงหัวเราะ ร่างล่ำสันของจาบุก็เปล่งออร่าสีม่วงออกมามากกว่าเดิม จนดูเหมือนมีเปลวไฟประหลาดห่อหุ้มกาย แถมยังพุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วที่สูงขึ้น ทำให้คลื่นพลังทั้งสองปะทะกันกลางอากาศ ก่อให้เกิดเสียงกัมปนาทกึกก้องไปทั่วบริเวณ
“ ตูม ”
“ เหวอ ” ฝูงชนนับหมื่นที่ดูชม พากันเบือนหน้าหนีด้วยความหวาดกลัว แถมคนที่อยู่ใกล้เวทีสุด ยังสัมผัสได้ถึงคลื่นความร้อนที่แผ่เข้ามาอีกจนชวนให้สะพรึงว่าตัวเองจะมอดไหม้ไปด้วยหรือไม่
แต่ในวินาทีดับจิตนั้นเอง มีบางสิ่งพุ่งฝ่าคลื่นเพลิงลูกโต มันคือร่างกำยำของจาบุที่ยังห่อหุ้มด้วยออร่าประหลาด พร้อมมุ่งตรงมายังบันซึ่งยืนจังก้าอยู่บนเวที
“ เฮ้ย! ” ดวงตาของบันแทบถลนออกนอกเบ้า เพราะไม่คิดว่าจาบุจะทำแบบนี้ได้ ทว่าด้วยระยะทางที่กระชั้น เขาจึงไม่อาจหลบเลี่ยง เลยโดยบาทาเข้าไปเต็มๆ
“ ยูนิคอร์นคิก ”
“ อั้ก ” บันลอยไปชนเชือกเวทีที่ทำด้วยโซ่ ก่อนจะใช้สองแขนพิงมัน เพื่อพยุงไม่ให้ล้ม พร้อมกระอักโลหิตก้อนใหญ่
ด้านจาบุเองก็สาหัสอยู่เหมือนกัน แม้จะมีคอสโมและครอธหุ้มกาย แต่ไฟของบันก็รุนแรงไม่ใช่น้อย จึงมีบางส่วนหลุดเข้าไปลวกผิวหนัง ก่อให้เกิดควันจางๆลอยรอบตัว
“ แก ” บันกัดฟันกร็อดใหญ่ ดวงตามองรอยร้าวบนครอธส่วนหน้าอก ก่อนจะหันไปยังจาบุที่ตั้งท่าต่อสู้
ถึงตอนนี้ ทั่วบริเวณเงียบกริบ ทุกดวงจิตล้วนโฟกัสที่คู่ประลองซึ่งหยัดยืนอยู่บนเวที ไม่นานก็มีใครบางคนกลืนน้ำลายลงคอเฮือกใหญ่
“ เฮือก ”
เหมือนนั่นจะเป็นสัญญาณให้เกิดการสัปยุทธ์ครั้งต่อไป เพราะทันทีที่สิ้นเสียง ทั้งสองก็พุ่งเข้าหากัน พร้อมประหมัดเท้ากันพัลวัน
“ ปึก ปั้ก เปรี้ง ปัง ”
แรกเริ่มกระบวนท่าของทั้งสองจัดว่าเท่าทันกัน แต่เพราะขนาดกายที่เล็กกว่า เลยทำให้จาบุดูคล่องกว่าหน่อยๆ และกลับมาเป็นฝ่ายได้เปรียบ ในจังหวะถัดมา ยูนิอร์นเซนต์ก็แทงเข่าเข้าไปที่กลางลำตัว ซึ่งก็โดนเข้าอย่างจัง
“ อุ้ก ” บันถึงกับตัวงอ แต่พอตั้งหลักได้ ก็สวนกลับด้วยการเหวี่ยงท่อนแขนใส่ ทำให้จาบุต้องยกการ์ดขึ้นมากัน พร้อมลอยถอยหลังไปหลายก้าวด้วยความแรง
ทั้งสองยังคงจับจ้อง พร้อมมองหาหนทางคว้าชัย แต่ฝ่ายบันดูแย่กว่า เพราะถูกลูกถีบอันทรงพลังของจาบุอัดใส่จนทำให้บาดเจ็บพอสมควร
“ ท่าเมื่อครู่ของไอ้จาบุแรงเอาการ เล่นเอาเกราะส่วนอกร้าวไปเลย แถมเหมือนซี่โครงน่าจะหักอีก เสียเปรียบสุดๆ ”
แต่ถึงได้เปรียบแค่ไหน จาบุก็ไม่คิดประมาท จึงตะโกนดัง พร้อมเผาผลาญคอสโมออกมาสุดแรง ก่อให้เกิดเปลวเพลิงสีม่วงเข้มห่อหุ้มกายล่ำสันอีกครั้ง
“ ฮ้า…..”
“ ฮึ่ม อย่าคิดนะว่าชั้นจะยอมแค่นี้ ” เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้ บันจึงไม่เหลือทางเลือกอื่นใด นอกเสียจากเบ่งพลังคอสโมของตัวเองออกมา เพื่อรับศึก แน่นอนว่าท่าที่เขาจะใช้ก็คือ…….
“ บอมเบอร์แอคแท็ค ”
เกิดไฟลุกท่วมกายอันใหญ่ยักษ์จนดูเหมือนมีกองอัคคีดวงโตสถิตอยู่กลางเวที และมันรุนแรงจนเซนต์ทุกคนรู้สึกได้
“ โห ถ้าไฟแรงขนาดนั้น ต่อให้มีคอสโมป้องกัน ก็น่าจะทนไม่ไหว ” อิจิเป็นคนแรกที่หลุดปาก เสียงดูสั่นๆ
“ อืม ” เงกิและนาจิดูจะเห็นด้วย ส่วนกล้าไม่ต้องพูดถึง แค่ไม่ฉี่เล็ดออกมาตอนนี้ ก็นับว่าดีมากแล้ว
“ อึก น่ากลัวจนพูดไม่ออกแล้วแฮะ ”
ทว่าหนุ่มผมยาวอย่างชิริวกลับยืนกอดอกนิ่ง พร้อมทอดสายตาไปยังคู่ประลอง
“ คราวนี้น่าจะจบจริงๆแล้วใช่มั้ย ชิริว ” ชุนเตร่เข้ามาถาม ชิริวจึงหันมามองแวบนึง ก่อนจะพยักหน้ารับ
แม้กระบวนท่านี้จะดูน่าสะพรึง แต่จาบุหาได้หวาดหวั่น แถมยังพยายามเร่งคอสโมให้สูงขึ้นไปอีก ดวงตาจ้องมองบันที่ตอนนี้แปรสภาพเป็นกองไฟดวงโต
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า เป็นยังไง ตกใจจนพูดไม่ออกเลยล่ะสิ ” บันหัวเราะลั่น เพราะนี่คือไม้ตายลับที่รุนแรงขั้นสุด ซึ่งสามารถทำลายบ้านหลังนึงให้วอดวายในชั่วพริบตา ทว่าก็ยังเขย่าประสาทคู่อริไม่ได้ ด้วยสิ่งที่หลุดจากปากของยูนิคอร์นเซนต์คือคำท้าทายที่ห้าวหาญ
“ เข้ามาเลย ไอ้บัน แล้วชั้นจะทำให้แกพบกับความพ่ายแพ้เอง ”
บันยอมรับว่าตกใจเล็กน้อย เพราะแทนที่จาบุจะแสดงอาการหวั่นออกมาบ้าง แต่ยูนิคอร์นเซนต์กลับเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ ทว่าสุดท้ายเด็กหนุ่มร่างใหญ่ก็ได้คิด
“ ไอ้จาบุคงจะปากกล้าขาสั่นอยู่ ไม่ต้องสนใจ มันแค่บลัฟเท่านั้น ”
เมื่อเป็นเช่นนี้ บันจึงย่อตัวลงเล็กน้อย เพื่อเตรียมกระโจนใส่จาบุ และเมื่อพร้อมถึงขีดสุด ก็ถีบตัวเข้าหาอริร้ายด้วยความเร็วที่เหลือเชื่อ
“ โห ไอ้จาบุเน่าแน่ ” อิจิ นาจิ เงกิอุทานพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ผิดกับชิริวที่ยังคงกอดอกนิ่ง ดวงตาจ้องมองไปที่จาบุ โดยมีชุนยืนอยู่ไม่ห่าง สีหน้าแลเป็นห่วง
และในเสี้ยววินาทีที่บันใกล้ถึงจุดปะทะนั้นเอง ร่างของจาบุก็พลันหายไปจากสายตา ทำให้เด็กหนุ่มร่างใหญ่ตกตะลึง
“ เฮ้ย! ”
แต่เหมือนเด็กหนุ่มร่างใหญ่จะมีสังหรณ์ เพราะรู้สึกขนลุกที่ต้นคอ จึงรีบเงยหน้าขึ้นไปมอง ทำให้พบกับจาบุที่บัดนี้ ลอยตัวอยู่กลางอากาศ
“ กะ แก ” และนั่นคือคำสุดท้ายที่หลุดจากปากของบัน ก่อนที่จาบุจะทิ้งตัวลงมาจู่โจม
“ ยูนิคอร์นแกลลอป ”
ลูกถีบนับร้อยที่แปรสภาพเป็นแสงไฟสีม่วงพุ่งตรงใส่ร่างอันใหญ่ยักษ์ แต่ละดอกล้วนรุนแรงและรวดเร็ว
“ เปรี้ยง ปัง โป้ง ” ลำแสงสีม่วงวิ่งเข้าปะทะบันไม่หยุดหย่อน จวบจนดาเมจสุดท้ายจู่โจมสำเร็จ ยูนิคอร์นเซนต์ก็ลงมานั่งคุกเข่าที่ด้านหลังของเด็กหนุ่มร่างใหญ่
“ ฟุบ ” ไฟดวงโตผลุบหายอย่างฉับพลัน เหลือไว้เพียงบันที่ยืนนิ่งดุจเดิม ก่อนที่วินาทีต่อมา รอยร้าวทั่วครอธจะเริ่มปริแตก พร้อมร่างใหญ่ยักษ์ที่ทิ้งตัวลงนอนคว่ำบนพื้น ดวงตาเหลือกขาวฟ้องถึงการสิ้นสติโดยสมบูรณ์
“ อึก ”
“ ตึง ตึ้ง ” เสียงลำโพงรอบเวทีดังกังวาน พร้อมมีตัวอักษรสีขาวปรากฎขึ้นบนมอนิเตอร์ขนาด 500 นิ้ว อ่านจับใจความได้ว่า
“ ผู้ชนะคือ ยูนิคอร์น จาบุ ”
“ เฮ………”
“ ยอดไปเลย สู้ได้เยี่ยมมาก ”
“ ต้องแบบสิ ไอ้หนู ชั้นแทงแกไปหลายร้อยเลยนะ ” (การพนันไม่ดีนะครับ)
สารพันเสียงเชียร์ดังจากผองชน ทำให้จาบุที่กำลังเหน็ดเหนื่อย แย้มยิ้มออกมาได้ ดวงตาจ้องมองไปยังห้อง VIP เบื้องบน อันเป็นที่สถิตของนางในดวงใจ
“ แฮ่ก แฮ่ก ในที่สุด ผมก็ชนะแล้ว คุณหนูซาโอริ ”
ไม่รู้ว่าคุณหนูในห้องแอร์เย็นๆจะเข้าใจเจตนาของเซนต์หนุ่มมั้ย แต่บนใบหน้าขาวใสของเธอก็บังเกิดรอยยิ้มเล็กน้อย ดวงตาเปล่งประกายแวววาวด้วยความยินดีที่ไม่รู้ว่าจะเอื้อเฟื้อความรู้สึกนี้ให้แก่ผู้ใด
“ โห ผิดคาดเลยว่ะ ” อิจิสบถ
“ นั่นน่ะสิ นึกว่าเจ้าบันจะแบเบอร์อยู่แล้วเชียว ” นาจิเสริมขึ้นบ้าง แต่ในใจแอบยินดีนิดๆ เพราะหวังจะได้กระทืบจอมเบ่งอย่างจาบุอยู่เหมือนกัน
“ อืม แต่ข้อดีก็คือบันทำให้จาบุบอบช้ำไม่น้อย ซึ่งน่าจะเป็นผลดีต่อเซนต์ที่ได้สู้กับมันคนถัดไป ” เงกิวิเคราะห์บ้าง ซึ่งก็นับว่าเป็นข้อสันนิษฐานที่ไม่เลวเลยทีเดียว
จาบุกะโผลกกะเผลกลงจากเวที และพอจะเดินผ่านผ่านชุน อันโดรเมด้าเซนต์ก็จับแขนเอาไว้ พร้อมถามด้วยความเป็นห่วง
“ ไหวมั้ย จาบุ ผมคิดว่านายควรไปหาหมอที่ห้องพยาบาลก่อน ”
จาบุเหลือบมองเด็กหนุ่มผู้แสนดีแวบนึง ก่อนจะสะบัดหลุดในทันที
“ ไม่ต้องยุ่ง เอาตัวเองให้รอดก่อน อย่าลืมว่าแกต้องเป็นคู่ต่อสู้รายต่อไปที่ให้ชั้นขยี้ ”
แม้รู้ชัดว่าตัวเองต้องต่อสู้กับจาบุในไฟท์ต่อๆไป ชุนก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้ เพราะอย่างน้อยก็ถือว่าเซนต์ยูนิคอร์นเป็นเพื่อนร่วมสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า แต่ไม่ทันได้รั้งต่อ ชิริวก็จับหัวไหล่ พร้อมส่ายหน้าเป็นเชิงห้าม
“ อืม เข้าใจแล้ว ชิริว ชั้นจะปล่อยให้จาบุอยู่คนเดียว เพราะการแสดงความห่วงใยเป็นการทำลายศักดิ์ศรีของเขา ” ชุนเข้าใจสิ่งที่ชิริวสื่อ จึงยอมหยุด
และแน่นอน การต่อสู้คู่ต่อไปย่อมถึงคราวที่กล้าจะขึ้นเวที และคู่ประลองก็คือเงกิจากดาวหมีใหญ่ เด็กหนุ่มร่างยักษ์จึงหันมาคุยกับอริ
“ หึ หึ ถึงตาเราสู้กันแล้วนะ เจ้าเซย่า รับรองว่าข้าต้องเหยียบแกจมดินแน่ ”
ทว่าคำข่มขู่นั้นกลับเป็นหมัน ไม่ใช่ว่ากล้าจะกินดีหมีจนเหี้ยมหาญไม่เกรงกลัวสิ่งใด แต่เป็นเพราะเขาดัน…หายตัวไป ทำให้ทุกคนตกใจ
“ เฮ้ย! เซย่ามันหายไปไหน ”
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
